บทที่ 47
ในขณะเดียวกันนั้นเอง มนต์ที่เพิ่งจะมาถึงบ้าน เธอก็ถูกเรียกโดยคุณปู่ของเธอ ทั้งๆที่เธอกำลังกังวลใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเพื่อนรักของเธอ มันอาจจะสั่นคลอนได้ในตอนนี้ ทั้งๆที่เธอรู้อยู่แล้วมิเชลนั้นชอบเธอ แต่เพราะเฟิร์นนั้นชอบมิเชล เธอจึงไม่อาจจะตอบรับความรู้สึกที่มิเชลให้มาได้ และอีกอย่างถึงจะไม่มีเรื่องของเพื่อนๆเธอนี้ก็ไม่อาจจะตอบตกลงได้ เพราะว่าในหัวใจของเธอมีแต่เจ้าชายขี่ม้าขาวอย่างโอ๊ตเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอไม่อาจจะปันใจให้ใครได้อีกแล้ว“หนูมาแล้วค่ะคุณปู่.. มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าจะเกี่ยวกับคุณชายตระกูลใหญ่อะไรนั่น” มนต์กล่าวถามทันทีที่เจอหน้าของปู่เธอ แน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าคุณปู่น้อยของเธอสร้างปัญหาให้กับคุณชายคนหนึ่งเอาไว้ตามที่คุณตำรวจได้กล่าวเอาไว้กับเธอ แน่นอนว่าเธอยังไม่อยากจะรับรู้อะไรสักอย่างในตอนนี้ เท่านี้ก็มีเรื่องให้คิดมากแล้วหลายเรื่อง“เรื่องนั้นปู่ได้จัดการไปแล้ว หลานไม่ต้องห่วง.. แต่ที่ปู่เรียกหลานมาพบก็เพราะว่าปู่มีเรื่องจะขอร้องหลาน... ปู่ไม่รู้หรอกนะว่าหลานจะคิดยังไง ชอบหรือไม่ชอบในตัวเขา แต่หลานต้องเลิกยุ่งกับชายที่ชื่อภาวิน หรือชื่อเล่นของเขาคือโอ๊ต..” เสรีชายชาติทหารของไม่มีการกล่าวอ้อมๆแต่อย่างใด“อะไรนะคะคุณปู่.. ทำไมกันล่ะคะ โอ๊ตเขาทำให้คุณปู่ไม่ชอบอย่างนั้นเหรอคะ..” มนต์ที่ได้ยินก็ตกใจ เธอไม่คิดว่าคุณปู่จะพูดเรื่องของโอ๊ตขึ้นมา และยังห้ามเธอคบค้าสมาคมกับเขาอีก แม้ว่าเธอจะพูดออกมาเช่นนั้น แต่เสรีก็หัวแข็งไม่น้อย เขาไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่จะรักษาตระกูลของเขาเอาไว้ได้“ไม่มีแต่ หรืออะไรทั้งนั้น หลานแค่ห้ามเข้าใกล้เขาอีกเด็ดขาด.. ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หลานก็กลับไปได้แล้ว” เสรีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก การทะเลาะกันของเด็กๆมันเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขา และถ้ามันส่งผลถึงตระกูลเช่นนี้ เขาก็ต้องบังคับให้หลานล้มเลิกความตั้งใจที่แกล้งคุณชายต่อ“อะไรกัน! ทำไมไม่มีเหตุผลอะไรให้หนูเลยสักนิด.. ไม่! หนูจะไม่เลิกยุ่งกับเขา คุณปู่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งหนูในเรื่องนี้.. หนู..หนูเกลียดคุณปู่!..” มนต์กล่าวพร้อมกับวิ่งขึ้นห้องของเธอไป เสรีที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย เขาเองก็เสียใจที่ทำให้หลานต้องเป็นแบบนี้ แต่ว่าคุณชายนั้นมีภูมิหลังที่น่ากลัวเกินไป พวกเราไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนัก“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวของหลาน และอนาคตของตระกูลเรา.. สักวันหลานจะเข้าใจเอง พ่อบ้านจับตาดูหลานของฉัน กับเจ้าน้องชายบ้านั่นให้ดีๆล่ะ อย่าให้พวกเขาไปสร้างปัญหาให้กับท่านภาวินอีก..” เสรีกล่าวออกมาอย่างจนใจ ก่อนที่จะสั่งพ่อบ้านประจำตระกูลให้จับตาดูพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ มนต์ที่วิ่งขึ้นมาบนห้องนอนของเธอ หลังจากที่ปิดประตูไปแล้ว เธอก็ทรุดตัวลงกับพื้นในทันที วันนี้มันเป็นอะไรที่หนักหนาสำหรับเธอมากจริงๆ ทั้งเรื่องเพื่อนทั้งเรื่องของคนที่ชอบ ทำไมทุกอย่างมันมากองรวมกันในวันเดียวอย่างนี้ น้ำตาของเธอเริ่มที่จะไหลออกมาอย่างไร้เสียง มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถเอ่ยกับใครได้จริงๆ แม้แต่เพื่อนในตอนนี้เธอก็ไม่สามารถพูดคุยปรึกษากันได้เหมือนแต่ก่อน ตอนนี้เธอไม่เหลือใครเลย“ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้กันนะ.. ทั้งๆที่ยังไม่ทันได้บอกชอบหรือรักเขาเลยสักครั้ง..” ตอนนี้ในหัวสมองมีแต่เรื่องพวกนี้เต็มไปหมด ซึ่งมันแปรผันตรงกับหัวใจที่มันเจ็บขึ้นเรื่อยๆ มนต์นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่อย่างนั้น หวังให้เวลาเยียวยาหัวใจ แต่ทำไมมันกลับไม่ดีขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว และทันใดนั้นเองความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว เธอหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกดเลื่อนหาเบอร์โทรที่เธอตั้งใจเมมเอาไว้ในชื่อ ‘คนที่อยากคุย’ และเธอก็ไม่เคยกล้าที่จะกดโทรออกไปเลยสักครั้งเดียว แม้แต่ตอนนี้เธอก็ไม่กล้าที่จะกดโทรไปเช่นกัน เธอกลัวว่าถ้าเธอพูดอะไรไปแล้วเขาปฏิเสธขึ้นมาอีก วันนี้มันจะกลายเป็นอะไรที่โคตรเลวร้ายสำหรับเธอเลยทีเดียว“อย่างน้อยฉันก็ควรบอกความรู้สึกที่ฉันมีให้กับนายรับรู้.. ถึงแม้ว่าเรื่องของเราจะเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันก็อยากเก็บความทรงจำดีๆของนายเอาไว้..ในนี้..ในหัวใจของฉันไปตลอดกาล..” มนต์กล่าว และหลับตาลง และเธอก็สลบไปด้วยความเหนื่อยล้าในท่าอย่างนั้น ขณะที่ลูกหลานของสองตระกูลมีชื่อในเมืองเชียงใหม่กำลังโศกเศร้าเสียใจ แต่มันกลับมีอีกหนึ่งตระกูลที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น สกุลชุนที่มีชุนตงกำลังคิดวางแผนให้หลานสาวคนเล็กของเขา ปิงปิง ได้ลงเอยกับคุณชายโอ๊ต แน่นอนว่าตอนนี้เขากำลังขอความเห็นกับภรรยาของเขา ลูกเขย และลูกสาวของตนอยู่“คุณพ่อคะ มันจะดีเหรอคะ.. ปิงปิงเองก็บอกว่าเธออยากเลือกคนที่เธอรักเอง บังคับกันอย่างนี้จะดีเหรอคะ.. คุณแม่ไม่คิดอย่างนั้นเหรอคะ” นันทการต์แม่ของปิงปิงกล่าวถามแย้งกับความคิดของคุณพ่อ โดยที่เธอหวังพึ่งคำพูดจากคุณแม่ แต่ดูเหมือนว่าคุณแม่ของเธอจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเสียแล้ว“โธ่คุณ.. ใช่ว่าเราบังคับลูกของเราให้รักคุณชายซะที่ไหน เราก็แค่ให้ลูกไปพบกับคุณชายบ่อยๆเท่านั้นเอง.. ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะรักกันเองก็ได้นะ..” ชวลิตกล่าวกับภรรยาของตน ชุนตงที่ได้ยินอย่างนั้นก็กล่าวเสริมในทันที“ใช่แล้วเจ้าลูกเขยที่น่ารัก.. ใครจะบังคับหลานได้ลงคอ ไม่มี้.. พ่อก็แค่จะให้ปิงปิงเป็นตัวกลางในการส่งเทียบเชิญคุณชายในหลายๆครั้งก็เท่านั้นเอง..” ชุนตงกล่าวพร้อมกับยกนิ้วเยี่ยมให้กับเจ้าลูกเขยตัวดีของเขาที่วันนี้มันรู้งาน และเข้าใจเขาจริงๆ“ก็นั่นแหละค่ะ มันก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย เหมือนบังคับให้พวกเขาเจอกันบ่อยๆ เพื่อให้พวกเขาประทับใจกันและกัน ทั้งๆที่มันควรจะค่อยเป็นค่อยไปถึงจะถูกสิคะ... ถ้าหนูยอมรับความเห็นในเรื่องนี้ตอนนี้ ในอนาคตเรื่องการบังคับแต่งงานหนูก็ต้องยอมอย่างนั้นเหรอคะ หนูเข้าใจว่าคุณชายมีบุญคุณต่อครอบครัวเรา แต่เรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน ไม่เห็นจะต้องยอมให้เขาทุกอย่างขนาดนี้เลยนี่คะ..”นันทการต์กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งคุณพ่อ ทั้งคุณแม่ นอกจากนี้สามีของเธอยังพลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย มีหรือที่เธอจะยอม เธอไม่ขายลูกสาวออกไปเพราะความเห็นของตระกูลเหมือนสมัยก่อนหรอก แต่ทันใดนั้นเสียงของปิงปิงที่ดังขึ้นมาจากหลังประตู ใช่แล้วเธอแอบฟัง และได้ยินตั้งแต่ต้นแล้ว“ถ้าเป็นโอ๊ต.. หนูคิดว่าก็ไม่แน่นะคะ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องคิดมากเลย ตอนนี้หนูคิดว่าเขาก็..น่าสนใจดี” ปิงปิงกล่าวออกมาอย่างนั้นมันเรียกร้องให้คนอื่นหันไปมอง ชุนตงที่ได้ยินหลานรักของเขากล่าวเช่นนี้เขาก็แทบจะกระโดดโลนเต้นเลยทีเดียว“ดีมากเลยหลานรัก..ฮ่าๆๆ อยากได้อะไรบอกตาแก่คนนี้มาได้เลย ไม่ว่าจะรถ คอนโดก็พูดมาเลย ฮ่าๆ อารมณ์ดีจริงๆเลยวุ้ยย” ชุนตงกล่าวอย่างออกหน้าออกตา ศิริวรรณภรรยาของชุนตงก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มไม่ได้กล่าวความเห็นใดๆ ชวลิตเองก็เช่นกัน จะมีคนที่เดือดร้อนก็คงจะมีแต่คุณแม่นันทการต์เท่านั้น“ลูกคิดดีแล้วเหรอ เราเองก็เพิ่งจะรู้จักเขาได้ไม่นานเท่านั้นเอง..” นันทการต์กล่าวด้วยความเป็นห่วงก่อนที่เธอจะหยิกสามีอย่างหมั่นไส้ที่ไม่ยอมช่วยพูดอะไรเลย“คุณแม่คะ หนูก็ไม่ได้บอกว่าจะแต่งงานกับเขาทันทีเลยนี่คะ อีกอย่างตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว โอ๊ตเขาก็ดูเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่ก็อย่างที่คุณแม่บอกเรื่องนี้คงจะต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ดังนั้นหนูคิดว่าถ้าคุณตาบอกให้หนูเป็นแค่ตัวกลางในการติดต่อ พบเจอกับเขาบ่อยๆมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ..” ปิงปิงกล่าว หงส์พี่สาวของปิงปิงก็ยิ้มออกมาเช่นกัน“โธ่คุณแม่.. ถ้าปิงปิงไม่เสนอตัวทำ หนูก็จะทำเองค่ะ.. คุณชายเขาดูลึกลับจะตายไป หนูชอบ.. หรือว่าคุณตาอยากจะเปลี่ยนหน้าที่นี้ให้หนูทำดีไหมคะ..ฮิฮิ..” หงส์กล่าว และมันก็สร้างความเอิ่มให้กับทุกคนในครอบครัว พวกเขารู้ดีว่าลูกสาวคนโตคนนี้มีนิสัยเช่นไร ถ้าให้ทำหน้าที่นั้นเกรงว่าคุณชายอาจจะรำคาญเอาได้“ไม่เป็นไร.. ให้ปิงปิงทำน่ะดีแล้ว พวกเขาอายุใกล้เคียงกัน น่าจะเข้ากันได้ง่ายมากกว่าหลาน..” ชุนตงพยายามกล่าวอย่างอ้อมๆเพื่อให้หลานรู้สึกอับอาย แต่หงส์ก็ไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร“โธ่คุณตาก็.. หนูไม่ทำเสียเรื่องหรอกน่า.. แต่ถ้ามีโอกาสล่ะก็ หึหึหึ!..” หงส์กล่าวพร้อมกับทำสีหน้าน่ากลัวออกมาจนทุกคนขนลุกกันเลยทีเดียว มันเป็นรสนิยมแปลกๆของหลานสาวคนนี้จริงๆ ไม่เหมือนใครเลยในบ้าน เป็นพวกชอบความเจ็บปวดมาตั้งแต่เด็ก คิดไปคิดมาก็นึกสงสารคุณชายโอ๊ตไม่น้อย เพราะดูเหมือนว่าหงส์นั้นเล็งเขาเป็นเหยื่อเอาไว้แล้ว“ถ้าเรื่องมีแค่นี้.. หนูขอตัวก่อนนะคะ อาทิตย์หน้ามหาวิทยาลัยก็มีสอบแล้ว หนูขออ่านหนังสือเตรียมสอบสักหน่อย” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับก้มหัวเคารพ และเดินขึ้นห้องไปอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ ส่วนคนที่เหลือก็ต้องแยกย้ายกันไปตามระเบียบ เพราะบรรยากาศที่หลานสาวคนโตปล่อยออกมานั้น มันช่างเยือกเย็นจนตอนนี้ก็เหลือแต่หงส์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในห้องรับแขกแห่งนี้“ไปกันเลยแฮะ.. แต่จะว่าไป.. พ่อบ้านคนนั้นก็น่าเล่นด้วยสักหน่อยล่ะนะ ฮิฮิฮิ!..” หงส์กล่าวออกมา และดูเหมือนว่าเป้าหมายของเธอจะไม่ใช่คุณชายโอ๊ต แต่กลายเป็นพ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูล ณ สุวรรณภูมิมากกว่า แน่นอนว่าไม่มีใครรู้เลยว่ากิตติจะกลายเป็นเหยื่อที่เธอตั้งเป้าเอาไว้ตั้งแต่แรกเห็น มันประทับใจมากที่เขาใช้อำนาจกับผู้คนในตระกูลของเธอ และรู้สึกดีมากที่เขาสั่งให้เธอทำอะไรก็ตามไม่ว่าจะตอนไหน“อยากโดนสั่งอย่างนั้นอีกจัง...” (รับผลกรรมไปอีกิตติ ฮ่าๆ : ไรท์)