ลานกว้างหลังโรงเตี้ยมพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะ พื้นสี่เหลี่ยมกว้างเป็พื้นดินเหยียบเป็ลายหินราบเรียบตัดลวดลายคดเคี้ยวดั่งอสรพิษลากยาวไปมาจนปรากฏส่วนหัวทำเหมือนกำลังแผ่แม่เบี้ยขมขู่ เป็จุดตำแหน่งที่าุโชรากำลังยืนอยู่มือไขว้หลัง ปากพูดงึมงำหลักการมากมายให้กับเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจอย่างขมักขเม้นตัวนั่งตรงชี้ตั้งดั่งคมกระบี่หากแต่ตอนนี้ เอี้ยวตัวไปมาคอเอียงตัวเลื่อยยังกะงูพยายามข่มดวงตาที่จะหลับกึ่งไม่หลับกึ่ง ฝืนตนพยายามจดจำคำสอนทุกระเบียดที่าุโพยายามถ่ายทอดให้ด้วยท่าทีสบาย
"ถือว่าสอบผ่านที่สามารถต้านทานปราณมนต์สะกด ระดับพื้นฐานได้แต่อย่าได้ใจไปนี้เป็เพียงแค่การสลักปราณบางส่วนเติมแต่งไปที่คำพูดเพียงเท่านั้นหากมีการเร่งการไหลเวียนเพิ่มเข้ามาแล้วพ่นเข้าใส่โสดประสาทโดยตรง เ้าคงไม่มีสิทธิ์แหมแต่จะยืนตาแข็งตาค้างแบบนี้หรอก โฮะๆ นี้เป็อีกคำสอนที่ต้องจำให้ได้ว่าต่อให้เ้าเป็ชาวยุทธมากประสบการณ์หากเมื่อรู้ว่าต้องมนต์นี้เข้าแล้วต้องสร้างระยะห่างให้มากที่สุดมิเช่นนั้นเ้าอาจจะเป็ผู้ที่ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"
หญิงชราเริ่มเห็นท่าทางไร้เรี้ยวแรงของไป๋ลู่ที่ตอนนี้คอเริ่มตก เนื่องจากฝืนตนเป็อย่างมากไม่ให้หลับไหลจากมนต์สะกดนี้ นางจึงเพียงสบัดมืดครานึง เกิดสายลมอ่อนเฉื่อยเข้ากระทบใบหน้าเด็กหนุ่ม สายลมที่ผสมเข้ากับปราณสะกัดบางอย่างเข้าไปและมีกลิ่นสมุนไพรบางชนิดควบคู่ไปกับสายลมนี้ เมื่อเด็กหนุ่มได้สูดดมเข้าไป ก็ดวงตาที่เริ่มมิอาจต้านทานมนต์สะกดไว้ก็เริ่มคลายตัวช้าๆ ก่อนจะถลึงดวงตาค้างออกมา ความชุ่มชื่นเริ่มสมานอารมณ์เด็กหนุ่มให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก่อนจะรีบคุกเข่าคารวะหญิงชราเบื้องหน้าอย่างอ่อนน้อมเหมือนเช่นเคย
"ขอบคุณท่านาุโที่ยอมสละเวลาอันมีค่า ฝึกสอนคนไร้ความสามารถเช่นผู้เยาว์ ข้าจะไม่ลืมคำสอนนี้ของท่านเลยขอรับ" หลังเด็กหนุ่มพูดจบก็เกิดลมกรรโชกเล็กน้อยพลักดันร่างที่คุกเข่าขึ้นยืนทันที "ไม่ต้องมากพิธีมากนั้น ทำตัวเรียบง่ายเหมือนเช่นเดิมเถอะ มาเรียนรู้กันต่อ ข้ามิอาจอยู่สอนสั่งเ้าได้นาน อีกไม่กี่่เทียนดับ ข้าคงต้องจากไปทำกงการของข้า เ้าจงใช้เวลานี้ตักตวงผลประโยชน์ที่จะได้นี้ไปให้มากที่สุดก็เพียงพอ หลังจากข้าไป จะอนุมัติเงินจำนวนนึงและให้เ้าไปฝึกสถาบันศึกษาพื้นฐานร่วมกับเด็กชาวบ้านผู้อื่นดั่งที่ควรจะเป็"
เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินอย่างนั้นจึงรีบวิ่งเข้าหาาุโอย่างรวดเร็วกางมือขั้นทั้งสองตรงมาจับชายกระโปรงของาุโพร้อมเขย่าอย่างแรง "ท่านพูดจริงๆนะ ข้าจะมีโอกาศได้เรียนรู้ศาสตร์ยุทธเหมือนคนอื่นจริงๆหรือขอรับ ท่านไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม" เด็กหนุ่มพูดขึ้นทักทวงคำพูดที่พึ่งได้ยินอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
ดวงตาแดงฉานดั่งโลหิตที่ผู้อื่นมองเห็นเป็ต้องเกิดความอึดอัดหรือกดดันยากจะต้านทานบัดตอนนี้กลับใสแป๋วกระเพื่อมไปด้วยน้ำตาที่ชะโลมดวงตาเด็กหนุ่มที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นตันและดีใจไปพร้อมๆกัน มือที่สั่นเทิ่มและเขย่าชายกระโปรงไปมาไม่หยุด ทวนคำพูดที่าุโพึ่งพูดไปซ้ำๆ จนนางมิอาจต้านทานความใสซื่อและความน่ารักของเด็กน้อยเบื้องหน้าที่แสดงออกมาได้ เริ่มหยิกแก้มทั้งสองเบามือก่อนจะเริ่มสั่งให้เด็กหนุ่มเดินกลับไปเล่าเรียนสิ่งที่นางจะเริ่มพร่ำสอนต่อ
สิ่งนี้เป็ดังความฝันและความ้าที่จะเป็ของเด็กหนุ่มมาโดยตลอด "ชาวยุทธภพ" นามของบุคคลทั่วโลกที่มีชะตาชีวิตที่น่าอดสู ไร้วาสนาต่างเป็ความฝันที่พวกเค้าล้วนแล้วอยากจะเป็ เมื่อใดที่ตนนั้นมีพลังก็สามารถบัลดาลความ้าของตนออกมาได้อย่างไม่สิ้นสุดต่อให้ความสามารถมีน้อยนิดก็ตาม ทว่าหากแต่การใช้ชีวิตปราศจากปราณยุทธคงไม่ต่างจากการสูญเสีย ความสามารถสำคัญในการใช้ชีวิตที่ราบรื่นอย่างถาวร
เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบวิ่งกะลีกุจอ เข้าหาเก้าอี้หินก่อนจะรีบนั่งละรอสิ่งที่หญิงชราจะเริ่มสอนอีกครั้งหากแต่มี เสี่ยวเอ๋อที่เดินเข้ามาประชิดตัวก่อนจะซุบซิบบางอย่างแก่หญิงชรา ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มด้วยความเมตตาอารี มองเด็กหนุ่มดั่งหลานตัวเองแท้ๆ นั้นกลับแปรเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วร่องรอยเส้นเืบางอย่างวิ่งขึ้นที่ขอบตา ดวงตาเริ่มทมึงทึงบรรยากาศรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การแสดงท่าทางและสีหน้าของหญิงชราต่อหน้าเด็กหนุ่มที่ััได้ว่าต้องเกิดเื่บางอย่างเกิดขึ้น
"ไป๋เออร์เ้าไปซ่อนตัวที่โรงเตี้ยมก่อน รีบไปซะ! จากคำพูดแ่เบาทุกกิริยาบถที่สุดแสนจะเรียบง่ายบัดนี้ เรียกได้ว่าเปลี่ยนหน้ามือเป็หลังมือก่อนท่าทีของนางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วพร้อมพุ่งฝ่ามือกระแทกเข้ากับความว่างเปล่า ด้านข้างของตน บางสิ่งบางอย่างกระเพื่อมดั่งน้ำที่นิ่งสงัดแต่มีสิ่งใดเข้ากระทบเป็คลื่นๆ มากมาย ก่อนจะปรากฏร่างของสัตว์มายาคล้ายกับกิ่งก่าทั้งตัวเป็สะเก็ตหนังตาข่ายที่หลุดลอกออกมาบางส่วนกระอักโลหิตสีม่วงออกมา ในมือถือเคียวตัดหญ้าที่ชโลมไปด้วยโลหิตมนุษย์ ร่างกระเด็นออกจากด้านในกระทบกับกำแพงภายนอกของโรงเตี้ยมทะลุออกไปทันที
โครม!! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! สัตว์อสูรบุกมาแล้ว!! สัตว์อสูรบุกมาแล้ว!!
เสียงตวาดอันดังที่นายตรวจที่เห็นร่างสัตว์อสูรมายากิ่งก่าที่ซัดด้วยพลังปราณบางอย่างกระเด็กมากระแทกกำแพงอย่างแรงก่อนร่างจะเริ่มย่อยสลายกลายเป็ลูกแก้วสีขาวมรกตล่องลอยบนศพของมันก่อนจะเกิดเสียงคึกโครม และเสียงกรีดร้องจากทั่วทุกมุมเมืองก่อนะจะเริ่มเห็นกลุ่มควันสีดำทมิฬขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าซัดครอบงำเข้ามาในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างผวารีบวิ่งหนีตาออกไป บางคนรีบะโขึ้นหลังคาก่อนจะใช้พลังปราณอัดเข้าไปที่ปอดตัวเองก่อนจะตะเบงเสียงออกมาอย่างดังลั่นคำว่า "อสูรบุกมาแล้ว!! หลากหลายพื้นที่พร้อมกัน
กรี๊ดด!! ช่วยข้าด้วย เสียงะโและท่าทางคึงคังเอาตัวรอดของชาวบ้านที่เริ่มแสดงออกมาในรูปแบบเดียวกันเป็อุปทานหมู่ทำให้ ไป๋ลู่ที่พึ่งเคยเห็นและัับรรยากาศแบบนี้ครั้งแรกได้แต่ยืนตัวแข็งจ้องมองสิ่งที่กระเด็นผ่านตัวเองไปเบื้องหน้าที่เป็ร่างสัตว์อสูรมายาซึ่งนี้เป็ครั้งแรกที่เด็กหนุ่มได้เห็นรูปร่างสัตว์อสูรมายาที่ล่ำลือมาแต่ก่อนและเห็นร่างาุโที่หายตัวไปอย่างรวดเร็วก่อนจะมีร่างเสี่ยวเอ๋อพุ่งตัวรับร่างเด็กหนุ่มขึ้นเรือนโรงเตี้ยมชั้นสาม "ไป่ลู่มองข้า แป๊ะๆ ไอหนูมองข้า!! เสี่ยวเอ๋อคนรู้จักนาม ท่าย ที่เด็กหนุ่มรู้จักชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งแต่ตัวสูงโย่ง ตบเบาๆไปที่หน้าเด็กหนุ่มเพื่อเรียกเตือนสติเด็กหนุ่มให้รู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ!! พี่ท่ายท่าน กะ กะ เกิดอะไรขึ้น!! เด็กหนุ่มที่ตอนนี้สะดุ้งโหยงและเริ่มหวาดกลัวจากเสียงรอบด้านอาการใก็เกิดขึ้นกระทันหันพลันลิ้นแข็งจะพูดสิ่งใดไม่เป็คำพงคำพูดออกมา มีท่าทางเก๊งก้างที่แสดงออกมาเท่านั้น "เ้าไม่ต้องกลัวตอนนี้รีบไปซ่อนตัวเอาผ้าคลุมเตียงคลุมตัวและส่วนใต้เตียงไว้ ใครเข้ามาไม่ใส่ชุดประจำโรงเตี้ยมเ้าห้ามออกมาเป็อันขาดผ้าคลุมที่นี้สลักปราณที่ใช้ลบัันี้เป็ผืนที่าุโย้ำข้านำมามอบให้แก่เ้า สัญญาข้าสิเข้าหนูว่าเ้าต้องทำตาที่ข้าบอก สัญญาข้าสิ!! เด็กหนุ่มที่ถูกต่อว่ากระทันหันทำตัวไม่ถูกได้เพียงพยักหน้าไปพลาง เมื่อเห็นท่าทีเด็กหนุ่มเชื่อฟังแล้วชายหนุ่มก็รีบออกไปเตรียมตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะมีเสี่ยวเอ๋อคนอื่นเข้ามาและเริ่มบอกแบบเดียวกับ เสี่ยวเอ๋อท่าย แก่เด็กหนุ่มเช่นกัน
เด็กหนุ่มได้แต่เออ ออคำพูดที่ดุดันที่เป็ครั้งแรกที่เหล่าบรรดาคนรู้จักต่างพากันพูดตวาดเด็กหนุ่มให้เชื่อฟังคนแล้วคนเล่า ตอนนี้ทุกคนต่างประจำต่างจุดต่างๆ ของห้องเปลียนเสื้อผ้าเป็ชุดคลุมบางอย่างเหมือนกันคือสีชุดที่เป็สีฟ้าถัดขาว สะพายสรรพวุธที่แต่ละคนเก็บซ่อนไว้ไม่ว่าจะเป็ ดาบ คมมืด หอก หรือธนู ล้วนแล้วถูกหยิบออกมาจากส่วนที่เด็กหนุ่มไม่เคยคิดว่าจะมีในห้องพักแห่งนี้ทั้งสิ้น
"กะ เกิดอะไรขึ้น เหตุใดพวกพี่จึงเป็เช่นนั้นกันหมดแล้วทำไมคนอื่นถึงได้หวาดกลัวกันถึงขนาดนี้ เด็กหนุ่มมองไปที่ช่องผนังไม้ที่แตกออกเป็ชิ้นเล็กน้อยลอดออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอก เห็นชาวบ้านบางคนถูกบางสิ่งบางอย่างชำแหละร่างเป็ชิ้นๆ บางคนก็โดนฝูงสัตว์มายารูปร่างเหมือนสุนัขมากมายต่างพากันรุนทึงร่างชาวบ้านบางคนที่แม้แต่ไป๋ลู่เองก็รู้จัก พวกเค้าต่างก็เป็ลูกค้า คนคุ้นหน้า หรือแม้แต่คนที่อคติต่อตัวเด็กหนุ่มทั้งสิ้น ต่างพากันร้องโอดโอยกรี๊ดร้องอย่างบ้างครั้ง ก่อนสุดท้ายเสียงที่ทรมาณเพียงไม่นานก็จะหยุดลงก่อนจะเป็ฝนโลหิตที่ไหลลงนองพื้นย้อนสีพื้นขาวสะอาดและพื้นที่เต็มไปด้วยใบหญ้าขจีอาบเต็มไปด้วยสีโลหิตเช่นเดียวกับดวงตาของเด็กหนุ่มตอนนี้