เฟยหลงหวังจะเข้าสำนักใดสำนักหนึ่งเพื่อฝึกฝนแต่ว่าแต่ละสำนักในตอนนี้ล้วนแล้วแต่เปิดรับสมัครศิษย์ที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีทั้งนั้นส่วนเฟยหลงในตอนนี้อายุปาเข้าไปเกือบยี่สิบปีไปแล้วทำให้เขาไม่สามารถสมัครเข้าสำนักใดได้เลยแม้แต่สำนักเดียวความหวังในการฝึกฝนอย่างสงบของเฟยหลงพังลงในพริบตา
“เฮ้อ......ข้าสมควรจะทำยังไงดี เป็นแบบนี้สงสัยข้าคงต้องฝึกด้วยตัวเองตามลำพังอย่างนั้นหรือ?”
ในระหว่างที่เฟยหลงกำลังคิดเรื่องการเข้าสำนักอยู่นั้น รู้สึกตัวอีกทีเขาก็เดินมาสุดถนนเสียแล้วเฟยหลงมองไปด้านหน้าเป็นทางแยกเพื่อที่จะเดินกลับไปยังโรงเตี้ยมที่พักของเขาเฟยหลงต้องกลับทางเดิมเท่านั้น หากเขาเลี้ยวซ้ายไปตามทางแยกและเดินต่อไปเรื่อย ๆก็จะกลับถึงที่โรงเตี้ยมพักของเขาแล้ว
ทันทีที่เฟยหลงเลี้ยวซ้ายไปตัวของเขาก็ไปชนกับคนคนหนึ่งล้มลงไปนอนอยู่กับพื้น ร่างของเฟยหลงนั้น ถูกคนคนนั้นทับเอาไว้ ใบหน้าของเฟยหลงสัมผัสได้ถึงก้อนนุ่ม ๆ สองก้อนที่ทับเขาอยู่ กลิ่นหอมที่แตะจมูกชวนให้เขาหลงใหลไม่น้อย เขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลยแม้แต่น้อยได้แต่นอนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น จนกระทั่ง ร่างของคนที่ทับเฟยหลงอยู่ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบนตัวเฟยหลงก่อนจะเอ่ย
“ขออภัยข้ารีบไปหน่อยเลยทำให้ท่านต้องเจ็บตัว” น้ำเสียงที่ฟังแล้วน่ารักดังขึ้นมา เฟยหลงมองไปยังร่างของหญิงสาวที่ยังคงนั่งทับบนตัวของเขาอยู่ เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“ข้าเองก็ขออภัยองค์หญิงเช่นกันข้ามัวแต่ใจลอยไปหน่อยตอนนี้ท่านช่วยลุกขึ้นก่อนจะได้ไหม”ตอนนี้เองที่องค์หญิงมองหน้าของเฟยหลงได้อย่างชัดเจน นางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ
“ท่าน! เฟยหลงเป็นท่านนั่นเอง!ข้าต้องขออภัยท่านเป็นอย่างยิ่ง”
“องค์หญิงอย่าได้พูดเช่นนั้นเลยท่านกลับมาถึงเมืองหลวงนานหรือยัง?”
“ข้าพึ่งจะเดินทางมาถึงข้ารีบจะเอาโอสถที่ท่านให้ไปให้ท่านปู่ กับท่านย่า เลยไม่ทันระวังตัวต้องขออภัยท่านด้วย”
“อะแฮ่ม!! อะแฮ่ม!!”
“อะพี่ใหญ่ พี่ใหญ่นี่เฟยหลงที่ถูกไล่ออกจากงานเลี้ยงเมื่อเดือนที่แล้วที่โรงประมูลเมืองสุ่ยท่านจำได้หรือเปล่า?”
“เป็นท่านเฟยหลงนั่นเองข้าฟางหลิน องค์ชายใหญ่อาณาจักรเจิ้นสุ่ย”
“องค์ชายใหญ่ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเช่นนั้นหรอกพวกเราอายุก็ไล่เลี่ยกัน เป็นสหายกันไม่ดีกว่าอย่างนั้นหรือ?”
“ก็ได้ข้ายินดีรับไมตรีนี้ ว่าแต่ท่านกำลังจะไปไหนเช่นนั้นหรือ?”
“พอดีข้าตรวจสอบสำนักที่จะเข้าไปศึกษาแต่ว่าอายุของข้าเกินกำหนดของแต่ละสำนักไม่มีสำนักใดเลยที่ข้าจะสามารถเข้าไปฝึกฝนพลังยุทธ์ได้เลยข้าเลยเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนมาชนกับองค์หญิงเข้า”
“พวกเราเองหลังจากจบงานเลี้ยงพวกเราทำธุระเสร็จเรียบร้อยก็พึ่งจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงนี่แหละ หากท่านไม่รังเกียจข้าอยากจะเชิญท่านไปยังพระราชวังกับพวกเราส่วนเรื่องสำนักนั้นข้าจะขอให้พระบิดาช่วยท่านเอง”
“ขอบใจองค์ชายมากแต่ว่าข้า.......”
“ไม่ต้องแต่แล้วไหนท่านบอกว่าพวกเราเป็นสหายกันไม่ใช่หรือ เช่นนั้นท่านเองก็ไม่ต้องเกรงใจน้องหญิงของข้ากำลังจะนำโอสถที่ท่านให้ไปให้ท่านปู่ กับท่านย่าอยู่พอดีเชิญท่านมากับพวกเราเถอะ จะได้ตอบแทนท่านเรื่องโอสถด้วย”
“เช่นนั้นข้าก็ขอบใจพวกท่านจริงๆ ก็ได้ข้าจะตามพวกท่านไปพักในพระราชวังของพวกท่าน”
ด้วยฐานะของเฟยหลงเองก็เป็นถึงองค์ชายอาณาจักรกาลเวลาเขาเองก็มีเกียรติมากพอที่จะเดินทางไปยังพระราชวังดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธคำเชิญขององค์ชายใหญ่ทางด้านองค์ชายใหญ่และองค์หญิงฟางเซียนนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเฟยหลงว่าแท้จริงแล้วเฟยหลงเป็นถึงปรมาจารย์นักหลอมโอสถระดับสูง
เฟยหลงติดตามองค์ชายใหญ่และองค์หญิงฟางเซียนไปยังพระราชวังระหว่างทางเฟยหลงได้ถามเรื่องราวต่างๆ มากมายจากองค์ชายใหญ่และองค์หญิงฟางเซียน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรต่างๆ ที่อยู่โดยรอบทำให้เฟยหลงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วองค์ชายใหญ่พึ่งจะกลับมาจากชายแดนทางด้านตะวันตกเพราะที่นั่นกำลังถูกอาณาจักรข้างเคียงรุกรานอยู่ที่กลับมาในครั้งนี้เพื่อรายงานเรื่องราวต่าง ๆ เท่านั้น
เมื่อเดินทางถึงพระราชวังเฟยหลงได้รับการต้อนรับอย่างดีจากองค์ชายใหญ่และองค์หญิงฟางเซียนหลังจากที่องค์หญิงฟางเซียนได้นำโอสถหิมะหยกขาวไปให้ปู่และย่าของเขาแล้ว
เมื่อเฟยหลงและองค์ชายใหญ่เห็นองค์หญิงฟางเซียนกลับมาด้วยรอยยิ้มจึงได้เอ่ยถาม
“เป็นยังไงบ้างน้องหญิงเจ้าทำได้แล้วสินะสามารถทำให้ท่านปู่และท่านย่าทะลวงผ่านระดับพลังยุทธ์ได้สำเร็จแล้วสินะ”
“ไม่เพียงแค่ทะลวงระดับพลังยุทธ์ได้ยังสามารถทำให้ท่านปู่และท่านย่ากลับมาเป็นหนุ่มสาวได้อีกครั้งด้วย”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ขอบใจท่านจริง ๆ เฟยหลงเป็นเพราะท่านทำให้ข้าได้เห็นรอยยิ้มของน้องสาวข้าอีกครั้ง”
เฟยหลงเองก็มองดูองค์หญิงฟางเทียนอย่างตาไม่กระพริบตั้งแต่แรกเห็น เพราะรอยยิ้มขององค์หญิงฟางเทียนเข้ากับใบหน้ารูปไข่รวมถึงความสวยงามของนางก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอาณาจักรเลยก็ว่าได้นางทั้งน่ารัก สวย หุ่นดี ทั้งยังเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนอีกด้วย
“เฟยหลงเฟยหลง ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า?”องค์ชายใหญ่เห็นเฟยหลงมองน้องสาวของตนตาไม่กระพริบเลยเอ่ยถามขึ้นมา
เฟยหลงพลันได้สติเขาสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับองค์ชาย
“ไม่มีอะไรหรอกองค์ชายข้าว่าองค์หญิงยิ้มแล้วสวยมาก เลยเผลอตัวไปนิด”
คำพูดของเฟยหลงตรงไปตรงมาเมื่อองค์หญิงได้ฟังเขาถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึง เลยทีเดียว
เมื่อข่าวเรื่องของทั้งสองพระองค์สามารถทะลวงผ่านระดับพลังยุทธ์ได้และกลับมาเป็นหนุ่มสาวแพร่กระจายออกไปเหล่าเชื้อพระวงศ์ต่างพากันไปเยี่ยมเยือนทั้งสองพระองค์อย่างไม่ขาดสายแต่จุดประสงค์ที่พวกเขาไปพบกับปู่และย่าขององค์หญิงฟางเซียนนั้นจริงๆแล้วพวกเขาต้องการทราบว่าทั้งสองพระองค์นั้นทำอย่างไรจึงสามารถกลับมาสู่วัยหนุ่มสาวเช่นนี้ได้
ด้วยความที่เคยผ่านโลกมามากและไม่อยากจะให้องค์หญิงฟางเซียนต้องเดือดร้อนทั้งสองคนจึงไม่ได้เอ่ยเรื่องโอสถกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่มาเยี่ยมเยือนแต่อย่างใดปู่และย่าขององค์หญิงฟางเซียนนั้นรักองค์หญิงฟางเซียนเป็นอย่างมากพวกเขากังวลว่าจะไม่ได้เห็นองค์หญิงฟางเซียนเป็นฝั่งเป็นฝาเพราะอายุขัยของทั้งสองคนนั้นใกล้จะหมดแล้วหากพวกเขาไม่สามารถเลื่อนระดับพลังยุทธ์ได้ก็มีโอกาสมากที่อายุขัยของทั้งสองคนจะหมดลง
องค์หญิงฟางเซียนเป็นกังวลเรื่องนี้มากเช่นกันดังนั้นเขาจึงพยายามออกตามหาสมุนไพรและโอสถต่าง ๆเพื่อมาเพิ่มอายุขัยให้กับทั้งสอง เมื่อองค์หญิงฟางเซียนประมูลโอสถระดับแปดมาได้ ตอนนั้นเขายินดีเป็นอย่างมากแต่เมื่อเขาได้เห็นผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงและแม่นางเหมยกุ้ยที่ได้ทานโอสถของเฟยหลงแล้วกลับเป็นหนุ่มสาวทำให้เขาอยากได้โอสถชนิดนั้นมาก
แต่ไม่นึกเลยว่าโอสถที่เขาบังเอิญได้มาจากเฟยหลงเป็นโอสถชนิดเดียวกันกับที่ท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงและแม่นางเหมยกุ้ยทานเข้าไปเมื่อองค์หญิงฟางเซียนนำโอสถทั้งสองชนิดที่ได้มาให้กับปู่และย่าของเขาทั้งสองคนจึงสามารถทะลวงระดับได้แถมโอสถหิมะหยกขาวยังสามารถทำให้พวกเขากลับมาเป็นหนุ่มสาวได้อีกครั้งหนึ่งด้วย
องค์หญิงฟางเซียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากเขาไม่อยากจะสูญเสียคนปู่และย่าอันเป็นที่รักทั้งสองคนของเขาไปจึงได้ออกตามหาโอสถระดับสูงมาโดยตลอดเขาไม่นึกเลยว่าการไปเมืองสุ่ยในครั้งนี้จะทำให้เขาสมหวังได้มันทำให้ความรู้สึกที่องค์หญิงฟางเซียนที่มีต่อเฟยหลงนั้นดีเป็นอย่างมาก
“น้องหญิงเจ้าดูแลเฟยหลงแทนพี่ไปก่อนพี่ขอตัวไปกราบทูลรายงานเสด็จพ่อก่อน เจ้าดูแลเฟยหลงให้ดีด้วยหละ”
“เจ้าค่ะท่านพี่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลเขาแทนท่านพี่เอง”
เมื่อองค์ชายใหญ่จากไปเฟยหลงและองค์หญิงมองตากันนิดหนึ่งก่อนที่เฟยหลงจะเอ่ยขึ้น
“องค์หญิงไหนๆ ข้าก็ให้โอสถกับท่านไปแล้วหากท่านยังต้องการโอสถพวกนั้นให้กับพระบิดาและพระมารดาของท่านท่านก็ให้คนเตรียมสมุนไพรพวกนี้ให้ข้า ข้าจะหลอมพวกมันให้ท่านเอง”
“จริงหรือเฟยหลงเจ้าจะหลอมโอสถพวกนั้นให้กับท่านพ่อท่านแม่ของข้าด้วยเช่นนั้นหรือ?” องค์หญิงฟางเซียนนำมือของเขาไปเกาะแขนของเฟยหลงโดยไม่รู้ตัวจนถึงกับทำให้เฟยหลงนั้นทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียวเพราะเขาไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อนเลย
เฟยหลงทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับองค์หญิงฟางเซียนไปเท่านั้นเมื่อองค์หญิงรู้ตัวอีกทีเขาถึงกับหน้าแดงอีกครั้ง เฟยหลงจึงค่อย ๆ นำพู่กันและกระดาษออกมาเขียนชื่อสมุนไพรที่เขาต้องใช้หลอมกลั่นโอสถทั้งสองชนิดยื่นให้กับองค์หญิงฟางเซียน
องค์หญิงรับกระดาษจากเฟยหลงจากนั้นจึงเรียกคนรับใช้ส่วนตัวให้ไปเตรียมสมุนไพรเหล่านั้น
“พวกเจ้าไปเตรียมสมุนไพรตามใบรายการนี้ให้ทีเมื่อเตรียมเสร็จแล้วให้นำไปให้ข้าที่ห้องด้วย”
“เพคะองค์หญิง”
หญิงรับใช้รับกระดาษจากองค์หญิงพร้อมกับรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วเฟยหลงและองค์หญิงฟางเซียนจึงได้เดินพูดคุยกันไปเรื่อย ๆองค์หญิงฟางเซียนเลยถือโอกาสพาเฟยหลงเยี่ยมชมพระราชวังโดยรอบพวกเขาทั้งสองเดินพูดคุยกันเกือบสองชั่วโมง องค์ชายใหญ่จึงกลับมาพร้อมกับสีหน้าที่เคร่งเครียด
“มีอะไรหรือเปล่าองค์ชายทำไมถึงได้ทำหน้าแบบนั้นกลับมา?”
“จริงด้วยท่านพี่ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรก็บอกพวกเราได้นะ”
“มีสิมีอย่างแน่นอน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าด้วยฟางเซียน”
“เกี่ยวข้องกับข้าเช่นนั้นหรือ? ท่านพี่นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ทำไมถึงได้เกี่ยวข้องกับข้าด้วย”