สองหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในตำหนักผุพัง พลันหยุดนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกจากด้านหลัง
" ผู้อาวุโสเหลา " ชิงหยางเอ่ยออกมาพลางชักเท้ากลับ แลผินกายมองยังชายชราที่ทะยานร่างเข้ามา
" ผู้อาวุโสเหลามีสิ่งใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม เขาเองแปลกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นชายชราเหลามิใช่ว่าชายชราเหลาไปพูดคุยกับเจ้าสำนักดอกรึ นี่คือสิ่งที่เด็กหนุ่มครุ่นคิด
" ในตำหนักยังมีพลังหยินหลงเหลืออยู่มากนัก หากเจ้าทั้งสองเข้าไปข้าเกรงว่าเจ้าทั้งสองจะหนาวตายเสียก่อน " ชายชราเหลาเอ่ย
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า เขาพอรู้เรื่องพลังหยินอยู่บ้าง เป็นพลังที่แตกต่างจากพลังหยางสุดขั้ว หนึ่งร้อนหนึ่งเย็นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
แต่หากสามารถรวมทั้งสองพลังไว้ด้วยกันได้ ก็จะกลายเป็นหยินหยางควบรวมสมดุล
" ถอยออกมา ข้าจะสลายพลังหยิน แลเจ้าทั้งสองค่อยเข้าไป " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" อืม " ชิงหยางเดินออกจากตำหนักผุพัง สองตามองจ้องยังชายชราเหลา
ชายชราเหลาระเบิดพลังปราณ " ครืนนน " อุณหภูมิรายรอบพลันพุ่งทะยานขึ้น
" อือ " ชิงหยางถืงกับสั่นเทิ้มทั่วร่าง ใบหน้าซีดเซียวในทันใด เมื่อความร้อนแผดเผาโลมเลียทั่วร่าง
ปราณพลังในร่างเดือดพล่าน เลือดลมในร่างติดขัด หายใจฝืดเคือง ราวกับว่าจะถูกแผดเผาตกตายลงที่นี่
" นี่รึ พลังของผู้สัมผัสฟ้าดิน " ชิงหยางพึมพำ สองตาจ้องมองยังแผ่นหลังของชายชราเหลา
ชายชราเหลางวาดฝ่ามือส่งเข้าไปภายในตำหนัก " ครืนนน " คลื่นความร้อนพุ่งทะยานเข้าไปอย่างเร็วรี่
" ครึก ครัก " พลันปรากฎเสียงประหลาดดังขึ้นจากข้างในตำหนัก
ราวหนึ่งเค่อ เสียงประหลาดนั้นพลันจางหาย พร้อมกับความร้อนรายรอบ
" เรียบร้อยแล้ว " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" ขอบพระคุณผู้อาวุโส " สองหนุ่มเอ่ยออกมา
" สหายไปกัน " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา พลางก้าวเท้าเดินเข้าไปในตำหนัก
เหงื่อร้อนไหลออกจนทั่วร่าง ราวกับว่าเพิ่งขึ้นจากสระน้ำก็มิปาน ทั้งสองหนุ่มเผชิญกับความร้อนเหนือหยั่ง
ร่างของเด็กหนุ่มคล้ายกับดูดซับความร้อนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง อุณหภูมิภายในร่างยิ่งเพิ่มพูนสูงลิ่ว
" นี่มันอะไรกัน " ชิงหยางพึมพำ
" สหายเจ้าเป็นเช่นใด " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มมีท่าทางแปลกไปทั้งใบหน้ายังซีดเซียวเหงื่อผุดออกทั่วร่าง
" เหมือนกับว่า ร่างกายของข้าดูดกลืนความร้อนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้อวัยวะของข้าคล้ายจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" นี่มันน่าแปลกนัก " ชายชราเหลาพึมพำ พลางก้าวเท้าเดินเข้าหาเด็กหนุ่ม
ชายชราเหลายกแขนของเด็กหนุ่มขึ้น พลางใช้สองนิ้วแตะลงยังเส้นชีพจรของเด็กหนุ่ม
" อืม " ชายชราเหลาพยักหน้าอย่างช้าๆ
" ผู้อาวุโส สหายข้าเป็นเช่นใดขอรับ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" มิต้องกังวล สหายของเจ้ากำลังกลั่นหลอมพลังความร้อนนี้ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
ชิงหยางมองยังชายชราเหลาอย่างโง่งม " มันเป็นเช่นใด " เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
" ข้าว่าร่างกายของเจ้าน่าจะมีสิ่งที่มิเหมือนผู้อื่น จึงสามารถดูดซับพลังความร้อนมาฝึกฝนได้ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ปกติ
" เจ้ามันสัตว์ประหลาด " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
ชิงหยางมิได้พูดสิ่งใดเพียงพยักหน้า แลเปิดใช้งานเคล็ดวิชาชิงสวรรค์
เพียงมินานสีหน้าของเด็กหนุ่มพลันดีขึ้น อุณหถูมิทั่วร่างลดต่ำลงจนเป็นปกติ
" ในที่สุดเจ้าก็สามารถจัดการกับความร้อนในร่างได้ บอกข้าทีเวลานี้เจ้าเป็นเช่นใด " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
ชิงหยางยกสองหมัดขึ้นแลกำแน่น " กร้อบ " เสียงกระดูกดังลั่น
" ข้ารู้สึกว่าข้ามีพลังกายเพิ่มขึ้น แต่พลังปราณมิเพิ่ม " ชิงหยางเอ่ย
" เจ้าลองใช้สี่กระบวนท่าเพียงพริบตาอีกที " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" เอ๋ " ชิงหยางกับไอ้อ้วนถึงกับแปลกใจ มองยังชายชราเหลา
" ผู้อาวุโสท่านรู้ได้เช่นใด " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา เขาเองก็เพิ่งเคยพบเห็นชิงหยางใช้ออกเป็นครั้งแรกแลเขามั่นใจว่ามิมีผู้ในรัศมีสิบลี้
" ข้าเห็น " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา พลางทำหน้ามิรู้มิชี้
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า พลางเรียกกระบี่ไม้ออกมา เด็กหนุ่มหมุนควงกระบี่ไม้เล่น
" แทงตรง ฟันเฉียง ฟันตรง ตัดขวาง " สี่กระบวนท่าถูกใช้ออกอย่างรวดเร็ว
" เร็วมาก เร็วกว่าเมื่อครู่อีก " ชายชราเหลาเอ่ยออกมาอย่างตกใจ
ร่างกายขอเด็กหนุ่มนี่ เป็นร่างกายเช่นใดถึงกับสามารถกลั่นหลอมความร้อนมาฝึกฝนเพิ่มได้
ชายชราเกิดมาถึงเวลานี้อายุก็หลายร้อยปี แต่กลับเพิ่งเคยเจอเหตุกการณ์เช่นนี้เป็นคราแรก
" ข้าจะบอกให้ เรื่องนี้พวกเจ้าทั้งสองต้องปิดเป็นความลับ " ชายชราเหลาเอ่ยเสียงเครียด
" หากมีผู้ใดล่วงรู้ถึงความพิเศษของร่างกายเจ้า มิแคล้วว่าเจ้าอาจถูกจับไปทดลอง " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า เขาเคยได้ยินเหล่ายอดยุทธพูดคุยกันถึงเรื่องเหล่านี้อยู่บ้าง
" ผู้อาวุโส ภาคีที่นำคนไปทดลองนั่น อยู่ที่ใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" เจ้ารู้ได้เช่นใด " ชายชราเหลาเอ่ยถาม ทั้งสีหน้ายังขึงขัง
" ข้าชอบไปฟังเหล่ายอดยุทธพูดคุยกัน แลเหล่ายอดยุทธนั้นพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับภาคี " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ข้ามิรู้ว่าอยู่ที่ใด แต่ภาคีนี้อันตรายยิ่งนัก มันชอบออกค้นหายอดยุทธที่มีความแปลกประหลาด แลนำตัวไปทดลองอะไรสักอย่าง " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" เช่นเจ้าในเวลานี้ เพียงเรื่องร่างกายของเจ้าสามารถดูดซับความร้อนใช้ในการฝึกฝนได้ ถือว่าเจ้าก็อยู่ในความแปลกประหลาดเช่นกัน " ชายชราเหลาเอ่ยเสียงเครียด
" เช่นนั้นแล้ว เรื่องนี้ให้รู้เพียงเราสามคน " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" ขอรับ " ซื่อเสียนจื่อพยักหน้า พลางยกฝ่ามือขึ้น
" ข้าซื่อเสียนจื่อ ขอสาบานต่อสวรรค์ ข้าจะปกปิดเรื่องของสหายชิงหยางเป็นความลับสุดยอด หากแม้นข้าเผยแพร่ออกไป ขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ข้าให้ตายตกในทันใด " ซื่อเสียนจื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมาด้วยการสาบานต่อสวรรค์
" ดี " ชายชราเหลาพยักหน้า
" ชิงหยาง เรื่องสี่กระบวนท่าเพียงพริบตาของเจ้านั้นปกปิดไว้ก่อน เพราะมันเป็นแต้มต่อของเจ้าในการประลองระดับห้าสำนัก " ชายชราเหลาเอ่ย
" ได้ " ชิงหยางพยักหน้า
" ไปกันสหาย " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมาพลางเดินไปยังกระถางธูปสำฤทธิ์ที่วางอยู่กลางตำหนัก
ชิงหยางมองจ้องยังกระถางธูปสัมฤทธิ์ใบใหญ่ เขาพบว่ามันมีสามขา สองหู ตั้งอยู่เช่นนั้นมาเนิ่นนาน
" มีมีร่องรอยการขยับของกระถางธูป " ชิงหยางพึมพำ
สองตาของเด็กหนุ่มกวาดมองทั่วผิวของกระถางธูป พลันหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน
" มันมีลวดลายอะไร " ชิงหยางพึมพำ
ชายชราเองเมื่อได้ยินก็เพ็งมองยังผิวของกระถาฝธูป เขาก็ได้แต่แปลกใจ เพราะตนเองมิเห็นสิ่งใด
" ไอ้หนู เจ้ามองเห็นสิ่งใด " ชายชราเหลาเอ่ยถาม
" มันมีลวดลายลางเลือน ข้ามองมิชัด " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" สหาย อย่าเพิ่งสนใจเรื่องกระถางธูปข้าจะลงมือแล้ว หากเส้นปราณกระบี่โผล่ออกมาเจ้าเร่งสยบมันไว้ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยเสียงเครียด
" ได้ " ชิงหยางพยักหนา พลางเรียกกระบี่ฟ้าสังหารออกมา
" เริ่ม " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา พลางชักกระบี่ของตนออก
ไอ้อ้วนระเบิดพลังฟาดกระบี่ออกไปยังกระถางธูปสุดแรง " เคร้ง " เสียงกระบี่กระทบกระถางธูปดั่งลั่น
" ฟิ้ว " เส้นปราณกระบี่วาววับพุ่งทะยานออกจากกระถางธูปอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางชี้กระบี่เสวียนเทียนไปเบื้องหน้า พลางระเบิดพลัง
" วู๊มมม " มวลอากาศพลันเบี้ยวบิดอัดแน่น
คล้ายกับกรงขังฟ้าดิน เมื่อมวลอากาศอัดแน่นบีบรัดเส้นปราณกระบี่วาววับ
" เรียบร้อย " ซื่อเสียนจื่อร้องออกมา พลางทะยานร่างเข้าหา
ไอ้อ้วนนำน้ำเต้าสีเขียวออกมา แลเปิดจุกปิดฝาออก " พล็อก " เสียงจุกถูกดึงออก
" วูบบบ " เส้นปราณกระบี่ดีดดิ้นทุรนทุรายอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถูกดูดลงไปในน้ำเต้าสีเขียว
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ซื่อเสียนจื่อระเบิดเสียงหัวเราออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนไขมันกระเพื่อมทั่วร่าง
มันเร่งปิดจุกน้ำเต้าสีเขียวแลส่งไปในแหวมมิติ พลางฉีกยิ้มหน้าบาน
" สหายขอบใจเจ้ามาก ภาระกิจของข้าลุล่วงเสียทีได้เวลากลับบ้านแล้ว " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" วิ้ง " พลันปรากฎหมอกขาวทั่วร่างของซื่อเสียนจื่อ เมื่อหมอกสลาย
ซื่อเสียนจื่อไอ้หมูอ้วนพลันกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามสูงโปร่ง
" เอ่อ " ชิงหยางกับชายชราเหลาถึงกับอ้าปากค้าง มองจ้องยังชายหนุ่มตามิกระพริบ
" น้องชิง นี่คือร่างที่แท้จริงของข้า " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" ได้เวลาต้องลาจากแล้ว " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" มิต้องกังวลเรื่องความลับของเจ้า ข้าจะเก็บความลับไว้ให้เป็นความลับ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" ผู้อาวุโสต้องขออภัย ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ข้าแฝงตัวอยู่ในสำนักเพื่อสืบหาเส้นปราณกระบี่ แลวันนี้ข้าได้มาแล้ว " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" ต้องไปแล้ว " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" ช้าก่อน ที่เจ้าให้ข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด " ชิงหยางเอ่ยถาม
" ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้ามีพลังสูงส่งยิ่ง เหตุใดเจ้ามิมาเองใยใช้ข้า " ชิงหยางเอ่ยถามอย่างขุ่นเคือง
" น้องชิง ใจเย็น หากข้าสามารถทะลวงขึ้นมาได้ ข้าก็คงมิต้องใช้เจ้าดอก " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" เจ้ามันมีพรสวรรค์เรื่องกระบี่ทั้งยังเข้าใจวิถีแห่งกระบี่ เจ้าจึงสามารถผ่านการทดสอบแลขึ้นมาถึงยอดเขาได้ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" หากมีวาสนา เราคงได้พบกันน้องชาย " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา แลทะยานร่างจากไป
" ฮื่อห์ " ชิงหยางถอนหายใจออกมาอย่างแรง