
เครดิตภาพจาก https://unsplash.com
มาวินไม่ถือสา มุมปากแย้มนิดๆเป็นนัยว่ากำลังแอบยิ้มในใจนึกคะนอง
“ ดีเลยที่เจ้าอ้วนหลงกล เพราะกระบวนท่าต่อไปนั้นรุนแรงชนิดล้มควายได้ทั้งตัวทว่าก็ใช้ยากบรรลัย จำเป็นต้องใช้กับเป้านิ่งเท่านั้น ”
พอตกลงเสร็จสรรพ มาวินก็เริ่มย่อตัวลงต่ำ ดวงตาเรียวจับจ้องไปที่หนุ่มร่างอ้วนซึ่งยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้าพร้อมสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อรวบรวมกำลัง ก่อนปลดปล่อยออกมาในคราวเดียว ด้วยท่วงท่าที่ดูจริงจังทำให้อาเบะเกิดความกังวล
“ จู่ๆเจ้าหัวเขียวก็ดูดุดันขึ้นมาซะอย่างงั้นหรือเราจะเบี้ยวแบบหน้าด้านๆ แล้วหลบกระบวนท่าดีนะ ”
ระหว่างที่อาเบะลังเล เด็กหนุ่มก็ตะโกนดังและพุ่งเข้าใส่ศัตรูสุดกำลัง
“ เสือดาวไล่เหยื่อ ”
“ เปรี้ยง ”
หมัดขวาตรงพุ่งปะทะใบหน้าของอาเบะเต็มแรง ส่งผลให้ร่างใหญ่ยักษ์เซถลาไปข้างหลังไม่ทันจะได้ตั้งตัว มาวินก็อัดกระพุ้งแก้มด้วยหมัดซ้ายอีกครั้ง
“ เปรี้ยง ”
เสียงปะทะครั้งที่สองดูจะเบาลง ทว่าการโจมตียังไม่จบแค่นี้ มาวินปล่อยหมัดซ้ายสลับขวาใส่ใบหน้าของอาเบะพร้อมสืบเท้าเข้าหาอย่างดุดัน อันเป็นกิริยาที่คล้ายเสือร้ายตะครุบเหยื่อ
“ เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง.......”
เสียงกำปั้นดังสะท้านไปทั่วโรงฝึก บ่งบอกถึงพลังหมัดที่รุนแรง แม้กระทั่งอาเบะผู้ทนทรหดยังรู้สึกหน้าชาแต่ก็แอบย่ามใจ
“ กระบวนท่าโจมตีชุดนี้แรงพอตัว แต่ไม่เพียงพอจะน็อคชั้นหรอกเหอๆ ”
ขณะที่อาเบะกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้น การโจมตีครั้งที่เจ็ดก็บังเกิด แต่มันผิดไปจากทุกคราวเพราะเด็กหนุ่มหัวเขียวไม่ได้สืบเท้าเข้ามาต่อย กลับกระโดดขึ้นไปบนอากาศ พร้อมเตรียมทิ้งหมัดคู่ลงมากระแทกกระบาลของหนุ่มร่างอ้วน
“ เฮ้ย นั่นมัน ” อาเบะตะโกนดังเขาถีบตัวไปข้างหลังสุดกำลัง เพื่อหลบหมัดคู่ของมาวิน
“ โครม ”
เสียงหมัดกระแทกพื้นดังก้องไปทั่วบริเวณ พื้นโรงฝึกถึงกับแตกกระจาย แต่ไม่ว่ารุนแรงปานใดก็ยังถือว่าพลาดเป้า มาวินจึงกัดฟันกรอดใหญ่ พร้อมส่งสายตาเจ็บใจไปที่อาเบะ
“ บ้าชะมัด อีกนิดเดียวก็จะสมบูรณ์แล้ว แกหลบทำไมฟะเจ้าอ้วน ”
“ ฟู่....... ” ชายร่างอ้วนเป่าปากระบายลมหลังจากนั้น ก็สะบัดศีรษะไปมา เพื่อขับไล่ความมึนงง พร้อมกล่าวเย้ยหยัน
“ เหอๆ กระบวนท่าชุดนี้ก็หนักไม่ใช่ย่อยแต่เสียใจด้วย มันยังดีไม่พอ ”
“ หน็อย...... จริงๆแล้วกระบวนท่านี้ควรจะหนักกว่านั้นแต่นายดันหลบหมัดคู่ครั้งสุดท้าย ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ นายได้ลงไปนอนกองแล้ว ”มาวินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ ฮ่าๆ เจ้าบ้า เวลาสู้กัน ไม่มีใครยืนเฉยให้นายต่อยฟรีๆหรอก” อาเบะหัวเราะใส่ นั่นทำให้ทุกคนถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่
“ หน็อย....... ไอ้ขี้โกง” มาวินต่อว่า โดยไม่ได้ดูเลยว่าตัวเองก็คิดโกงคนอื่นก่อน
“ เอาน่า นายหลอกชั้น เพื่อหวังต่อยฟรีก่อนชั้นก็เบี้ยวกลับโดยหลบการโจมตีครั้งสุดท้าย มันก็แฟร์แล้ว ” อาเบะล้วงใจทันควัน ดูเหมือนว่าชายร่างอ้วนผู้นี้จะแสบสันพอๆกับมาวิน
“ อืม..... ก็จริงของมันฮึ่ม...... เจ็บใจโว๊ย ” มาวินคำรามดังเขาโกรธจัดจนเถียงไม่ออก
“ เอาล่ะ ไม่ต้องโมโหโทโสไป เดี๋ยวนายก็ต้องหลับด้วยไอ้นี่” อาเบะยกค้อนไม้ขึ้นเหนือหัว ด้วยขนาดของมัน ทำให้มาวินรู้ว่าชายร่างอ้วนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้โอ้อวดแน่ๆ
“ เหอๆ ใจเย็นๆน่า ลูกพี่ ” มาวินเริ่มยิ้มแห้งๆ หัวใจที่เคยพองโตแทบจะร่วงหล่นลงไปกองที่ตาตุ่ม แต่ไม่ทันจะได้ทัดทานค้อนยักษ์ก็หวดลงมาที่กระบาลอย่างรวดเร็ว
“ เหวอ! ”
“ โครม ”
เสียงค้อนไม้กระทบพื้นดังสนั่น แน่นอนว่าการโจมตีที่รุนแรงนั้นไร้ผลด้วยมาวินสามารถหลบเลี่ยงได้อีกครั้ง จึงเป็นคราวที่อาเบะจะสบถขึ้นมาบ้าง
“ หน็อย...... ทำไมไวเป็นลิงอย่างงี้เก่งจริง อย่าหลบซิเฟ้ย ”
“ ฮะๆ ก็ไม่อยากจะดื้อหรอก แต่กลัวหัวแบะเลยจำเป็นต้องหลบ โทษที ” มาวินกล่าวขอโทษ เขาคาดหวังว่าอาเบะจะเห็นใจแล้วลดทอนความดุดันในการโจมตี แต่มันกลับทำให้ชายร่างอ้วนโกรธจัดยิ่งกว่าเดิม
“ หน็อย..... แกบังอาจเยาะเย้ยชั้นเหรอไอ้เด็กบ้า ” อาเบะคำรามดัง จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่มาวิน ราวกับหมูป่าผู้บ้าคลั่ง
“ แว้ก! ซวยแล้ว” มาวินร้องเสียงหลง พร้อมวิ่งหนี ท่าทางเสียขวัญ
“ เฮ้ย มีวิ่งหนีด้วยเหรอฟะ อย่าหนีนะ มาให้ชั้นฟาดกระบาลแกก่อนไอ้เด็กหัวเขียว ” อาเบะดูอึ้งๆกับกระบวนท่าหลวงพ่อโกยของมาวินอึดใจต่อมา ก็ห้อตาม พร้อมตะโกนไล่หลัง ทว่าเด็กหนุ่มไม่สนอะไรแล้ว เขาตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีสุดกำลังด้วยกลัวภัยจากค้อนไม้ขนาดยักษ์
“ ฮะๆ ฮ่าๆ เอิ้กๆ ” เหล่าลูกศิษย์หนุ่มนั้นสิบพากันหัวเราะก๊าก เมื่อเห็นอาเบะวิ่งไล่หวดมาวินอย่างเอาเป็นเอาตายแน่นอนว่าเด็กหนุ่มสามารถวิ่งหนีได้อย่างสบาย ด้วยมีความเร็วเหนือกว่าคู่ประลองร่างใหญ่หลายเท่าตัว
“ เฮ้อ...... ท่าดีทีเหลวเหมือนเคยตาหน้าลิงเอย ” อากิเนะถึงกับกุมขมับ ส่วนโอคุยาสุเริ่มออกอาการเซ็งเขาหันไปถามเทพศาสตรา ผู้เป็นอาจารย์
“ อาจารย์ขอรับ สั่งยุติเถอะ ดูเหมือนการต่อสู้ครั้งนี้จะกลายเป็นจำอวดไปแล้ว ”
เทพศาสตรามองจำอวด เฮ้ย การต่อสู้ที่แสนประหลาด ท่าทางเคร่งขรึม ครู่หนึ่งเขาก็กล่าวเบาๆพร้อมรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก
“ รอดูไปก่อน เจ้าหนูนั่นยังไม่หนีออกนอกโรงฝึกเลย”
“ อะ….เอางั้นเหรอครับ” โอคุยาสุรับคำแบบเซ็งๆ เขาไม่กล้าเถียงให้มากความ ด้วยเกรงใจเทพศาสตรา
มาวินวิ่งหนีไปรอบโรงฝึก ด้วยสปีดที่เหนือกว่า เลยทำให้ทิ้งห่างอยู่หลายช่วงตัวพอวนได้สองสามเที่ยว เขาก็หยุดวิ่ง พร้อมแย้มยิ้มออกมานิดๆ
“ แฮ่กๆ นายหยุดวิ่งทำไม เหนื่อยแล้วเหรอ” อาเบะถาม จากนั้นก็ก้มหน้าลงหอบหนัก เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งมาราธอนมาร่วม10 นาที
“ ฮะๆ ไม่เหนื่อยหรอก ยังวะ…วิ่งต่อได้อีกชั่วโมง ฮะๆ ” มาวินยิ้ม แต่สังเกตให้ดีจะพบว่าลมหายใจของเด็กหนุ่มดูสั่นไหวเล็กน้อย
“ เอ๊ะ ว่าแต่นายยิ้มแฉ่งแบบนั้นทำไมฟะ คิดอะไรอยู่เหรอแฮ่กๆ ” อาเบะงุนงง ท่าทีของเด็กหนุ่มดูแปลกไป
“ ฮะๆ ไม่มีอะไร แค่คิดว่าชั้นอาจไม่ต้องหนีอีกต่อไปเพราะมีหนทางชนะนายแล้ว เหอๆ ” มาวินพูดจบ รอยยิ้มที่ชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทำให้อาเบะนึกสงสัยอย่างรุนแรง
“ ไอ้เด็กบ้านี่ มันจะมาไม้ไหนกันนะ”
“ ว่าไง จะยอมแพ้มั้ย การโจมตีในครั้งนี้สามารถล้มนายได้แน่ๆ ” มาวินกล่าวต่อ พร้อมตั้งกระบวนท่าต่อสู้
ท่าทางที่ดูมั่นใจของมาวิน ทำให้อาเบะถึงกับลังเล อึดใจต่อมา ชายร่างยักษ์ก็ตัดสินใจลุยต่อเพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายน่าจะลักไก่ เขาจึงตวาดสุดเสียง พร้อมพุ่งเข้าใส่อริร้ายอีกครั้ง
“ ไม่ยอมแพ้เฟ้ย แกเตรียมตัวหลับกลางอากาศได้เลยเจ้าหนู ”
มาวินยิ้มเย้ยหยัน สายตาเพ่งมองร่างใหญ่ยักษ์ที่วิ่งเข้ามาอย่างใจเย็นเมื่อเข้าสู่ระยะสามก้าวก่อนถึงตัว เด็กหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่อาเบะ
“ เฮ้ย ” อาเบะร้องดังด้วยความตกใจกระทำการของเด็กหนุ่มนั้นหาญกล้าอย่างเหลือเชื่อ
ในเสี้ยววินาทีที่รถจักรยานกำลังจะพุ่งชนรถสิบล้อ มาวินก็ทิ้งตัวลงบนพื้นแล้วสไลด์กายลอดระหว่างขาของอาเบะ อึดใจต่อมา เด็กหนุ่มก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของยักษ์ใหญ่
“ เอ๊ะ เจ้าหนู แก! ” พอเจอกระบวนท่าที่คาดไม่ถึง อาเบะก็อุทานดัง แต่กว่าจะกลับตัว มาวินก็กระโดดขึ้นสูงเหนือหัวมันเป็นการเคลื่อนไหวที่ว่องไวและพลิกแพลงจนทำให้ชายร่างอ้วนต้องร้องเสียงหลง
“ เฮ้ย! ”
“จะร้อง “เฮ้ย”ทำไม ไม่ใช่โขนนะเฟ้ย รับนี่ไป ไอ้หมูป่าบ้าคลั่ง ” มาวินตวาดกลับ พร้อมทิ้งตัวลงมากระแทกหมัดคู่ไปที่กลางกระหม่อม
“ เปรี้ยง ”
ด้วยน้ำหนักตัว พลังหมัดประกอบกับแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ชายร่างใหญ่ถึงกับร่วงลงไปนั่งชันเข่าส่วนทางด้านมาวิน เขาเสียหลักจนลงไปนอนกองกับพื้นอีกราย
ทันทีที่มาวินสำนึกได้ว่า.....การต่อสู้ยังไม่จบเขาก็รีบยันกายลุกขึ้นยืนและตั้งท่าต่อสู้ แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับเป็น......ร่างใหญ่ยักษ์ที่ยืนโงนเงน แม้อาเบะจะฉีกยิ้มกว้าง แต่มันก็ดูประหลาด
“ เอ๊ะ หรือว่ามันจะไม่ได้ผล ” มาวินเริ่มหน้าเสีย เขาตั้งใจจะวิ่งหนีต่ออีกซักรอบ เพื่อหาแผนใหม่ แต่ก่อนจะได้สตาร์ทอาเบะก็กล่าวขึ้นมาเบาๆว่า......
“ กะ….แก….รู้ได้ไงว่า…..กระหม่อมของชั้นคือ…..จุดอ่อน ”
เมื่ออาเบะพูดจบ ร่างใหญ่ยักษ์ที่มีน้ำหนักร่วม 120 กิโลก็หงายหลังลงไปนอน มันไม่มีเค้าลางว่าชายร่างอ้วนจะสิ้นท่าแบบนี้เลย
“ โครม”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
