(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 119 อากาศหนาวนอนด้วยกันไหม?

     

    ตอนที่ 119 อากาศหนาวนอนด้วยกันไหม?

     

     

    พีทรับฟังเรื่องการสกัดแร่แรร์เอิร์ธจากเฉินสือหม่า ด้วยความตั้งใจ เขาจดบันทึกมันใส่สมุดแทบจะทุกคำ ซึ่งตัวของเฉินสือหม่าและทีมวิศวกรก็แอบชำเลืองมองสิ่งที่พีทจดบันทึกด้วยความสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะบางครั้งหัวหน้าเฉินของพวกเขา พูดอธิบายเป็นภาษาจีน บางครั้งก็เป็นภาษาอังกฤษ

    แต่ถึงอย่างนั้นพีทกลับจดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วน ไม่มีขาดตกไปเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียว

     

    “น้องชายรู้เรื่องแร่แรร์เอิร์ธมาไม่น้อยเลยนะ ถึงขนาดเข้าใจด้วยว่าความเข้มข้นของแร่แรร์เอิร์ธก็มีผลต่อคุณภาพที่ได้” เฉินสือหม่า ชื่นชมพีทด้วยความจริงใจ เพราะบนหน้าจอวีดิทัศน์ในตอนนี้กำลังฉายภาพแร่แรร์เอิร์ธดิบๆ ที่ยังไม่ผ่านการสกัดหรือชะล้างสิ่งปนเปื้อนออกไป หากแต่พีทกลับคาดเดาถึงความบริสุทธิ์ของแร่แรร์เอิร์ธที่ถูกขุดขึ้นมาได้ ก่อนที่เครื่องวัดจะทำงานเสียอีก

    “ความบริสุทธิ์อยู่ที่ 70% ถือว่าสูงมากเลยนะครับ” พีทจ้องมองวีดิทัศน์ตรงหน้า พร้อมกับพูดถึงความเข้มข้นและความบริสุทธิ์ของแร่กับทีมวิศวกรและหัวหน้าเฉินสือหม่า ที่กำลังสั่งให้คนงาน นำแร่ที่ได้มาไปวัดหาค่าบริสุทธิ์ของแรร์ไปพร้อมๆ กัน

     

    ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ 70% ตรงกับที่พีทพูดไปเมื่อครู่แบบเป๊ะๆ แน่นอนว่าค่าความบริสุทธิ์และความเข้มข้นของแร่แรร์เอิร์ธของประเทศจีนจะอยู่ในค่าเฉลี่ย 50-90% นับเป็นแร่ที่บริสุทธิ์มากๆ หากเทียบกับประเทศต่างๆ ที่มีแร่หายากนี้ในครอบครอง

    แต่ทว่าถึงจะคาดเดาค่าเฉลี่ยได้ว่าจะอยู่ในระดับ 50-90% แต่จากคำพูดของพีทที่บอกตัวเลขได้อย่างแม่นยำ มันก็ทำให้ทีมวิศวกรของบริษัทโนวา ถึงกับอึ้งกันไปเลย

    โดยเฉพาะเฉินสือหม่า ที่ได้รับรู้ถึงความเก่งและความฉลาดของพีทมาจากพ่อของเขาที่ได้โทรมาบอกเล่าให้ฟังถึงเรื่องของพีทและขอให้ลูกชาย ช่วยดูแลพีทเป็นกรณีพิเศษนั่นเอง

     

    “น้องชายคาดเดาได้เก่งจริงๆ สมแล้วกับที่พ่อของพี่ได้กล่าวชมเชย” เฉินสือหม่า ไม่รู้ว่าพีทนั้นรู้ถึงความบริสุทธิ์ของแร่แรร์เอิร์ธได้ยังไง แต่กระนั้นเพื่อเป็นการปกป้องพีทจากเหล่าวิศวกรคนอื่นๆ ที่กำลังช็อกกับคำตอบของพีท มันก็ทำให้เฉินสือหม่าต้องชิงพูดตัดหน้าว่าทั้งหมดเป็นการคาดเดา อย่างน้อยก็เพื่อเบี่ยงประเด็นไม่ให้พีทเป็นที่สนใจมากเกินไปนั่นเอง

     

    ในทีมของเฉินสือหม่า ถึงตัวเขาจะเป็นหัวหน้าทีม แต่กระนั้นก็มีวิศวกรอีกหลายคน ที่อยากจะถีบตัวเองจากตำแหน่งพนักงานทั่วไปขึ้นเป็นหัวหน้างานอยู่อีกมาก โดยวิธีการของคนเหล่านี้ก็มีทั้งการใช้ความรู้ความสามารถผลักดันตัวเองขึ้นสู่ตำแหน่งที่ต้องการ แต่ก็มีอีกไม่น้อย ที่ใช้ทางลัด ใช้การประจบประแจง เข้าหาจางรุ่ยเทียนผู้เป็นรองประธานบริษัท

     

    ด้วยการนำเรื่องต่างๆ ภายในโรงงานไปรายงานตรงต่อจางรุ่ยเทียน ซึ่งการนำเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงงานไปพูด แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ดั่งเช่นมีคนวางแร่ใส่เครื่องสกัดแรงเกินไปจนเกิดทำให้แร่เสียรูปไปเล็กน้อยแม้จะไม่มีผลต่อการสกัดออกมา แต่ด้วยเหตุนี้ก็มีพนักงานรากหญ้าจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกงานไปเพราะเรื่องนี้มันได้ไปถึงหูของจางรุ่ยเทียนนั่นเอง

     

    เฉินสือหม่านั้นรู้ว่าก่อนหน้านี้ ตัวของพีทนั้นได้มีปัญหากับทางจางรุ่ยเทียน แน่นอนเฉินสือหม่าและพ่อ ย่อมรู้ถึงนิสัยของรองประธานผู้นี้เป็นอย่างดี เนื่องจากทั้งสองคนก็ทำงานให้กับบริษัทแห่งนี้มานาน จึงรู้ดีว่าจางรุ่ยเทียนไม่มีทางยอมปล่อยพีทไปง่ายๆ แน่

     

    “พี่สือหม่าพูดถูกต้อง ผมก็แค่คาดเดาไปเรื่อย ไม่คิดว่ามันจะถูก…สงสัยผมคงต้องรีบไปซื้อหวยสักเลขหนึ่งแล้ว” พีทเองก็อ่านสถานการณ์ออก พอเห็นพี่สือหม่าช่วยพูดเบี่ยงประเด็นให้

    ตัวของชายหนุ่มก็รีบสอดรับและทำให้มันกลายเป็นเรื่องขบขันไปในทันที…และจากการกระทำนี้มันก็ทำให้เหล่าวิศวกรคนอื่นๆ ไม่ได้สนใจอีก แม้จะมีบางคนใช้โทรศัพท์มือถือกดส่งข้อความไปหาจางรุ่ยเทียนอย่างลับๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใคร เสนอหน้าออกมาเล่นงานพีทตรงๆ

    “วันนี้ต้องขอบคุณพี่สือหม่าและทุกท่านมากนะครับ ทำให้ผมได้ความรู้กลับไปไม่น้อยเลยทีเดียว” พีทยกมือไหว้ให้กับเหล่าวิศวกรตามมารยาทอันดีงามของไทย

     

    “เรื่องเล็กน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องขอบคุณกันเลย…อีกอย่างวันนี้น้องชายน่าจะเหนื่อยมากแล้ว ยังไงรีบกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่แล้วในวันพรุ่งนี้พี่จะพาไปชม ตัวอย่างแร่แรร์เอิร์ธที่สกัดสำเร็จแล้ว ด้วยตัวเอง” เฉินสือหม่าและทีมวิศวกรต่างเรียงแถวมาบอกลาพีทและรดา เพื่อส่งพวกเขากลับที่พัก

    ซึ่งพีท ฝ้าย รดาและหญิงเล็ก รวมไปถึงนักศึกษาที่ได้ทุนมาทัศนศึกษา ก็จะอยู่พักกันที่นี่คืนหนึ่ง โดยสถานที่พักแรมกันในคืนนี้ก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล

    เป็นอาคารสำหรับพนักงานที่ทางบริษัทได้สร้างไว้ให้กับพนักงานที่ต้องอยู่ทำงานกันที่นี่นั่นเอง

     

    ไม่ใช่ว่าพนักงานทุกคนจะมีบ้านอยู่ที่ชานเมืองแบบนี้ บางคนเพื่อที่จะได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆ จำเป็นต้องห่างบ้าน ห่างครอบครัวเพื่อออกมาหางานทำ ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่และอาศัยกันในอาคารที่บริษัทจัดไว้ให้เป็นสวัสดิการ นานๆ ครั้ง 1-3 เดือนถึงจะได้กลับบ้านไปหาลูก หาเมียกันสักครั้งหนึ่ง

     

    แน่นอนอาคารที่พักเองก็มีจำกัด มันมีห้องว่างอยู่ไม่กี่ห้องเท่านั้น เพื่อใช้รองรับแขกที่มาเที่ยวชมโรงงาน

     

    ดังนั้นเมื่อแบ่งไปให้กับนักศึกษาและพนักงานจากไทยที่รดาพามาด้วย มันก็พลันเหลือเพียงแค่สองห้องสำหรับ พีท ฝ้าย รดาและหญิงเล็กเท่านั้น

    ‘สองห้อง’ ห้องแรกย่อมตกเป็นของหญิงเล็กอยู่แล้ว ส่วนอีกห้องก็ต้องเป็นของพีท เพราะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มนี้

     

    หากแต่ฝ้ายและรดาที่เหลือกันอยู่สองคน กำลังจะตัดสินใจเลือกนอนห้องไหนกันแน่?! ฝ้ายและรดามองหน้ากัน ซ้ายห้องของพีท ขวาคือห้องของหญิงเล็ก พวกเธอทั้งสองยืนอยู่ตรงทางแยกที่ต้องเลือก

    ทั้งสองเงียบกันอยู่นาน ต่างคนต่างมองหน้ากัน ก่อนที่ฝ้ายจะเอ่ยถามกับรดาขึ้นมาประโยคหนึ่ง “เตียงฝนห้องพักขนาดเท่าไรเหรอคะ?” ฝ้ายถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ

     

    “เตียง? King Size 6 ฟุต…น้องฝ้ายถามเรื่องนี้ทำไมเหรอ” รดาตอบกลับด้วยความงุนงง แต่แล้วก่อนที่เธอจะได้รับคำตอบจากฝ้ายว่าถามเรื่องขนาดเตียงทำไม ฝ้ายก็พลันจับมือของรดา

     

    ก่อนจะลากจูงเธอไปยังห้องด้านซ้ายมือ ซึ่งก็คือห้องของพีททันที

    ‘หวืด~!’ ประตูถูกวาดเปิดออก พีทที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าออก ถึงกับผวาด้วยความตกใจ รีบไขว่คว้าเอาเสื้อผ้าที่ถอดออกแล้วมาปิดช่วงบนของตัวเองทันที

     

    “จะตกใจอะไร ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นมันเสียหน่อย…ซิกแพคของนาย ฉันลูบมาจนชินแล้ว” ฝ้ายลากรดาและกระเป๋าของทั้งคู่เข้ามาในห้อง พลางปิดประตูห้องลง ก่อนจะมองพีทที่กำลังเปลือยท่อนบน ด้วยสายตาที่ชินชา ประหนึ่งเห็นสัดส่วนของพีทจนชินไปหมดแล้ว

    “ฉันไม่ได้ตกใจเธอ ฉันตกใจรดาต่างหาก” พีทเองก็ไม่ได้อาย ที่ต้องเปลือยกายท่อนบนกับฝ้ายอยู่แล้ว อย่างที่รู้กันดี เขาสองคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พีทกับฝ้ายเองก็เคยไปว่ายน้ำด้วยกันอยู่บ่อยๆ และการว่ายน้ำมีผู้ชายคนไหนบ้างที่ใส่เสื้อผ้าปิดท่อนบน?

    และจนถึงตอนนี้ แม้ทั้งสองจะเติบโตขึ้น จนเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์แล้ว แต่ด้วยความที่ตอนนี้ทั้งสองได้เลื่อนสถานะเปลี่ยนจากเพื่อนกลายเป็นแฟนกันแล้ว ประกอบกับนอนเบียดเสียดอยู่ด้วยกัน บนเตียงขนาด 3.5 ฟุตที่มีขนาดเล็กเกินตัว จนแทบจะนอนกอดกันอยู่แล้ว

     

    อีกทั้งห้องน้ำก็ยังใช้ร่วมกัน จึงมีหลายครั้งที่ทั้งสองมักจะลืมของสำคัญส่วนตัวของตัวเองเอาไว้ในห้องน้ำ ถึงขั้นที่ฝ้ายซักกางเกงในให้กับพีทก็มีมาแล้ว

    ฉะนั้นยังจะมีอะไรที่พีทกับฝ้ายยังต้องอายกันอีก? อ้อ ไม่สิ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทั้งสองคน ยังอายกันอยู่ โดยเรื่องที่ทำให้พวกเขาอาย คงจะเป็นเรื่องที่พวกเขาทั้งสองคนยังไม่เคยมีอะไรกันนั่นเอง

     

    พีทกับฝ้าย ถึงจะตัวติดกัน นอนเตียงเดียวกัน เห็นของใช้ส่วนตัวของกันและกัน แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยมีอะไรไปมากกว่านั้น เพราะคืนแรกของกันและกัน ทั้งพีทและฝ้ายต่างอยากจะมอบมันให้กับอีกฝ่ายด้วยค่ำคืนที่พิเศษ

     

    ‘ว้าย~! อุ้บส์’

    ฝ้ายรีบใช้มือของเธอปิดปากของรดาอย่างรวดเร็ว เมื่อรดาได้เห็นพีทกำลังเปลือยท่อนบน เสียงร้องด้วยความตกใจของรดาจึงไม่ดังออกไปด้านนอก

     

    “น้องฝ้าย พี่ว่าพี่กลับไปนอนกับหญิงเล็กดีกว่า” รดาไม่หลงเหลือความเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งอีกแล้ว เธออายจนหน้าแดงก่ำ ตัวเธอร้อนราวกับเปลวไฟ ไม่เหลือเค้าโครงเจ้าหญิงน้ำแข็งที่เย็นยะเยือกอีก

    “นอนด้วยกันที่นี่แหละค่ะ เตียงนี้ใหญ่พอสำหรับนอนด้วยกัน 3 คน พี่รดาเชื่อหนูสิ” ฝ้ายได้ลั่นกลอน ล็อกประตูห้อง เพื่อไม่ให้รดาที่ตอนนี้ตัวลีบเล็กคิดที่จะหลบหนีออกไปได้

     

    “นอนกันสามคน เธอบ้าไปแล้วเหรอ?” พีทเองก็ไม่กล้าเสียงดัง ถึงอย่างนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงความบ้าดีเดือดของแฟนสาวของเขาว่าเธอจะกลั่นแกล้งเขากับรดาเช่นนี้

    “เป็นแฟนกัน นอนด้วยกัน ผิดตรงไหน? อีกอย่างฉันก็มีเรื่องอยากพูดคุยกับพี่รดาเป็นการส่วนตัว ฉะนั้นนายไปอาบน้ำได้แล้ว” ฝ้ายได้ไล่พีทเข้าไปอาบน้ำ ซึ่งในระหว่างที่พีทกำลังอาบน้ำ ฝ้ายก็พลันนั่งลงข้างๆ รดาที่กำลังตัวสั่นงันงก

     

    “พี่รดาอย่าคิดว่ามันแปลกเลยนะคะ หนูเองก็ไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับหนูเหมือนกัน” ฝ้ายพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม ที่ก่อนหน้านี้เธอหยอกเย้าพีทโดยไม่กลัวอะไร

    แต่เมื่อต้องมาอยู่ตามลำพังกับฝ้าย ตามประสาผู้หญิงด้วยกัน ฝ้ายก็พลันดูสงบเงียบลง

    “หนูรู้มานานแล้วว่าพี่รดาชอบพีท ในตอนแรกในใจหนูก็ไม่ยินยอมให้ใครเข้ามาแทรกระหว่างหนูกับเขา แม้จะเป็นพี่ก็ตาม” ฝ้ายจับมือรดามาวางไว้บนตักของเธอ ก่อนจะพูดระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “แต่พอหนูได้เห็นพี่รดาอยู่กับพีท หนูกลับไม่รู้สึกว่าหนูได้ถูกแย่งความรักไปเลย แต่เป็นพี่เองต่างหากที่หนูเห็นถึงความอ้างว้างในตัวของพี่และเห็นถึงความรู้สึกที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนที่หนูมอบให้กับพีทไม่ได้”

    ฝ้ายยังคงพูดความในใจของเธอต่อไป เพื่อที่จะเปิดใจกันระหว่างเธอและรดา

     

    “ฝ้ายพี่ขอโทษนะ ที่พี่ทำตัวแบบนั้น พี่ควรหักห้ามใจให้มากกว่านี้” รดาเองก็รู้สึกผิดต่อฝ้าย เพราะเธอได้เข้ามาแทรกกลางระหว่างความรักของทั้งสองคน

    “พี่ไม่ได้ผิดอะไรเลย อย่างที่หนูบอกไปพี่เข้ามาเติมเต็มในส่วนที่หนูมอบให้กับพีทไม่ได้…หนูรักพีทมากก็จริง แต่หนูก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงในอนาคตของเขา ซึ่งในสิ่งนี้พี่รดาสามารถมอบให้กับพีทได้ แต่หนูทำไม่ได้” ฝ้ายกำลังพูดถึงสถานะของตัวเอง ที่เธอเป็นเพียงแค่นักศึกษาคนหนึ่ง ส่วนรดาคือนักธุรกิจสาวจากบริษัทใหญ่ ที่สามารถผลักดันพีทไปให้ถึงฝันได้

     

    “ไม่เลย…เธอแค่ยังเด็กเท่านั้น หากเธอเรียนจบมา พี่เชื่อว่าเธอจะเป็นแรงผลักดันให้กับพีทได้มากกว่าพี่อย่างแน่นอน ดูสิ…เธอเองก็น่าจะเห็นแล้ว ถึงพีทจะไม่มีพี่ เขาก็สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองแล้ว” รดาสวมกอดฝ้าย พลางใช้มือเล็กๆ ของเธอลูบไหล่ของฝ้ายเบาๆ เพื่อไม่ให้ฝ้ายรู้สึกด้อยค่า

    แต่เปล่าเลย ฝ้ายไม่ได้รู้สึกด้อยค่าในตัวเองอย่างที่รดาคิด “ใช่แล้วพีทสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง เขามีทุกอย่างแล้วทั้งเงินและความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวเขายังไม่มีและหนูเองก็มอบให้กับเขาไม่ได้ ก็คือการปกป้อง” คราวนี้ฝ้ายเป็นฝ้ายที่ลูบไหล่ของรดาบ้าง

     

    รดาได้ไตร่ตรองคำพูดของฝ้ายก็พบว่าจริงอย่างที่เธอพูด ‘พีทไม่ได้ต้องการเงินหรือความรู้ใดๆ จากเธอเลย’ ตัวของพีทล้วนมีครบทุกอย่าง มีมากจนตัวเธอเองยังคิดเลยว่าตัวเธอเองอาจจะไม่ดีพอสำหรับอัจฉริยะอย่างพีท

     

    แต่กระนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เธอลืมไปเสียสนิทและเป็นสิ่งแรกที่ทำให้เธอได้สานสัมพันธ์กับพีทนั้นก็คือ ปีกแห่งการปกป้องจากเธอนั่นเอง!

    ปีกแห่งการปกป้องของรดา แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่มันก็มากพอที่จะปกป้องให้ต้นกล้าอย่างพีทได้มีร่มเงาในการเติบโต โดยที่ไม่ถูกศัตรูเข้ามากัดกินเขาเสียก่อน

     

    ปีกของรดาอาจจะเล็กจ้อยถ้ามองจากวันข้างหน้าที่พีทได้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่แล้ว แต่ปีกของรดาในวันนี้ มันกลับเป็นปีกที่เข้ามาได้จังหวะที่สุดสำหรับพีท

     

    หากเปรียบพีทคือต้นไม้ ฝ้ายก็คือดิน ส่วนรดาคือร่มเงา…ฉะนั้นฝ้ายจึงช่วยเปิดทางให้รดาเข้ามาในการเติบโตครั้งนี้ พวกเธอจะไม่เข้ามาแย่งใครไปจากใคร…แต่พวกเธอจะเข้ามาเติมเต็มคนที่พวกเธอรัก นั้นก็คือพีท

     

    “ขอบคุณนะฝ้ายที่ไว้ใจพี่มากขนาดนี้” รดาโผกอดฝ้าย เฉกเช่นเดียวกับฝ้ายที่รับการสวมกอดด้วยความอบอุ่น

    “วันข้างหน้าหากหนูต้องห่างจากพีทไปเรียนต่อ หนูเองก็หวังว่าพี่จะช่วยคลายเหงาให้กับพีทด้วยนะคะ” ฝ้ายรู้ตัวเองดี อีกไม่นานเธอก็ต้องไปเรียนต่อปริญญาโท ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

    ตอนแรกเธอกลัวรักทางไกล มันจะมีจุดจบที่ไม่สวยงาม แต่ตอนนี้ฝ้ายไม่กลัวมันอีกต่อไปแล้ว…เพราะเธอได้ฝากดวงใจของเธอ เอาไว้ให้กับรดาอยู่เป็นเพื่อนแล้วนั่นเอง

     

    “น้ำยังอุ่นๆ ทั้งสองคนไปอาบน้ำกันได้แล้ว” เมื่อฝ้ายและรดาได้เปิดใจยอมรับการมีอยู่ของกันและกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด้านของพีทก็อาบน้ำเสร็จพอดี แน่นอนเข้าได้ใส่ชุดนอน ปิดมิดชิดหมดแล้ว

    แต่พอเห็นรดาและฝ้ายที่ผลัดเปลี่ยนเป็นผ้าเช็ดตัว ผืนเดียวห่อหุ้มตัว สวนเข้าไปในห้องน้ำ…พีทก็ถึงกับยืนค้างอยู่อย่างนั้น เฉกเช่นเดียวกับช่วงล่างของเขาที่ผงะค้างเติ้ง!

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy