เธอที่ผมเริ่มมอง โดยไม่รู้ตัว

    บทที่ 12: ความทรงจำในวันงาน

    เช้าวันงานวัฒนธรรมมาถึงแล้ว 

    เสียงประกาศจากลำโพงโรงเรียนดังขึ้นอย่างคึกคัก ผู้เข้าชมจากภายนอกหลั่งไหลเข้ามาในโรงเรียนเยอะมากขึ้น 

    “ขอให้นักเรียนทุกคนสนุกกับงานวัฒนธรรม และขอให้การแสดงของแต่ละห้องประสบความสำเร็จนะ!” 

    ห้องเรียนของเราคึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและการเตรียมตัว 
    ผมมองไปรอบ ๆ เห็นเพื่อน ๆ แต่งตัวกันอย่างตั้งใจ 
    แต่สายตาผมกลับหยุดอยู่ที่ซาโยะ... ในชุดเมดคาเฟ่ 

    “ซาโยะ... ชุดนี้...” 
    ผมพูดออกมาเบา ๆ ด้วยความ๻๠ใ๽ปนเขิน 

    “ไม่เข้ากับฉันใช่ไหมคะ?” 
    เธอถามพลางยิ้มบาง ๆ 

    “ไม่ใช่แบบนั้น... คือ... น่ารักมากเลยต่างหาก” 
    ผมพูดพลางเบือนหน้าหนี 

    “ขอบคุณค่ะ” 
    ซาโยะหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินไปช่วยจัดโต๊ะ 

    “แหม่..ฮารุกิคุงยืนตัวบิดเลยน่ะ”มิซากิที่เดินเข้ามาด้วยเจตนาเพียงอย่างเดี่ยวก็คือแกล้งผมอย่างไงล่ะ 

    “ไม่ได้ยืนตัวบิดซะหน่อย” 

    “ฉันก็เข้าใจอยู่หรอกนะก็ซาโยะน่ารักขนาดนี้”มิซากิก็เดินไปเกาะแขนของซาโยะด้วยท่าทีที่ร่าเริง 

    “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”ซาโยะที่ถูกชมมากจนแก้มแดงเห็นแบบนี้แล้วความน่ารักก็เพิ่มขึ้นบวกกับชุดเมดที่ใส่ได้อย่างลงตัว 

    “ฮารุกิก็เท่ห์มากเลยนะค่ะ” 

    “อย่างงั้นหรอ” 

    “โห้ว..ชุดคู่แหละพ่อบ้านกับแม่บ้าน”เคนตะที่เดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมกับคำแซว 

    “ก็น่ะ เพื่อนๆในห้องเลือกมาให้นี้หน่าอย่างไงก็คงต้องใส่” 

    “ถ้าจะบังเอิญขนาดนั้นดวงของนายคงจะดีมากเลยนะ”เคนตะหันไปทางซาโยะที่กำลังโดนมิซากิหยอกล้ออยู่ 

    “ก็คงงั้นแหละ”ผมที่คุยกับเคนตะเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินไป 



     

    ๰่๭๫สายของวันไม่นานมากนักเสียงประกาศเปิดงานวัฒนธรรมก็เริ่มขึ้น 
    ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาในคาเฟ่ 
    เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง 

    “เครปพิเศษสำหรับลูกค้าค่ะ~” 
    ซาโยะพูดขณะเสิร์ฟเครปให้ลูกค้าๆที่เข้ามาต่างมองความโดดเด่นของซาโยะกันหมดเลยใจผมเต้นรั่วๆเพราะอาการหึงหวง ตอนนี้ผมยอมรับตามตรงว่าผมชอบซาโยะผมไม่อยากให้ใครมองเธอด้วยท่าทีแปลกๆ 

    “พาเฟ่ต์ครับคุณลูกค้า” 

    “คุณบริกรค่ะถ่ายรูปคู่กับฉันหน่อยได้ไหมค่ะ”ผมที่พยายามจะบอกปัดลูกค้าที่ขอถ่ายรูปกับผมแต่ก็ไม่หลุดซักทีจน 

    “ขอโทษด้วยค่ะคุณลูกค้าร้านเราไม่ได้มีบริการถ่ายรูปด้วยนะค่ะ ขอโทษในความไม่สะดวกนะค่ะ”ผมเห็นสีหน้าที่แปลกไปของซาโยะแม้ใบหน้าของเธอจะดูจริงจัง แต่สำหรับผม มันกลับทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะหน้ากลัวแต่ก็รู้สึกสบายใจที่ซาโยะมาช่วยผม จากนั้นเราทั้งคู่ก็ก้มหัวให้ลูกค้าเพื่อเป็๞การขอโทษและซาโยะก็ได้จับมือผมพาออกจากสถานการณ์นั้น 

    “ขอบคุณน่ะ..ซาโยะ” 

    “ไม่เป็๞ไรหรอกค่ะ”ซาโยะที่ตอบและยิ้มออกมาทำให้ผมเบาใจลงพร้อมที่จะทำงานต่อไป 

     

    ๰่๭๫บ่าย 

    เป็๲เวลาที่กลุ่มบริการลูกค้าในชุดแรกพักผมก็ตัดสินใจที่จะชวนซาโยะเดินดูรอบๆงานด้วยกัน 

    “ซาโยะ..เราไปเดินดูบูธของห้องอื่นด้วยกันไหม” 

    “ไปค่ะ”ซาโยะตอบทันทีเลย เราทั้งสองคนเดินออกไปท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆที่มองมาทางเราผมที่กางแผนผังแบ่งกันดูกับซาโยะก็ได้ถามขึ้นมา 

    “ซาโยะสนใจบูธไหนเป็๞เป็๞พิเศษไหม” 

    “แล้วฮารุกิละค่ะ” 

    “ก็คงจะร้านเครปนั้นแหละ ถึงร้านเราจะมีก็เถอะแต่ตามสัญญาที่ให้กับซาโยะไว้เลยอยากเลี้ยงน่ะ” 

    “อ๊ะ..เ๱ื่๵๹นั้นฉันแค่ล้อเล่นเองน่ะ” 

    “ถึงอย่างงั้นก็เถอะผมก็อยากจะเลี้ยงซาโยะอยู่ดี” 

    ซาโยะที่เห็นผมดื้อดึงที่จะเลี้ยงเครปก็เริ่มจะไม่ปฏิเสธแล้ว เราก็เดินด้วยกันผ่านบูธต่างๆ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินไปทางเดี่ยวกันกับเดินสวนทางกัน คนภายในอาคารนั้นเยอะมากบรรยากาศก็ร้อนอบอ้าว ผมเลยรีบพาซาโยะเดินออกมาข้างนอกที่ผมคิดว่าบรรยากาศดีกว่า แล้วเราก็มาถึงร้านเครปที่ผมสังเกตไว้ก่อนหน้านี้ 

    “ซาโยะอยากกินรสอะไรหรอ”ซาโยะที่ทำหน้าครุ่นคิดตรงเมนูที่แขวนอยู่หน้าร้านก็ทำท่าเหมือนจะนึกออก 

    “งั้นฉันขอเครปสตอเบอรี่่ค่ะ” 

    “ของผมขอเป็๞ช็อกโกบานาน่าครับ”ผมกับซาโยะก็คุยกันเรื่อยเปื่อยระหว่างที่รอเครปจนเสร็จ เราก็ไปหาที่นั่งเพื่อที่จะกินเครปด้วยกัน 

     

     

    หลังจากงานจบลง บรรยกาศที่เคยคึกคักเต็มไปด้วยเสียงจากทุกทิศทางก็เริ่มเบาลง เพื่อน ๆ ในกลุ่มก็เริ่มแยกย้ายกันไปเดินชมงานหรือพักผ่อนตามมุมต่าง ๆ ของโรงเรียน 

    “ฮารุกิ... อยากไปนั่งรอบกองไฟด้วยกันไหมคะ?” 
    ซาโยะถามขณะถือกระเป๋าเล็ก ๆ อยู่ในมือ น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดังนัก แต่กลับชัดเจนท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คน 

    “อืม... ไปกันเถอะ” 
    ผมตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะคำชวนของเธอทำให้ใจผมสงบลงอย่างประหลาด 

    เราสองคนเดินเคียงข้างกันไปยังลานกว้างที่จัดกิจกรรมรอบกองไฟ 
    แสงไฟจากไม้ที่ถูกเผาให้ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางอากาศเย็นของ๰่๭๫เย็น 
    กลิ่นไม้ไหม้ลอยอ่อน ๆ ในอากาศ เสียงไม้แตกเบา ๆ ดังเป็๞จังหวะ 
    รอบกองไฟมีนักเรียนทยอยมารวมตัวกัน บางคนยืนจับกลุ่มคุย บางคนเตรียมตัวจะเต้น 

    “คืนนี้อากาศดีจังเลยนะคะ” 
    ซาโยะพูดขณะยื่นมือออกไปรับไออุ่นจากกองไฟ 

    “อืม... แบบนี้แหละที่ทำให้รู้สึกว่างานวัฒนธรรมมันพิเศษ” 
    ผมตอบพลางมองเปลวไฟที่ลุกไหวอย่างสงบ 

    เสียงเพลงจังหวะสนุก ๆ ดังขึ้นจากลำโพง 
    ครูประจำชั้นเดินถือไมค์พร้อมรอยยิ้ม “ทุกคนพร้อมเต้นกันหรือยัง~!” 

    นักเรียนเริ่มจับมือกันเป็๞วงกลมรอบกองไฟ 
    เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกและความอบอุ่น 

    “ซาโยะ... มาเต้นด้วยกันไหม?” 
    ผมถามขณะยื่นมือไปหาเธอ ถึงจะเขินหน่อยๆก็เถอะ 

    “อืม... ก็ได้ค่ะ” 
    เธอยิ้มบาง ๆ แล้วจับมือผมไว้เบา ๆ 

    เราสองคนเข้าร่วมวงกลมกับเพื่อน ๆ 
    ท่าทางการเต้นไม่ยากนัก แค่ขยับตามจังหวะและหมุนตัวไปตามเพลง 
    บางจังหวะเราหันมาสบตากันโดยไม่ตั้งใจ แล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ 

    “ฉันเต้นไม่เก่งเลยค่ะ” 
    ซาโยะพูดขณะพยายามหมุนตัวตามจังหวะ 

    “ฉันก็เหมือนกัน... แต่ก็สนุกดีนะ” 
    ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม 

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็๞จังหวะช้าลง 
    แสงไฟจากกองไฟสะท้อนในดวงตาของซาโยะ 
    เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ 

    “ฮารุกิ... ขอบคุณนะคะ ที่อยู่ด้วยกันวันนี้” 
    เธอพูดโดยไม่หันมามอง 

    “ฉันก็เหมือนกัน... ดีใจที่ได้ใช้เวลาวันนี้กับเธอ” 
    ผมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ 

    หลังจากเพลงสุดท้ายจบลง 
    ทุกคนปรบมือพร้อมเสียงเฮดังทั่วลาน 
    เปลวไฟยังคงลุกไหวอย่างสงบในใจกลางวงกลม 

    เราสองคนเดินออกจากวงกลมอย่างเงียบ ๆ 
    บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมเย็นและแสงไฟอ่อน ๆ 
    นักเรียนบางคนยังนั่งล้อมวงคุยกัน บางคนถ่ายรูปเก็บความทรงจำ 

    “ไว้คราวหน้า... ถ้ามีงานแบบนี้อีก เราไปด้วยกันอีกนะคะ” 
    ซาโยะพูดขณะเดินเคียงข้างกัน 

    “อืม... สัญญาเลย” 
    ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม 

    เธอไม่ได้ยื่นมือมาให้จับเหมือนในฉากโรแมนติก 
    แต่แค่การเดินเคียงกันเงียบ ๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า... 
    บางครั้ง ความใกล้ชิดก็ไม่จำเป็๲ต้องมีคำพูดมากมาย