เช้าวันงานวัฒนธรรมมาถึงแล้ว
เสียงประกาศจากลำโพงโรงเรียนดังขึ้นอย่างคึกคัก ผู้เข้าชมจากภายนอกหลั่งไหลเข้ามาในโรงเรียนเยอะมากขึ้น
“ขอให้นักเรียนทุกคนสนุกกับงานวัฒนธรรม และขอให้การแสดงของแต่ละห้องประสบความสำเร็จนะ!”
ห้องเรียนของเราคึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและการเตรียมตัว
ผมมองไปรอบ ๆ เห็นเพื่อน ๆ แต่งตัวกันอย่างตั้งใจ
แต่สายตาผมกลับหยุดอยู่ที่ซาโยะ... ในชุดเมดคาเฟ่
“ซาโยะ... ชุดนี้...”
ผมพูดออกมาเบา ๆ ด้วยความใปนเขิน
“ไม่เข้ากับฉันใช่ไหมคะ?”
เธอถามพลางยิ้มบาง ๆ
“ไม่ใช่แบบนั้น... คือ... น่ารักมากเลยต่างหาก”
ผมพูดพลางเบือนหน้าหนี
“ขอบคุณค่ะ”
ซาโยะหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินไปช่วยจัดโต๊ะ
“แหม่..ฮารุกิคุงยืนตัวบิดเลยน่ะ”มิซากิที่เดินเข้ามาด้วยเจตนาเพียงอย่างเดี่ยวก็คือแกล้งผมอย่างไงล่ะ
“ไม่ได้ยืนตัวบิดซะหน่อย”
“ฉันก็เข้าใจอยู่หรอกนะก็ซาโยะน่ารักขนาดนี้”มิซากิก็เดินไปเกาะแขนของซาโยะด้วยท่าทีที่ร่าเริง
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”ซาโยะที่ถูกชมมากจนแก้มแดงเห็นแบบนี้แล้วความน่ารักก็เพิ่มขึ้นบวกกับชุดเมดที่ใส่ได้อย่างลงตัว
“ฮารุกิก็เท่ห์มากเลยนะค่ะ”
“อย่างงั้นหรอ”
“โห้ว..ชุดคู่แหละพ่อบ้านกับแม่บ้าน”เคนตะที่เดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมกับคำแซว
“ก็น่ะ เพื่อนๆในห้องเลือกมาให้นี้หน่าอย่างไงก็คงต้องใส่”
“ถ้าจะบังเอิญขนาดนั้นดวงของนายคงจะดีมากเลยนะ”เคนตะหันไปทางซาโยะที่กำลังโดนมิซากิหยอกล้ออยู่
“ก็คงงั้นแหละ”ผมที่คุยกับเคนตะเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินไป

่สายของวันไม่นานมากนักเสียงประกาศเปิดงานวัฒนธรรมก็เริ่มขึ้น
ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาในคาเฟ่
เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง
“เครปพิเศษสำหรับลูกค้าค่ะ~”
ซาโยะพูดขณะเสิร์ฟเครปให้ลูกค้าๆที่เข้ามาต่างมองความโดดเด่นของซาโยะกันหมดเลยใจผมเต้นรั่วๆเพราะอาการหึงหวง ตอนนี้ผมยอมรับตามตรงว่าผมชอบซาโยะผมไม่อยากให้ใครมองเธอด้วยท่าทีแปลกๆ
“พาเฟ่ต์ครับคุณลูกค้า”
“คุณบริกรค่ะถ่ายรูปคู่กับฉันหน่อยได้ไหมค่ะ”ผมที่พยายามจะบอกปัดลูกค้าที่ขอถ่ายรูปกับผมแต่ก็ไม่หลุดซักทีจน
“ขอโทษด้วยค่ะคุณลูกค้าร้านเราไม่ได้มีบริการถ่ายรูปด้วยนะค่ะ ขอโทษในความไม่สะดวกนะค่ะ”ผมเห็นสีหน้าที่แปลกไปของซาโยะแม้ใบหน้าของเธอจะดูจริงจัง แต่สำหรับผม มันกลับทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะหน้ากลัวแต่ก็รู้สึกสบายใจที่ซาโยะมาช่วยผม จากนั้นเราทั้งคู่ก็ก้มหัวให้ลูกค้าเพื่อเป็การขอโทษและซาโยะก็ได้จับมือผมพาออกจากสถานการณ์นั้น
“ขอบคุณน่ะ..ซาโยะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ”ซาโยะที่ตอบและยิ้มออกมาทำให้ผมเบาใจลงพร้อมที่จะทำงานต่อไป
่บ่าย
เป็เวลาที่กลุ่มบริการลูกค้าในชุดแรกพักผมก็ตัดสินใจที่จะชวนซาโยะเดินดูรอบๆงานด้วยกัน
“ซาโยะ..เราไปเดินดูบูธของห้องอื่นด้วยกันไหม”
“ไปค่ะ”ซาโยะตอบทันทีเลย เราทั้งสองคนเดินออกไปท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆที่มองมาทางเราผมที่กางแผนผังแบ่งกันดูกับซาโยะก็ได้ถามขึ้นมา
“ซาโยะสนใจบูธไหนเป็เป็พิเศษไหม”
“แล้วฮารุกิละค่ะ”
“ก็คงจะร้านเครปนั้นแหละ ถึงร้านเราจะมีก็เถอะแต่ตามสัญญาที่ให้กับซาโยะไว้เลยอยากเลี้ยงน่ะ”
“อ๊ะ..เื่นั้นฉันแค่ล้อเล่นเองน่ะ”
“ถึงอย่างงั้นก็เถอะผมก็อยากจะเลี้ยงซาโยะอยู่ดี”
ซาโยะที่เห็นผมดื้อดึงที่จะเลี้ยงเครปก็เริ่มจะไม่ปฏิเสธแล้ว เราก็เดินด้วยกันผ่านบูธต่างๆ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินไปทางเดี่ยวกันกับเดินสวนทางกัน คนภายในอาคารนั้นเยอะมากบรรยากาศก็ร้อนอบอ้าว ผมเลยรีบพาซาโยะเดินออกมาข้างนอกที่ผมคิดว่าบรรยากาศดีกว่า แล้วเราก็มาถึงร้านเครปที่ผมสังเกตไว้ก่อนหน้านี้
“ซาโยะอยากกินรสอะไรหรอ”ซาโยะที่ทำหน้าครุ่นคิดตรงเมนูที่แขวนอยู่หน้าร้านก็ทำท่าเหมือนจะนึกออก
“งั้นฉันขอเครปสตอเบอรี่่ค่ะ”
“ของผมขอเป็ช็อกโกบานาน่าครับ”ผมกับซาโยะก็คุยกันเรื่อยเปื่อยระหว่างที่รอเครปจนเสร็จ เราก็ไปหาที่นั่งเพื่อที่จะกินเครปด้วยกัน
หลังจากงานจบลง บรรยกาศที่เคยคึกคักเต็มไปด้วยเสียงจากทุกทิศทางก็เริ่มเบาลง เพื่อน ๆ ในกลุ่มก็เริ่มแยกย้ายกันไปเดินชมงานหรือพักผ่อนตามมุมต่าง ๆ ของโรงเรียน
“ฮารุกิ... อยากไปนั่งรอบกองไฟด้วยกันไหมคะ?”
ซาโยะถามขณะถือกระเป๋าเล็ก ๆ อยู่ในมือ น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดังนัก แต่กลับชัดเจนท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คน
“อืม... ไปกันเถอะ”
ผมตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะคำชวนของเธอทำให้ใจผมสงบลงอย่างประหลาด
เราสองคนเดินเคียงข้างกันไปยังลานกว้างที่จัดกิจกรรมรอบกองไฟ
แสงไฟจากไม้ที่ถูกเผาให้ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางอากาศเย็นของ่เย็น
กลิ่นไม้ไหม้ลอยอ่อน ๆ ในอากาศ เสียงไม้แตกเบา ๆ ดังเป็จังหวะ
รอบกองไฟมีนักเรียนทยอยมารวมตัวกัน บางคนยืนจับกลุ่มคุย บางคนเตรียมตัวจะเต้น
“คืนนี้อากาศดีจังเลยนะคะ”
ซาโยะพูดขณะยื่นมือออกไปรับไออุ่นจากกองไฟ
“อืม... แบบนี้แหละที่ทำให้รู้สึกว่างานวัฒนธรรมมันพิเศษ”
ผมตอบพลางมองเปลวไฟที่ลุกไหวอย่างสงบ
เสียงเพลงจังหวะสนุก ๆ ดังขึ้นจากลำโพง
ครูประจำชั้นเดินถือไมค์พร้อมรอยยิ้ม “ทุกคนพร้อมเต้นกันหรือยัง~!”
นักเรียนเริ่มจับมือกันเป็วงกลมรอบกองไฟ
เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกและความอบอุ่น
“ซาโยะ... มาเต้นด้วยกันไหม?”
ผมถามขณะยื่นมือไปหาเธอ ถึงจะเขินหน่อยๆก็เถอะ
“อืม... ก็ได้ค่ะ”
เธอยิ้มบาง ๆ แล้วจับมือผมไว้เบา ๆ
เราสองคนเข้าร่วมวงกลมกับเพื่อน ๆ
ท่าทางการเต้นไม่ยากนัก แค่ขยับตามจังหวะและหมุนตัวไปตามเพลง
บางจังหวะเราหันมาสบตากันโดยไม่ตั้งใจ แล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ
“ฉันเต้นไม่เก่งเลยค่ะ”
ซาโยะพูดขณะพยายามหมุนตัวตามจังหวะ
“ฉันก็เหมือนกัน... แต่ก็สนุกดีนะ”
ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม
เสียงเพลงเปลี่ยนเป็จังหวะช้าลง
แสงไฟจากกองไฟสะท้อนในดวงตาของซาโยะ
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
“ฮารุกิ... ขอบคุณนะคะ ที่อยู่ด้วยกันวันนี้”
เธอพูดโดยไม่หันมามอง
“ฉันก็เหมือนกัน... ดีใจที่ได้ใช้เวลาวันนี้กับเธอ”
ผมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
หลังจากเพลงสุดท้ายจบลง
ทุกคนปรบมือพร้อมเสียงเฮดังทั่วลาน
เปลวไฟยังคงลุกไหวอย่างสงบในใจกลางวงกลม
เราสองคนเดินออกจากวงกลมอย่างเงียบ ๆ
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมเย็นและแสงไฟอ่อน ๆ
นักเรียนบางคนยังนั่งล้อมวงคุยกัน บางคนถ่ายรูปเก็บความทรงจำ
“ไว้คราวหน้า... ถ้ามีงานแบบนี้อีก เราไปด้วยกันอีกนะคะ”
ซาโยะพูดขณะเดินเคียงข้างกัน
“อืม... สัญญาเลย”
ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม
เธอไม่ได้ยื่นมือมาให้จับเหมือนในฉากโรแมนติก
แต่แค่การเดินเคียงกันเงียบ ๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า...
บางครั้ง ความใกล้ชิดก็ไม่จำเป็ต้องมีคำพูดมากมาย