“แม่ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่เป็เพื่อนหนู”
“ไม่เป็ไรครับแม่ไปเถอะเดี๋ยวลุงจะรอนาน”ไทม์วางกระเป๋าเสื้อผ้าของแม่ลงที่ช่องเก็บของท้ายรถลุง
“งั้นแม่ไปนะลูกมีอะไรก็โทรมานะลูก”
“เดินทางโดยสวัสดิภาพครับแม่”
“ลุงไปก่อนนะลูก”
“สวัสดีครับลุง”ผมหันไปบอกลาลุง ยืนมองรถเก๋งสีเงินขับออกไปจนพ้นสายตาวันนี้ไทม์กับแม่มีธุระจะต้องกลับต่างจังหวัดเนื่องจากอีกสองวันเป็วันทำบุญใหญ่ตาตอนแรกจะต้องไปด้วยแต่ดันมาเจ็บบวกกับวันจันทร์วันที่จัดงานดันมีสอบเทสด้วยเลยไปไม่ได้กลายเป็ว่าวันนี้จนถึงวันจันทร์เขาเลยตองอยู่เฝ้าบ้านแทน
หันหลังเดินกลับเข้าบ้านแต่ยังไม่ทันที่ขาจะก้าวเข้าเขตประตูก็ได้ยินเสียงของรถยนต์ก่อนจะหันมองพบกับรถยนต์คันหรูสีดำที่คุ้นเคยกำลังจอดเทียบที่หน้าบ้านประตูฝั่งคนขับเปิดออกเผยให้เห็นผู้หญิงผมสีบลอนด์ทองในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินขาวกางเกงสแล็คสีดำ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“พี่ลูซี่!ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ”
“ได้ข่าวว่าคุณแม่เราไม่อยู่พี่ก็เป็ห่วงเลยมาอยู่เป็เพื่อนเราน่ะค่ะ” ได้ยินคำตอบบถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เดี๋ยวนะแล้วเธอรู้ได้ไงว่าเขาอยู่บ้านคนเดียว “เพื่อนเราบอกน่ะค่ะ”
คำตอบของลูซี่ทำเขาใอีกครั้งเดี๋ยวนะ พี่ลูซี่อ่านใจได้หรอ! “ก็สีหน้าเรามันบอกชัดเลยค่ะ”
“ง่ะ”ยกมือแนบแก้มด้วยความเขินอาย โอ๊ย น่าอายเป็บ้าอย่างนี้ถ้าเขาเผลอคิดอะไรไม่ดีออกไปเธอต้องรู้แน่ๆ
“เข้าบ้านพักผ่อนเถอะค่ะเรายังไม่หายดี ออกมายืนนานๆแบบนี้เดี๋ยวจะมึนหัวเอานะคะ”
“ผมไม่เป็ไรแล้วครับดีขึ้นตั้งเยอะแน่ะ”
“แน่นะคะ”พี่ลูซี่ทำสายตาไม่เชื่อ เขาเลยทำท่าขึงขังเพื่อบอกว่าตัวเองหายดีขึ้นแล้วจริงๆ“แน่สิครับ ดูสิผมยืนตรงไม่มึนไม่เซเลยครับ ถ้าพี่ลูซี่ไม่เชื่อผมจะทำให้-อั่ก!”
“ไทม์!!!”
หยิบน้ำแข็งใส่ผ้าก่อนจะเอาไปโป๊ะที่แผลบนหน้าผากของคนที่นอนอยู่ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อสิบนาทีก่อนขณะที่ไทม์กำลังโชว์ความเก๋าเบ่งกล้ามว่าตัวเองหายดีแล้วแต่จังหวะนั้นเองก็มีลูกบอลปริศนาลอยมากระแทกเข้าหน้าน้องอย่างจังเป็ผลให้ไทม์น็อกสลบไปในทันที
ตอนแรกเธอก็เกือบโกรธแต่พอหันไปเห็นต้นตอก็พบเป็เด็กประถมสองสามคนวิ่งโร่เข้ามาขอโทษขอโพยเห็นดังนั้นเธอจึงได้แต่ตักเตือนไป
เสียงขลุกขลิกบนเตียงนอนให้หันไปมองพบว่าไทม์เหมือนจะตื่นแล้วลูซี่หยิบผ้าใส่น้ำแข็งนำไปประคบหน้าผากที่ถูกลูกบอลกระแทกไทม์ที่กำลังปรือตาหันมามองพร้อมกับยกมือมาจับผ้าที่แปะที่หน้าผาก
“ดีขึ้นมั้ยคะ”
“มึนอ่ะครับตาลายเลย” ไทม์พองแก้มขาวๆ จนเห็นรอยฝาดที่กำลังแดงระเรื่อได้อย่างชัดเจน“งั้นเรานอนพักเถอะค่ะ”
“แต่ผมยังไม่ได้ล้างจานเลย”
“เดี๋ยวพี่ล้างให้คะ”
“แต่…”ไทม์หันมามองด้วยสีหน้ายังคงดึงดันจะลุกให้ได้เลยทำให้เธอต้องพูดด้วยโทนเสียงต่ำเป็แกมบังคับให้เขาเชื่อฟัง “ไทม์ นอนพักค่ะ”
แล้วมันก็ได้ผลลูซี่รู้ว่าเขาเกรงใจที่ฉันจะต้องมาล้างจานให้เขาทั้งที่มันควรจะเป็หน้าที่เขาเธอไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการต้องมาล้างจานให้คนอื่นที่ไม่ใช่บ้านตัวเองหรอกนะคิดว่าก็แค่ช่วยๆ กัน อีกอย่างน้องก็เจ็บอยู่ด้วยสภาพนั้นลุกขึ้นมาล้างไม่ไหวหรอก
“นอนพักนะคะเดี๋ยวพี่ล้างจานเสร็จจะขึ้นมาหา” ดันตัวไทม์ให้นอนลงกับเตียงเบาๆก่อนจะวิสาสะเอือ้มมือลูบหัวของอีกคน “ขอโทษแล้วก็ขอบคุณนะครับ”
“เพื่อเราพี่ยินดีค่ะ”ลูซี่นั่งมองอีกคนจนเห็นว่าเขาหลับจึงค่อยลุกออกจากห้องตรงไปยังห้องครัวชั้นล่างก่อนจะหันไปหยิบถุงมือยางเตรียมตัวที่จะล้างจานแต่ก็นึกขึ้นได้
แย่ล่ะเธอล้างจานไม่เป็
ยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างเหนื่อยใจทำไมเธอถึงไม่ซ้อมมาก่อนนะ
หยิบมือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันโทรศัพท์ก่อนจะกดโทรหาใครคนหนึ่ง
[ว่าไงลูก]เสียงปลายสายที่คิดถึง คนๆนั้นไม่ใช่ใครนอกจากคุณยายสรที่เธอเลือกโทรหาคุณยายหนึ่งก็เพราะคงมีแค่ท่านที่ช่วยได้ และสอง เธอคิดถึง
“สวัสดีค่ะคุณยายคุณยายเป็ไงบ้างคะ่นี้”
[ก็ตามสไตล์คนแก่นั่นแหละลูกออดๆแอดๆ อยู่บ้านบ้างไปสวนบ้างไปโรงบาลบ้าง ก็วนอยู่แค่นี้ล่ะลูก]
“คุณยายรู้จักคำว่าสไตล์ด้วยหรอคะเนี่ย”
[ไอ้เ้าลุคมันสอนน่ะ]พอพูดถึงลุคก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนมันไปเยี่ยมคุณยายที่บ้านเธอก็อยากไปนะไม่ได้ไปหาท่านตั้งสองปีแล้วแต่ด้วยงานที่มันรัดตัวเลยไม่สามารถจะปลีกตัวออกมาได้เลย
“คุณยายคะตอนนี้คุณยายว่างมั้ยคะ พอดีหนูจะรบกวนคุณยายช่วยบอกวิธีล้างจานให้หน่อยค่ะ”
[วิธีล้างจานหรอลูกได้สิลูก ว่าแต่หนูจะไปช่วยพี่ๆแม่บ้านเค้าล้างหรอลูก]
“อ๋อป่าวค่ะ พอดีหนูจะช่วยรุ่นน้องล้างจานน่ะค่ะ พอดีเขาเกิดอุบัติเหตุ”
[รุ่นน้องลูกยายถามได้มั้ยว่าใคร]
“คนที่หนูจีบอยู่น่ะค่ะ”เสียงหัวเราะของคนปลายสายดังขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ
[จริงหรอเนี่ยใเลย ไม่เจอหนูนานมาอีกทีมีคนที่ชอบแล้วหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ สงสัยยายคงต้องปิดซอยเลี้ยงแล้วล่ะมั้งเนี่ย]ไม่แปลกที่คุณยายจะแปลกใจ เพราะแค่ปกติเธอก็ไม่ค่อยจะสนใจใครอยู่แล้วยิ่งเื่ความรักยิ่งแล้วใหญ่ แต่ครั้งนี้เธอกลับชอบเขาและเข้าหาเองมันเลยไม่แปลกที่ท่านจะใขนาดนี้
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
[แล้วคนนี้ใช่สำหรับหนูมั้ยล่ะ]คำถามของคุณยายทำให้ถึงกับต้องหยุดคิด ใช่มั้ยหรอ ไม่รู้สิแค่รู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้คุยกับไทม์หรืออยู่กับไทม์มันรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเหมือนกับเขาเป็ที่พักผ่อนใจของเธอและทุกครั้งที่เห็นน้องเจ็บเธอก็จะรู้สึกแย่และรู้สึกผิดไปด้วยแบบนี้มันคือความรู้สึกนั้นรึป่าวนะ
“พูดยากค่ะแต่หนูก็รู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขานะคะ รู้สึกอยากปกป้องเขาอยากเห็นเขายิ้มให้ในตอนตื่นเช้าก็ก่อนเข้านอนทุกวันเลยค่ะแบบนี้มันเรียกว่าคนที่ใช่หรือเปล่าคะ”
[แล้วหนูคิดว่ายังไงล่ะลูก]
“ก็คงใช่มั้งคะ” เธอไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร ไม่ใช่ไม่ชัดเจนกับความรู้สึกแต่เพราะเธอไม่เคยมีความรักในแบบวัยรุ่นหนุ่มสาวทั่วไปมากกว่าเลยไม่รู้ว่าไอ้สิ่งที่ตัวเองคิดมันใช่จริงๆหรือเปล่า
[หนูไม่ต้องคิดเยอะนะลูเราแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกกับตัวเองก็เท่านั้น ชอบก็คือชอบ รักก็คือรักเราก็แค่ทำตามความรู้สึกไปก็เท่านั้นเอง]
“ขอบคุณค่ะคุณยาย”
[คุยกันมาเยอะแล้วจนลืมเื่ล้างจานไปเลยเนี่ยฮ่าๆๆ]
“นั่นสิคะงั้นเรามาเริ่มกันเลยมั้ยคะ”
[เอาสิมา ก่อนอื่นเลยหนูต้องใส่ถุงมือยางก่อน]ฉันกดเปิดสปีกเปอร์โฟนก่อนจะวางมันลงบนเคาน์เตอร์ข้างๆซิ้งค์
“ใส่เรียบร้อยแล้วค่ะ”
[จากนั้นหนูก็เอาฟองน้ำไปใส่น้ำยาล้างจานแต่หนูไม่ต้องใส่เยอะนะลูก แค่หยดสองหยดพอ]กวาดสายตาจนไปหยุดกับขวดปั๊มที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดฝาออกพบว่าเป็ขวดน้ำยาล้างจานหยิบฟองน้ำไปใส่น้ำยาน้ำล้างจานตามที่คุณยายบอกแต่เหมือนจะกดแรงไปทำให้น้ำยาล้างจานออกมาเยอะเกิน
“เอ่อคุณยายคะ หนูใส่น้ำยาเยอะเกินอ่ะค่ะ เป็อะไรรึเปล่าคะ”
[ไม่เป็ไรลูกเสร็จแล้วหนูก็เอาฟองน้ำไปใส่น้ำแต่ไม่ต้องเยอะนะลูก]ลูซี่เอื้อมมือไปเปิดก็อกน้ำใส่ในฟองน้ำก่อนจะบีบมันให้เกิดฟอง
“เสร็จแล้วค่ะ”
[จากนั้นหนูก็เอาฟองน้ำไปถูกับจานชามถูหลายๆครั้งหน่อยนะลูก จะได้สะอาด]
“โอเคค่ะ”หยิบจานในอ่างขึ้นมาขัดๆถูๆอย่างทุลักทุเลจนมันสะอาดเอี่ยมพอเห็นว่ามันสะอาดจนพอใจก็หันไปถามถึงขั้นตอนต่อไป
“หนูถูเสร็จแล้วค่ะต้องทำไงต่อคะ”
[เสร็จแล้วหนูก็เอาพวกจานไปล้างน้ำแล้วก็เอามือถูๆให้พวกคราบกับน้ำยามันหมดแล้วเอาจานไปวางตากที่ชั้นวางจานนะลูก]
“แล้วฟองน้ำล่ะคะ”
[เอาไปล้างน้ำลูกเวลาหนูล้างฟองน้ำหนูต้องคอยบีบๆฟองน้ำน้ำยาออกด้วยนะ ออกให้มากที่สุดนะ]
“บีบหรอคะ”
[ใช่ลูกบีบๆ รูดๆ ให้มันออกน่ะ] ประโยคของคุณยายถึงกับทำให้เธอต้องขมวดคิ้วทำไมไอ้ประโยคเมื่อกี้มันฟังดูแปลกๆนะ
สลัดหัวเอาความคิดอกุศลออกจากหัวก่อนจะหันกลับมาสนใจกับสิ่งตรงหน้าต่อจัดการเอาฟองน้ำไปล้างจนมันสะอาดก่อนจะหันไปหยิบจานในอ่างขึ้นมาล้างแต่ทันทีที่เปิดก๊อกจนสุดก็ต้องสะดุ้งกับน้ำก๊อกที่กระเด็นเข้าหน้าอย่างจังจนต้องเอื้อมมือไปปิดมันทันที
[เสียงอะไรน่ะลูก]
“น้ำมันกระเด็นน่ะค่ะสงสัยหนูจะเปิดแรงเกิน” ยกแขนขึ้นปาดน้ำที่อยู่บนหน้าพร้อมกับสูดหายใจลึกสงบอารมณ์บ้าเอ้ย เปียกหมดเลย
[เปิดเบาๆลูก เดี๋ยวมันกระเด็นใส่]
เอื้อมมือไปเปิดก๊อกน้ำอีกครั้งแต่ครั้งนี้พยายามเปิดให้เบากว่าเดิมก่อนจะหยิบจานชามในอ่างขึ้นมาล้างให้สะอาด
ถอนหายใจด้วยความโล่งใจในที่สุดก็ล้างเสร็จสักทีถอดถุงมือแขวนมันเอาไว้ที่เดิมก่อนจะหันไปหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรายงานส่งคุณยาย
“เสร็จแล้วค่ะหนูถ่ายส่งในไลน์ด้วย สะอาดดีมั้ยคะ”
[เก่งมากลูก]
“แบบนี้หนูพอจะเป็แม่บ้านแม่เรือนได้มั่งมั้ยคะ”
[ได้อยู่แล้วลูกค่อยๆฝึกไปเดี๋ยวก็เป็เอง]
“ขอบคุณคุณยายมากนะคะที่สอน”
[แค่นี้เองแค่หนูโทรมาหายายก็ดีใจแล้ว ไว้ว่างๆแวะมาหากันบ้างนะลูก]
“ไปอยู่แล้วค่ะไว้เจอกันนะคะคุณยาย”
[จ้าโชคดีลูก]
“สวัสดีค่ะ”เมื่อวางสายก็แอบเห็นเวลาสิ้นสุดการโทรที่ขึ้นโชว์เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งั้แ่ที่เคยโทรหาคุณยายเหมือนครั้งนี้จะนานสุดเลยก็ได้มั้ง ก็นะไม่เจอท่านตั้งนาน ไหนๆ ได้คุยกันก็ขอคุยนานๆ มั่งจะเป็ไรไป
เดินขึ้นชั้นสองเปิดประตูเข้าห้องพบว่าไทม์ยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงหางตาเหลือบไปเห็นตัวเองในกระจกพบว่าเสื้อที่ใส่อยู่เปียกซกไปครึ่งตัวแล้วลืมไปเลยว่าโดนน้ำสาดมาดีนะที่ไทม์ยังไม่ตื่นไม่งั้นน้องคงคิดว่าเธอไปทำก๊อกบ้านเขาแตกมาแน่ๆ
ว่าแล้วก็หันไปเสื้อสำรองที่ติดมาในกระเป๋าก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้องที่หยิบเสื้อสำรองมาเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าเธอกะจะมานอนค้างที่นี่หรอกนะแม้ในใจลึกๆก็แอบคิดอย่างนั้นแต่เพราะรู้ว่าไทม์อยู่บ้านคนเดียวและคงไม่มีแรงลุกขึ้นมาทำอะไรเองได้ เธอเลยตัดสินใจหยิบเสื้อผ้าสำรองเผื่อในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยสภาพจะได้ไม่น่าเกลียดเกิน
กลับเข้าไปในห้องของไทม์อีกครั้งก่อนจะก่อนจะนั่งลงตรงที่เก้าอี้ข้างเตียงระหว่างนั้นก็หยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาทำงานฆ่าเวลาสายเหลือบมองเวลาบนหน้าจอพบว่าตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้วกดเข้าแชทในโน๊ตบุ๊คทักหารองหัวหน้าบอดี้การ์ดคนสนิททันที
Lucyxx: พี่ยูว่างมั้ยคะ
Lucyxx: พอดีลูจะรบกวนฝากซื้อข้าวให้หน่อยน่ะค่ะ
Heexiu: ได้ค่ะ
Heexiu: รับอะไรดีคะ
Lucyxx: เอาเซ็ตเสต็กเนื้อกับข้าวผัดกุ้งค่ะ
Lucyxx: ส่งโลเคชั่น
Heexiu: รับทราบค่ะ
Heexiu: อีกประมาณ 15 นาทีถึงนะคะ
Lucyxx: โอเคค่ะ
Heexiu: ส่งสติกเกอร์
ระหว่างรอข้างฉันก็นั่งทำงานที่ค้างไว้ไปพลางๆขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงขยับตัวจากบนเตียงเธอละสายตาจากโน๊ตบุ๊คหันไปมองคนบนเตียงพบว่าไทม์กำลังขยับตัวหันมาทางนี้เหมือนว่าผ้าห่มที่คลุมตัวจะหลุดออกลูซี่ที่เห็นก็ลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังเตียงเพื่อจะจับผ้าห่มแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินบางอย่าง
“แง่มๆพ่อ…”
จู่ๆน้ำใสๆ ก็เอ่อออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ เธอที่เห็นก็ใมากๆดูท่าไทม์คงจะฝันร้ายแน่ๆเดินไปนั่งลงที่ข้างเตียงวิสาสะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาอย่างเบามือพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบศรีษะเพื่อปลอบประโลม
ั้แ่รู้จักเขาไทม์เคยเล่าให้ฟังว่าเขาอยู่กับแม่สองคนส่วนเื่พ่อเขาไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าเป็ใครไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เธอเคยถามเื่พ่อของเขา ไทม์ก็ดูกระอักกระอ่วนไม่อยากพูดเธอเลยเลือกที่จะเปลี่ยนเื่คุยแทน เธอคิดว่าเขาคงไม่อยากพูดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจากกันแบบไหนแต่ถ้าน้องไม่้าตอบเธอก็จะไม่เค้น
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นดูท่าพี่ฮีซูคงจะมาถึงแล้วลูซี่รีบลงจากชั้นสองตรงไปยังหน้าบ้านแต่ก็ต้องคิ้วขมวดเมื่อเห็นคนที่สามโผล่มาด้วย
“ไง”ลุคในชุดไปรเวทยางยีนส์เข่าขาดสีดำกับเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้าที่กำลังยีนกอดอกพิงกับรถยนต์อยู่ที่ด้านหลังพี่ฮีซู
“มาทำไม”
“ว่างทำไม มาไม่ได้รึไงห๊ะ?แค่นี้ทำเป็หวง”
“ไอ้…”
“พอเลยค่ะโตๆ กันแล้วนะคะยังจะตีกันอีก”พี่ฮีซูเดินมาขวางทันทีที่เห็นว่าพวกเธอกำลังจะตีกันก่อนจะยื่นถุงข้าวมาให้“นี่ข้าวตามที่สั่งค่ะ”
“ขอบคุณค่ะแล้วนี่พี่ฮีซูจะกลับเลยรึเปล่าคะ”
“เดี๋ยวต้องพาคุณลุคไปล้างแผลก่อนน่ะค่ะ”เธอพูดพลางเหลืบมองคนที่ยืนเก็กหล่ออยู่ด้านหลังเธอแอบเหลือบมองแขนของลุคเหมือนว่าผ้าพันแผลจะน้อยลงกว่าวันแรกๆดูท่าคงจะใกล้หายดีแล้วล่ะ ก็มีคนดูแลนี่
“งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะแล้วก็ฝากลุคมันด้วยนะคะพี่ฮีซู”
“รับทราบค่ะคุณลุคไปกันเถอะค่ะ”
“ไปล่ะไอ้น้อง”ลุคเดินมาบอกลาพลางบีบบ่าของฉันหนักๆเป็การหยอกล้อก่อนจะก้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู“แล้วก็อย่าไปเผลอทำอะไรไม่ดีกับไอ้เด็กนั่นแหละ”
“กูไม่ได้เหี้ยอย่างมึง”
“แต่มึงก็เคยคิด”ประโยคของลุคทำเอาเธอหันขวับ เดี๋ยวนะ มันรู้ได้ไงลุคยกยิ้มมุมปากอย่างกับสีหน้าของเธอออกพลางเอาใบหน้าออกพร้อมกับตบบ่าเบาๆ
“เริ่มติดนิสัยของไอ้เด็กนั่นมาแล้วนะเนี่ยมึงไปล่ะ ไว้เจอกันที่บ้าน”ลุคหันหลังเดินขึ้นรถไปปล่อยให้ฉันสงสัยกับประโยคที่มันพูด
ติดนิสัยไทม์งั้นหรอ…หมายความว่ายังไง
รถยนต์สีดำคันหรูเคลื่อนตัวออกไปจนลับสายตาฉันก็กลับเข้าบ้านทันทีเมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้านก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าไทม์ลงมาจากชั้นสองแล้วไทม์ในสภาพหัวฟูฟ่องใบหน้าง่วงงุนตื่นไม่เต็มตาปากงุ้ยๆ เดินขยี้ตามาทางฉัน
“เมื่อกี้ใครมาหรอครับ”ลูซี่เดินไปจับแขนของเขาก่อนจะพาให้ไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
“คนที่บ้านน่ะค่ะพอดีพี่ฝากเขาซื้อข้าว”
“เมื่อกี้เหมือนผมเห็นพี่ลุคด้วยเขาไปไหนหรอครับ” ระหว่างที่ไทม์ถามเธอก็จัดเตรียมข้าวกล่องเพื่อให้เขาทาน“ไปล้างแผลที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ”
“แล้ว…แล้วแผลพี่ลุคเป็ยังไงมั่งครับ”
“ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะเขามีคนดูแลดี”
“อ๋อโอ๊ะ! ข้าวผัดกุ้ง ของโปรดผมเลย พี่ลูซี่ เอ๊ะ? อันนี้ซื้อให้หรอครับ”ดวงตาลุกวาวตอนเห็นกับข้าวของโปรดของไทม์มันทำให้หัวใจของเธอพองโตขึ้นมาทันทีให้ตายสิคนอะไรทำไมน่ารักได้ขนาดนี้นะ เห็นแล้วก็อยากจับมาหอมหัว แต่ไม่ได้ๆเธอกับน้องพึ่งจะรู้จักกันยังทำแบบนั้นไม่ได้
“ใช่ค่ะทั้งหมดนี่ของไทม์เลย”
“ขอบคุณครับแล้ว…ของพี่ลูซี่ล่ะครับ อันไหนหรอ”
เท้ามือกับเก้าอี้พลางค่อยๆเขยิบใบหน้าเข้าไปเชิงหยอกล้อ“ของพี่ ก็คนนี้ไงคะ”
แก้มขาวเริ่มแดงขึ้นพร้อมกับดวงตาเบิกโพลงของอีกคนแต่เขาก็เม้มฮึบก่อนจะเอื้อมมือมาดันแขนของลูซี่เบาๆ
“ผมไม่เขินหรอกประโยคแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ”
“หืม?” มุมปากยกยิ้มขึ้นอัตโนมัติไม่คิดว่าอีกคนจะมาไม้นี้ปากบอกไม่เขินแต่หน้าแดงระเรื่อนี่มันคืออะไรกันนะ ช่างเป็คนที่ปกปิดไม่เก่งซะเลย
“อย่างนี้ก็ยากแล้วน่ะสิสงสัยพี่ต้องหาวิธีทำให้ไทม์เขินใหม่แล้วล่ะมั้ง”
“ง่ะ” ไทม์ชะงักไปเล็กน้อยท่าทางน่ารักของเขาทำเอาเธอหุบยิ้มไม่ได้เลย “กินข้าวกันเถอะค่ะเราจะได้กินยาแล้วพักผ่อนนะคะ”
“ครับ”พอเริ่มทนอาหารก็แอบเหลือบมองคนตรงหน้าทันทีที่ข้าวคำแรกเข้าปากเขาก็ถึงกับดวงตาลุกวาวทันที “อื้ม! อร่อยร้านไหนหรอครับเนี่ย”
“ร้านลูกพี่ลูกน้องของพี่น่ะค่ะถ้าไทม์ชอบเอาไว้คราวหน้าพี่พาไปกินนะคะ”
ไทม์พยักหน้ารับเหมือนเด็กก่อนจะหันไปจัดการข้าวในกล่องด้วยท่าทางที่น่ารักของเขามันทำให้เธอต้องยกยิ้มอัตโนมัติทันที