ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่50 หนูดูออก

        ภูมิที่นั่งอยู่ท้ายกระบะรถเขาก็ได้พยายามช่วยผู้คนบนรถเอาไว้เมื่อมีนกอินทรีตัวใหญ่บินผ่านรถของพวกนุชมาแล้วใช้เล็บคมหวังจะขยุ้มเข้าใส่คนบนรถที่เขานั่งอยู่ ภูมิได้โจมตีสวนกลับด้วยหมัดจึงเป็นการแลกกันคนละครั้งบาดแผลของรอยเล็บลากยาวตั้งแต่เอวซ้ายไปจนถึงไหล่ขวาของภูมิ เลือดสดๆ สาดกระจายเข้าใส่ผู้โดยสารท้ายกระบะหลายคน และภูมิโจมตีมอนเตอร์ไปด้วยมือที่กลายเป็นเล็บที่มีกลุ่มเปลวไฟสีฟ้าห่อหุ้มเอาไว้อีกครั้ง

       แต่ก็ไม่นานนักเพราะความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพวกมันตามไม่ทันสุดท้ายพวกเขาก็สลัดมันหลุด เมื่อทิ้งห่างจากพวกมันพอสมควร บางตัวก็ได้วกกลับ บางตัวก็บินแยกไปทางอื่นจึงทำให้ไม่มีตัวไหนตามพวกเขามาอีกเลย การเดินทางผ่านพ้นไปจนถึงตอนค่ำพวกเขาก็ได้หยุดลงที่ชายป่าข้างทางเพื่อกินอาหารและพักผ่อนเอาแรงรวมทั้งภูมิไม่อยากเดินทางในตอนกลางคืน พวกเขาจึงได้เก็บรถแล้วพากันเข้าไปหลบในป่า

       เมื่อกินอาหารเสร็จเรียบร้อยภูมิได้อาสาจะเฝ้ายามให้พวกเขาซึ่งพวกของบิวและนุชก็อาสาเฝ้ายามด้วยเช่นกัน ในกลางดึกภูมิได้เดินมานั่งตรงท้ายของรถกระบะแล้วมองไปยังหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ริมถนนพร้อมกับสอดส่องสายตาไปมาเพื่อรักษาความปลอดภัย ภูมิได้จ้องมองอยู่นานโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด จนกระทั่งภูมิได้ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอแต่ทว่าแต่ละก้าวที่เขาก้าวเดินเข้าไปนั้นกลับเต็มไปด้วยความสับสนในใจตัวเองซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน น่าจะเป็นเพราะความคิดที่อยู่ในหัวที่ทำให้อาการเขาเป็นแบบนี้

       "อ้าวพี่ภูมิมาเร็วจัง ยังไม่ถึงเวลาเฝ้ายามของพี่นิ หรือว่านอนไม่หลับ"

        เสียงอันแผ่วเบาของหญิงสาวกระทบเข้ากับหูของเขาจนทำให้สติของเขากลับคืนมา ภูมิไม่ได้ตอบคำถามของเธอแต่กลับสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปนั่งข้างๆ หญิงสาวนางนั้น เมื่อนั่งลงถึงพื้นเขาจึงได้กล่าวกับเธอ

      " ใช่พี่นอนไม่หลับ ก็เลยออกมาเดินเล่นนะ"

       ภูมิพูดพร้อมกลับพยายามทำให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุด

      " เงียบดีเนอะว่าไหม"

       หลังจากเงียบไปสักพักภูมิก็ได้พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปรี่มีขลุ่ย

       " ใช่"

       หญิงสาวกล่าวตอบพร้อมกับมองไปข้างหน้าโดยไม่ได้สังเกตอาการของชายที่อยู่ข้างๆ เลย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัว

        'ไม่บอกเขา เขาก็ไม่รู้'

        หลังจากหายใจเข้าจนเต็มปอดรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดแล้วพูดออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบาพร้อมกับหลับตาทั้งสองข้าง

       "นุช น้องมีแฟนหรือยัง ถ้ายังไม่มีพี่ขอเป็นแฟนน้องได้ไหม"

      ภูมิตัดสินใจกล่าวในที่สุด เพราะเหตุการณ์ในวันนี้มันได้กระตุ้นเขาให้ต้องทำ เขากลัวว่าตัวเองจะตายซะก่อน

       ก่อนที่จะได้บอกสิ่งที่อยู่ในใจของเขาซึ่งมันติดมาตั้งแต่วันแรกที่ได้พบเห็นน้องเขาแล้ว

      นุชนั่งนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดตอบกลับคำถามของภูมิ

       "นุช ยังไม่มีแฟนหรอกพี่ แล้วก็นุชนึกว่าพี่จะไม่พูดซะอีก หนูรอมาตั้งนานที่จะได้ยินคำคำนี้จากปากพี่นะ พี่รู้ไหม"

       พร้อมกับที่เธอหันมายิ้มให้ภูมิที่กำลังก้มหน้างุดๆ ด้วยความเขินอาย หลังจากได้ยินคำตอบ

        "ดูออกด้วยหรอ พี่ก็ว่าพี่ทำตัวตามปกติแล้วนะ แล้วตกลงใช่ไหม"

       นุชพยักหน้ารับเพื่อบ่งบอกว่าตัวเองรับรู้และตกลง จากนั้นทั้งสองก็นั่งมองไปตรงหน้าที่มีแต่ความมืดและความเงียบปกคลุม

         "อ้าวนุชยังไม่เข้านอนอีกหรอ นี่ก็จนจะหมดเวลาเฝ้ายามของพี่ภูมิแล้วนะ หรือว่าทั้งสองคนจะมีลับลมคมในอะไรกันนะ"

       เสียงแหลมเล็กของแพรดังขึ้นจากด้านหลังของทั้งสองคนเธอเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับน้ำซึ่งพวกแพรและพวกนุชก็อยู่ห่างกันพอสมควร จนพวกเขาหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

       "คือ ว่าเรานั่งปรึกษากันนะว่าต่อไปจะเอายังไงดี เนอะพี่ภูมิ"

       นุชกล่าวตอบผู้มาใหม่อย่างรวดเร็วพร้อมขอความร่วมมือจากคนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ

       "ใช่ๆ "

       ภูมิรีบกล่าวสำทับทันที และเป็นเวลาเดียวกันกับที่แพรและน้ำเดินมาถึงพอดี

        "ของให้มันจริงเถอะว่าไหมน้ำ"

        แพรที่มีท่าทีเชิงหยอกล้อ แล้วหันหน้าไปขอความคิดเห็นจากน้ำที่หยุดเดินอยู่ข้างซ้ายมือของตน

       " งั้นเราไปนอนก่อนนะ หนูไปนอนแล้วนะพี่ภูมิ "

        พูดเสร็จนุชก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ออกตัววิ่งราวกับสายฟ้าหายไปในเต็นท์ที่กางไว้ข้างถนนไม่ไกลอย่างรวดเร็ว

       "มีพิรุธว่าไหมน้ำ"

      แพรที่มองตามหลังของคนที่วิ่งหายไปก่อนจะหันมามองเพื่อนสาวที่อยู่ข้างๆ

       "ช่างเขาเถอะแพร เธอนี่ก็จริงๆ เลย"

       น้ำถอนหายใจเบากับความขี้เล่นของเพื่อนสาวร่างบาง ก่อนจะหันมามองภูมิที่ตอนนี้กำลังนั่งแหงนหน้าจ้องมองพวกเธอทั้งสองคน

        " พี่พวกหนูมาเปลี่ยนแล้วพี่ไปนอนเถอะ "

       น้ำได้นั่งลงข้างๆ ภูมิหลังจากที่บอกเขาเสร็จ

       "พี่ขอนั่งต่ออีกสักพักละกัน"

        ภูมินั่งเล่นกันทั้งสองอีกสักพักเขาก็ขอตัวไปนอนบ้าง

        ในตอนเช้าพวกเขาได้ออกเดินทางต่อหลังจากกินอาหารเสร็จพวกเขาต้องเดินทางไปยังจังหวัดข้างๆ ที่มีค่ายหลบภัยเพื่อไปส่งคนที่รอดชีวิต การเดินทางของพวกเขาไม่ค่อยราบรื่นมากนักเพราะมีมอนเตอร์เขาโจมตีพวกเขาเรื่อยๆ แต่ยังดีที่พวกมันมีเลเวลน้อยกว่าพวกเขามากทำให้การเดินทางไม่ได้ล่าช้ามากนัก เมื่อไปถึงค่ายซึ่งเป็นค่ายทหารอีกแห่งหนึ่ง ภูมิพวกน้องๆ มาได้เข้าไปแต่ปล่อยให้พวกเขาเข้าไปกันเอง ภูมิก็ได้แต่หวังว่าพวกทหารพวกนี้จะไม่ได้ชั่วช้ามากนัก











    คล้ายกับเรื่องธรณีคลั่ง(ใหม่) ที่คุณอ่าน