ห้างสรรพสินค้าใหญ่โตตระหง่านตรงหน้าทำให้ระรินดาวตื่นตาไม่แพ้โรงพยาบาลแห่งเดียวในเขตธุรกิจรัฐคาฮาลตามคำบอกเล่าของด๊อกเตอร์ฮาเหม็ด
รัฐเล็กๆที่ผู้คนอาศัยอยู่กับธรรมชาติอันสมบูรณ์ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและอารยธรรมดั้งเดิมจึงเป็เื่ไม่น่าแปลกอะไรหากการเปิดรับโลกภายนอกจะกำจัดไว้แค่เฉพาะบางส่วนของรัฐที่เรียกว่า‘เขตธุรกิจ’
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”เธอถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะภารกิจที่โรงพยาบาลก็เสร็จเรียบร้อยไปแล้วั้แ่ก่อนเที่ยงรวมทั้งอาหารแสนอร่อยจากเ้าภาพหากคำตอบที่ได้รับคือสายตาคมปลาบที่ลากผ่านเรือนร่างคนสงสัยฟ้องชัดว่า‘เกี่ยวกับตัวเธอ’
- แผนกเสื้อผ้าสตรี -
“เสื้อผ้า”
“ก็เสื้อผ้าน่ะสิ จะอยู่ได้ยังไงตั้งเป็ปีกับแค่ที่มีสองสามชุด”
ระรินดาวลืมเื่นี้ไปเลย ไม่คิดว่าเขาจะพาเธอมาซื้อจริงๆทั้งที่เคยปฏิเสธ
จะว่าไปมันคงไม่พอจริงๆ อย่างเขาว่าแหละ
“ฉันคงรอให้ทางบ้านเธอส่งตามมาไม่ไหวหรอก อะไรกัน!ส่งของข้ามรัฐแค่นี้ใช้เวลานานอย่างกับส่งของข้ามทวีป” คนฟังถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ
ก็นั่นมันแค่คำแก้ตัว ยังอุตส่าห์จำได้อีก
กับคนที่เขาเกลียดยังละเอียดอ่อนขนาดนี้แล้วถ้าเป็คนที่เขารักคงไม่ต้องพูดถึงว่าจะดีแค่ไหน
คล้ายมีกระแสอบอุ่นแล่นผ่านหัวใจวาบหนึ่ง เธอกำลังถลำลึกกับสิ่งใดกัน
‘สิ่งใด’ ที่ค่อยๆ ก่อตัวจนต้องมาคร่ำครวญทั้งที่ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไร
“ที่นี่อาจไม่มีเสื้อผ้าอย่างที่เธอชอบใส่เท่าไหร่นะแต่ก็ยังดีกว่าวนเวียนอยู่กับชุดเดิมๆ แค่นั้น” คนฟังกำลังจะซาบซึ้งต่อเนื่องหากไม่นึกเอะใจขึ้นมา
“คุณรู้ได้ยังไงคะว่า..” เขาหัวเราะแซงขึ้นทันที
“เื่แค่นี้ทำไมฉันจะไม่รู้ อย่าว่าแต่เสื้อผ้าหรือข้าวของเธอเลยขนาดตัวเธอฉันยังสำรวจมาแล้ว..” คนฟังตัวชาวาบ สองข้างแก้มเริ่มแดงระเรื่อ
“นี่คุณ!”คนพยายามเก็บอาการเขินอายเป็ที่น่าชอบใจสำหรับคนเย้าแหย่ชะมัดเขาไม่น่าปล่อยให้เ้าหล่อนรอดพ้นคืนนั้นไปได้เลย
“เอ่อ..งั้นฉันขอไปเลือกชุดก่อน”
คนหน้าสวยรีบหมุนตัวหนีไปเฉยๆ ทิ้งให้ชายหนุ่มได้แต่กระตุกยิ้มอยู่ลำพังก่อนเดินตามเ้าหล่อนไปโดยมีพนักงานขายในร้านคอยแนะนำ
เมื่อคล้อยหลังพนักงานสาวที่กำลังไปขนสารพัดชุดสวยมาให้หญิงสาวเลือกชมเมอยาฟก็เข้ามาช่วยคนเก้ๆ กังๆ เพราะไม่คุ้นชินกับชุดพื้นเมือง
“ผ้าคลุมผมต้องคลุมแบบนี้ มา..ฉันทำให้”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันแค่อยากลองหยิบดูเฉยๆ” ชายหนุ่มทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงเธอ
เขาช่วยจัดแจงคลุมผ้าลูกไม้บางเบาก่อนทับซ้อนด้วยผืนหนา ระรินดาวััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆจนไม่กล้าเงยหน้ามอง
อยากหยุดเวลาไว้แค่นี้จัง
“พี่เมอยาฟ!”เสียงเรียกนั้นทำคนหนุ่มสาวหันพรืด ระรินดาวรับรู้ได้ถึงสายตาไม่เป็มิตรที่เด็กสาวแรกรุ่นส่งมา
คนมาใหม่กำลังก้าวเข้าหาชายหนุ่มราวกับ้าประกาศตัวเป็เ้าของ
ทำไมเวลาของเธอมันสั้นนัก
“ไลลา” เมอยาฟอุทาน
ระรินดาวเผลอกำผ้าคลุมไว้แน่น
คุณหนูไลลา
ถ้อยคำของด๊อกเตอร์ฮาเหม็ดดังชัดขึ้นทันที
“แต่เกือบห้าปีที่ผ่านมานี่ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าคุณทำได้ดีออกจะดีมากด้วยซ้ำ อีกหน่อยท่านชีคคงยกคุณหนูไลลาให้คุณดูแลด้วย”
“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่เลยนะคะ”เด็กสาวรีบคล้องแขนชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ดวงตาโตกลมของคนมาใหม่ปราดมองระรินดาวด้วยแววหยัน
“ไลลาไม่ถือสานะคะถ้าพี่เมอยาฟจะมีนางเล็กๆเอาไว้ประดับบารมีบ้าง แต่ไม่ทราบว่าพี่ไปเก็บผู้หญิงข้างทางที่ไหนมาคะเนี่ย สภาพดูไม่ได้”เมอยาฟนิ่วหน้า
“พูดอะไรน่ะ ไม่น่ารักเลย”
“งั้นไม่พูดก็ได้ค่ะ พี่เมอยาฟอย่าโกรธไลลานะ ไลลาไม่ได้ตั้งใจ”ระรินดาวตัวชาดิก
ถึงแม้คนมาใหม่จะอายุยังน้อยแต่ดูเหมือนมีลูกอ้อนแพรวพราวเกินวัยอีกทั้งมีรอยยิ้มสดใสแตะแต้มบนใบหน้าสีชมพูได้อย่างน่ารัก
“นี่ก็่มื้อเที่ยงพอดีเลยค่ะพี่พาไลลาไปหาอะไรกินหน่อยสิคะท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ยอมมาด้วย..เดินคนเดียวเหงาจะแย่”
บทออดอ้อนนั้นทำให้ระรินดาวต้องค่อยๆถอยห่างออกมา ทำทีว่าสนใจกับชุดเสื้อผ้าอย่างจริงจังอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะถูกทิ้งไว้ที่นี่ก็เป็ได้
“ขอโทษจริงๆ พี่มีธุระเสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับเพราะมีงานต่อ เอาไว้วันหลังจะพาไปละกัน” เมอยาฟปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเรียบพร้อมกับหมุนตัวมาคว้าข้อมือระรินดาว
“ไป กลับได้แล้ว”
“ยังไม่ได้เลือกชุดเลยค่ะหรือคุณจะปล่อยฉันไว้ที่นี่ก็ได้นะคะ ถ้าคุณมีธุระ..”เขาขึงตาดุจนเธอต้องหุบปากไปโดยปริยาย
“พนักงานขายเชิญทางนี้สิ!ช่วยคิดเงินทั้งหมดนี่แหละ” คนฟังพากันอ้าปากค้าง
“จะบ้าเหรอคุณ! มันเยอะนะคะหมดเนี่ย”
“เยอะก็เยอะสิ! ฉันไม่มีเวลามากพอจะรอเธอหรอกไว้ค่อยไปเลือกชุดถูกใจที่โรมแรมละกัน”ว่าแล้วก็กึ่งลากกึ่งจูงคนร่างเล็กไปท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดของทุกฝ่าย
คุณหนูไลลากำมือแน่น
“อี้! ยัยบ้านั่นมันเป็ใครทำไมพี่เมอยาฟต้องไปสนใจมันด้วย ถึงกับกล้าทิ้งไลลาไว้ที่นี่!” เด็กสาวอยากแผดเสียงกรี๊ดออกมาเสียให้ได้แต่จำต้องเก็บอาการไว้จนมือสั่นระริก
“คอยดูนะ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร!”
เวียงวังส่วนในรัฐคาฮาล
“เป็อะไรไปลูก ไม่พอใจใครมาหือ หน้างี้ยุ่งเชียว” ท่านหญิงราเนียเอ่ยถามบุตรสาวที่ก้าวฉับๆหน้าบอกบุญไม่รับ(แขก) เด็กสาวทิ้งกายนั่งกับเก้าอี้ตัวยาวด้านหนึ่งของห้องเต็มแรง
“ท่าทางจะไม่พอใจมากด้วย บอกแม่ได้ไหมว่าไปโกรธใครมา”
“จะใครล่ะคะก็พี่เมอยาฟน่ะสิท่านแม่วันนี้ลูกไปชอปปิ้งในเมืองแล้วบังเอิญเจอพี่เขาอยู่กับ..”คนเ้าอารมณ์รู้สึกกระดากปากจะพูดความจริง
มีใครบ้างอยากสรรเสริญเยินยอความงามหญิงอื่นที่เพิ่งเป็ศัตรูหัวใจของตัวเองแบบหมาดๆ
“..กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ค่ะ หน้าตาก็งั้นๆ ท่าทางก็โง่ๆ เซ่อๆ ดูทุเรศจะตายไปแต่พี่เมอยาฟกลับเห็นมันดีกว่าไลลาน่ะท่านแม่” คนฟังเม้มริมฝีปากจนเป็เส้นตรง
อย่างนี้นี่เอง
“ท่านแม่ต้องจัดการให้ลูกนะ ไลลาไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
“ไม่เอาน่ะ พี่เขาเป็นักธุรกิจย่อมต้องพบปะผู้คนมากมายการที่เขาจะไปไหนมาไหนกับใครไม่ว่าหญิงหรือชาย มันไม่แปลกนะลูก”
“แปลกสิคะ ก็ถ้าเป็อย่างที่ท่านแม่ว่า ทำไมพี่เขาต้องพายัยนั่นไปซื้อเสื้อผ้าทั้งๆที่เราก็รู้กันอยู่ว่าพี่เมอยาฟงานยุ่งขนาดไหนแถมยังคอยจับมือถือแขนอย่างกับกลัวมันหาย หนำซ้ำยังดูหวงจนออกนอกหน้าอย่างนั้นอย่าว่าแต่ไลลาเลยค่ะ..เด็กอมมือยังดูออก”
ฝ่ายมารดาคงได้ออกปากตักเตือนและห้ามปรามต่อหากไม่เห็นสีหน้าที่ดูไม่จืดราวกับลูกมะกรูดถูกสิบล้อทับของบุตรสาว
“แล้วอย่าบอกลูกนะคะว่าเป็น้องสาว หลานสาว หรือว่าญาติเพราะไลลารู้ว่าพี่เขาไม่มี”
นั่นปะไร!
ท่านหญิงราเนียถอนหายใจบางเบาก่อนพูด “มีสิ” คราวนี้ไลลาตาโตหน้าบานเป็จานเชิง
“มีหรือคะ ใครกัน”
“ก็เราไงล่ะ”
“ท่านแม่!” เด็กสาวออกอาการเต้นผางด้วยความไม่พอใจ
คนถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาั้แ่เด็กด้วยความที่เป็บุตรสาวเพียงคนเดียวอะไรๆ ก็ยกทูนหัวให้หมด..ไม่พ้นเสียนิสัย แล้วจะมาถูกขัดใจเอากับเื่หนุ่มสาว
น่าเป็ห่วง
ยิ่งได้เห็นกิริยากระฟัดกระเฟียดของบุตรีที่กำลังจ้ำพรวดๆ ออกไปยิ่งทำให้หนักใจจนต้องยกมือกุมขมับ
ปวดหัวจริง
แม้สมองจะหนักอึ้งเพียงใด แต่บางสิ่งก็วกกลับมาให้ต้องขบคิดด้วยเช่นกัน..ผู้หญิงคนนั้นคือใคร!
สุดท้ายต้องพึ่งคนที่น่าจะรู้ดีกว่าใครรองจากเ้าตัว
“โอ้โหหหห! ทะเลทรายกลายเป็หินหรือต้นอินทผาลัมกลายเป็ทองครับเนี่ยคุณพี่ถึงได้มาหาผมถึงห้อง..ตื่นเต้นเลยนะเนี่ย” คนเป็พี่สะใภ้หรี่ตาเขม่น
พวกนักกฎหมายนี่ยังไงกันนะเปรียบเทียบมาแต่ละอย่าง
“ไม่พิลึกพิลั่นขนาดนั้นหรอกจ้ะพ่อคุณแต่ถ้ารู้แล้วทำไม่พูด หรือพูดได้อย่างเดียวว่าไม่รู้นี่สิทะเลทรายอาจกลายเป็ทะเลเพลิงก็ได้”แทนที่คนฟังจะรู้สึกรู้สมว่านั่นมิใช่คำขู่แต่อย่างใด กลับอ้าปากหาวหวอดๆ
“ฉันแค่อยากรู้เื่ผู้หญิงที่อยู่กับเมอยาฟเท่านั้นแหละ”ทำคนฟังสำลักอากาศพรวด
ผู้มาเยือนกระแอมเตือนสติคนที่ทำตัวจังงังคล้ายถูกสะกดมองปราดเดียวก็รู้..งานนี้ไม่พลาดก่อนหันไปหย่อนตัวลงนั่งอย่างสบายอารมณ์เพื่อรอฟังผิดกับอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนถูกกรอกยาพิษ
“ผู้หญิงคนนั้น..เขาแค่แวะมาเที่ยวคาฮาลครับ”
“แค่นั้นจริงๆ เหรอ”
ไม่อยากเชื่อว่าดาห์เรนจะรู้เื่แค่นี้ต่างคนต่างอายุอานามปาเข้าไปครึ่งค่อนชีวิต ไม่ถูกใครหลอกให้เชื่อได้แล้ว
ดาห์เรนปาดเหงื่อที่จู่ๆ พากันพร่างพรูออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เอ..หรืออาจ‘รู้’
ไหนๆ ก็ไหนๆไม่เคยรับปากนายเมอยาฟสักหน่อยว่าจะไม่บอกใครนี่นา
“เธอต้องอยู่ที่นี่หนึ่งปีเพื่อใช้หนี้ให้เมอยาฟครับ”
“หนี้อะไร”
“หนี้ที่พ่อเธอก่อไว้”
“มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว ไม่น่ามากมายขนาดยอมยกลูกสาวให้กันง่ายๆ นะ”ท่านหญิงโพล่งเสียงหลงด้วยความแปลกใจ
ดาห์เรนหลุบตาต่ำพลางนึกถึงภาพความปวดร้าวของเพื่อนรักที่ยังคงติดตาก่อนเงยหน้ามาจ้องราวกับ้าถ่ายทอดความรู้สึกนั้นให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“สำหรับเมอยาฟ มันประเมินค่าไม่ได้หรอกครับคุณพี่”น้ำเสียงจริงจังทำคนฟังอึ้งไปไม่น้อย
“คงไม่ใช่หนี้สินธรรมดาแน่ๆ แต่เอ..เมอยาฟจัดระดับให้ผู้หญิงคนนั้นเป็ลูกหนี้ชั้นไหนถึงต้องพากันไปเลือกซื้อเสื้อผ้าให้จนเรียกว่าแทบเหมาร้านอย่างนั้น”ดาห์เรนถอนหายใจเฮือก
คิดอยู่เหมือนกันว่าเื่นี้คงปิดคนหูตาเป็สับปะรดอย่างท่านหญิงราเนียได้ไม่นาน
“ทันเกมอย่างคุณพี่ยังต้องมาถามผมอีก” คนฟังค้อนใส่คำประชดแทบทันที
“สมกับเป็เพื่อนกันจริงๆเื่ยอกย้อนล่ะไม่มีใครเกินเธอกับพ่อเมอยาฟเชียวดีนะว่าเป็คนจริงใจเปิดเผยไม่คดโกง ไม่อย่างนั้นจะสั่งจับขังห้องมืดกันให้เข็ด”
เอ้า! เป็งั้นไป
ดาห์เรนเกาหัวแกรกด้วยความงง ไม่รู้ ‘ชม’ หรือ‘ด่า’ กันแน่
“แล้วผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร เป็ลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ แหม!อยากรู้จักตัวพ่อซะจริง เป็หนี้เป็สินจนต้องประเคนลูกสาวให้คนอื่น”
“ชื่อรินนาครับระรินดาวเธอเป็ลูกสาวเพื่อนเก่าของพ่อนายเมอยาฟที่ชื่ออัลฟาล”
“อัลฟาล!” คนฟังหลุดอุทานอย่างห้ามไม่อยู่
“ครับ อัลฟาลนักธุรกิจชื่อดังที่ไคเมน”คราวนี้ดาห์เรนได้เป็ฝ่ายพินิจพิเคราะห์อาการตกตื่นเกินกว่าเหตุของพี่สะใภ้บ้าง
“มีอะไรหรือครับคุณพี่ รู้จักกันเป็การส่วนตัวกับนายอัลฟาลหรือครับ”
“อะ..เปล่าๆ แค่ไม่คิดว่านักธุรกิจชั้นแนวหน้าอย่างเขา จู่ๆจะกลายมาเป็หนี้ได้” คราวนี้ท่านหญิงราเนียจ้องเขม็งฝ่ายน้องสามีอย่างคาดคั้น
“เอาเป็ว่าพี่ขอร้องละกัน ช่วยเล่าให้ละเอียดยิบเลยได้ไหมเพราะยังไงหากวันนี้พี่ไม่รู้ พรุ่งนี้ก็ต้องรู้เื่ทั้งหมดอยู่ดี”
นั่นสิ!
อย่างท่านหญิงราเนียเนี่ยอยากรู้เื่อะไรเป็ต้องได้รู้..เพียงแค่สั่งคำเดียวนักสืบมือฉกาจแห่งวังหลวงก็เคลื่อนไหวรวดเร็วราวลมทะเลทราย
“คร้าบบบบผม จะเล่าให้ละเอียดแบบว่าหมดเปลือกกันเลย”
ทำคนที่หาทางแอบฟังเื่ราวอยู่พักใหญ่ถึงกับเหยียดยิ้มสะใจ
โธ่เอ๊ย! ก็แค่ลูกหนี้จนตรอกมาขัดดอกนั่นเอง
“น่าสมเพช”