ตอนที่ 51 ผ่านรอบแรกทุกคน
เสียงตะโกนเชียร์โห่ร้องดังก้องไปทั่วสนามประลองผู้ชมต่างตะลึงกับความยอดเยี่ยมของเสี่ยวไป๋ที่ใช้กระบวนท่าประหลาดฟาดสะท้อนการโจมตีของหลี่กวนไปได้พวกมันไม่รู้จักเคล็ดวิชาระบำกิ่งไผ่ หรือความยอดเยี่ยมของมันรู้แค่ว่าเป็นการประลองที่น่าตื่นตาตื่นใจย่อมเพียงพอแล้ว
ลู่ไป๋และศิษย์สำนักอินทรีย์ฟ้าพวกมันคลั่งแค้นเป็นอย่างมากการประลองรอบนี้มีศิษย์สำนักอินทรีย์ฟ้าตกรอบตั้งแต่นัดแรกถึงสองคนแล้วแถมยังตกรอบเพราะศิษย์สำนักไผ่เขียวทั้งสองครั้ง
ลู่ไป๋กัดฟันมองไปที่บรรดาศิษย์ไผ่เขียวสำนักเล็กๆอย่างนั้นทำไม จู่ๆกลับปรากฏอัจฉริยะขึ้นมาสองคน? มันสาบานว่าถ้ามีโอกาสต้องล้างความอับอายนี้ให้ได้หน่วยพยาบาลข้างสนามนั้นได้นำหลี่กวนและศิษย์สำนักอินทรีย์ฟ้าออกไปจากสนาม
พิธีกรบนเวทีประกาศชัยชนะก้อง “ผู้ชนะ ซูไป๋หลัน จากสำนักไผ่เขียว!” เสียงตะโกนเฮ ดังลั่นรุ่นเยาวน์หนุ่มหลายคนจากสำนักหรือตระกูลชื่อดังต่างๆ ต่างจับจ้องไปที่เสี่ยวไป๋ด้วยตาเป็นประกายมีกลุ่มคนหลายกลุ่มตะโกนชื่อนางขึ้นมา ด้วยความน่ารักและความสามารถที่แสดงออกมา ดูเหมือนเสี่ยวไป๋จะมีแฟนคลับขึ้นมาซะแล้ว
ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มเสี่ยวไป๋ยิ้มร่าอย่างน่ารักหันกลับมามองพี่ชายตน ก่อนจะชูสองนิ้วให้มัน พลางหัวเราะฮิฮิเจียงหวู่เฉินยิ้มให้น้องสาวเล็กน้อย ศิษย์พี่ใหญ่ข้างๆถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เด็กหญิงน้อยนี่เกือบทำเอาข้าหัวใจวายเสียแล้ว...”
..............
หลังจากนั้นพวกมันก็ไปฉลองชัยชนะให้กับเสี่ยวไป๋และซูเฟิงรอบนี้พวกมันเปลี่ยนบรรยากาศไปฉลองกันที่ร้านอื่นมีหนุ่มรุ่นเยาวน์หลายคนตามขอรายเซ็นเสี่ยวไป๋บ้างก็เฝ้าตะโกนพูดจาชื่นชมเสี่ยวไป๋ห่างๆ
เสี่ยวไป๋รำคาญจะแย่จึงอาละวาดจนพวกนั้นล่าถอยออกไปแต่มองดูท่าทางของพวกมันไม่ได้ดูโกรธที่โดนเด็กหญิงอาละวาดขับไล่ แต่กลับดูชอบอกชอบใจอีกต่างหากศิษย์พี่ใหญ่ถึงกลับแซวนาง จนนางแกล้มป่อง
หลังจากกลับเข้าที่พักเจียงหวู่เฉินก็ปิดตัวฝึกฝนกระบวนท่าฝ่ามือประทับไผ่จากเริ่มเรียนรู้จนถึงตอนนี้ผ่านมาไม่นานการฝึกฝนของมันเป็นไปอย่างราบลื่นรวดเร็วมาก ศิษย์พี่ใหญ่ใช่เวลาเกือบ20ปีในการฝึกจนถึงขั้นที่3แต่เด็กหนุ่มใช้เวลาฝึกไม่ถึงหนึ่งเดือนก็ตามทัน
แน่นอนถ้าซูเทียนเจ้าสำนักไผ่เขียวรู้คงต้องยินดีมากพรสวรรค์ของหวู่เฉินในการเรียนรู้ที่แสดงออกอยู่ในระดับเหนือมนุษย์ การฝึกตนที่ห่างจากขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลางเพียงก้าวเดียวมันมั่นใจว่าถ้าให้เวลามันอีกหนึ่งเดือนจะสามารถก้าวเข้าไปในขอบเขตนั้นได้
ที่มันสามารถเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็วหนึ่งคือพรสวรรค์สูงล้ำสามารถตีความเข้าใจเคล็ดวิชาน้ำค้างอรุณขั้นแรกได้ สองคือพลังชี่ที่เก็บไว้ในสัญลักษณ์ข้างมือขวาถ้าไม่มีพลังชี่ที่พร้อมดูดซึมมากมหาศาล รวมทั้งร่างกายที่สามารถทนรับไว้ได้ ย่อมไม่สามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเพียงนี้
ความเป็นจริงมันควรจะรู้สึกตื่นเต้นดีใจกลับความสำเร็จเชิงยุทธ์ แต่มันกลับไม่พอใจเพราะด้วยความสำเร็จเท่านี้ถ้าไม่โชคร้ายไปเจอคู่ต่อสู้ในระดับท็อปของรอบแรกมันย่อมสามารถผ่านเข้าสู่รอบเวทีปฐพีได้ไม่ยากด้วยขอบเขตพลังของมันถือว่าเป็นความสำเร็จที่สุดยอดแล้วตามประวัติศาสตร์ไม่เคยมีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นต้นผ่านเข้ารอบเวทีปฐพีแม้แต่คนเดียว
และด้วยพลังฝีมือของมันตอนนี้รวมถึงเวลาฝึกฝนอีกหลายวันในแต่ละรอบกลับไม่เพียงพอในการเข้ารอบเวทีสวรรค์แน่ๆมันตั้งเป้าว่าจะเข้ารอบเวทีสวรรค์ให้ได้แต่ด้วยขอบเขตของมันดูแล้วช่างเลือนราง
ต่อให้มันโชคดีเลื่อนขั้นเป็นผู้บำเพ็ญกายขั้นกลางได้ก่อนนัดชิงรอบปฐพีก็ยังไม่เพียงพอที่จะเข้ารอบเวทีสวรรค์ เพราะคู่แข่งนั้นล้วนเป็นผู้บำเพ็ญกายระดับสูงสุดต่อให้มันเลื่อนขั้นไปอยู่ขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลาง มันนั้นพรสวรรค์สูงล้ำแต่คู่ต่อสู้ล้วนเป็นยอดอัจฉริยะรุ่นเยาวน์จากยอดสำนักต่างๆนั้นอ่อนแองั้นหรือ?
ถ้ามันไม่สามารถที่จะมีพลังในการเอาชนะบำเพ็ญกายระดับสูงสุดได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ต่อไปนี้มันย่อมไม่มีทางเลยที่จะผ่านเข้ารอบเวทีสวรรค์ มันควรทำอย่างไร?
หลังจากมันฝึกฝนเสร็จก็ไปอาบน้ำชำระกายเข้าที่พักเตรียมเข้านอนเพราะพรุ่งนี้มันต้องไปให้กำลังใจศิษย์พี่หญิงแต่เช้าตอนที่กำลังจะนอนกลับได้ยินเสียงเคาะประตู ใครกันมีธุระป่านนี้? ระ...หรือว่าจะเป็นศิษย์พี่หญิง?นางมาหามันทำไมกันดึกดื่นป่านนี้มันตื่นเต้นเล็กน้อยสำรวจดูตนเอง เมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกติก็เดินไปเปิดประตู
หลังจากเปิดประตูออกผู้มาเยือนกลับเป็นเสี่ยวไป๋น้องสาวตัวเล็กของมันเสี่ยวไป๋สวมใส่ชุดนอนสีชมพูดูน่ารัก ที่มือถือด้วยหมอนนุ่มใบโต’ที่แท้เป็นนาง?’
“เสี่ยวไป๋มาหาพี่ดึกดึกดื่นๆมีอันใดแล้วทำไมยังไม่เข้านอนอีก?”
“วันนี้เสี่ยวไป๋ขอนอนกับเกอเกอได้หรือไม่?”
เจียงหวู่เฉินงุนงันวูบตั้งแต่เล็กหลังจากมันทั้งสองแยกกับท่านน้าสาวซูรั่วซานเสี่ยวไป๋กับมันก็แทบจะตัวติดกันแทบตลอด หลังจากมาถึงหุบเขาไผ่เขียวเมื่อ9ปีที่แล้วเสี่ยวไป๋ก็ยังคงติดมันหนึบ นอนด้วยกันกับมันทุกวัน จนกระทั่งนางอายุ11-12ปีอาจารย์หญิงถังฉินหยาก็ได้แยกเสี่ยวไป๋ออกไปนอนคนเดียว
เจียงหวู่เฉินเห็นสายตาท่าทางเด็กหญิงนั้นเต็มไปด้วยความรอคอยและความหวังท่าทางน่าสงสารมันก็ใจอ่อน
“ทำไมจะไม่ได้รีบเข้ามาเดี๋ยวก็ได้เป็นหวัด”
“เย้เกอเกอดีที่สุด ฮิฮิ”เสี่ยวไป๋ยิ้มน่ารักอย่างดีใจโผลเข้ามากอดพี่ชายอย่างสนิทสนมพอเข้านอนเด็กหญิงกลับออดอ้อนจนดึกดื่นกว่านางจะผล๊อยหลับไป เจียงหวู่เฉินมองใบหน้ายามหลับของน้องสาวตนด้วยสายตาเอ็นดูมันสัญญากลับท่านน้าซูว่าจะปกป้องนางมันย่อมต้องทำให้ได้แต่ตอนนี้ท่านน้าซูจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือตอนนี้ไปอยู่ที่แห่งหนใด?
................
เช้าวันต่อมาเป็นงานประลองรอบเวทีบาดาลนัดแรกวันที่3 วันนี้มีเพียงศิษย์พี่หญิงซูตันหยินเข้าร่วมศิษย์พี่หญิงคนงามตอนนี้ยืนเฉิดฉันท์อยู่บนสนามประลองคู่ต่อสู้ของนางกลับเป็นถึงศิษย์สำนักระดับชั้นตรี
มันเป็นหนุ่มฉกรรจ์วัย20ปี ถือหอกยาวท่าทางแข็งแกร่ง มันนั้นตอนนนี้มีพลังอยู่ที่ขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลางแล้วซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับเวทีประลองระดับบาดาลเพียงแต่มันดันโชคร้าย คู่ต่อสู้ของมันดันเป็นซูตันหยิน...
หลังจากเริ่มประลองมันนั้นทีสีหน้าดำเคร่งเคลียดผิดกลับศิษย์พี่หญิงที่ยิ้มงามไม่ได้มีความกังวลอันใด ศิษย์ชายคนนั้นได้ใช้หอกทุ่มระดมจู่โจมไปที่ศิษย์พี่หญิงด้วยกระบวนท่าที่ดุดันต่อเนื่องหวังจะใช้เวลาที่นางประมาทไม่ทันตั้งตัวคว้าชัยไป
หลังจากรุกจู่โจมอย่างหนักใช้ออกทุกกระบวนท่าทุกวิธีการต่อสู้ที่มันคิดได้ก็ไม่อาจกระทบถูกชายเสื้อของซูตันหยินได้เลยซูตันหยินตอนนี้ยืนด้วยท่วงท่าสง่างามขับเน้นความงามเย้ายวนสะกดผู้คนรอบสนามประลอง
เจียงหวู่เฉินจ้องมองไปที่นางด้วยสายตาเป็นประกายชื่นชมเสี่ยวไป๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างมัน เมื่อเห็นสายตาพี่ชายนางมองไปที่ศิษย์พี่หญิงก็แก้มป่องไม่พอใจ ใคร่อยากจะกัดไปที่พี่ชายให้รู้แล้วรู้รอด
ศิษย์ชายผู้นั้นหอบหายใจหนักหน่วงตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ที่มันรุกโจมตีหญิงสาวตรงหน้าไม่จู่โจมสวนกลับมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันทุ่มพลังทำทุกวิถีทางกลับไม่สามารถทำอันใดนางได้อย่าว่าจะหวังชนะ
มันได้รู้ซึ้งถึงความต่างชั้นถ้าหญิงสาวตรงหน้าโจมตีมันบางทีมันอาจจะพ่ายแพ้ไปแต่แรกบางทีอาจจะแพ้ด้วยกระบวนท่าเดียวกลายเป็นอับอายขายขี้หน้าสำนักมันสำนึกขอบคุณหญิงสาวตรงหน้าที่อย่างน้อยก็ให้โอกาสมันได้แสดงความสามารถต่อหน้าคนมากมาย
จะมีซักกี่คนในโลกที่ได้มายืนอยู่บนเวทีนี้แบบมัน? ตอนนี้ควรพอใจแล้วมันแค่โชคร้ายที่ต้องมาเจอผู้บำเพ็ญกายขั้นปลายตั้งแต่นัดแรกแพ้ไปย่อมสมเหตุสมผลแล้ว มันประกาศตัวขอยอมแพ้ และหันหลังลงเวทีไป
“ผู้ชนะซูตันหยิน สำนักไผ่เขียว”
ซูตันหยินฉีกยิ้มงดงามที่มุมปากเสียงผู้ชมโห่ร้องยินดีดังกระหึ่ม ในการประลองรุ่นเยาวน์คลานี้ศิษย์สำนักไผ่เขียวทุกคนที่เข้าร่วมสามารถได้รับชัยชนะในนัดแรกผ่านเข้าสู่รอบถัดไปได้ทุกคน