“แค่กๆ” หู่ซิ่นสือถึงกับสำลักเมื่อได้ยินคำว่า ‘รับแขก’ เห็นทีนางคงคิดว่าเขาอยากจะร่วมเตียงกับนาง ใบหน้าขององครักษ์หนุ่มแดงขึ้นเพราะความโกรธหรืออายก็ไม่แน่ชัดเขารู้เพียงว่าสตรีที่นั่งอยู่ต่อหน้าผู้นี้น่าจะเป็สตรีร้ายกาจพอตัว
“ขออภัยที่ข้าจะต้องพูดอย่างเปิดเผยกับท่านทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านเข้าใจข้าอย่างถูกต้อง ข้าทำได้เพียงสนทนาเป็เพื่อนเล่นดนตรี เดินหมาก หรือเขียนอักษรเท่านั้น” นางย้ำคำว่า ‘ถูกต้อง’หนักแน่นจนเขาสะดุ้ง
‘นางเป็สตรีเช่นใดกันที่กล้าย้ำต่อหน้าข้าว่านางมีบุรุษเลี้ยงดูอย่างลับๆแล้ว ยางอายของนางไม่มีหรืออย่างไร? หรือนางอยากจะอวดอ้างว่าเซี่ยอวีซีมือปราบหัวเมืองผู้นั้นน่าเกรงขามนัก’
ใบหน้างดงามสงบนิ่งของนางดูมิคล้ายจะทำเพื่อยกราคาตนเองหากแต่ความภาคภูมิใจถูกส่งออกมาจากประกายตาคมกล้าทำให้หู่ซิ่นสืออดจะหมั่นไส้มิได้ นางดูเป็สตรีที่ถือดีนัก เขานึกอยากจะเห็นใต้เท้าเซี่ยผู้นี้เสียแล้ว
“ข้ารู้แล้ว” ใบหน้าของเขาบึ้งตึงดวงตาขุ่นมัว
“ขอบพระคุณคุณชายที่เข้าใจความคับข้องของข้า”นางก้มนางลอบยิ้มน้อยๆ หู่ซิ่นสือสังเกตเห็นพอดี
เขาเห็นว่านางช่างน่าสนใจยิ่ง ‘สตรีที่นี้ต้องจับผิดให้ได้ เห็นทีเื่ประวัติของนางก็อาจจะเป็แค่เื่โกหก’ หู่ซิ่นสือลากลับเมื่อเริ่มดึกแล้วเข้าไปกราบทูลให้อ่องเต้ได้ทรงทราบ
“ประเดี๋ยวข้าจะส่งแมวดำไปสืบนางเซี่ยอวี่ซีผู้นี้น่าจะเป็กุญแจสำคัญในการไขเื่ราวในเมืองนี้ได้”องครักษ์เงาที่ติดตามิเฟยหลงมาร่วมยี่สิบคนยามนี้ถูกส่งไปแฝงกายสืบข่าวที่จวนเ้าเมืองชิงหลิวสองคนจวนรองเ้าเมืองอีกหนึ่งคน และติดตามเซี่ยอวี่ซี แมวดำที่อารักขาใกล้ชิดมีหกคนที่เหลือให้คอยดูแลอยู่รอบนอกคอยตรวจตราบริเวณใกล้ๆ ิเฟยหลงเป็ห่วงเพียงว่าจะเจอกับเหล่านักฆ่าสำนักมืออสูรทว่านับั้แ่เดินทางจากเมืองหลวงมาถึงที่นี่กลับไม่เจอแม้ร่องรอยของพวกเขาเห็นทีอ๋องเก้ากับพระชายาจะมิใช่เป้าหมาย
“พี่สาม ข้าชักสนใจแม่นางสวีผู้นี้เสียแล้วสิ”
ิเฟยหลงหันขวับมาหาภรรยา“เ้าอย่าได้คิดจะเข้าไปในหอโคมเขียวนั่นเทียว ข้าไม่เห็นด้วยหากมีบุรุษคิดจะแตะต้องเ้าข้าอาจจะตัดมือตัดแขนพวกเขาได้”
“ท่านพี่ข้ามีวิธีเข้าไปโดยมิให้มีคนมาเกาะแกะข้าหรอกน่า”
สายวันต่อมาหงซือซือลอบไปแอบดูที่หอคณิกาเมื่อเห็นว่าสวีเม่ยมีสาวใช้คอยติดตามอยู่ผู้หนึ่งนางจึงยิ้มกริ่ม “นั่นไงคนที่จะทำให้ข้าได้เข้าไปข้างใน” เมื่อตามสืบชื่อของสาวใช้ผู้นั้นได้แล้วนางจึงหันมาหาสามี“ท่านต้องช่วยข้าลงมือ”
ิเฟยหลงไม่อาจปฏิเสธเมื่อเห็นนางทำตาเขียวเขาจึงให้จูจิ้นติ้งเข้าไปรมยาแล้วลากสาวใช้ผู้นั้นเข้ามาไว้ในตรอกหงซือซือลอกคราบนางอย่างรวดเร็ว“เ้าอย่าไปนานนักเพราะข้าจะเก็บนางไว้ข้างหลังเรือนเล็กหลังนั้นแล้วให้คนเฝ้าไว้หนึ่งชั่วยามเ้าต้องออกมาทันที”
“ได้ ข้าจะรีบไปรีบกลับ” นางเดินไปหาสวีเม่ยที่ยืนเลือกปิ่นปักผม
“ชุนหลันเ้าไปไหนมา?”สวีเม่ยถามโดยที่ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่ปิ่นหยกกับปิ่นไม้แกะสลักตรงหน้านางยังเลือกไม่ถูกเลยว่าแบบใดสวยกว่ากัน?
“แม่นางสวี ช่างดีจริงที่เจอเ้าที่นี่”
นางเงยหน้าเมื่อได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย “อ้อ! คุณชายหู่ท่านมาเดินตลาดด้วยหรือ?” นางดูท่าทางเขาแล้วก็พอจะรู้ว่านี่มิใช่ความบังเอิญ
“กำลังเลือกปิ่นอยู่หรือ?หากตัดสินใจเลือกมิได้ก็ซื้อไปทั้งคู่เสียเลยสิ”เขาหันไปหยิบเงินจ่ายให้เ้าของร้าน “ข้าซื้อให้นาง แค่นี้พอจ่ายหรือไม่?”
พ่อค้าวัยกลางคนยิ้มกว้าง “พอขอรับ” เขารีบควักเงินทอนออกมาก่อนจะหันไปยิ้มให้สวีเม่ย“แม่นางช่างโชคดีนัก”
“ขอบคุณคุณชายหู่” นางยิ้มน้อยๆการได้รับของมีค่าจากบุรุษมากหน้าเป็เื่ธรรมดาแม้นางยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แน่ชัดของหู่ซิ่นสือแต่ก็มิได้วางใจ
“ข้าเพียงอยากเชิญแม่นางสวีไปดื่มน้ำชาที่ร้านข้างหน้าสักครั้งไม่ทราบว่าแม่นางจะให้เกียรติข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”เขาผายมือไปยังร้านน้ำชาด้านหน้า สวีเม่ยรู้สึกหิวหน่อยๆอันที่จริงขนมเปี๊ยะของร้านนั้นรสชาติถูกใจนางมากจนต้องส่งฟั่นชุนหลันมาซื้ออยู่บ่อยๆรวมถึงซื้อไปฝากคนที่บ้านด้วย
“ยินดีเ้าค่ะ” ในเมื่อเป็คำเชิญชวนของเขานางจะได้ถือโอกาสสั่งขนมเปี๊ยะเยอะๆ ฝากกลับบ้านพอดี
“เช่นนั้นเชิญแม่นาง”ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปร้านน้ำชาโดยมีฟั่นชุนหลันตัวปลอมเดินตามหลังยิ้มแย้มพอใจที่หู่ซิ่นสือทำได้ดีเกินความคาดหมายเพื่อให้สวีเม่ยรู้สึกไว้วางใจเขาจึงมิได้พูดคุยกับนางนานนักเขารู้อยู่แล้วว่านางชอบขนมร้านนี้จึงสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปเตรียมขนมมาสองห่อใหญ่
“นี่เป็ของฝากจากข้าแม่นางถือกลับไปรับประทานด้วยเถิด”
“ท่านไม่คิดว่ามากเกินไปหรือ?”
“เ้าอยากจะเอาไปฝากผู้ใดก็ได้นี่?วันนี้ข้ามีธุระต้องไปต่อสนทนากับเ้าได้ไม่นานนักโอกาสหน้าจะไปขอฟังเ้าบรรเลงกู่เจิงที่ซิงเยว่ก็แล้วกัน”
สวีเม่ยรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้ารู้ทันตนเองเื่ขนมแต่เมื่อผลประโยชน์มาตกอยู่กับนางก็ไม่เห็นจะต้องปฏิเสธนางพยักหน้าให้ฟั่นชุนหลันถือเอากล่องขนมแล้วหันไปกล่าวคำอำลากับหู่ซิ่นสือ
“คุณหนูท่านว่าคุณชายหู่เป็อย่างไรเ้าคะ?”
“ข้ายังมองไม่ออกว่าคนผู้นี้้าสิ่งใด?ดูต่อไปอีกหน่อยเถิด เขาไม่อาจกลบเกลื่อนความ้าได้นานแน่”
ฟั่นชุนหลันยิ้มกริ่ม ‘เห็นทีนางเฉลียวฉลาดมิใช่เล่นหู่ซิ่นสือรูปงามร่ำรวยและยังให้เกียรตินางปานนี้ยังมิได้หลงใหลได้ปลื้ม’
“เ้ารีบเดินเข้าเถิดประเดี๋ยวท่านลุงเฉียวจะมาถึงเสียก่อน”นางเร่งฝีเท้ากลับยังหอซิงเยว่รีบเข้าไปพับเอาตั๋วแลกเงินใส่ในซองสองใบก่อนจะสอดไว้บนกล่องขนมเปี๊ยะห่อหนึ่ง“ท่านลุงมิได้มาเดือนหนึ่งแล้ว ป่านนี้พวกเขาอาจจะ้าเงินเพิ่มขึ้น”นางนั่งอยู่บนระเบียงชั้นสองคอยมองประตูเล็กด้านหลังไม่นานนักคนเฝ้าประตูก็เปิดให้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้ามาสวีเม่ยหยิบห่อขนมเปี๊ยะแล้วรีบเดินลงไปหา
“เม่ยเอ๋อร์เ้าตั้งหน้าตั้งตารอข้าถึงเพียงนี้เทียว”
“ท่านลุงอย่าล้อข้าเลย ท่านก็รู้ว่าข้ารอฟังข่าว”
“นางแข็งแรงขึ้นแล้วเงินที่ให้ไปคราวก่อนข้าเอาไปจ่ายค่าหมอและซื้อของกินของใช้ในบ้านจึงเพิ่งได้มาหาเ้านี่ล่ะ”
“เดือนก่อนข้ารอท่านตลอดบ่ายไม่เห็นทั้งมาคราวนี้ข้ากับพี่อวี่ซีจึงเห็นว่าควรเพิ่มเงินไปให้อีกสักหน่อย ท่านจะได้ไม่ต้องมาหาข้าบ่อยอีกสักสองเดือนท่านค่อยมาก็แล้วกัน”นางหยิบซองสีน้ำตาลนั้นออกมากางให้ท่านลุงเฉียวดูจำนวนเงินแล้วใส่กลับไปชายวัยกลางคนรีบสอดซองเงินใส่ไว้ในสาบเสื้อด้านใน ก่อนจะรับเอาขนมเปี๊ยะกล่องใหญ่
“ข้ากลับก่อนดีกว่า ประเดี๋ยวจะมีคนมาพบเจอเข้า”
ทั้งสองล่ำลากันรวดเร็วฟั่นชุนหลันที่ยืนดูลาดเลาให้อยู่ข้างหลังลอบฟังการสนทนาด้วยความสนใจเมื่อชายผู้นั้นออกจากประตูเล็กไปนางจึงทำสัญญาณมือให้แมวดำที่มาแฝงกายอยู่บนกำแพงตามคนผู้นั้นไป
***************