วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 11 ท่าเรือ 1/4

    “แล้วเจ้าหน้าที่ที่นัดไว้อยู่ไหนวะ”


     

    อินที่เพิ่งขับรถมาถึงท่าเรือที่เต็มไปด้วยโกดังมากมาย ซึ่งเป็นจุดที่วายบอกว่าเป็นที่ขายยาฟายฟิน ก็ขับรถวนอยู่นานแต่ก็ยังไม่เจอเจ้าหน้าที่ที่แคร์บอกจะเตรียมไว้ให้


     

    แต่ในขณะที่พนักงานเดินผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดระหว่างที่เขาจอดรถคุยกัน พนักงานเหล่านั้นก็มองมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรนัก แต่ไม่เพียงแค่พนักงานที่เดินผ่านไปผ่านมา ตามโกดังต่างๆ ก็มีพนักงานคอยชะเง้อมองอยู่ที่รถของพวกเขาตลอดเวลา


     

    “ดูเหมือนเราจะเป็นจุดสนใจมากเลยนะ”


     

    ลีออนที่เห็นสายตาพวกนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้กลัวสายตาพวกนั้นเลย ในขณะที่เขาพูดเขาก็กำลังจะเปิดประตูลงจากรถไปหาพนักงานเหล่านั้น แต่ก็ถูกอินดึงแขนเขาไว้ก่อนไม่ให้ลงจากรถ


     

    “มีอะไรอย่างงั้นหรอ”


     

    “อย่าเพิ่งลงไปให้ฉันนั่งฟังพวกเขาคุยกันสักพักก่อน”


     

    เมื่ออินพูดจบเขาก็พยายามใช้สมาธิของเขาแยกแยะเสียงต่างๆ ที่เข้ามาในหู และเมื่อมองจากสายตาของพนักงานที่นี่แล้ว ทำให้อินน์ต้องพยายามฟังเสียงต่างๆ เพื่อให้รู้ถึงเจตนาของพนักงานที่นี่



     

     

     


     

    “ก๊อก ก๊อก”




     

    หนึ่งในพนักงานของท่าเรือได้ใช้มือของตัวเองเคาะไปที่ผนัง เพื่อให้ชายผอมบางทีนั่งอยู่บนโต๊ะที่ดูหรูหราซึ่งขัดกับสภาพของโกดังอย่างมาก ร่วมถึงเฟอร์นิเจอร์หรูหราต่างๆ ภายในห้องของเขาด้วย ได้หันมาสนใจ


     

    “ท่านครับมีรถของหน่วยบริการประชาชนเข้ามาจอดในเขตท่าเรือครับ”


     

    เมื่อเขาเห็นว่าชายผอมบางยังคุยโทรศัพท์อยู่โดยที่ไม่ได้สนใจเขา เขาจึงเริ่มพูดธุระของตัวเองออกมา


     

    “แค่นี้ก่อนนะครับท่าน มีหน่วยบริการประชาชนเข้ามาในเขตของเรา”


     

    เมื่อชายผมบางได้ยินคำพูดของลูกน้องของเขา เขาก็ได้ขอวางสายโทรศัพท์ที่เขาพูดอยู่ ก่อนที่จะหันมาหาลูกน้องของเขา


     

    “พวกนั้นบอกว่ามีธุระอะไรกันละ”


     

    “ยังไม่มีใครลงมาจากรถคันนั้นเลยครับ แต่พวกเขาจอดมาได้สักพักแล้ว”


     

    “งั้นเดี๋ยวฉันลงไปคุยเอง แกไปเตรียมคนให้พร้อมเผื่อเกิดอะไรขึ้นละกัน”


     

    เมื่อชายผอมบางพูดจบเขาก็หยิบสูทที่แขวนอยู่มาใส่ก่อนที่จะเดินออกไป..แต่ก็ถูกลูกน้องของเขารั้งไว้ก่อน


     

    “เอ่อเดียวก่อนครับท่าน หน่วยซีเคียวริตี้ของเราลองสแกนดูภายในรถคันนั้นแล้ว ดูเหมือนว่าทั่งสี่คนภายในรถนั้นจะเป็นคนที่พวกของเราเคยปะทะด้วยที่ตรอกหลังมินิมาร์ทที่พึงถูกจับไปนะครับ”


     

    เมื่อชายผอมบางได้ยินอย่างคำพูดของลูกน้องตัวเองก็เปลี่ยนท่าทีที่ผ่อนคลายของเขาทันที บรรยากาศรอบตัวเขานั้นมีความตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น


     

    “ถ้าอย่างนั้นไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว บอกคนของเราให้ล้อมท่าเรือไว้ซะเมื่อฉันให้สัญญาณให้ฆ่าพวกมันทั้งสี่คนให้ไวที่สุด อย่าให้มันได้ทันเรียกกำลังเสริมเด็ดขาด”



     

     

     


     

    ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งของชายผอมบางที่เป็นหัวหน้า อินที่นั่งฟังบทสนทนาดังกล่าวอยู่ก็รีบออกรถอย่างร้อนรน เพื่อที่จะให้พ้นเขตของท่าเรือโดยเร็วที่สุด จนทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในรถด้วยนั้นไม่ได้ตั้งตัวกับการออกตัวของอินเลย พวกเขาต่างกลิ้งไปมาอยู่ภายในรถ จนฟินน์รีบถามขึ้นมาด้วยความตกใจ


     

    “อะไรกันเนี่ย มีอะไรอย่างงั้นหรอ”


     

    “พวกมันจะฆ่าเรา เราต้องรีบออกจากนี้ให้เร็วที่สุด”


     

    อินรีบตอบคำถามของฟินน์ออกไปๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปกดปุ่ม บริเวณตรงกลางของรถ เพื่อติดต่อสำนักงานใหญ่


     

    “หน่วยบริการประชาชนรัฐฟิฟตี้รหัสประจำตัว03100409 ขอแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขณะนี้มีกลุ่มคนกำลังพยายามฆ่าหน่วยบริการประชาชน ที่ท่าเรือใหญ่ของรัฐซิตี้ คาดการณ์สถานการณ์ระดับB ขอกำลังเสริมด่วน”


     

    “รับทราบค่ะ ตอนนี้สำนักงานใหญ่ได้รับเรื่องของคุณไว้แล้วและกำลังส่งยานฟรีต้าไป เราจะทำการแจ้งหน่วยบริการประชาชนบริเวณนั้นให้เข้าไปช่วยเหลือโดยด่วน”


     

    “ระวัง”


     

    ไม่ทันที่อินจะติดต่อกับสำนักงานใหญ่เสร็จ ลีออนก็ได้ตะโกนร้องเตือนออกมาพร้อมกับยื่นมือ มาหักพวงมาลัยที่อินกำลังจับอยู่ให้หลบเมือกสีเขียวบางอย่างที่พุ่งมา ด้านหน้าได้ทันอย่างฉิวเฉียด


     

    เมือกสีเขียวได้พุ่งผ่านรถของพวกเขา และได้เกาะลงกับพื้น จนมันทำปฏิกิริยาบางอย่างละลายพื้นบริเวณนั้นจนเป็นหลุมลึกลงไป แต่ไม่ทันที่ทั้งสี่คนจะตั้งสติกันได้ ก็เกิดระเบิดขึ้นข้างตัวรถจนทำให้รถลอยสูงขึ้นไปพร้อมกับทั้งสี่คนที่ติดอยู่ในรถด้วย


     

    ซินซินได้ ระเบิดแสงสีขาวออกมาจากรอบตัวของตัวเอง จนรถที่ทั้งสี่คนนั่งอยู่นั่นแยกตัวกระจายออกไป ทำให้ทั้งสี่คนนั้นหลุดลงมาจากรถได้

    เมื่อทั้งสี่คนลงมาจนถึงพื้น ก็พบกับพนักงานมากมาย ที่ถือปืนซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับ ปืนที่หน่วยบริการประชาชนใช้ แต่มีรูปลักษณ์และพื้นผิวที่ดูเก่ากว่า


     

    “หลบหลังคอนเทนเนอร์เร็ว"


     

    ลีออนที่เห็นพนักงานเหล่านั้นกำลังเล็งยิงมาที่พวกเขา ก็บอกให้ทุกคไปหลบอยู่หลังคอนเท็นเนอร์ทันที


     

    พวกเขารีบวิ่งไปหลบหลังคอนเทนเนอร์ที่ลีออนบอก พอดีกับที่พวกเขาหลบได้ทัน วิเศษมากมายก็ได้ถูกระดมยิ่งมาที่พวกเขา แต่ด้วยปืนแบบเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ทั่วไปใช้ ปืนของเหล่าพนักงานก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายกับคอนเทนเนอร์ได้ มีเพียงแต่แรงปะทะ


     

    ลีออนที่เห็นยังงั้นก็ใช้พลังพิเศษของเขาออกมา ข่มขู่ไปยังพนักงานพวกนั้นจนะพวกเขาชะงักลง พร้อมกับฟินน์ที่กำลังจะวิ่งไปหาเหล่าคนงาน แต่ก็ถูกอินดึงหลบเมือกสีเขียวที่ตกลงมาด้านหน้าของฟินน์ได้อย่างฉิวเฉียด


     

    “ระวังคนบนโกดังนั้นไว้ด้วย”


     

    อินรีบตะโกนบอกเพื่อนของเขาพร้อมกับชี้ไปยังชายร่างผอมบาง ที่กำลังปล่อยเมือกสีเขียวออกมาจากแขนของตัวเอง เมือกสีเขียวเหล่านั้นถูกปล่อยออกมาจนเกาะอยู่เต็มแขนของเขา ก่อนที่ชายร่างผอมบ้างจะสะบัดแขนของตัวเองออกไปบนฟ้าทำให้เมือกสีเขียวที่ติดอยู่ลอยออกไปและกระจายลงมายังจุดที่พวกของฟินน์อยู่


     

    พวกเขาทั้งสี่คนรีบก้มหลบเมือกสีเขียวนั้นทันทีและก็เป็นโชคดีของพวกเขาที่หลบมันได้หมด ลีออนที่เห็นอย่างนั้นก็ใช้กรงเล็บของเขาเจาะไปที่คอนเทนเนอร์ใกล้ตัวและเหวี่ยงมันไปยังโกดังที่ใกล้ที่สุด จนคอนเทนเนอร์ที่ลีออนเหวี่ยงไปนั้นกระจุกกันล้อมรอบเป็นวงกลมโดยฝั่งหนึ่งเป็นพนังของโกดัง


     

    ทั้งสี่คนไม่ได้รอให้ลีออนพูดออกมาพวกเขารีบวิ่งและกระโดดไปอยู่ใจกลางคอนเทนเนอร์เหล่านั้น เพื่อหลบกระสุนของคนงานอีกทั้งยังเป็นจุดอับของชายร่างผอมบางที่คอยโจมตีอยู่ด้วย


     

    “กำลังเสริมมาแล้วกำลังปะทะกันอยู่ด้านหน้าท่าเรือ”


     

    อินที่ได้ยินเสียงไซเรนของหน่วยบริการประชาชนและเสียงของการปะทะกันก็พูดบอกเพื่อนของเขาออกมา


     

    “ดูแล้วพวกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งมาก ยกเว้นแต่ไอ้ตัวปล่อยเมือกนั้น เราคงจัดการกับพวกคนงานได้สบายๆ”


     

    เมื่อลีออนพูดจบทั้งสีคนก็พยักหน้าให้กัน และเตรียมพร้อมที่จะกระโดดออกไปลุยกับพวกพนักงานท่าเรือ แต่อยู่ๆ ก็มีพวกพนักงานที่ถืออาวุธกระโดดเขามาหาทั้งสี่คนก่อน


     

    “อิน”


     

    เสียงของฟินน์รีบตะโกนขึ้นเรียกเพื่อนที่ไม่มีอาวุธป้องกันตัวของเขา พร้อมกับโยนดาบที่เพิ่งสร้างขึ้นมาจากวิเศษไปให้กับอิน


     

    ถึงแม้เหล่าคนงานที่พุ่งมาโจมตีพวกเขาทั้งสี่คนจะดุดันและน่ากลัว แต่ในด้านฝีมือนั้นกลับไม่ได้สร้างความลำบากให้ทั้งสี่คนเท่าไหร่ เพียงซินซินปล่อยแสงสีขาวออกมาก็ผลักให้พวกมันกระเด็นไปกระแทกคอนเทนเนอร์ที่แข็งแรงนั้นจนสลบไปทันที


     

    ทั้งด้านลีออนนั้น แค่ใช้พลังพิเศษข่มขู่ของเขาออกมา ก็ทำให้เหล่าพนักงานโดยรอบชะงักไปด้วยความกลัว และกลายเป็นกระสอบทรายของลีออนไป ฟินน์และอินก็ใช้ดาบฟาดฟันไปที่พนักงานเหล่านั้น


     

    “วิเศษเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คิดนะดาบนายเลยออกมาแข็งแกร่งขนาดนี้”


     

    อินที่ได้ใช้ดาบของฟินน์ที่เขาโยนมาให้ก็เอ่ยชมออกมา จนฟินน์ที่ได้ยินนั้นยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับวิเศษที่เพิ่มขึ้นของตน


     

    “นี่คือหน่วยบริการประชาชนหยุดการกระทำของพวกคุณเดี๋ยวนี้”


     

    เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่ปะทะกันอยู่ด้านหน้าท่าเรือ เริ่มทะลวงเขามาได้ถึงจุดที่ทั้งสีคนอยู่พร้อมกับประกาศให้เหล่าพนักงานหยุดการกระทำของเขา


     

    “ไอ้บ้าเอ้ยมันเรียกกำลังเสริมไปแล้ว”


     

    ชายผอมบางที่เห็นอย่างนั้นก็โวยวายออกมาด้วยความโมโห พร้อมกับทุบไปที่หลังคาของโกดังที่เขายืนอยู่ ก่อนที่เขาจะปล่อยเมือกสีเขียวขึ้นไปบนฟ้าอย่างบ้าคลั่งให้ตกลงมายังจุดที่หน่วยบริการประชาชนที่พึ่งมาถึงอยู่ จนพวกเขาต้องกระโดดหนีและปล่อยให้รถของพวกเขาโดนเมือกสีเขียวละลายไป


     

    ลีออนที่เห็นอย่างนั้นก็รีบถีบหนึ่งในคอนเทนเนอร์ ที่กำลังล้อมตัวพวกเขาอยู่ให้ไปทางหน่วยบริการประชาชนที่เพิ่งมาถึงและให้พวกเขาได้ใช้หลบภัย


     

    “ฉันจะไปจัดการไอ้เมือกนั้นเอง”

    ทันทีที่ลีออนเสนอตัวออกมา เขาก็ใช้กรงเล็บของตัวเองเจาะไปที่ผนังโกดัง พร้อมกับปีนขึ้นไปจนถึงบนหลังคา