“เอาล่ะนำทางข้าไปหมู่บ้านมนุษย์ที่ใกล้ที่สุด” เมื่อทีโอดูดกลืนลมปราณเสร็จแล้วก็สั่งโจรคนนั้นให้นำทาง
“ขะขอรับ” เจ้าโจรไม่กล้าแม้กระทั่งหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่รีบเดินนำทางทีโอไปยังหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดในสภาพเปลือยกาย
ทีโอและฟูหมิงเดินตามโจรคนนั้นด้วยท่าทีสบายใจโดยฟูหมิงเดินไปด้วยเก็บผลไม้ป่าตามทางขึ้นมากินไปด้วย
“ฟูหมิงเจ้าชอบกินผลไม้รึ?” ทีโอที่เห็นแต่ฟูหมิงกินผลไม้ก็ถามขึ้นมาเพราะตั้งแต่เดินทางด้วยกันทีโอเห็นแต่ฟูหมิงกินผลไม้และกิ่งไม้
“เผ่าข้าไม่กินเนื้อน่ะขอรับ” ฟูหมิงตอบแล้วก็โยนผลไม้กองโตเข้าปากจากนั้นก็เด็ดกิ่งไม้อะไรสักอย่างข้างทางเข้าปากเคี้ยวดังกร๊วมๆ
ทีโอดูฟันในปากของฟูหมิงก็แปลกใจ นี้ฟันคมๆของพวกเจ้ามีไว้บดไม้หรอกรึข้าก็นึกว่าเอาไว้ฉีกทึ้งเนื้อแบบบ้าคลั่งซะอีก ทีโอเห็นฟูหมิงก็จิตนาการภาพอสูรตัวใหญ่6-7เมตรกินแต่ผลไม้แล้วมีสรรพสัตว์น้อยใหญ่วิ่งไปมารอบๆ
หรือฟูหมิงคือเชื้อสายหนึ่งของเอลฟ์กันนะ ทีโอคิดแล้วมองฟูหมิงอีกรอบตั้งแต่หัวจรดเท้าถ้ามีเชื้อสายเอลฟ์จริงฟูหมิงคงเป็นโครตของโครตญาติเอลฟ์เลยมั้ง
รุ่งสาง
เจ้าโจรที่นำทางทีโอเดินอย่างต่อเนื่องไม่กล้าแม้แต่จะหยุดพักเท้าของมันมีบาดแผลจากเศษหินและกิ่งไม้เต็มไปหมดบางแผลลึกจนถึงกระดูก
ตอนนี้มันเห็นหมู่บ้านจากที่ไกลๆแล้ว เจ้าโจรเมื่อเห็นหมู่บ้านก็รู้สึกดีใจจนแทบขาดใจมันรีบวิ่งแล้วแหกปากตระโกนไปยังทางเข้าหมู่บ้าน
“ช่วยข้าด้วยได้โปรดดดดด!” เจ้าโจรตระโกนจนสุดเสียงใช้กำลังทั้งหมดที่มีวิ่งไปยังทางเข้าหมู่บ้าน ทีโอและฟูหมิงเดินตามข้างหลังอย่างไม่เร่งรีบ
ทั้งสองค่อยๆเดินลงจากเขาตรงไปทางหมู่บ้าน หมู่บ้านตรงหน้าพวกเขาไม่ใหญ่และก็ไม่เล็กเกินไป ขนาดกลางๆน่าจะมีมนุษย์ไม่ถึง600คน เมื่อทีโอกับฟูหมิงเดินลงมาถึงทางเข้าหมู่บ้านชาวบ้านที่เห็นทั้งคู่ก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ไม่นานก็มีทหารประจำหมู่บ้านที่ลาดตระเวณอยู่แถวนั้นเข้ามา
นายทหารรูปร่างค่อนข้างเล็กใบหน้ายังหนุ่มยังแน่นแต่สายตาเต็มกลับไปด้วยความกล้าหาญ
“พวกท่านมาจากทีใดกันหรือ” นายทหารหนุ่มคนนั้นสังเกตดูอสูรทั้งสองแล้วดูท่าจะมีปัญญาที่สูงจึงเอ่ยปากถามทีโอและฟูหมิง
“ป่าเมฆาทมิฬ” ฟูหมิงตอบแทนทีโอ
เมื่อชาวบ้านรอบๆได้ยินที่ฟูหมิงพูดก็ตกใจ อสูรในป่าเมฆาทมิฬล้วนแข็งแกร่งและดุร้ายไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะรอดเมื่อเจออสูรจากป่าแห่งนี้
“นายท่านมาทำไมที่เมืองแห่งนี้กันหรือขอรับ” นายทหารหนุ่มที่รู้ว่าเป็นอสูรจากป่าทมิฬก็เปลี่ยนเป็นคำพูดด้วยความเคารพ
“หาอาหาร” ทีโอที่อยู่ข้างหลังตอบกลับมา เมื่อทีโอพูดจบชาวบ้านคนนึงก็กรีดร้องจากนั้นก็ราวกับไฟรามทุ่ง ทุกคนกรีดร้องและวิ่งหนีไปทั่วทิศทางทหารหนุ่มได้ยินทีโอพูดดังนั้นก็กำชับกระบี่แน่น
“พวกท่านจะไม่มีทางเข้าไปในหมู่บ้านของข้า!” ทหารหนุ่มยืนต่อหน้าฟูหมิงและทีโอไม่ขยับไปไหนจากนั้นไม่นานทหารกว่าร้อยคนก็วิ่งเข้ามาสมทบทีโอมองทหารหนุ่มอย่างสนใจ เพราะช่างหายากที่จะเจอมนุษย์ที่ยังเด็กและกล้าหาญแบบนี้
“น่าสนใจดี” ทีโอมองทหารหนุ่มราวกับสัตว์หายากจากนั้นก็ไปสั่งการฟูหมิง “ฟูหมิงเจ้าไปต้อนชาวบ้านไม่ให้หนีได้ ตรงนี้ข้าจัดการเอง”
“เจ้าชื่ออะไรรึ” ทีโอถามทหารหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“หยุนเช่อ” ทหารหนุ่มนามหยุนเช่อตอบทีโอจากนั้นก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ
มนุษย์หยุนเช่อ (ไม่มีระดับ)
ร่างจุติของเซียนระดับสวรรค์
พลังหลัก ไม่มี
ทีโอแค่อยากตรวจสอบเล่นๆเพราะทหารหนุ่มนามหยุนเช่อดูค่อนข้างพิเศษ เมื่อเขาเห็นข้อมูลก็รู้สึกตกใจแม้จะสั้นแต่ก็ชัดเจนทีโอไม่อยากจะนึกถ้าเขาใช้ทักษะกลืนชีวิตกับเจ้าหนุ่มนี้เขาจะทรงพลังขึ้นแค่ไหนกันนะ ทีโอเมื่อคิดได้ก็ลงมือทันทีเขาจำเป็นต้องกำจัดตัวขวางทางซะก่อน
หยุนเช่อเพียงแค่กะพริบตาเท่านั้นเหล่าเพื่อนทหารของเขากว่าร้อยคนบางคนเริ่มเน่าเปื่อยบางคนร่างกายแห้งกรังราวกับโดนดูดเลือดออกไป หยุนเช่อสัญญากับมารดาและบิดาของตัวเองว่าจะเป็นคนกล้าหาญและในอนาคตจะเป็นแม่ทัพให้ได้แต่เมื่อเห็นภาพเพื่อนตัวเองที่ล้มตายลงทีละคนๆมือที่กำกระบี่อยู่ก็สั่นไปหมด
ทีโอที่จัดการทหารด้านหลังหยุนเช่อหมดแล้วก็ถึงเวลาอาหารจานหลักเสียที ทีโอใช้ทักษะกลืนชีวิตหมายจะกลืนกินจิตวิญญาณเซียนของหยุนเช่อซะ แต่เมื่อทีโอใช้ทักษะกลืนชีวิตก็เหมือนกับมีพลังบางอย่างประทุออกจากร่างกายของหยุนเช่อทำให้ทีโอกระเด็นออกไปไกลกว่า20เมตร
แรงกระแทกจากพลังลึกลับทำให้ทีโอบาดเจ็บสาหัสแต่โชคดีเขาหล่นลงมาบนบ้านที่มีผู้หญิงและผู้ชายวัยกลางคนซ่อนอยู่ชายวัยกลางคนพยายามปกป้องภรรยาตัวเองแต่มนุษย์ธรรมดานั้นไม่สามารถหยุดทีโอได้ เขาดูดกลืนลมปราณทั้งคู่มาเป็นของตัวเองทำให้ทีโอรู้สึกสดขึ้นชื่นเล็กน้อย
ทีโอเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นกลับไปที่เดิมแต่หยุนเช่อกลับหายไปแล้วพื้นที่โดยรอบโดนควักหายไปราวกับมีพลังบางอย่างครอบคลุมตัวหยุนเช่อพาหนีไป ทีโอถอนหายใจเสียดายจากนั้นก็เดินไปดูดกลืนลมปราณชาวบ้านคนอื่นต่อ
แต่ทีโอไม่รู้เลยว่าบ้านที่เขาตกลงไปนั้นมีป้ายตระกูลหยุนติดอยู่
..........
“ฮุ่ยหนิงเจ้าว่าเมื่อไหร่จะถึงป่าเมฆาทมิฬหรือ?” ตั้งแต่เดินทางออกจากนิกายก็หลายวันมาแล้วไป่อวี้หันหน้าไปถามหญิงสาวที่อยู่ข้างๆชื่อฮุ่ยหนิง ฮุ่ยหนิงเป็นลูกคุณหนูมาก่อนที่จะเข้านิกายนางจึงเป็นบุคคลค่อนข้างเอาแต่ใจ เอาจริงๆถ้าไม่จำเป็นไป่อวี้ก็ไม่อยากคุยด้วยเท่าไหร่
“ข้าก็เข้าร่วมกลุ่มครั้งแรกเหมือนเจ้าแล้วข้าจะรู้ไหมล่ะ” ฮุ่ยหนิงตอบกลับด้วยความไม่พอใจ นางคอยตีสนิทเหวินฟู่มาตั้งนานกว่าจะได้เข้าร่วมกลุ่มนี้แต่ไป่อวี้เพียงแค่สวยนิดสวยหน่อยกลับได้ร่วมกลุ่มโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยแถมเหวินฟู่ไปเชิญไป่อวี้เข้าร่วมด้วยตนเองเลยด้วยซ้ำ นี้ยัยไป่อวี้คิดว่ายิ่งใหญ่มาจากไหนกัน
“ใจเย็นๆสาวๆ ผ่านอีกหมู่บ้านก็ถึงแล้วเราจะพักที่หมู่บ้านข้างหน้านี้จากนั้นก็เข้าป่าเมฆาทมิฬกัน” ชายหนุ่มหน้าตาเป็นมิตรจื่อห้าวเห็นสองสาวบรรยากาศไม่ค่อยดีก็รีบเข้ามาห้ามปราม
“เหอะ ข้าบอกแล้วเอาผู้หญิงมาจะมีแต่ปัญหา” ต้าเหลียนชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกล่าวอย่างดูถูก ผู้หญิงช่างเอาแต่ใจและคาดเดาไม่ได้ชีวิตของเขามีแค่กระบี่ก็พอแล้ว
“ต้าเหลียนเจ้าว่าใครเป็นตัวปัญหากัน!” ฮุ่ยหนิงที่ได้ยินต้าเหลียนเหน็บแหนมก็ตะโกนขึ้นมา
“เจ้าไงไม่รู้ตัวหรอกรึ โปรยเสน่ห์ตั้งนานกว่าจะเข้ามาได้ควรทำตัวดีๆซะหน่อยนะ” ต้าเหลียนมองฮุ่ยหนิงอย่างดูถูก ผู้หญิงธรรมดาเขาก็ไม่ค่อยชอบแล้วแต่ผู้หญิงเช่นฮุ่ยหนิงเขาเกลียดเป็นที่สุด
“เจ้า!!” ฮุ่ยหนิงได้ยินต้าเหลียนพูดใส่เช่นนี้ก็พูดไม่ออก ทั้งโกรธและอับอาย
“พวกเจ้าเงียบซะ!” เหวินฟู่สั่งด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ทำให้บรรยากาศโดยรอบเย็นลงอย่างฉับพลันพรสวรรค์ของเหวินฟู่คือปราณหยินมรกต มันทำให้เหวินฟู่สามารถใช้วิชาเกี่ยวกับน้ำแข็งและน้ำได้อย่างเชี่ยวชาญแต่มันก็ทำให้ผิวของเขาขาวซีดเหมือนคนสุขภาพไม่ดี
“ฮึ!” ต้าเหลียนและฮุ่ยหนิงส่งเสียงไม่พอใจพร้อมกันและหันหน้าไปคนละทาง ต้าเหลียนนั้นไม่กลัวเหวินฟู่เลยแม้แต่น้อยแต่เขากลัวตระกูลของมันตระกูลเหวินนับเป็นผู้ทรงอำนาจอันดับต้นๆของเมืองเลยทีเดียวแม้แต่เจ้าสำนักยังต้องไว้หน้าบ้าง
ส่วนฮุ่ยหนิงไม่ต้องพูดถึงนางไม่มีอะไรจะสู้คนในกลุ่มเลยได้สักคน ไม่มีใครรู้ว่านางเอาความมั่นใจมาจากไหนในการทำตัวหยิ่งผยองแบบนี้
“จื่อห้าวเจ้ามาคุยกับข้าหน่อย” เหวินฟู่เห็นเหตุการณ์สงบลงก็เรียกจื่อห้าวให้มาใกล้ๆ
“เรื่องหัวหน้าหมู่บ้านข้างหน้าว่างอย่างไรบ้าง” เหวินฟู่พูดเสียงเบาจนคนปรกติแทบไม่ได้ยินแต่จื่อห้าวมีความชำนาญเรื่องการตรวจจับเขาสามารถได้ยินสบายๆ
“ไม่ต้องห่วงหัวหน้าหมู่บ้านผู้นั้นไม่มีทางพูดอะไรแน่นอน” จื่อห้าวหัวเราะคิกคักตอบเหวินฟู่ แผนของเหวินฟู่ก็คือเมื่อไปถึงหมู่บ้านข้างหน้าแล้วเหวินฟู่จะให้กลุ่มของเขาพักที่โรงเตี้ยมซึ่งมีคนตระกูสาขาของเหวินฟู่คุมอยู่จากนั้นจื่อห้าวกับต้าเหลียนจะวางยาผู้หญิงทั้งสองคนในกลุ่มพวกเขา เมื่อนั้นเขาจะรุมโทรมยัยพวกนี้ซะโดยเฉพาะไป่อวี้เมื่อกลุ่มของพวกเขาเสร็จแล้วเขาจะให้พนักงานในโรงเตี้ยมทั้งหมดเป็นคิวต่อไปจากนั้นก็ส่งนางกลับไปยังสำนักเขาอยากจะรู้นักว่านางจะทำตัวอย่างไรเมื่อเจอเจ้าขยะเฟยหลงหลังจากที่นางนอนกับผู้ชายหลายสิบคนภายในคืนเดียว
ไป่อวี้มองจื่อห้าวกับเหวินฟู่กระซิบกันด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ นางรู้ว่าเหวินฟู่มันต้องวางแผนอะไรสักอย่างในขณะเดินทางแน่ ตลอดการเดินทางไป่อวี้ไม่เคยลดการระวังตัวเลยแม้แต่น้อยทำให้ตลอดหลายวันมานี้นางรู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอที่นางทำได้ก็มีเพียงกินเม็ดยาเพิ่มกำลังให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเท่านั้น
ไม่นานทั้งกลุ่มก็เดินมาถึงทางเข้าหมู่บ้านแต่น่าแปลกทั้งหมู่บ้านเงียบสงบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตเมื่อเจอสิ่งผิดปรกติใดๆก็ตามพวกเขาจำเป็นต้องตรวจสอบแล้วกลับไปแจ้งที่สำนัก ไป่อวี้และกลุ่มของเหวินฟู่จึงเพิ่มความระมัดระวังตัวจากนั้นก็เดินเข้าไปในหมู่บ้านเมื่อเข้ามาในหมู่บ้านไป่อวี้และกลุ่มของเหวินฟู่ก็เห็นสภาพภายใน ทั่วบริเวณมีศพมนุษย์แห้งกรังอยู่ตามพื้นราวกับว่าคนทั้งหมู่บ้านโดนดึงวิญญาณออกจากร่าง
“อ้วกก” ฮุ่ยหนิงเห็นศพแห้งเกลื่อนกลาดเต็มไปหมดก็สำรอกออกมา
“อ๊ากกกกก” อยู่ๆก็มีเสียงร้องของคนดังออกมากลางหมู่บ้าน ไป่อวี้พุ่งไปที่กลางหมู่บ้านพยายามจะไปช่วยชาวบ้าน แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้านางก็ชะงักทันทีนางเห็นศพหลายร้อยศพกองอยู่ที่พื้น ตรงกลางกองศพนั้นมีโครงกระดูกรูปร่างมนุษย์กำลังถือเคียวอันใหญ่กว่าสองเมตรกำลังกุมคอชายวัยกลางคนคนนึงอยู่
------
ขนมปังสุนัข: หลังจากนี้สามารถติดตามได้ที่เว็ป fictionlog โดยการเติมเหรียญสนับสนุนไรท์ตอนละ3เหรียญครับ หรือใครไม่อยากซื้อรายตอนก็สามารถเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจfacebookครับ
ส่วนตอนฟรีถ้าวันไหนอารมณ์ดีก็จะลงให้อ่านกันนะครับแต่ไม่น่าเกินสองตอน/อาทิตย์
สามารถดูรายละเอียดกลุ่มลับได้ที่เพจ พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเซียน - Great Wizard into the immortal world
https://www.facebook.com/มหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเซียน-Great-Wizard-into-the-immortal-world-114691790441674/