บทที่ 88 ผ้าป่า
ณรัชต์มองไปจุดที่ในอดีตเคยมีรองเท้าแตะคู่ใจของเขาเคยถอดไว้ซึ่งตอนนี้กำลังว่างเปล่าอยู่
เขาถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ รองเท้านั่นคู่ละ 450 บาทเลยนะ พอๆ กับค่าขนมของเขาตั้ง 5 วันแน่ะ
‘เกิบกุอยู่ไส’ ประโยคฮิตจากหนังเรื่องหนึ่งดังขึ้นมาในหัวเขา
ณรัชต์นึกถึงความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ที่เคยร่ำเรียนมา สสารย่อมไม่มีการสูญหาย!! แต่ตอนนี้มันคงจะแค่ย้ายที่อยู่เฉยๆ ก็ได้
เขาคำนวณถึงช่วงเวลาตอนที่ถอดรองเท้าทิ้งไว้แล้วเข้าไปกินขนมจีนในโรงครัว ซึ่งด้วยความหิวทำให้ณรัชต์กินหมดจานอย่างรวดเร็วไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำก่อนออกจากครัวมา คนร้ายขโมยรองเท้าอาจจะยังอยู่ในวัดก็ได้
ตอนนี้เขาจะทำยังไงดีหว่า ?
รองเท้าที่จะใส่ก็ไม่มี ไอ้ครั้นจะเอาคู่อื่นแถวนี้มาใส่แก้ขัด มันก็จะพลอยมีผลกระทบเป็นลูกโซ่กลายเป็นวงจรอุบาทว์ของการขโมยรองเท้าต่อกันเป็นทอดๆ ไป
หลังจากยืนนึกอยู่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดีระหว่างออกไมค์ประกาศตามหารองเท้ากลางงานวัดหรือจะปล่อยไปดี เขาก็ได้ยินเสียงคนเดินมาจากทางด้านห้องน้ำของวัดเยื้องหลังครัวตรงมาทางนี้
ณรัชต์เงยหน้ามองไปทางคนที่กำลังเดินตรงมาทางเขา
หญิงสาวอายุยี่สิบกว่าๆ หน้าตาคุ้นเคย คนที่เขาเคยรู้จักในช่วงชีวิตที่แล้ว เธอคนนี้เดินมาทางเขาพร้อมกับถือรองเท้าส้นสูงในมือคู่หนึ่ง
เขาก้มมองรองเท้าที่อีกฝ่ายใส่แทนส้นสูงที่ถืออยู่ในมือก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องมีใครอธิบาย
ปริศนาไขกระจ่างแล้ว!!!!
ฆาตกร เอ้ย! คนที่เอารองเท้าเขาไปนั้นคงจะไปเข้าห้องน้ำที่อยู่เยื้องครัวไปนี้ แต่เพราะรองเท้าส้นสูงที่ใส่มาเป็นปัญหาในการเข้าใช้ส้วมซึมของวัด จึงได้ถือวิสาสะคว้ารองเท้าแตะที่อยู่ใกล้ๆ ไปใช้ชั่วคราว
ณรัชต์มองหญิงสาวที่เคยรู้จักซึ่งเปลี่ยนไปจากตอนที่มาคราวงานกฐินมาก ตอนนั้นเธอยังทำสีผมหลากสี เรียกว่าเป็นสีรุ้งเลยล่ะ และยังใส่เสื้อยึดตัวโคร่งสกรีนภาพเขียนแวนโก๊ะอยู่เลย
มาเจอตอนนี้อีกครั้ง นอกจากใบหน้าที่คม สวยเฉี่ยวแล้ว นอกนั้นเธอก็เปลี่ยนไปเป็นรูปลักษณ์ที่เขาเคยคุ้นชินในช่วงชีวิตที่แล้ว หญิงสาวแม้จะใส่เสื้อโปโลตราบริษัทธรรมดาแต่ก็ใส่สูทแขนยาวตัวนอกคลุมทับอีกที ใส่กระโปรงทำงานสั้นสีดำยังสวยเนี้ยบอยู่เหมือนเดิม
เริ่มมีมาดของผู้บริหารสาวเก่ง คนที่เขาเคยรู้จักแล้ว
“ขอโทษนะคะที่เอารองเท้าไปใช้โดยไม่บอกก่อน” หญิงสาวคงเห็นเขายืนหันรีหันขวางอยู่จุดที่เธอยืมรองเท้าไปใช้โดยไม่ได้บอกกล่าว จึงเอ่ยปากขอโทษอย่างเก้อเขิน
“อ๋อ ไม่เป็นไรครับ” เขาบอกให้อีกฝ่ายสบายใจ
ณรัชต์มองผู้บริหารบริษัท สาวมั่นคนเก่งที่เขาเคยชื่นชมในช่วงชีวิตที่แล้วขณะกำลังถอดรองเท้าแตะของเขากลับไปใส่รองเท้าส้นสูงของตัวเองอย่างขำ ๆ
เธอคงอายเขาไม่น้อยที่เหมือนถูกจับได้คาหนังคาเขาทั้งที่คงตั้งใจจะยืมใช้รองเท้าแค่แป๊บเดียว
หลังจากอีกฝ่ายถอดรองเท้าให้เขาแล้วเธอก็เดินกลับไปทางโบสถ์ด้านหน้าวัดที่จัดตั้งเต็นท์และมีคนเดินไปมาในงานอย่างคึกคัก
พอณรัชต์ใส่รองเท้าแตะคู่ใจเสร็จ เขาก็เดินออกจากทาางครัวด้านหลังวัดตรงไปทางเดียวกับอีกฝ่าย
ณรัชต์เดินเตร่เล่นในงานวัด เขาเห็นแม่กับพี่สาวกำลังจัดเตรียมอะไรอยู่ในโบสถ์กับเหล่าทายกทายิกาทั้งหลาย แต่ณรัชต์ก็ไม่ได้เข้าไปช่วย เพราะกลัวว่าพอออกจากโบสถ์คราวนี้รองเท้าเขาอาจจะได้สูญหายจริงๆ
เดินเตร่ไปทางเต็นท์รับรองแขก เขาเห็นบิดานั่งอยู่โต๊ะหนึ่งที่มีแขกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในชุดกากี กวาดสายตามองๆ แล้วคงเป็นนายอำเภอที่ถือว่าเป็นเจ้านายโดยตรงของพ่อเขา และคนร่วมโต๊ะอีกหลายคนก็เป็นคนที่ณรัชต์รู้จักและเคยเห็นหน้า อย่าง สจ.สมคิด และรองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอ หรือ พ่อของส้มที่วันนี้ก็ยังแวะมางานนี้ด้วย
แต่พ่อของเพื่อนร่วมห้องเขาคงไม่ได้อาศัยงานผ้าป่านี้หาเสียงเท่าไหร่หรอก เพราะยุคนี้กรรมการการเลือกตั้งเคร่งครัด เที่ยงตรง และเข้มงวดอย่างมาก ถ้าอาศัยงานประเพณีท้องถิ่นมาหาเสียงอาจจะขัดระเบียบวิธีหาเสียง พลอยจะทำให้โดนไปเหลืองใบแดงจากกรรมการการเลือกตั้งได้ง่ายๆ
ณรัชต์จำได้ว่าเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา กรรมการการเลือกตั้งถึงกับแจกใบแดงกับใบเหลืองให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งนับร้อยใบโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เฉพาะกรรมการการเลือกตั้งเท่านั้นหรอก ยุคหลังรัฐธรรมนูญ ปี 2540 องค์กรอิสระทุกองค์กรที่กำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในยุคนี้ ไม่ว่าจะ ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ต่างเป็นองค์กรที่เที่ยงธรรม เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ
แต่เพราะภายหลังนักการเมืองพากันตระหนักว่าองค์กรเหล่านี้มีอำนาจมาก ยุคหลังๆ นักการเมืองจึงได้พยายามเข้ามามีส่วนและส่งคนของตัวเองเข้ามาในองค์กรเหล่านี้
มองไปเห็นรุ่นพี่ร่วมหมู่บ้านที่เป็นคนคุมงานก่อสร้างประตูและรั้ววัดจนเสร็จภายในเวลาไม่นาน ณรัชต์จึงแวะไปทักทายอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังคุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกันร่วมหมู่บ้าน
“ว่าไงพี่ยอด บริษัทพี่มาถึงยังครับ” เขาถามถึงบริษัทอีกฝ่ายที่จะมาถ่ายรูปทำกิจกรรมส่งมอบงานก่อสร้างให้วัดในวันนี้
“น่าจะอยู่ในระหว่างเดินทาง เห็นแจ้งว่าออกมาตั้งแต่ตีสอง คงถึงราวไม่เกินเที่ยงนี่ล่ะ”
“แต่เหมือนผมจะเห็นลูกสาวเจ้าของบริษัทพี่อยู่แวบๆ ในวัดนะ” ณรัชต์เปรย
“อ๋อ เจ้านายน่ะเหรอ ขับรถมาเองน่ะ เลยมาถึงก่อน”
“เจ้านาย? ลูกสาวเจ้านายพี่ตำแหน่งอะไรเหรอครับตอนนี้ เห็นคราวก่อนยังไม่ได้ทำงานบริษัทนี่พี่ใช่ไหม”
“ตอนนี้เป็นเจ้านายพี่โดยตรงเลยล่ะ เป็นผู้จัดการอยู่ฝ่ายเจียระไน งบการกุศลของบริษัทคราวนี้ก็เจ้านายพี่นี่ล่ะแนะนำวัดเราอีกรอบ เพราะมาคราวก่อนเห็นว่าวัดบ้านเราดูจะขาดแคลนหลายอย่างอยู่”
“สนใจเจ้านายพี่เหรอ ดุนะเออ” รุ่นพี่ร่วมหมู่บ้านตอบคำถาม ก่อนแซวเขาอย่างขำๆ
“เปล่าพี่ ถามไปงั้นๆล่ะ พอดีไปเจอเดินอยู่แถวครัววัด ก็เลยแปลกใจ” ณรัชต์แก้ตัว
เขาอยู่คุยเล่นกับรุ่นพี่ร่วมหมู่บ้านอีกพักหนึ่ง ก่อนขอตัวออกไปเดินเล่นต่อ
เดินผ่านกลุ่มวัยรุ่นสองสามกลุ่มที่เอาเหล้าเข้ามากินและเฮฮากันเสียงดังก็ได้แต่ถอนใจ งานบุญในวัดแท้ๆ ก็ยังอุตส่าห์เอาเหล้าเข้ามากิน พอเมาเข้าหน่อยก็เห็นมีทะเลาะต่อยตีกันเหมือนปีที่ผ่านๆ มาทุกที
เขาเดินออกจากวัดกลับบ้านไปเปลี่ยนรองเท้า เพื่อว่าจะได้เข้าไปในงานพิธีที่ศาลาวัดได้อย่างวางใจ
หลังจากณรัชต์เดินจากบ้านกลับมาที่วัดอีกครั้ง เขาก็เห็นรถบัสปรับอากาศของบริษัทรัตนาจิวเวลรี่จอดอยู่ข้างรั้วหน้าวัดแล้ว
เขาแหงนหน้าดูประตูวัดที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน
งานทำออกมาได้สวยตามแบบประตูวัดทั้งหลาย ณรัชต์รู้ว่าผู้รับเหมาเกี่ยวกับงานก่อสร้างในวัดส่วนใหญ่เจ้าของมักมีความเกี่ยวข้องหรือชอบทำบุญกับวัดเป็นทุนเดิม ดังนั้นงานรับเหมาเกี่ยวกับวัดส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ทำออกมาได้ดีและมีคุณภาพสมราคา
เข้าไปในวัดเขาก็เห็นเสื้อโปโลพนักงานสีฟ้าอยู่ตามเต็นท์ในงานวัดเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่เป็นแม่ครัวและพนักงานเสิร์ฟเดินเสิร์ฟอาหารให้แขกอย่างขวักไขว่
งานพิธีทั่วไปช่วงเช้าของวัดเสร็จแล้ว ตอนนี้คงเหลือแต่งานกิจกรรมของบริษัทจิวเวลรี่ที่จะทำช่วงบ่ายๆ ณรัชต์เห็นยังไม่มีพิธีอะไรในศาลาวัดตอนนี้ เขาจึงเดินดูรั้ววัดที่สร้างเสร็จพร้อมๆ ประตูไปพลางๆ
เพราะงานก่อสร้างนี้เป็นงานเร่งที่จะต้องรีบทำให้เสร็จทันพร้อมกับงานผ้าป่า ในส่วนของรั้ววัดจึงใช้ช่างอีกชุดหนึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกนี้ที่เป็นช่างเก่าทั้งหลายมาช่วยงาน งานก่ออิฐทำรั้วไม่ต้องใช้ความสามารถมากเหมือนทำประตูวัด ดังนั้นเพียงแค่ใช้ช่างหลาย ๆ คนช่วยกันทำไม่นานก็สามารถเสร็จได้ทันตามกำหนดพร้อมๆ กับประตูวัดที่เป็นงานละเอียด
ณรัชต์เดินดูรั้วที่เพิ่งสร้างเสร็จไปจนถึงแถวต้นโพธิ์ใหญ่ริมกำแพงวัดที่มีเจดีย์บรรจุอัฐิตั้งเรียงรายอยู่ พอเดินใกล้ถึงต้นโพธิ์เขาก็ได้ยินเสียงลอยมาจากอีกด้านของต้นโพธิ์ใหญ่
“การประเมินเพชรจะมีหลักในการพิจารณาอยู่สี่อย่าง โดยดูจาก ขนาดหรือกะรัต การเจียระไน สีหรือที่เรียกกันว่า ‘น้ำ’ สุดท้ายคือความสะอาดหรือตำหนิของเนื้อเพชร….”
ณรัชต์เดินพ้นต้นโพธิ์ไปก็เจอผู้บริหารมือใหม่อายุงานไม่กี่เดือน คนที่ยืมรองเท้าแตะเขาเข้าห้องน้ำโดยไม่บอกกล่าว ถือกระดาษเอกสารแผ่นเล็กในมือกำลังท่องข้อมูลเหมือนเตรียมไว้พรีเซนต์หรือเสนองานให้ลูกค้าอยู่อย่างตั้งใจ
“สวัสดีครับ” ณรัชต์กล่าวทักทายหลังจากอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
“สวัสดีค่ะ”
หลังจากทักทายณรัชต์ก็เดินเลยอีกฝ่ายไปที่เจดีย์บรรจุอัฐิสีขาวที่อยู่ริมรั้วใกล้ต้นโพธิ์ เขาดึงวัชพืชที่โตเลื้อยพันเจดีย์ออกจากเจดีย์บรรจุอัฐิของญาติของเขา
ดึงเครือวัชพืชที่พันรอบเจดีย์ออกจนหมด หันหน้ากลับมาเตรียมเดินกลับไปล้างมือ ก็เห็นหญิงสาวที่เขาทักทายยังยืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์มองเขาอยู่ ณรัชต์จึงเอ่ยปากถามอีกฝ่ายตามมารยาท
“นี่ก็เที่ยงแล้ว ทานอะไรหรือยังครับ”
หญิงสาวหน้าคม ใบหน้าสวยเฉี่ยว ส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“ทานอะไรไหมครับ เดี๋ยวไปหามาให้ ขนมจีนน้ำยาป่าแม่ครัวทำอร่อยมาก” เขาเสนอ
อีกฝ่ายคงคุ้นชินที่เขาเคยเสิร์ฟอาหารเมื่อคราวมางานกฐิน และยังเคยเสิร์ฟน้ำให้ในวัดที่ตรงจุดนี้เมื่อคราวก่อนอีก จึงพยักหน้าตอบรับ
เขาจึงเดินกลับไปทางโรงครัว ปล่อยให้ผู้บริหารมือใหม่อยู่ท่องเอกสารเตรียมพรีเซนต์งานต่อ
เข้าไปในครัวเขาก็จัดการเตรียมขนมจีนราดน้ำยา พร้อมกับหยิบน้ำดื่มจากขวดพลาสติกใสที่ติดมือมาจากบ้านและลืมไว้ในตู้เย็นโรงครัวเมื่อเช้า
ณรัชต์รู้จักนิสัยเธออยู่บ้างว่าติดจะอนามัยจัดพอสมควร ไอ้เรื่องที่จะกินน้ำเปล่าจากขวดพลาสติกสีขาวขุ่นที่ขายอยู่ทั่วไปราคาถูกที่ใช้เสิร์ฟอยู่ในงานตอนนี้นั้นไม่มีทางแน่ ส่วนชาเขียวที่อีกฝ่ายชอบเขาก็ไม่ได้เตรียมมาด้วยเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีกในวันนี้
ขณะเดินถือจานขนมจีนราดน้ำยาออกจากครัวเตรียมจะเดินเอาไปเสิร์ฟแขกกิตติมศักดิ์ณรัชต์ก็เจอพี่สาวเดินเข้ามาหา ก่อนที่พี่สาวณรัชต์จะกวักมือเรียก
“อะไรอ่ะเจ๊ ”ณรัชต์เดินถือจานขนมจีนเข้าไปหาพี่สาวก่อนเอ่ยปากถาม
“เมื่อกี้บริษัทค้าส่งเขาเพิ่งโทรฯ เข้ามาอีกรอบ บริษัทเขาจะขอนัดคุยเจรจาต่อรองอีกครั้งอ่ะ เอาไง ? จะรับนัดไหม” พี่สาวณรัชต์บอกรายละเอียด
“เอาสิเจ๊ รับนัดก็ได้ ไปฟังเขาหน่อย“
ณรัชต์บอกพี่สาวให้เธอเลือกหาวันที่ว่างเหมาะๆ เพื่อนัดเวลาคุยกับตัวแทนบริษัทค้าส่งที่ติดต่อมา โดยเขาจะไปพร้อมกับพี่สาวในวันนัดด้วย
แม้บริษัทค้าส่งจะถูกปฏิเสธเรื่องราคาที่ต่อรองไปเมื่อคราวก่อน แต่ก็ยังติดต่อมาเพื่อขอเจรจาโดยตรงอีกรอบ ดูเหมือนบริษัทค้าส่งแห่งนี้ต้องการจะเปิดสาขาที่จังหวัดของเขามากจริงๆ นั่นล่ะ
แสดงว่าโครงการตั้งสาขาที่จังหวัดนี้คงอยู่ในแผนธุรกิจเร่งด่วนที่อีกฝ่ายอยากจะเร่งทำให้เสร็จ ทั้งที่ไพ่เด็ดเรื่องกฎหมายของเขายังไม่ได้ออกมาด้วยซ้ำ…
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------Name : ณรัชต์Asset : ตึกแถว 6 ห้อง ราคาปัจจุบัน 2,050,000 บาท: เงินสดในบัญชีธนาคาร 143,300 บาท : เงินสดในบัญชีหุ้น 7,000,100 บาท: ที่ดินหนึ่งแปลง 15 ไร่ ราคาซื้อ 18 ล้าน ราคาประเมิน 24 ล้านมูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,050,000 + 143,300 + 7,000,100 + 24,000,000 = ปัจจุบัน 33,193,400 บาท
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------