หนิงเหอรีบแต่งตัวและลงไปทานข้าวพร้อมครอบครัว " แม่คะวันนี้หนูแต่งตัวสวยไหมคะ หนูกลัวว่าถ้าแต่งตัวไม่สวยเดียวพี่หนิงอันจะไม่นับญาติด้วย " หนิงอันมองหน้าน้องสาวทันที
"พี่จะไม่นับญาติก็ตอนนี้และ พ่อคะแม่คะดูยัยตัวแสบสิคะเมื่อไหร่จะโตซะทีนี้ก็เข้ามหาวิทยาลัยปี 1 แล้วนะคะ ยังไม่ยอมทิ้งนิสัยขี้เล่นอีก" พี่สาวรีบฟ้องทันที พ่อกับแม่มองหน้ากันและหัวเราะชอบใจ
"หนิงอันถ้าน้องเรียบร้อยขึ้นมานี้พ่อกับแม่ต้องเชิญหมอผีมาไล่น้องเราแล้วนะ หรือไม่ก็คงเป็ตัวปลอมแน่ๆ เลย" พ่อของสองพี่น้องพูดออกมาพร้อมหัวเราะลั่นถ้าหนิงเหอเรียบร้อยขึ้นมาพายุคงเข้าแล้ว
"พ่อกับแม่ก็ให้ท้ายน้องตลอดเลยหนูก็อยากให้น้องเรียบร้อยขึ้นมานิดนึงให้สมกับเข้าเรียนมหาลัยแล้วนะคะ แต่ก็อย่างที่พ่อบอก ถ้าเปลี่ยนไปพายุต้องเข้าหนักแน่ๆ สงสารคนอื่น 555555" ทุกคนต่างพากันหัวเราะชอบใจ
"แหม่...... ได้ทีนะคะ หนูก็เป็แบบนี้แต่ไหนแต่ไร ให้เปลี่ยนไปทำในสิ่งที่ฝืนใจขอบายค่าาาาาาา" หนิงเหอยิ้มหน้าบาน
"เอาละรีบไปเถอะเดี๋ยวจะสายเอา คนขับรถรอนานแล้วรีบไปกันได้แล้วสองสาว" คุณแม่คนสวยรีบเร่งให้ลูกออกไปเดี๋ยวรถจะติด
"หนูขอไปมหาลัยเองได้ไหมคะ ไม่อยากนั่งรถไป ไม่อยากให้ทุกคนเห็นว่าเป็ลูกคุณหนูมาจากไหน ให้พี่หนิงอันไปคนเดียวเถอะคะ หนูจะรอไปพร้อมเพื่อนสนิทสะดวกกว่านะคะ" ทุกคนต่างรู้ดีว่าหนิงเหอไม่ชอบอวดว่าบ้านมีฐานะ ทุกคนก็เลยเห็นเพียงหนิงอันคุณหนูใหญ่ของตระกูลออกงาน แต่หนิงเหอไม่ชอบและไม่ยอมไป
"แต่แม่ว่าไปพร้อมพี่เค้าดีกว่าไหมลูก เดี๋ยวหนูจะเหนื่อยเอาได้" คนเป็แม่ที่ยังคงห่วงเื่อาการป่วยของลูกสาวกลัวว่าจะกำเริบขึ้นมาอีก
"แม่ค่ะหนูสัญญาว่าจะทำให้อะไรให้อยู่ในขอบเขตที่ร่างกายหนูรับไหว แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ อีกอย่างถ้าหนูไปพร้อมกับพี่ หนูต้องตกเป็เป้าสายตาของทุกคนและเพื่อนของหนูที่ไม่รู้เื่ที่บ้านจะใเอาได้ นะคะพ่อ นะคะแม่จ๋า" หนิงเหออ้อนมานิดหน่อยทุกคนก็ต้องคล้อยตามทุกที
" เราแพ้ลูกอ้อนกันอีกแล้วใช่ไหมคะเนี่ย "หนิงอันยิ้มอย่างเอ็นดูน้องสาว
" เอาละๆ ตามใจหนูแต่ต้องระวังตัวเองด้วยนะ มือถือก็ห้ามปิดเป็อันขาด"
" เพคะฮองเฮา บ่าวจะรายงานตัวไม่ให้ทรงเป็ห่วง" หนิงเหอกอดแม่พร้อมหอมแก้ม คนเป็แม่ก็ทำท่าหยิกแขนลูกสาวเบาๆ
ณ มหาวิทยาลัย
"หนิงเหอ นี่ๆๆ ฉันอยู่นี่" เสียงหวานดังมาแต่ไกลพร้อมกับโบกมือไปมาเรียกเพื่อนที่กำลังเดินเข้ามาในรั้วมหาลัย
"มาแล้วๆ คุณเพื่อนเรียกซะเสียงดังกลัวคนไม่ได้ยินหรือไงยะ" หนิงเหอรีบบอกกับเพื่อนสนิทของตนเพียงหนึ่งเดียว
* จางจิ้งเป็เพื่อนสนิทหนิงเหอ ทั้งสองเรียนมาด้วยกันั้แ่ประถม และฐานะทางบ้านจางจิ้งค่อนข้างขัดสนทำให้ไม่มีใครอยากคบ แต่หนิงเหอไม่ได้เลือกคบเพื่อนที่ฐานะ ทั้งสองจึงเป็เพื่อนสนิทกันมาและคู่อริของหนิงเหอก็ตั้งฉายาว่าสองสาวระดับล่าง แต่ทั้งสองก็ไม่สนใจและตอบโต้กลับไปตลอด*
สองสาวเลือกเรียนคณะคอมพิวเตอร์ ต่างพากันช่วยกันติวข้อสอบจนสามารถสอบเข้าได้ที่เดียวกัน
"คุณหนูหนิงเหอเ้าคะ ทำไมถึงมาช้าจนทุกคนจะเข้าห้องประชุมกันแล้ว เร็วๆเลยเดียวจะสาย" จางจิ้งลากหนิงเหอไปยังห้องประชุมสำหรับนักเรียนปี1
"เพื่อนสาวช้าๆ หน่อยหายใจไม่ทัน" จางจิ้งนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนเป็โรคหัวใจจึงลดระดับการเดิน
"ขอโทษแกฉันลืมว่าแกสุขภาพไม่ดี" จางจิ้งโอบไหล่เพื่อนและเดินไปพร้อมกันหนิงเหอก็เข้าใจและเ้าตัวก็ไม่ชอบถ้าหากทุกคนเลือกปฏิบัติกับตนเพียงเพราะสุขภาพไม่ดี
แต่ไหนแต่ไรมาหนิงเหออยากจะลงแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนแต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่นั่งเชียร์เพื่อนในห้องตลอด แต่ก็นะถือว่าเป็กรรมที่ต้องชดใช้ในชาตินี้
ณ หอประชุม
"แกๆ นี่แกเห็นไหมว่าหนุ่มๆ จ้องแกตาเป็ประกายวิบๆวับๆเลย อิอิ" จางจิ้งสะกิดหนิงเหอให้หันไปมองรอบกาย
"หึ หึ คนพวกนี้ชอบมองผู้หญิงแบบผิวเผินนี้ถ้ารู้จักนิสัยของเราสองคนว่าสุดติ่งแค่ไหน คงหนีแทบไม่ทัน" หนิงเหอพูดจบสองสาวก็หัวเราะคิกคักกันสองคน
ยิ่งโดดเด่นมากแค่ไหนก็ยิ่งทำให้หนิงเหออึดอัดไม่ชอบใจ เพราะตัวเองไม่ชอบตกเป็เป้าสายตาของใคร เลยทำเป็ไม่สนใจว่าใครจะพูดหรือทักทายอะไรจนจางจิ้งเพื่อนสนิทต้องตอบคำถามแทนและบอกว่าหนิงเหอเจ็บคอ
"จางจิ้งเมื่อไหร่พิธีจะจบอะ ฉันหิวแล้วพวกผู้ใหญ่เค้าพูดอะไรเยอะแยะนักนะ" หนิงเหอทำหน้าตาง่วงนอนและพร้อมหลับได้ตลอดเวลา
"ใกล้แล้วละเพื่อน พอรุ่นพี่ที่เป็ประธานนักเรียนพูดจบพวกเราก็ไปได้แล้ว แต่แกดูรุ่นพี่คนนี้สิอย่างหล่อเลย" จางจิ้งตาเป็ประกายจนหนิงเหอมองไปยังเวที
"อืม...... ก็หน้าตาดีนะแต่ดูเหมือนเด็กเรียนไปหน่อยมะ" จางจิ้งทำเสียงจิจ๊ะ
"จ้า.... ผู้ชายทั้งโลกก็ไม่เข้าตาแกหรอกยกเว้นหนุ่มใส่ชุดจีนโบราณสีขาวคนน้ันที่แกฝันถึงทุกวัน แต่ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าสักที" หนิงเหอทำหน้าบูดใส่เพื่อนเป็การหยอกล้อเพื่อน
" ก็ใช่ ที่เธอพูดมาก็ถูก ผู้ชายที่เคยเจอมาไม่มีคนไหนเลยที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงได้ ยกเว้นก็เพียงเขาเท่านั้น" หนิงเหอเผลอยิ้มอยู่คนเดียวจนจางจิ้งหมั่นไส้เพื่อนที่ชอบฝันกลางวัน
และเวลาแห่งการรอคอยของสองสาวก็จบลง "เย้ ในที่สุดก็จบแล้วไปกันเถอะจางจิ้งหาอะไรกินกันก่อนเข้าคาบเรียน"
คราวนี้เป็หนิงเหอที่เป็ฝ่ายลากเพื่อนสาวไปหาของกินจนไม่ทันมองเดินชนเข้ากับใครบางคน หนิงเหอกำลังจะล้มลงจนจางจิ้งเผลอร้อง แต่ก็มีมือของชายแปลกหน้าคว้าหนิงเหอได้ทัน
หนิงเหอใเพราะการไม่ระวังของตัวเองทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติจนนาฬิกาจับชีพจรแจ้งเตือนเสียงดัง
"คุณเป็อะไรรึเปล่าทำไมหน้าซีดอย่างนี้" ชายแปลกหน้าที่ช่วยหนิงเหอถามอย่างเป็ห่วงและเขาก็มองไม่ยังนาฬิกาที่ใช้วัดการเต้นของหัวใจ
"จางจิ้ง ยา.....ยาอยู่ในกระเป๋า" จางจิ้งรีบค้นหายาไปมือก็สั่นไปเพราะนานๆที เพื่อนสาวจะมีอาการแบบนี้ทำให้ควบคุมอารมย์ไม่ได้
ชายหนุ่มเห็นยาจึงหยิบมาจากมือจางจิ้งอ่านกระปุกยาจึงเข้าใจว่าสาวน้อยคนนี้เป็โรคหัวใจ จึงหยิบยาออกมาให้หนิงเหออมใต้ลิ้น ผ่านไปสักพักอาการของหนิงเหอก็เริ่มดีขึ้นนาฬิกาที่ข้อมือก็บ่งบอกว่าการเต้นของหัวใจกลับมาเป็ปกติแล้ว
จางจิ้งประครองเพื่อนนั่งและนำกระดาษออกมาพัดให้เพื่อนอย่างเป็ห่วง จนอาการเพื่อนดีขึ้นก็หันไปขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยเพื่อนของตน ปรากฎว่าเป็รุ่นพี่ที่พึ่งพูดแนะนำมหาวิทยาลัยบนเวทีนั้นเองและก็โล่งใจเพราะรุ่นพี่เรียนอยู่คณะแพทย์ได้ยินจากการแนะนำตัว
"ของคุณแทนเพื่อนด้วยนะคะรุ่นพี่ ถ้าไม่ได้รุ่นพี่ช่วยเพื่อนหนูคงแย่แน่ๆ" รุ่นพี่ยิ้มให้กับจางจิ้ง
"ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอกเพื่อนน้องอาการดีขึ้นพี่ก็เบาใจ แต่เพื่อนน้องมีอาการแบบนี้บ่อยรึเปล่า"
"ไม่คะ นานๆเพื่อนหนูจะมีอาการแบบนี้สักครั้งหนูก็เลยทำตัวไม่ถูกต้องขอบคุณรุ่นพี่อีกครั้งนะคะ" จางจิ้งขอบคุณพร้อมกับมองหน้ารุ่นพี่ที่ตอนนี้อยู่ใกล้และสามารถพิจารณาได้ชัด
"ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ ถ้าเพื่อนน้องอาการยังไม่ดีขึ้นก็ไปห้องพยาบาลก่อนก็ได้" จางจิ้งพยักหน้าตอบรับ
"จางจิ้งจ๋า สนใจเพื่อนบ้างอย่าเอาแต่มองหน้ารุ่นพี่หน่อยเลย" หนิงเหอที่ได้สติมาสักพักเห็นเหตุการณ์ที่เพื่อนเอาแต่ขอบคุณรุ่นพี่และพฤติกรรมของเพื่อนที่เอาแต่จ้องหน้ารุ่นพี่คนนั้น
"นี่แม่คุณ ตื่นมาก็แซวเพื่อนเลยนะ เมื่อกี้หัวใจฉันตกไปที่ตาตุ่มเลยฉันใมาก แกอย่าเป็อย่างนี้อีกนะฉันจะเป็ลม" หนิงเหอหัวเราะเพื่อนสาว
"ไอ้ที่บอกจะเป็ลมเนี่ยเพราะเห็นหน้ารุ่นพี่ใช่ไหมละ อย่าเอาเพื่อนมาเป็ข้ออ้างเลย" จางจิ้งตีแขนเพื่อนเบาๆและหน้าแดง
"แก!!!!!!..... แกจำรุ่นพี่ที่ขึ้นไปพูดบนเวทีได้ไหมที่ฉันบอกว่าหน้าตาดีนะ คือรุ่นพี่ที่ช่วยแกไว้เมื่อกี้พอมองใกล้ๆไม่ใช้แค่หน้าตาดีนะ นี่แหละพ่อของลูกฉัน หล่อมากกกกกกก" หนิงเหอหมั่นไส้เพื่อน
"พอแล้วฉันเห็นแกบอกว่าผู้ชายก่อนหน้านี้และก่อนๆๆๆ หน้านี้เป็พ่อของลูกแก ฉันว่าป่านนี้ลูกแกเต็มบ้านไปละ" หนิงเหอประชดเพื่อน
"เชอะ.... คนก่อนๆ ไม่นับฉันจริงจังกับนี้อะแก แต่ฉันรู้สึกว่ารุ่นพี่คนนี้จะสนใจแกมากกว่าฉัน เห็นแกมิตรภาพถ้าพี่เข้าชอบแกจริงๆละก็ ฉันจะหลีกทางให้เพื่อนเอง" จางจิ้งพูดพร้อมแสดงท่าทางร้องไห้
"ปลอมมากแก ไม่เอาหรอกแกเอาไปเถอะ เฮ้อเพื่อนฉันนึกว่าจะห่วงกันจริงแต่ดันบ้าผู้ชายแทน"
หลังจากที่อาการของหนิงเหอดีขึ้นทั้งสองก็พากันไปที่ห้องเรียนเพื่อเริ่มชีวิตของการนิสิตนักศึกษาทันที