“ไอ้นุ! มึงอยู่ไหนเนี่ย! กูถึงหน้ามอตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นหัวมึงเลย!” เสือยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่พอเห็นสายตาของคนเริ่มหันมามอง เสือก็รีบเอามือป้องปากกับโทรศัพท์ แล้วเร่งปลายสายอีกครั้ง
“มึงรีบมารับกูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กูแม่งเดินวนหาตึกคณะเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ไม่เจอซะทีเนี่ย! แล้วคนที่นี่แม่งก็... มองกูแปลก ๆ” เสือไม่ค่อยชอบสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมามองเขา เพราะมันยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจ
เมื่อปีก่อนเขายอมซิ่ว ทิ้งปีหนึ่งที่สอบติดมหาลัยรัฐที่อยู่ใกล้บ้าน เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง และตะลุยอ่านหนังสือสอบเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ ในมหาลัยรัฐที่กรุงเทพ เพียงเพื่อจะตามหาคนคนนั้น คนที่ทำให้หัวใจของ ‘พยัคฆ์ ภัทรอาชากุล’ ปั่นป่วนใจ แต่่ที่เก็บตัวอ่านหนังสือน้ำหนักดันขึ้น เลยต้องเข้าฟิตเนส เพื่อรีดน้ำหนักออก แต่กลายเป็ว่าตัวกลับสูงขึ้น แถมยังมีกล้ามเพิ่มขึ้นด้วย
งื้อ~ แบบนี้ไม่เอานะ!
.........................
..........
...
ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน หลังประกาศผลสอบรอบแอดมิชชั่นทางออนไลน์ เสือและกลุ่มเพื่อนที่สอบติดมหาลัยเดียวกัน ก็นัดออกไปฉลองที่ผับริมทะเลชื่อดังในจังหวัดชลบุรี นอกจากเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่สอบติดแล้ว เสือยังเรียกพวกรุ่นน้อง ออกมาดื่มกันด้วย ยิ่งคนมากก็ยิ่งคึกคัก ยิ่งดึกเกมในวงเหล้าก็ยิ่งมัน เสือจำได้ว่า่นั้นเป็เวลาเกือบเที่ยงคืนกว่า
ขณะที่นั่งเสือและเพื่อน ๆ กำลังเล่นเกมนับเลขเสี่ยงดวง จับคนแพ้กันอยู่ พวกเขาก็ได้ยินเสียงวี้ดว้ายดังขึ้นที่ริมหาด พอเหลือบไปมอง ก็เห็นฝรั่งคนหนึ่ง กำลังถูกพวกกะเทยหัวโปก 3 – 4 คน รุมยื้อแย่งกันอยู่บนหาด
“เฮ้ยไอ้เสือ นั่น... นักท่องเที่ยวหรือเปล่าวะ?” เพื่อนในกลุ่มของเขาพยักพเยิดให้หันไปดูที่ริมหาด
เสือหันไปมองก็เห็นเด็กหนุ่มที่ใบหน้าคล้ายฝรั่งคนหนึ่ง ผมสีน้ำตาลอ่อน สวมเสื้อเชิ้ตคอจีนสีขาว กับกางเกงขายาวสีครีม ดูไม่เหมือนฝรั่งที่เป็นักท่องเที่ยวเท่าไหร่ แต่ในฐานะที่เป็ลูกชายของเฮียสิงฆ์ ผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่งในพัทยา จึงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี ยิ่ง่นี้มีพวกกะเทยตบทรัพย์ ที่จะมาคอยหลอกฝรั่งเข้าม่านรูดแล้วก็ขโมยเงินระบาดอยู่ด้วย
“งั้นเดี๋ยวกูไปดู ๆ หน่อยเว้ย” เสือลุกขึ้นถือขวดเบียร์ แล้วเดินลงไปที่หาด
เขาเดินเลียบ ๆ เคียง ๆ เข้าไปใกล้ รอฟังว่าทางนั้นกำลัง้าความช่วยเหลือหรือเปล่า จึงไม่กล้าทะเล่อทะล่าเข้าไปในทันที
“ขอโทษนะคะ ช่วยปล่อยมือด้วยค่ะ” เสือเดินเข้ามาใกล้จนสามารถได้ยินบทสนทนาของคนกลุ่มนั้นได้ชัดเจน เ้าฝรั่งขี้นกคนนั้นนอกจากจะพูดไทยได้คล่องปร๋อแล้ว ยังพูดจาคะขา สุภาพจนเขาขนลุก
“น่ารักอ่า~ พูดคะขากับหนูด้วยอ่ะเจ้” เด็กคนหนึ่งในกลุ่มที่นุ่งกระโปรงสั้นเสมอหูร้องขึ้นกับอีตัวแม่ที่แต่งหน้าได้เทาหลีมาก ๆ แต่มือก็ยังคงเกี่ยวแขนฝรั่งคนนั้นไว้แน่น
“พี่เป็ลูกครึ่งเหรอคะ? ทำไมพูดไทยชัดจัง” อีตัวแม่ไม่พูดเปล่า แต่ยื่นมือออกไปเชยคางหนุ่มฝรั่งตรงหน้า
“พี่มาเที่ยวเหรอคะ? ให้พวกเราเป็ไกด์ให้ไหมคะ?” เด็กอีกคนพูดเสริม
“อีตูน! กูถามพี่เค้าก่อน!” ตัวแม่พูดพลางใช้นิ้วจิ้มหัวเพื่อนข้าง ๆ ออกไป
“พี่ชอบนวดไหมคะ หนูนวดเป็นะ แล้วก็.... จะนาบด้วยก็ได้” ขณะที่ตัวแม่กำลังหันไปจัดการเพื่อนคนแรก เพื่อนอีกคนที่เกี่ยวแขนฝรั่งอยู่ก็พยายามเอาอกแบน ๆ ไปเบียดแขนเขา แถมยังเลียริมฝีปากอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย
“พี่ไม่ชอบนวดค่ะ นาบก็ไม่ชอบเหมือนกัน” เสือมองฝรั่งขี้นกพยายามแกะมือนังคนที่เกาะแขนออก แต่พอแกะคนแรกออกได้ อีกสองคนที่เพิ่งจะตีกันเสร็จก็หันมาเกาะอีกจนได้
“แหม! เล่นตัวเก่งจังเลยนะคะ ทีเมื่อกี๊ยังเห็นทำท่าจะไปกับพวคณะคาบาเร่ต์”
“ใช่! อีเจ้พวกนั้นถึงจะมีนมแต่บางคนข้างล่างยังไม่ได้เฉาะนะคะ”
เสือจับตามองคนกลุ่มนี้มาตลอดจึงได้หัวเราะขึ้นเสียงดัง เรียกความสนใจของคนทั้งกลุ่มได้ในทันที
“ฮะฮ่ะฮา ๆ เฮ้อ~ การศึกษานี่มีผลกับความฉลาดของคนจริง ๆ ซะด้วยสิ” เสือหันไปมองคนเด็กกลุ่มนั้นก่อนจะโปรยยิ้ม
“ใครอ่ะ? เพื่อนพี่เหรอคะ?” เด็กตุ๊ดกลุ่มนั้นถามเ้าฝรั่งขี้นก ก่อนจะหันมากวาดตามองเขา
เสืออยู่ในเสื้อฮาวายลายดอกชบาสีแดง เนื่องจากโดนพิษร้อนของแอลกอฮอล์มา เขาจึงปลดกระดุมเสื้อสามเม็ด โชว์แผงอกที่มีกล้ามเนื้อให้เห็นรำไร ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเข้ม ข้อมือและข้อเท้าสวมเชือกหนังถัก และรองเท้าสานสีดำ
“เออ! ไอ้ฝรั่งนี่เพื่อนกูเอง” เสือที่กำลังเมากึ่ม ๆ เต็มที่ เดินไปที่เด็กหนุ่มลูกครึ่ง จากนั้นก็คล้องแขนลงกับไหล่ของอีกฝ่ายที่สูงพอ ๆ กัน
“มันก็บอกอยู่ว่าไม่ชอบ ไม่ใช่จะเล่นตัว แต่มันรังเกียจพวกมึงต่างหาก!” เสือโน้มเข้าไปใกล้เด็กที่ดูเหมือนตัวแม่หัวหน้าแก๊งอย่างยียวน
“ทำไม! นี่มึงบูลลี่กะเทยเหรอคะ? ” อีกฝ่ายแม้จะตัวเล็กกว่า แต่ก็ตอบโต้กลับมาด้วยการผลักอกเสือกลับมาอย่างแรง
โชคดีที่ตอนนั้นเขากอดไหล่ไอ้ฝรั่งอยู่ ดังนั้นจึงเพียงแค่เซไปด้านหลังเล็กน้อย เนื่องจากไอ้ฝรั่งมันรวบเอวไว้ได้ทัน
ตอนนั้นเองเสือจึงได้มองอีกฝ่ายในระยะใกล้ เขามองเห็นดวงตาของอีกฝ่ายมีสีเทาอมเขียว หน้าผากแคบ คิ้วเข้มเรียงตัวอย่างคนยุโรป จมูกก็โด่งเป็สันชัดเจน ผิวขาวอมชมพู แถมยังปากแดงเป็กระจับ หน้าตาหล่อเหลาอย่างกับรูปปั้นเดวิด
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ?” เสือถูกอีกฝ่ายถามอย่างสุภาพ จนสตั้นไปหลายวินาที
เชี่ย! คนเชี่ยอะไรสามารถทำให้ผู้ชายสูงเกือบ 178 รู้สึกตัวเล็กเท่าหัวแม่โป้งได้วะ! แถมยังพูดคะ/ขา นี่มันกินพี่ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ หรือไงวะ
“กูไม่เป็ไร” เสือผละตัวออกจากอีกฝ่าย แล้วหันไปทางคู่กรณีอย่างไม่ยอมแพ้
“กูไม่ได้มีปัญหากับพวกตุ๊ด เกย์ กะเทย หรือ LGBTQ แล้วกูก็ไม่ได้ดูถูกเพศสภาพของพวกมึงด้วย! เอาจริง ๆ กูไม่สนด้วยซ้ำว่าพวกมึงจะเป็อะไร แต่ที่พวกมึงทำอยู่มันไม่ถูก! เพราะอีกฝ่ายเค้าไม่ชอบ เค้าปฏิเสธมึง แต่พวกมึงก็ยังตามไปลวนลามเขา ที่พวกมึงทำอยู่มันจะเข้าข่าย Sexual Harassment อยู่แล้ว!” เสือร่ายยาวจนกระทั่งกะเทยน้อยสามนางเริ่มนิ่ง
“กูไม่รู้นะว่าพวกมึงตั้งใจจะหลอกเค้าหรืออะไร แต่ช่วยอย่าทำลายภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวที่มีต่อเมืองพัทยาเลยว่ะ เพราะนอกจากมันจะลดคุณค่าของพวกมึงแล้ว มันจะยิ่งทำให้คนต่างชาติดูถูกคนไทย!” เสือด่าจบก็หันไปมองฝรั่งด้านข้าง
“แล้วมึงจะยืนยิ้มเหี้ยอะไร! ทีหลังถ้าไม่ชอบก็อย่าเสือกออกมาเดินแรดอยู่ข้างนอกมืด ๆ ค่ำ ๆ คนเดียว!” พูดจบเสือก็ยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม
“เฮียเสือ!”
“ไอ้เสือ! เป็ไรป่ะวะ?” พวกเพื่อน ๆ และรุ่นน้อง รีบวิ่งเข้ามาหาเขา ทันทีที่เห็นว่ามีการผลักอกกันเกิดขึ้น
“ไม่เป็ไรเว้ย กูเคลียร์แล้ว ไปแดกเหล้าต่อเหอะ” เสือยกขวดเบียร์ห้ามทัพ เพื่อน ๆ ที่วิ่งกรูกันเข้ามา จนอีน้องกะเทยน้องทั้งสามใ ก่อนจะรีบวิ่งหายไป
“เห้ย! คุณชาย! คุณชายนี่หว่า!” เสือหันไปมองไอ้นุ หรือภานุ ลูกน้องและเพื่อนรุ่นน้องสมัยเด็ก ที่หันไปทักกับไอ้เด็กลูกครึ่งด้านหลัง
“ภานุ?” เสือเหลือบมองไอ้ฝรั่งขี้นกทักทายกับไอ้นุ อย่างสนิทสนม ขณะที่พวกเพื่อน ๆ ลากเขากลับไปนั่งก๊งเหล้าต่อ
เสือกลับไปดื่มเหล้าต่อ พร้อมกับจ้องไปที่ริมทะเล ที่ฝรั่งกับไอ้นุกำลังยืนคุยกันอยู่ เขากับไอ้นุรู้จักกันมาั้แ่เด็ก เนื่องจากพ่อไอ้นุเป็ลูกน้องพ่อเขา แถมบ้านยังอยู่ใกล้ ๆ กัน เล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก ไอ้นุจึงเป็ทั้งน้อง ทั้งลูกกระจ๊อกที่ตามก้นเขามาั้แ่เด็ก แถมพวกเขายังเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันจนถึงมัธยมต้น
จากนั้นพอไอ้นุก็สอบติดโรงเรียนประจำในกรุงเทพฯ ก็เริ่มห่างหายไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่มันกลับมาบ้าน ก็จะมาเที่ยวเล่นในแก๊งเขาตลอด
แต่แม่งไม่เห็นเคยเล่าให้เขาฟังสักนิด ว่ามีเพื่อนเป็ฝรั่งตาน้ำข้าว เสือย่นจมูกด้วยความน้อยใจ อดรู้สึกไม่ได้ว่ากำลังถูกไอ้หล่อมันแย่งลูกน้องไป
ขณะที่เสือกำลังดื่มด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ไอ้นุก็เดินนำไอ้หน้าหล่อเข้ามา แล้วร้องเรียกทุกคนในวงเหล้า ก่อนจะแนะนำไอ้ฝรั่งให้ทุกคนรู้จัก
“นี่! พี่ ๆ ครับ เฮียเสือ! นี่คุณชายเพื่อนผม! หม่อมหลวงปานเทพ หัสดีเทพนคร ณ อยุธยา”
“พรู๊ด! แค่ก ๆ แค่ก ๆ” เสือพ่นเหล้าออกมาแล้วไอยกใหญ่
เชี่ย! แม่งไม่ใช่แค่กินพี่ติ๊กเข้าไป แต่แม่งเป็สุภาพบุรุษจุฑาเทพจริง ๆ!
“เอา! เอา! ตายซะมึงอ่ะ!” เพื่อนที่ชื่อไอ้ต้นนั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นเขาสำลักก็ช่วยทุบหลังแล้วส่งกระดาษทิชชูให้
“ไอ้สัตว์! ก็กูในี่ เดี๋ยวนี้ยังมีหม่อมหลวง หม่อมเ้าอะไรอยู่อีกเหรอวะ?” เสือลูบอกตัวเองแล้วหันไปเอ็ดเพื่อน
“หม่อมหลวงก็เป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ ไม่ได้มีสิทธิหรือว่าสูงศักดิ์กว่าคนทั่วไปอะไร แค่ชื่อกับนามสกุลยาวกว่าปกติเท่านั้น” ปานเทพพูดจบก็โปรยยิ้มให้ทุกคน พวกเพื่อน ๆ ในวงเหล้าได้ยินการตอบของ ‘หม่อมหลวงปานเทพ’ ก็อดรู้สึกเกร็ง ๆ ไม่ได้ ทั้งจังหวะในการพูด การเว้นวรรค และน้ำเสียงทุ้ม ฟังดูนุ่มนวลไปหมด
ถึงปากมันจะบอกว่าไม่ได้มีอะไรต่างจากคนปกติ แต่วิธีการวางตัว รวมถึงออร่าสูงศักดิ์ที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา มันบอกอยู่ชัด ๆ ว่าพวกกูกับมึงโคตรจะต่างชั้นกันเลย
“เอาน่าพี่ ๆ ความจริงแล้วไอ้คุณชายมันก็เหมือน ๆ กับเรานี่แหละ พูดกับมันปกติก็ได้” ไอ้นุพยายามแก้สถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้
“เออ! ไหน ๆ ก็เป็เพื่อนมึง งั้นมาดื่มกันเว้ย! ฉลองพวกกูสอบติด” ไอ้ต้นเพื่อนของเขาโบกมือเรียกบริกรมาสั่งเบียร์เพิ่ม จากนั้นพวกเขาก็แนะนำตัวเองให้ปานเทพรู้จัก แล้วค่อยเริ่มแข่งเกมดวลเหล้ากันอีกครั้ง
“3... 57 357! 3... 57 357!” พวกเขาเริ่มร้องเพลงเพื่อนับเลขเสี่ยงดวง
“1”
“2”
“ป๊อก!”
“4”
“ป๊อก!”
“6”
“7! ไอ้สัตว์! นับกันโคตรเร็ว” เสือใในความรวดเร็วของการนับเลขของ เพื่อน ๆ เลยทำให้พลาดนับเลขต้องห้าม
“แดกเลยมึงไอ้เสือ!” เพื่อนคนหนึ่งชงเหล้าเข้ม ๆ รออยู่แล้วก็รับมากรอกใส่ปากเสือ รอจนกระทั่งพวกเขาเริ่มเบื่อเกมนับเลขกันแล้ว ก็เปลี่ยนไปเล่นเกมอื่น
“เห้ย ๆ พวกมึง ต่อไป ๆ เกมจริงหรือกล้า” เพื่อนคนหนึ่งลุกขึ้นมาเสนอเกมใหม่ ทั้งที่ตอนนี้มันเมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ด้วยซ้ำ
ซึ่งตอนนี้คนที่ดูเหมือนจะสบายดีที่สุดก็คือปานเทพ ไม่รู้มันจะเทพสมชื่ออะไรนัก เกมนับเลขเสี่ยงดวงทุกคนในวงเหล้านับพลาด ถูกดื่มกันหมดครบวง มีแต่มันเท่านั้นที่แทบไม่ได้แตะเหล้าเลยแม้แต่แก้วเดียว ยังนั่งยิ้มเป็เ้าชายหล่อ ๆ ได้สบาย
“เออ! มา! ปากขวดที่กูหมุนไปหยุดที่ใครคนนั้นจะถูกท้าหรือให้พูดความจริง คนที่ทำตามคำสั่งไม่ได้ให้ดื่มหมดแก้ว!”
“ได้!” ทั้งวงรับคำพร้อมกัน
รอบแรกปากขวดหมุนไปหยุดที่ไอ้นุ พวกเพื่อน ๆ ของเสือจึงสั่งให้มันแก้ผ้าลุกขึ้นเต้นตามเพลงจนกว่าเพลงจะจบ เสียดายที่ไอ้นุพอเมาก็เริ่มขาดสติ ความละอายและเกรงกลัวต่อบาปก็ไม่มี พอเพลงถึงท่อนฮุก มันถอดเสื้อได้ก็เหวี่ยงเหนือหัว แถมยังเต้นท่าตลก ๆ จนเสือต้องรีบเอามือถือขึ้นมาอัดวิดีโอไว้ พวกเขาหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ส่วนไอ้นุมึนหัวหนัก พอเพลงจบนั่งลงพักได้ก็หลับไปทันที
รอบที่สองปากขวดหมุนมาหยุดที่หน้าเสือ เขาก็ถูกเพื่อน ๆ ท้าให้วิ่งลงไปแช่น้ำที่ทะเลให้ตัวเปียกแล้วค่อยขึ้นมา
“ได้!” เสือลุกขึ้นยืนจะรับคำท้า แต่ถูกปานเทพที่นั่งถัดไปจากไอ้นุจับข้อมือเอาไว้
“อย่าเลยค่ะ เสือเมาอยู่ แถมทะเลตอนกลางคืนคลื่นก็แรง ถ้าลงไปแล้วถูกคลื่นซัดออกไปจะทำยังไงคะ” เสือฟังที่ปานเทพพูดก็ชักจะเห็นด้วย ลงทะเลตอนกลางคืนเสี่ยงเกินไปจริง ๆ
“งั้นกูพูดความจริงแทนก็แล้วกัน” เสือทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง
“งั้นมึงต้องเอาเื่น่าอายที่ไม่มีใครในนี้รู้นะ” เพื่อนเขากำชับ
“เออ! เื่นี้ไม่มีใครรู้ แล้วกูก็ไม่เคยบอกใครด้วย ขยับมาใกล้ ๆ” เสือกระดิกนิ้วให้ทุกคนสุมหัวกัน ยกเว้นไอ้นุที่เมาหลับไปแล้ว แถมเสื้อมันยังเหวี่ยงไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“อันที่จริงแล้วกูยัง...... ผุดผ่อง!! ” เสือผายมือแล้วยิ้มน้อย ๆ
“ผุดผ่องของมึงนี่คือ...” เพื่อนเขาหรี่ตาลงมองเขาอย่างจับผิด
“บริสุทธิ์ผุดผ่องไงไอ้สัตว์!” เสือแยกเขี้ยวใส่เพื่อน
“ถามจริง! นี่มึงยังไม่เคยกินน้องปั้นชา หรือว่าน้องมาวิน ที่มึงเคยตามจีบเลยเหรอวะ?” เพื่อนเขารีบเข้ามาเค้นถาม
“เสือเป็สัตว์กินเนื้อก็จริงแต่กูก็เลือกเหยื่อนะ! กูตอบแล้ว คราวนี้ตากูหมุนขวดบ้าง!” เสือรีบเปลี่ยนเื่ แล้วหมุนขวดบนโต๊ะ คราวนี้ปากขวดหันไปทางปานเทพบ้าง
“กูท้ากูท้า! กูท้าให้ปานเทพจูบกับไอ้เสือ!” ไอ้ต้นรีบะโ
“เชี่ย! ท้าเชี่ยไรของมึงไอ้ต้น!” เสือะโด่าไอ้ต้นกลับ
“ก็กูสงสารที่มึงยัง ผุดผ่อง! ไง” ไอ้ต้นแกล้งแซวพร้อมทำท่าล้อเลียนเสือ
“มึงไม่ต้องไปฟังมัน มึงแดกไปเลยเร็ว ๆ” เสือเอื้อมมือไปชงเหล้าแล้วเอาไปวางไว้ตรงหน้าปานเทพ ปานเทพปรายตามองแก้วเหล้าเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“แต่คืนนี้เราตั้งใจจะไม่ดื่มค่ะ ถ้าดื่มจนเมากันหมด แล้วจะกลับยังไงกันล่ะคะ?”
“งั้น....” เสือกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกเงาของปานเทพทาบลงมาบดบังสายตา
“จะเป็อะไรไหมคะเสือ ถ้าเราจะเป็คนทำลายความผุดผ่องของเสือ”
ปานเทพเท้าแขนลงกับโซฟา กักตัวเขาไว้ภายใต้ร่างที่สูงสง่าราวเ้าชาย ดวงตาสีเทาอมเขียวสะกดทุกการกระทำของเสือไว้ เสือไม่กล้าแม้แต่จะเบนตัวหนี ทันใดนั้นเสือก็รู้สึกว่าบนริมฝีปากมีอะไรที่นุ่มนิ่มประทับลงมา ดวงตาเขาค่อย ๆ ปรือลงผ่อนคลาย แล้วรับััที่อ่อนหวานนั้น ความนุ่มนวลนั้นไล้ไปตามริมฝีปากล่างของเขาอย่างแ่เบาราวกับผีเสื้อ คล้ายกำลังหลอกล่อเขาไปยังอีกสถานที่
ทันทีที่เขาเปิดปาก ริมฝีปากเขาก็ถูกดูดกลืน ลมหายใจของเสือกระตุก ความรู้สึกวาบหวามมวนอยู่ในท้องน้อย จนเขาเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปตามรสจูบนั้น เขาขยับปากตอบโต้ กดจูบกลับไปเช่นเดียวกับการชักนำของอีกฝ่าย
ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งนานรสจูบก็ยิ่งหอมหวาน และเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งลิ้นอุ่น ๆ ค่อย ๆ เบียดแทรกริมฝีปากเขาเข้ามา ทั้งยังรุกไล่กวาดต้อนปลายลิ้นเขาอย่างโหยหา
เสือตกอยู่ในห้วงความรู้สึกแปลกประหลาด คล้ายกับกำลังอยู่ในอีกดินแดนที่ไม่รู้จัก และไม่เคยได้เหยียบย่างไปถึงมาก่อน ในหัวสับสนและมึนงง ก่อนที่พวกเขาจะทำอะไรเกินเลยไปกว่านั้น เสียงร้องห้ามก็ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ
ในหัวของเสือตอนนี้มีแต่แสงวูบวาบจนตาลาย ทั้งที่ลืมตาอยู่ แต่รู้สึกเหมือน อยู่ ๆ ก็มีคนปิดไฟ จากนั้นภาพก็ตัดไปทันที
ปิดฉากความเป็เสือ กลายเป็แมวย้วย ๆ ไปทันที
..............................
เสือจนท่า ข้าจนทาง
หมายถึง หมดทางเลือก ไม่มีทางไป
---------------------------------------
To Be Con
ตอนแรกพอกรุบกริบ
Ps . ป๊าของเสือชื่อสิงฆ์ สิงฆ์ตัวนี้เป็ตัวเดียวกับสัตว์หิมพานต์ค่ะ
Ps . หวังว่าคงชอบการอธิบายสำนวนในตอนท้ายนะคะ
นามิ