ตอนที่ 7 พ่อแท้ๆ
เฉินผิงอันได้ยินเสียงเรียกเขาคิดที่จะหลบหนีทันทีเพราะมิ้าอธิบายอันใด... ทว่าป้าจี๋ซึ่งเป็ป้าแท้ ๆของเฉินเถียนเถียนกลับคว้าร่างของเขาเอาไว้ได้ทัน
“น้องสองฟังข้าก่อนเถิด แม้พวกเราจะแยกบ้านกันแล้วแต่ข้าก็ยังเป็พี่สะใภ้ของเ้า... ยามที่แม่ของเถียนเถียนแต่งงานกับเ้านางต้องขายทรัพย์สมบัติมากมายเพื่อแลกกับบ้านที่เ้าอาศัยอยู่ในตอนนี้หากมิมีนาง...เ้าจะสามารถมีชีวิตที่ดีเช่นนี้ได้จริง ๆ หรือ ? ”
ป้าจี๋มิพอใจในกระทำของน้องเขยผู้นี้มานานแล้วทว่าแต่ก่อนเฉินเถียนเถียนอ่อนแอและมิสู้คน นางจึงมิอยากเข้าไปยุ่งเพราะกลัวว่าหลานจะเป็อันตราย
เมื่อหลินชวนฮวาได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกมิพอใจขึ้นมาทันที‘นางเรียกสตรีที่ตายไปแล้วว่าน้องสะใภ้ แล้วข้าเล่า ? นางเห็นข้าเป็ผู้ใด? ’
“พี่สะใภ้เอ่ยวาจาไร้สาระอันใดกัน ? มิว่านางจะเป็ลูกของใครสุดท้ายก็ต้องแต่งงานออกไปอยู่ดี ข้าเพียงหาผู้ชายดี ๆ ให้นางดูความเกียจคร้านของนางสิ หากมิหาชายหนุ่มในตระกูลร่ำรวยให้นางแล้วนางจะอยู่รอดได้เยี่ยงไร ? ”
เฉินเถียนเถียนเบ้ปาก ก่อนจะเริ่มร้องไห้เสียงดังกลางวงล้อม “หากอยากให้ข้าแต่งงานเหตุใดถึงมิบอกกล่าวกับข้าดี ๆ เล่า ? ! เหตุใดต้องส่งข้าไปเป็นางบำเรอบนเตียงของผู้อื่นโดยที่ข้ามิรู้เื่เช่นนี้ยังจะบอกว่าอยากให้ข้าแต่งงานอยู่อีกหรือ ? นี่เรียกว่าการบังคับจิตใจเสียมากกว่า! ”
ป้าจี๋เบิกตากว้างและวางตัวในฐานะป้าใหญ่ทันที “หลินชวนฮวา !เ้ามีลูกติดตอนแต่งงานกับน้องเขยของข้า เ้าและลูกติดของเ้าเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านน้องสะใภ้ของข้าส่งลูกชายไปเรียนด้วยเงินของนางยังมิพอใช่หรือไม่ ? บัดนี้เ้ายังกล้าทำร้ายลูกสาวของนางอีกหรือ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินผิงอันจึงก้าวขาออกมาทันทีแต่ที่เขายอมเผยตัวมิใช่เพราะโกรธหลินชวนฮวา แต่เป็เพราะเฉินเถียนเถียนสร้างความอับอายให้แก่ตน!
“นังลูกมิรักดี ! เ้าทำบ้านเราขายหน้ามิพออีกหรือ ?มีอันใดถึงมิไปเจรจากันในบ้านเ้าจะออกมาโวยวายให้ผู้อื่นรู้เพื่ออันใดกัน ? ! ”
‘์ ! เฉินเถียนเถียนเมื่อชาติที่แล้วเ้าทำกรรมอันใดไว้ถึงต้องเกิดมามีพ่อชั่วช้าเช่นนี้ ! ? การขายลูกสาวให้ชายอื่นมิใช่เื่น่าอายหรอกหรือ? ’
“ท่านพ่อเอ่ยอันใดออกมากัน ? ข้าเป็ลูกแท้ ๆ ของท่าน...จำมิได้หรือ ? ! เื่นี้เป็การตัดสินใจของท่านแม่เพียงผู้เดียวใช่หรือไม่? เพราะหากท่านพ่อรู้ท่านพ่อจะยอมขายข้าเพื่อแลกกับอนาคตของลูกติดเยี่ยงนั้นหรือ ? ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจจะมิกลับมาเลี้ยงดูท่านในอนาคต! ”
จี๋ชื่อรู้ดีว่าเฉินผิงอันเป็คนเยี่ยงไรแม้เฉินเถียนเถียนจะแข็งแกร่งขึ้นแต่ก็ยังมองพ่อของตนเองดีเกินไป เฉินเถียนเถียนมีหน้าตางามงดเมื่อร้องไห้จึงน่าทะนุถนอม ! เมื่อเฉินผิงอันเห็นดังนั้นจึงรู้สึกเ็ปใจอย่างช่วยมิได้
เมื่อหลินชวนฮวาเห็นเฉินผิงอันเผยความสงสารผ่านแววตาจึงรีบพุ่งเข้าไปกระซิบทันที“ผิงอันอย่าได้สนใจนางเลยนางเป็เพียงเครื่องมือของเรา ! เฉินเฉิงเยี่ยต้องเรียนหนังสือเพื่อที่จะสอบเป็ขุนนางเมื่อประสบความสำเร็จ เขาจะได้เป็หน้าเป็ตาให้แก่ตระกูลของเรา !”
เมื่อเป่าหูเฉินผิงอันเสร็จหลินชวนฮวาจึงหันไปเอ่ยกับเฉินเถียนเถียน“เถียนเถียนเ้าก็รู้ว่าเพราะเ้ามิคู่ควรกับนายน้อยหลี่จึงจำต้องใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้อยู่ข้างกายเขาแค่นี้ก็ดีสำหรับเ้าแล้ว บัดนี้เ้าอายุสิบหกปีแล้ว ต่อไปผู้ใดจะมาเอาสตรีเกียจคร้านเยี่ยงเ้าไปเป็เมียกัน? ! ”
เฉินเถียนเถียนร้องไห้ก่อนจะแย้งเสียงดังว่า“ข้าเป็คนเกียจคร้านหรือไม่ ท่านแม่รู้ดีที่สุด ! งานในบ้านมีสิ่งใดที่ข้ามิเคยทำบ้าง? แม้แต่ชุดชั้นในลายดอกไม้สีแดงสดของท่านแม่ ข้าก็ยังเป็คนซัก !” นี่มิใช่เื่เล็ก การให้ลูกสาวซักผ้ามิใช่เื่แปลกอันใดแต่ถึงขั้นให้ซักชุดชั้นในต้องเป็คนเกียจคร้านเพียงใดกัน ? !
ทั้งยังเป็ชุดชั้นในลายดอกไม้สีแดงสดซึ่งมีเพียงหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่เท่านั้นจะสวมใส่ชุดชั้นในลายนี้ทว่าหลินชวนฮวาอายุสี่สิบปีแล้ว เหตุใดยังใส่ชุดชั้นในลายนี้อยู่อีกกัน ?
มิว่าหลินชวนฮวาจะไร้ยางอายเพียงใด ก็มิอาจทนต่อสายตาของชาวบ้านได้นางทั้งโกรธและอายจึงจ้องเฉินเถียนเถียนเขม็ง เฉินผิงอันแสดงสีหน้ามิค่อยดีนักเพราะเขามิเข้าใจว่าลูกสาวกล้าเอ่ยเื่แบบนี้ออกมาได้เยี่ยงไร ? !
“นังเด็กขี้ครอก ! ระวังปากของเ้าบ้างเอ่ยแบบนี้ออกมาได้เยี่ยงไร ? เหตุใดถึงกล้าตำหนิและประจานแม่ของตนเองเช่นนี้! ” เฉินเถียนเถียนตระหนักได้ว่ามิควรเอ่ยสิ่งเหล่านี้ออกมาจึงแสร้งเอามืออุดปากแล้วร้องไห้ต่อ
“ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไรเล่า... มิมีผู้ใดเคยสอนข้าเลยท่านพ่อก็ออกไปทำงานทุกวัน ส่วนท่านแม่หากมิตำหนิ ดุด่า หรือลงโทษข้าก็มิเคยสนทนาอันใดกับข้าเลย ดังนั้นข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไรว่าโลกภายนอกควรวางกริยามารยาทเยี่ยงไร...”เมื่อได้ยินคำเอ่ยเ่าั้เฉินผิงอันก็ทำตัวมิถูกขึ้นมาทันใด แท้จริงแล้วทุกคราที่หลินชวนฮวาเฆี่ยนตีลูกสาวเขาก็อยู่ด้วยเพียงแต่มิสนใจก็เท่านั้น
เฉินเถียนเถียนเห็นว่ามิมีใครเอ่ยอันใดออกมา จึงคิดว่าพวกเขามิเชื่อนางจึงลุกขึ้นยืนถลกแขนเสื้อขึ้น ปรากฎให้เห็นรอยแผลเต็มไปหมด
“ดูเอาเถิด ! เพราะท่านแม่จะส่งข้าให้กับนายน้อยหลี่จึงมิได้ทุบตีข้าแต่ก็ยังมีรอยแผลเก่าเต็มไปหมด ฮือ... ท่านพ่อ ข้าเจ็บเหลือเกินท่านแม่มิยอมให้ข้าโต้เถียงหรือฟ้องท่าน เพราะหากข้าทำเช่นนั้น ท่านแม่จะส่งข้าไปแต่งงานกับคนป่า! ”
“แต่... ฮือ... สาเหตุที่ข้ามิยอมบอกท่านเพราะกลัวว่าจากนี้ไปข้าจะมิได้เห็นหน้าท่านพ่ออีก !” หลังจากที่เฉินเถียนเถียนเอ่ยจบนางก็นั่งลงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
หลินชวนฮวารู้ว่าตนเองกำลังจะเดือดร้อน แม้ว่าเฉินผิงอันจะมิยอมปล่อยให้นางต้องขายหน้าแต่หากว่าวันนี้เฉินผิงอันโกรธขึ้นมา เขาจะต้องมาระบายอารมณ์ที่นางเป็แน่หลินชวนฮวาจึงคิดแผนร้ายเพื่อรับมือกับเฉินเถียนเถียนขึ้นมาทันที
“เถียนเถียน เหตุใดเ้าถึงเอ่ยเช่นนี้เล่า ? เวลาลูกทำผิดและถูกตีก็นับเป็การสั่งสอนจากแม่มันเป็เื่ปกติ เ้าจะถลกเสื้อเพื่อแสดงรอยแผลให้ผู้อื่นเห็นเช่นนี้ได้เยี่ยงไร? ! ” หลินชวนฮวาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เฉินเถียนเถียนพร้อมกับจ้องมองเฉินเถียนเถียนด้วยสายตาข่มขู่ !
เมื่อป้าจี๋เห็นดังนั้นจึงรีบดึงเฉินเถียนเถียนเข้ามาใกล้“หลินชวนฮวา ! ขนาดอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้เ้ายังคิดจะทำอันใดอีก ? ดูสิ ! จิตใจของเ้าต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเป็แค่เมียรองกล้ามาทำร้ายลูกสาวของเมียเอกได้เยี่ยงไรกัน ? ! ”
“เถียนเถียน... ไปกันเถิด ไปอยู่กับย่าของเ้า !ป้ารับรองได้ว่าจะมิมีผู้ใดกล้ามาทำร้ายเ้าอีก ! ” เฉินเถียนเถียนโผกอดป้าจี๋ทันใดแม้เื่ราวก่อนหน้านี้จะเป็เพียงการแสร้งทำ แต่การโอบกอดในครานี้ถูกกลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกของนางจริง ๆ
“ท่านป้า...ข้าอยากไปหาท่านย่าเนิ่นนานแล้วแต่ว่าท่านแม่ขังข้าเอาไว้ในบ้าน ทั้งยังมิอนุญาตให้ข้าออกไปที่ใดเลย !”