บทที่ 2: ใช้เงินฟาดหัว
หลินเซียวจ้องหลี่เยว่เหยาอย่างใช้ความคิดจากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปยังสวนสมุนไพรอย่างผ่อนคลายแล้วเอนตัวพิงกับรั้วมองสมุนไพรอย่างสนอกสนใจก่อนจะเอ่ยเสียงเบา: “เฮ้! ฉันเป็คนโกหกงั้นเหรอ? ตาแก่หวังฉันเป็คนรักษาโรคปากและเท้าเปื่อยของหมูนายให้นะ!”
สีหน้าของชายแก่แข็งทื่อและปรากฎความอับอายขึ้นมาเล็กๆโรคของหมูเขาเป็หลินเซียวที่รักษาให้จริงๆหมูมากกว่าสิบตัวที่กำลังจะตายเพราะโรคได้ถูกหลินเซียวช่วยเหลือจนกลับมาสุขภาพดีได้ราวกับปาฏิหาริย์
“และนาย ตาแก่หลิวโถวโรคิัของลูกสาวนายที่รักษาไม่หายมาสามปีฉันก็ยังรักษาได้ด้วยยาแค่อย่างเดียว!” หลินเซียวหันหลังให้ฝูงชนขณะที่เอ่ยทุกคนออกมา
“พี่หูสามีของคุณทำเื่นั้นไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเป็เพราะยาของฉันเหรอที่ทำให้เขาปึ๋งปั๋ง?ทำไมล่ะ? ลูกชายมีเงินไม่พอไปโรงเรียนจะมาขอยืมฉันอีกเหรอ?”
ฝูงชนนิ่งอึ้งพวกเขาทุกคนมีสีหน้าอับอาย ดวงตาสั่นระริก ไม่อาจพูดอะไรออกไปได้
ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของหลินเซียวเว้นเสียแต่ว่าเขาเป็คนใกล้ตายที่หัวหน้าหมู่บ้านเก็บมาได้จากบนเขาเมื่อปีก่อนหลังจากที่กินข้าวไปสองสามมื้อและหลับไปสองสามวันจึงรอดชีวิต
พวกเขาจำได้เพียงว่ายามที่หลินเซียวถูกช่วยมาเขามีกระเป๋ายาหนึ่งกระเป๋า ปืนหนึ่งกระบอก และมีดสั้นสองเล่ม
หลังจากที่มาถึงยังหมู่บ้านแล้วทุกวันหลินเซียวก็เอาแต่ปลูกยาสมุนไพร ตัดต่อพืชพรรณสมุนไพรบางส่วนและบางครั้งก็จะช่วยรักษาคนที่มาขอให้ช่วย ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้ความทุกข์ร้อน
คนในหมู่บ้านมักจะต่อต้านหลินเซียวที่ไม่มีใครรู้ความเป็มาแต่เมื่อพวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายมีฝีมือการรักษาที่ยอดเยี่ยมพวกเขาก็พลันเปลี่ยนแปลงท่าที เริ่มที่จะเข้าหาชายหนุ่มอย่างกระตือรือร้น
พวกเขาคิดว่าหลินเซียวสามารถรักษาโรคได้และย่อมต้องทำเงินได้มากหลายคน้าให้เขาทำอะไรดีๆ ให้หมู่บ้านอย่างการสร้างถนนหรืออะไรแบบนั้นทว่าเ้าเด็กนี่ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นคนพวกนี้มายืมเงินทุกๆ สามวัน แล้วถ้าหากเขาไม่ยอมให้ก็จะด่ากราดอยู่กลางถนนหลินเซียวโกรธทว่าไม่อาจจะลงไม้ลงมือได้
“หึ!เขาทำเงินได้เยอะแยะ แล้วมันผิดตรงไหนที่จะให้เขาทำถนนให้?”
“ใช่แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ? เขามาอยู่ในหมู่บ้านฟรีๆตั้งสองสามเดือนแต่ไม่คิดจะตอบแทนอะไรให้เลยเนี่ยนะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของชาวบ้านหลี่เยว่เหยาก็ดูคล้ายจะเข้าใจบางอย่าง สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็เ็า
ความสามารถในการรักษาและช่วยชีวิตคนเป็ของเขาและมันเป็เื่ของเขาว่าจะเก็บเงินหรือไม่ ถึงจะทำเงินได้เยอะแต่ทำไมถึงต้องจ่ายเงินค่าทำถนนด้วย?
ทว่าจะอย่างไรมันก็เป็เื่ในอดีตของคนอื่น และหลี่เยว่เหยาไม่สามารถพูดอะไรได้มากเธอเพียงแค่้ารู้ว่าหลินเซียวสามารถรักษาอาการป่วยของพ่อเธอได้หรือไม่
“หมอหลิน...”
ทันทีที่หลี่เยว่เหยาเปิดปากเธอก็ถูกหลินเซียวเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงติดจะเกียจคร้าน
“วันนี้ไม่รับคนไข้เธอกลับไปเถอะ!”
“ไม่… รับคนไข้?”ดวงตาของหลี่ลี่เบิกกว้างเขาก้าวออกมาด้านหน้าและเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโกรธ“นายรู้ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”
“ฉันสนใจเหรอว่าพวกนายเป็ใคร?”หลินเซียวยกมุมปากไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง ยังคงจ้องมองพืชและดอกไม้ในสวนอย่างกระตือรือร้น
ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่เห็นหลี่เยว่เหยาแล้วยังมีท่าทีเยือกเย็นอยู่ได้
ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายพวกนั้นประธานบริษัท ใครกันที่จะไม่้าพูดคุยกับเธอสักสองสามประโยค หาทางใกล้ชิดและสานต่อความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้ง
ทว่าหลินเซียวไม่สนใจถึงการมีตัวตนของเธอเลยแม้แต่น้อยไม่แม้แต่จะพูดจากับเธอเป็พิเศษ ทำเพียงหันหลังให้เธอเท่านั้น
“เฮ้! ไอ้หนูท่าทีแบบนั้นมันอะไรกัน?” ดวงตาของหลี่ลี่เบิกกว้าง“นายรู้ไหมว่าใครยืนอยู่ตรงหน้านาย? นายรู้ตัวไหมว่านายเป็ไอ้หัวหอมแบบไหน? กล้าพูดกับคุณหนูแบบนั้นได้ยังไง?”
“งั้นฉันก็คงต้องขอถามว่านายเป็ใคร?เป็ไอ้หัวหอมแบบไหน?”หลินเซียวหันหลังกลับมาพร้อมแย้มยิ้มบาง
“ฉันจะบอกนายให้คนที่อยู่ตรงหน้านายตอนนี้คือลูกสาวของประธานหลี่จ้งซานแห่งเครือบริษัทจ้งซานแห่งเมืองหลงเถิงและเป็ว่าที่ผู้สืบทอดของเครือบริษัทจ้งซาน ตาสุนัขของนายมันบอดไปแล้วหรือยังไงถึงได้กล้าที่จะขัดใจคุณหนู?” หลี่ลี่ชี้จมูกหลินเซียวอย่างเย่อหยิ่งแล้วด่า
หลินเซียวมองด้วยสายตาเ็า
เครือบริษัทจ้งซาน
คางของเหล่าชาวบ้านแทบจะร่วงลงถึงพื้นยามที่ได้ยินสี่คำนั้น
แม้กระทั่งชาวบ้านยากจนที่อยู่ในหมู่บ้านในูเาที่ห่างไกลยังรู้ว่าเครือบริษัทจ้งซานนั้นคือบริษัทชั้นนำแห่งเมืองหลงเถิง
หญิงสาวสวยมีเสน่ห์สะกดตาคนนี้คือลูกสาวคนโตของเครือบริษัทจ้งซานอย่างนั้นหรือ?มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
“คุณหนูของฉันให้นายช่วยรักษาให้แต่ดูท่าทีของนายสิ นายวางตัวสูงส่งอะไรกัน? คิดว่าตัวเองมีดีมากงั้นเหรอ?” หลี่ลี่ถ่มน้ำลายลงบนพื้นด้วยท่าทีเหยียดหยาม
“ฉันบอกนายเลยว่าวันนี้นายต้องไปและต่อให้นายไม่อยากไปนายก็ต้องไป!” หลี่ลี่โกรธมากที่เขาต้องวิ่งมาถึงสถานที่พุๆพังๆ นี่เพื่อมาหาหมอเทวดา ในความคิดของเขา หลินเซียวเป็พวกต้มตุ๋นชัดๆ
หลี่จ้งซานผู้จัดตั้งเครือบริษัทจ้งซานเปลี่ยนจากผู้ป่วยอาการหนักไปอยู่ในระดับผู้ป่วยขั้นวิกฤติเพียงเวลาสั้น ๆ แค่หนึ่งเดือน อาการป่วยนี่ปรากฎขึ้นอย่างรวดเร็วและแปลกประหลาดมันเกิดขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่มีใครรู้ว่าอาการป่วยของเขาคืออะไรเขาแค่ผอมลงเรื่อย ๆ เขาไม่พูดและไม่กินอะไร ดูราวกับตายทั้งเป็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยเพียงแค่การให้อาหารทางสาย
เครือบริษัทจ้งซานที่ใหญ่โตเข้าสู่สภาวะตกต่ำอย่างรุนแรงภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนทุกด้านได้รับผลกระทบ เหล่าลูกจ้างต่างก็กระวนกระวาย คู่ค้าเองก็เริ่มลังเล
เมื่อหลี่จ้งซานล้มเื่ผู้สืบทอดได้กลายมาเป็สิ่งที่โลกให้ความสนใจมากที่สุด เหตุการณ์หลายๆอย่างที่ได้รับผลกระทบจากเื่นี้กระทั่งส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของทั้งเมืองหลงเถิง
ด้วยความกตัญญูเธอไปเสาะหาวิธีการรักษาผู้เป็พ่อ ภายในเวลาหนึ่งเดือนหญิงสาวเดินทางไปยังเมืองหลากหลายนับไม่ถ้วน ไปเยือนเหล่าแพทย์เลื่องชื่อรวบรวมใบสั่งยาแปลกประหลาดมากมาย และพยายามทุกๆทางในการรักษาอาการป่วยของผู้เป็พ่อ ทว่ามันไร้ซึ่งเบาะแสและไม่เคยได้ผล
เธอแทบจะหมดสิ้นหนทางแล้ว
จนกระทั่งวันนี้เธอได้ยินคำเล่าลือมาว่ามีหมอเทวดาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ชานเมืองเชี่ยวชาญในการรักษาโรคที่รักษาได้ยากให้หายได้
ยามที่พระอาทิตย์ขึ้นมาจากทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืดที่ท้องฟ้าเพิ่งจะส่องสว่าง หลี่เยว่เหยาก็บอกให้คนขับรถของเธอหลี่ลี่ รีบพาเธอมายังที่นี่
ทว่าท่าทีของหลินเซียวทำให้หลี่เยว่เหยาไม่สบายใจอย่างมากแต่เพราะอาการป่วยของพ่อเธอ เธอจึงตัดสินใจจะลองดูดังนั้นแล้วเธอจึงสูดลมหายใจเขาลึกและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้:“หมอหลิน คุณพ่อของฉันเป็โรคประหลาด ถ้าคุณสามารถรักษามันให้หายได้ฉันยินดีที่จะจ่ายเงินให้ คุณสามารถบอกค่ารักษามาได้เลย”
“ฉันบอกว่าวันนี้ฉันไม่รับคนไข้พรุ่งนี้ค่อยเอาคนป่วยมา!” หลินเซียวโปรยผงบางอย่างลงไปในสวนราวกำมือหนึ่งขณะเอ่ยขึ้นอย่างผ่อนคลาย
“หมอเทวดาบ้าบอฉันว่ามันก็เป็แค่พวกหลอกลวงต้มตุ๋นเท่านั้นแหละ”หลี่ลี่เค้นเสียงแล้วหันหน้าไปหาหลี่เยว่เหยา “คุณหนู ไปกันเถอะครับมันมีพวกหลอกลวงแบบนี้ตั้งหลายคน พวกมันไม่มีความสามารถอะไรนอกจากเสแสร้งหรอกครับ”
“เดี๋ยวก่อน!”หลี่เยว่เหยากัดริมฝีปากสีแดงสดของตนเอง เดินเข้าไปหาหลินเซียวอีกสามก้าวมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีแน่วแน่และเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “คุณเสนอราคามาค่ารักษาเท่าไหร่เหรอคะ?”
เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนจะไม่มีปัญหาเื่เงินดูจากเสื้อผ้าเน่าๆ และสภาพความเป็อยู่จนๆ นี่แล้ว ไม่ใช่ว่าขาดเงินอยู่หรอกหรือ?
“ยายผู้หญิงนี่ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้ฉันไม่รับคนไข้ เห็นคำพูดฉันเป็ลมตดรึไง? ถ้าอยากให้ฉันรักษาก็เอาคนไข้มาที่นี่พรุ่งนี้”หลินเซียวไร้ซึ่งความสุภาพแม้ว่าจะเผชิญหน้าอยู่กับหญิงงามราวดอกไม้ก็ยังไม่คิดจะเมตตา
“นาย!” หลี่เยว่เหยาโกรธมากใบหน้าของเธอแดงก่ำ เธอเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ “ทำไมนายถึงเป็แบบนี้? ฉันจ่าย นายก็รักษา ก็ถูกแล้วนี่”
“โอ้ย!เธอนี่เป็ผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆ มันเขียนเอาไว้ที่ประตูฉันรึไง? โทษทีนะฉันสนใจแค่อารมณ์ตัวเองเท่านั้นแหละ!” หลินเซียวเหลือบมองหลี่เยว่เหยาเล็กๆจากนั้นจึงหันหลังเดินกลับเข้าบ้านแล้วปิดประตูกระแทก
น่ารำคาญหยิ่งเกินไปแล้ว!
หลี่เยว่เหยาไม่เคยเห็นผู้ชายที่ไม่เห็นใจและชื่นชมเธอแบบนี้มาก่อนเธอรู้สึกเสียใจ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความรู้สึกไม่ยินยอม
ไม่ใช่ว่านายอยากได้เงินเหรอ?ฉันจะฟาดนายด้วยเงินนี่แหละ!
.
.
.