ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 109 โอสถเสริมปราณระดับแปด


             เสี่ยวเทียนได้ออกมาจากแหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรมันบินไปบนฟ้าอย่างรวดเร็วเนื่องจากมันไม่ได้ออกมานานมันเลยทะยานขึ้นฟ้าและหายไปอย่างรวดเร็ว มันชอบที่จะอยู่บนท้องฟ้ามากกว่าอยู่ในแหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรผ่านมาหลายปีทำให้แหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรนั้นเริ่มที่จะรองรับพลังของเสี่ยวเทียนไม่ได้แล้วแม้ว่าเฟยหลงจะเปลี่ยนแหวนมิติไปหลายวงแล้วก็ตาม

            จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเสี่ยวฟู่ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เขารีบวิ่งไปยังที่พักของเฟยหลงในทันทีเมื่อเฟยหลงเห็นเสี่ยวฟู่ที่เดินถือตำรามาเขาพลันเอ่ยทักขึ้นมาทันที

            “เป็นยังไงบ้างเสี่ยวฟู่หลายวันมานี้ไม่เห็นเจ้ามาบ้านข้าเลย มัวแต่อ่านตำราอย่างเดียวเลยสิท่า”

            “ใช่แล้วพี่ชายเฟยหลงข้าอ่านและจดจำทุกอย่างที่อยู่ในตำรานี้ได้หมดแล้ว อีกทั้งยังจดจำรูปภาพต่างๆที่อยู่ในตำรานี้ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย”

            “จริงเช่นนั้นหรือ? ไหนเจ้าลองตอบคำถามข้าดู ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้าจดจำได้จริงๆ หรือไม่?”

            เฟยหลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม

            “เจ้าลองอธิบายต้นหญ้าวิญญาณเพลิงให้ข้าฟังดูสักหน่อยสิ”

            “ได้เลยพี่ชายต้นหญ้าวิญญาณเพลิง ลักษณะลำต้นเป็นสีม่วงใบสีแดงเพลิง ดอกคล้ายดอกกระดังงา  สรรพคุณสามารถใช้บำรุงธาตุไฟภายในร่างกาย.......”เสี่ยวฟู่ร่ายยาวถึงต้นหญ้าวิญญาณเพลิงได้อย่างละเอียดตามตำราได้เขียนไว้อย่างถูกต้องไม่ผิดแม้แต่ประโยคเดียว

            เฟยหลงยังได้ถามคำถามเกี่ยวกับสมุนไพรอีกหลายชนิดเสี่ยวฟู่เองก็ตอบได้อย่างถูกต้องและสามารถอธิบายทุกอย่างได้อย่างละเอียดสร้างความแปลกใจให้กับเฟยหลงไม่น้อย

            “ไม่เลวไม่เลว ความจำของเจ้ายอดเยี่ยมจริง ๆ เอาหละที่นี้เจ้าตามข้ามา ข้าจะให้เจ้าดูต้นหญ้าวิญญาณเพลิงและสมุนไพรต่างๆ ของจริง เจ้าต้องจดจำรายละเอียดพวกนั้นให้ดี ถึงแม้มันจะแตกต่างกันเล็กน้อยแต่มันก็เป็นสมุนไพรคนละชนิดกัน สรรพคุณและวิธีการใช้ก็ต่างกัน”

            “ขอรับพี่เฟยหลง”

            เฟยหลงอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับสมุนไพรอย่างละเอียดและเริ่มต้นสอนให้เสี่ยวฟู่ตรวจรักษาอาการต่าง  ๆ เฟยหลงเองยังได้เขียนตำราออกมาให้กับเสี่ยวฟู่หนึ่งเล่มเป็นตำราเกี่ยวกับการรักษา โรคและอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะ เฟยหลงได้ช่วยสอนวิธีการรักษาต่าง  ๆ  อย่างละเอียดให้กับเสี่ยวฟู่เกือบหนึ่งปีที่เฟยหลงอาศัยอยู่ที่นี่ ก่อนจะจากหมู่บ้านนี้ไปเฟยหลงได้ทิ้งตำราอีกเล่มหนึ่งให้เสี่ยวฟู่เอาไว้ศึกษาต่อจากเล่มแรกที่เขาให้ไว้

            เฟยหลงออกเดินทางจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ตลอดระยะเวลาเขาได้รับการดูแลจากชาวบ้านเป็นอย่างดีเฟยหลงได้สอบถามเรื่องราวต่าง  ๆของอาณาจักรเจิ้นสุ่ย จากผู้นำหมู่บ้านและเหล่าผู้อาวุโสภายในหมู่บ้าน ทำให้เขาพอจะทราบเรื่องราวภายในอาณาจักรเจิ้นสุ่ยแห่งนี้มากพอสมควร

            วันนี้เฟยหลงบอกลาผู้นำหมู่บ้านพร้อมกับชาวบ้านที่มาส่งเขาที่หน้าหมู่บ้านเฟยหลงมุ่งหน้าไปยังเมืองสุ่ย เมืองที่อยู่ไม่ไกลมากนักจากหมู่บ้านที่เฟยหลงจากมาปกติชาวบ้านทั่วไปจะใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งแต่เฟยหลงที่ใช้กระบี่บินเขาใช้เวลาเดินทางเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเฟยหลงก็มาถึงยังหน้าประตูเมืองสุ่ย

            เขาถูกตรวจสอบก่อนเข้าเมืองโดยยามที่เฝ้าประตูเพียงไม่นานเฟยหลงก็สามารถเข้าเมืองสุ่ยได้เมืองสุ่ยนับเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเป็นอย่างมากเพราะเมืองสุ่ยเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่หลาย ๆ อาณาจักรเดินทางผ่านดังนั้นจึงมีสินค้าจากหลากหลายอาณาจักรวางขายอยู่ทั่วทั้งเมือง

            ร้านค้าที่เปิดเรียงรายสองข้างทางมีผู้คนเข้าไปจับจ่ายใช้สอยอย่างไม่ขาดสายเฟยหลงเดินซื้อของมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงหน้าตึกใหญ่หลังหนึ่งเฟยหลงมองดูป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้าเขารู้สึกสนใจเป็นอย่างมากเพราะสถานที่แห่งนี้เป็นโรงประมูลของเมืองสุ่ย

            “พี่ชายโรงประมูลนี้จะเปิดทำการประมูลขึ้นอีกเมื่อไหร่?”

            “เจ้าหนุ่มโรงประมูลเมืองสุ่ยนี้จะเปิดประมูลในอีกสามวันข้างหน้า ทุก ๆเดือนโรงประมูลจะเปิดประมูลเพียงแค่ครั้งเดียว”

            “จริงสิเจ้าหนุ่มหากเจ้ามีของมีค่า เจ้าก็สามารถนำมาประมูลด้วยได้เช่นกัน”

            “ขอบใจพี่ชายมาก”

            เฟยหลงเดินจากมาพร้อมกับหาที่พักสำหรับคืนนี้ตลอดทางเฟยหลงได้ซื้อสมุนไพรจำนวนมากเมื่อเขาได้ที่พักแล้วเฟยหลงจึงเริ่มการหลอมโอสถในทันทีเขาร่ายเวทคลอบคลุมทั่วทั้งห้องพักของเขาเพื่อให้กลิ่นของโอสถกระจายออกไปด้านนอกเพราะหากกลิ่นของโอสถกระจายออกไปด้านนอกได้จะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามารบกวนการหลอมกลั่นโอสถของเขาอย่างแน่นอน

            ตลอดสามวันที่รอการประมูลของเมืองสุ่ยเฟยหลงเอาแต่หลอมกลั่นโอสถอยู่แต่ภายในห้อง เขาหลอมโอสถชนิดต่าง  ๆ เอาไว้เพื่อเตรียมตัวสำหรับฝึกฝนพลังยุทธ์จนกระทั่งถึงวันประมูล เฟยหลงจึงออกจากห้องพัก และตรงไปยังโรงประมูลในทันที

            หลังจากที่เฟยหลงออกจากโรงเตี้ยมที่พักไปแล้วเจ้าของโรงเตี้ยมพร้อมกับคนงานจึงเดินไปเปิดประตูเพื่อทำความสะอาดห้องสำหรับใช้ต้อนรับแขกคนต่อไปพวกเขาต้องตกตะลึงเมื่อเปิดห้องพักเข้าไปกลิ่นของโอสถฟุ้งออกมาจากห้องทำให้ทั่วทั้งโรงเตี้ยมแห่งนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของโอสถที่หลอมกลั่นเสร็จแล้ว

            ผู้คนที่สูดกลิ่นของโอสถเหล่านั้นเข้าไปพลันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและรู้สึกเหมือนสดชื่นเป็นอย่างมาก จอมยุทธ์หลายคนถึงกับเดินไปตามกลิ่นที่โชยออกมาพวกเขาอยากรู้ว่ากลิ่นโอสถที่ทำให้ร่างกายของพวกเขารู้สึกดีขึ้นนั้นใครเป็นคนหลอมกลั่นมันออกมา

            แต่เมื่อพวกเขามาถึงยังห้องพักที่เฟยหลงเคยใช้หลอมกลั่นโอสถพวกเขากลับต้องตกตะลึงเพราะเจ้าของโรงเตี้ยมและพนักงานที่เข้ามาทำความสะอาดนั้นร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยคราบสิ่งสกปรกจำนวนมากมายพวกเขาพลัดถ่ายของเสียออกจากร่างกาย และสามารถทะลวงขั้นพลังยุทธ์เข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ได้ด้วยความบังเอิญ

            จากเจ้าของโรงเตี้ยมและพนักงานทำความสะอาดสามารถทะลวงขั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้นั่นทำให้ทั้งสองคนตื่นเต้นเป็นอย่างมากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเพียงแค่กลิ่นของโอสถยังสามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ดังนั้นหากเขาได้ทานโอสถพวกนั้นพวกจะสามารถทะลวงขั้นได้ถึงระดับไหนหลายคนต่างอดสงสัยไม่ได้

            เมื่อมาถึงโรงประมูลของเมืองสุ่ยเฟยหลงพบว่ามีผู้คนมากมายมายืนรออยู่ก่อนแล้วเฟยหลงเดินไปเข้าไปหาชายที่เฝ้าประตู

            “พี่ชายข้าต้องการนำของเข้าร่วมประมูลด้วยข้าต้องไปติดต่อตรงไหน?”

            “เจ้านั่นเองตามข้ามาสิข้าจะพาเจ้าไปเอง”

            “ขอบคุณพี่ชาย”  เฟยหลงเดินตามชายที่เฝ้าประตูไปพวกเขาตรงไปยังตำหนักใหญ่ที่จะใช้ในการประมูล

            “เจ้ารออยู่ที่นี่สักครู่ข้าเข้าไปรายงานผู้อาวุโสก่อนว่าแต่เจ้าจะนำสิ่งใดเข้าร่วมในการประมูลในครั้งนี้อย่างนั้นหรือ?”

            “ข้าต้องการนำโอสถจำนวนหนึ่งเข้าร่วมการประมูลรบกวนพี่ชายด้วย”

            “ได้สิข้าจะไปรายงานให้ เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน”

            ชายคนนั้นเดินเข้าไปราว  ๆห้านาทีเขาเดินกลับมาหาเฟยหลงอีกครั้ง

            “เจ้าหนุ่มเจ้าตามข้ามา ผู้อาวุโสรอเจ้าอยู่ด้านใน”

            เฟยหลงเดินตามเข้าไปด้านในเมื่อไปถึงเขาพบกับหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสวยสะดุดตา อายุราว ๆ  สามสิบห้าปีเมื่อหญิงสาวคนนั้นมองมาที่เฟยหลงที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขาเขาพลันแปลกใจเป็นอย่างมากเพราะตอนแรกเขาคิดว่าเฟยหลงน่าจะอายุหกสิบถึงเจ็ดสิบปีส่วนมากคนที่นำโอสถมาเข้าร่วมการประมูลมักจะเป็นนักหลอมโอสถและนักหลอมโอสถส่วนใหญ่จะมีอายุเยอะแล้ว

            “คุณหนูใหญ่ข้าพาเขามาพบท่านแล้วขอรับ ข้าน้อยขอตัว”

            “ขอบใจเจ้ามาก”

            “ข้าชื่อเหมยกุ้ย เจ้าชื่ออะไรและต้องการนำโอสถอะไรและระดับไหนเข้าร่วมการประมูลกับทางโรงประมูลของพวกเรา”

            “ข้าน้อยชื่อเฟยหลงข้าน้อยต้องการนำโอสถเสริมปราณระดับแปดเข้าร่วมการประมูลด้วยขอรับ”

            “เจ้าพูดเล่นกับข้าหรือเปล่าโอสถเสริมปราณระดับแปด ในอาณาจักรเจิ้นสุ่ยแห่งนี้ไม่มีนักหลอมโอสถคนไหนสามารถหลอมออกมาได้เจ้าอย่าได้มาพูดเล่นกับข้าเลย”

            “ไม่มีใครหลอมได้เลยอย่างนั้นหรือ?”

            “ใช่ไม่เคยมีนักหลอมโอสถคนไหนสามารถหลอมกลั่นมันออกมาได้เพราะนักหลอมโอสถที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในอาณาจักรของเจิ้นสุ่ยเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเท่านั้นและยังมีเพียงไม่กี่คน และข้าเองก็รู้จักพวกเขาเหล่านั้นทั้งหมดเอาหละเจ้านำโอสถที่เจ้าเตรียมมาออกมาให้ข้าดูก่อน บางทีเจ้าอาจจะประเมินโอสถสูงเกินไปก็ได้”

            เฟยหลงยื่นขวดโอสถจำนวนสองขวดให้กับเหมยกุ้ย แต่ละขวดมีโอสถอยู่ด้านในเพียงแค่ขวดละสามเม็ดเท่านั้น เหมยกุ้ยรับขวดโอสถจากเฟยหลงมาพร้อมกับเปิดมันออกเมื่อเหมยกุ้ยเปิดขวดโอสถออกดู กลิ่นของโอสถลอยฟุ้งไปทั่วทั้งโรงประมูลในทันที

            “หืม  ใครกัน สามารถหลอมกลั่นโอสถระดับนี้ออกมาได้ต้องเป็นของปรมาจารย์นักปรุงโอสถระดับสูงอย่างแน่นอนไม่ได้การละหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ ไม่ดีแน่”เสียงของชายชราบ่นพึมพำพร้อมกับรีบเดินออกมาจากห้องพักของเขาที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

            เหมยกุ้ยยังไม่ทันได้ตรวจสอบโอสถของเฟยหลงเขาเพียงแค่เปิดขวดออกมา กลิ่นของโอสถพลันทำให้เขารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งยังทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย แต่ก่อนที่เขาจะเทโอสถนั้นออกมาตรวจสอบพลันมีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังของนางในทันที

            “เจ้ารีบปิดขวดโอสถนั้นก่อนแล้วตามข้ามา”

            “ท่านปู่”

            “เอาหละไม่ต้องถามมากรีบทำตามที่ข้าบอก และเชิญนายน้อยท่านนั้นมาที่ห้องของข้าด้วย”

            “ค่ะท่านปู่”เหมยกุ้ยรีบปิดขวดโอสถทันทีพร้อมกับเชิญเฟยหลงไปยังห้องของปู่ของเขาด้วยความงุนงงในสิ่งที่ปู่ของเขาพูด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามประการใดเมื่อเฟยหลงเขาเข้ามาในห้องของผู้อาวุโสเขาพลันรับรู้ได้ในทันทีว่าในห้องนั้นได้ติดตั้งค่ายกลเอาไว้  

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน