ตอนที่ 57:สงครามบนโลกออนไลน์
ผางชุนเซิงถึงกับกลั้นหายใจ !
ต้องรู้ก่อนว่า ครั้งนี้สำนักพิมพ์อู๋ถงได้โปรโมทหนังสือ‘นิทานของแฮมเตอร์’ โดยนักเขียนเหอปิซูอย่างเต็มที่ อย่าว่าแต่ยอดจอง 2ล้านเล่มเลย สต็อกในตอนนี้ของพวกเขาก็ยังมีอีก 2 ล้านเล่ม !
แต่ตอนนี้ ภายใน 24 ชั่วโมงกลับขายออกเพียง 50,000 เล่ม...ถ้าร้านหนังสือซินฮัวเลือกจะคืนสินค้า หนังสือ ‘นิทานของแฮมเตอร์’ จำนวนเกือบ 4ล้านเล่ม จะต้องตกใส่เขาแน่นอน !
คนที่คิดแบบเดียวกับผางชุนเซิงก็คือเหอปิซู
ชายคนนี้สรรเสริญตัวเองว่าเป็นนักประพันธ์นิทานคนแรกของประเทศเมื่อเห็นว่าชื่อเสียงของตัวเองพังพินาศ ถ้าเขาดีใจนั่นสิถึงจะแปลก
“ติ๊ด ติ๊ด ! ”
ในตอนนี้เองเสียงโทรศัพท์ของผางชุนเซิงก็ดังขึ้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง พบว่าเป็น ประธานจ้าว
ผางชุนเซิงรีบตั้งสติ ก่อนกดรับสาย “ฮัลโหลครับ ประธานจ้าวผม....”
“ผางชุนเซิง นายทำบ้าอะไร ?นายเห็นยอดสถิติที่ประกาศบนเว็บไซต์สมาคมลิขสิทธิ์ไหม ? หนังสือ‘นิทานของแฮมเตอร์’ ถูกขายออกไปเพียง 50,000 เล่มใน 24 ชั่วโมงแผนกเด็กของนายทำบ้าอะไรกันอยู่ ? ”
ปลายสายโทรศัพท์ก็คือจ้าวเห้อ ประธานสำนักพิมพ์อู๋ถงทันทีที่กดรับสาย จ้าวเห้อก็ด่าทออย่างหัวเสียทันที“ก่อนที่นายจะวางจำหน่ายหนังสือนิทานออกไป นายได้ให้คำมั่นสัญญากับฉันว่านายจะสร้างสถิติใหม่ตั้งแต่วันแรก แล้วดูตอนนี้สิ นายล้อฉันเล่นใช่ไหม ? ”
“ประธาน คุณฟังผมอธิบายก่อน” ผางชุนเซิงอยากจะร้องไห้“ก่อนหน้านั้นหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ เพิ่งจะออกสู่ตลาดแค่ 100,000เล่ม ผมไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ถึงได้เพิ่มขึ้นมาอีก 900,000 เล่ม”
“นายไม่รู้ ? ”
ผางชุนเซิงไม่เอ่ยเรื่องนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ทันทีที่เอ่ยจ้าวเห้อก็ยิ่งหัวเสียและด่ากราดออกไป
“นายมันสมองหมูหรือไง ? คิดว่าสมาคมลิขสิทธิ์ทำผิดพลาดงั้นหรือ? นายไปดูในเว็บไซต์จิงตงสิ ตั้งแต่เช้าวันนี้ ทุกคนต่างแย่งซื้อกันในเว็บไซต์กว่า1 ล้านเล่ม ! แม้แต่การตลาดของคู่แข่งก็ยังไม่รู้ ยังกล้ามาเล่นลิ้นกับฉันบรรณาธิการอย่างนายจะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำ ถ้าไม่อยากทำก็เตรียมตัวเก็บข้าวของนายแล้วไสหัวออกไปซะ! ”
“ติ๊ด ! ”
เมื่อพูดประโยคนี้จบ สายก็ถูกตัดไป
เหอปิซูที่ยืนอยู่ข้างกายผางชุนเซิงและเขาได้ยินจ้าวเห้อด่าอย่างไม่ไว้หน้า
เขาทำการเปิดแอพของจิงตงแล้วค้นหาคำว่า ‘นิทานก่อนของเยว่เยว่’หน้าต่างที่มีเครื่องหมายสีแดงก็เด้งขึ้นมาโดยตรง‘ร้านสาขาหลักของสำนักพิมพ์อี้หัว’
เมื่อคลิกเข้าไป ทั้งหน้าเว็บมีแค่สินค้าชนิดเดียวนั่นก็คือหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’
ตอนนี้ ปุ่มกดเลือกสินค้ากลายเป็นสีเทาแล้วด้านบนถูกประทับด้วยตัวหนังสือสองพยางค์ ‘หมดเกลี้ยง’ ถัดลงมา ยอดการสั่งซื้อ :1.76 ล้านเล่ม สถานที่ : จิงฮัว !
สีหน้าก็พลันหม่นหมองลง เหอปิซูเลื่อนอ่านคอมเมนต์ด้านล่างในคอมเมนต์ของผู้ซื้อ ชาวเน็ตบางคนตั้งใจโพสต์ครึ่งแรกของนิทานลงสู่โลกออนไลน์
เหอปิซูอ่านมันอย่างเคร่งเครียดสีหน้าที่ดูตื่นตกใจได้ฉายชัดมากขึ้น สุดท้ายก็ยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
ในเมื่อเขาถูกขนานนามว่าเป็นนักประพันธ์นิทานคนแรกของประเทศเนื้อหาและเสน่ห์ของวรรณกรรมยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงประการแรกคือข้อดีและข้อเสียของนิทานเด็ก เขามองแวบเดียวก็ดูออก
เพราะแบบนี้ หลังจากที่อ่านไปแล้วครึ่งแรกของนิทาน สีหน้าของเหอปิซูก็ยิ่งอยู่ยิ่งแย่ลง
ทันใดนั้นเขาก็พบว่า แทบจะทุกบทความของหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ต่างก็เป็นนิทานเด็กที่มีความคลาสสิกไม่เพียงแต่เนื้อหาที่สมบูรณ์และเต็มไปด้วยความน่าสนใจแล้วอีกทั้งประสบการณ์ในการเรียบเรียง คำศัพท์ที่เข้าใจง่าย ตัวละครถูกวาดอย่างบรรจงแยกแยะความชั่วและความดีได้อย่างชัดเจน ดำและขาวมองแวบเดียวก็เข้าใจได้ทั้งหมด
แม้จะเป็นเหอปิซูแต่เขาก็ต้องยอมรับว่าไม่เคยประพันธ์นิทานแบบนี้มาก่อน !
“เซียเยว่คนนี้คือใคร ? ”เหอปิซูยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ “หรือว่าเป็นผู้อาวุโสสักท่านในสมาคม ?เซีย ใครบ้างที่แซ่เซีย ? ”
“หรือว่าผู้อาวุโสฮัว ? ” เหอปิซูตื่นตกใจกับความคิดที่จู่ ๆก็โผล่ขึ้นมาในสมองของตัวเอง “ไม่ เป็นไปไม่ได้ ! ”
ไม่ว่าเขาจะเป็นใครในเมื่อตัดสินใจจะแข่งขันกับสำนักพิมพ์อี้ฮัวก็ไม่ต้องคิดแล้วว่านักเขียนนิทานของอีกฝ่ายเป็นใคร !
แม้ว่าเหอปิซูจะคิดว่านิทานที่ตัวเองเขียนสู้เซียเยว่ไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมแพ้แค่ความภาคภูมิใจและความเหนือชั้นตลอดหลายปีมานี้ เขาไม่ยอมให้ใครมาตบหน้าแถมยังดังสนั่นหวั่นไหวแบบนี้แน่นอน !
เดิมทีเหอปิซูแค่โพสต์ลงเวยป๋อหนึ่งโพสต์ และมีเพื่อน ๆสมาคมจิงฮัวเข้ามากดแชร์เวยป๋อของเขา
แต่ทว่านักเขียนของสมาคมจำนวนมากไม่ค่อยชอบท่องโลกออนไลน์สักเท่าไหร่ความคิดของพวกเขาจึงล้าสมัยเหมือนกับโลกก่อนหน้านั้นของหลิวจือเซียที่ชอบใช้เครื่องพิมพ์ดีดและปากกาไม่สนใจพวกคอมพิวเตอร์หรือโลกอินเตอร์สักเท่าไหร่
มีหลายครั้ง เวยป๋อของพวกเขาเอง ต่างก็ถูกมอบให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนจัดการ
และตอนนี้ เขาก็ต้องการเชิญเพื่อน ๆในแวดวงวรรณกรรมเหล่านี้มาช่วยเขาทำการโปรโมท
“อาจารย์เหอ ไม่อย่างนั้นเราลองขายในเว็บไซต์ดูไหม ? ”
เมื่อเห็นเหอปิซูถือโน้ตบุคโดยไม่พูดอะไรผางชุนเซิงก็พลันเกิดไอเดีย แล้วพูดขึ้น
“ไอเดียนี้ดี” เหอปิซูพยักหน้า “ฉันต้องพยายามมากกว่านี้ !ฉันจะเชิญเพื่อนนักเขียนนิยายขายดีของสมาคมนักเขียนประเทศจีนมาช่วยฉันโปรโมท”
ผางชุนเผิงตาลุกวาว แล้วพูดว่า “ไอเดียนี้แหละถ้าเราสองแรงช่วยกัน น่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้”
“เยี่ยม”
เหอปิซูตอบรับหนึ่งเสียง ต่อหน้าผางชุนเซิงเขาเริ่มโทรศัพท์หาเพื่อนของตัวเองในสมาคม
……………….
ช่วงบ่ายวันนี้ เหอปิซูได้โพสต์ลงเวยป๋อของตัวเองหนึ่งโพสต์:
“ถึงเพื่อนนักอ่านตัวยงทุกท่าน:
เมื่อวาน หนังสือ ‘นิทานของแฮมเตอร์’โดยนักเขียนปิซูได้วางจำหน่ายในร้านหนังสือชั้นนำในประเทศแล้วแต่ยอดขายยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เหอปิซูรู้แก่ใจดีเดิมทีก็ไม่อยากคิดมากแต่อีกฝ่ายทำไมถึงได้หลอกลวงผู้บริโภคขนาดนี้ !
หนังสือ ‘นิทานของแฮมเตอร์’ โดยนักเขียนนามว่าปิชูได้ลงทุนโฆษณาใหญ่โตล่วงหน้ายอดจองเกิน 1 ล้านเล่ม ทำไมพอถึงวันจัดจำหน่ายนักเขียนนิรนามกลับดังเพียงชั่วข้ามคืน สวนกระแสกับปิชู แต่ปิซูไม่อยากคิดมากนักเขียนนิรนามคนนี้หลอกลวงนักอ่านทั้งหลาย ทั้งยังทำการขายในเว็บไซต์นักอ่านเหล่านั้นกดสั่งซื้อไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือ‘นิทานของแฮมเตอร์’ แล้ว น่าตลกสิ้นดี ! นิทานของฉันพวกมือสมัครเช่นจะมาเทียบชั้นได้หรือ ?
ด้วยความจนปัญญา ปิซูขอพูดด้วยความสัตย์จริงได้โปรดเพื่อนนักอ่านทุกท่านช่วยสนับสนุนเราด้วย ! ”
ทันทีที่เหอปิซูโพสต์ลงเวยป๋อ สมาชิกเวยป๋อระดับ VIPที่ผ่านการรับรองว่าเป็นสมาชิกของสมาคมนักเขียนประเทศจีนจำนวนมากต่างแสดงตัวทยอยกันแชร์เวยป๋อของเหอปิซู ถึงแม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อิโมจิรูปกำปั้น และแขนที่แสดงถึงกล้ามเนื้อทุกอิโมจิ บ่งบอกถึงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน
แต่ในฐานะที่เหอปิซูเป็นนักเขียนนิทานสำหรับเด็กผู้โด่งดังในประเทศแฟนคลับของเขาจึงมีนับไม่ถ้วน โพสต์เวยป๋อโพสต์นี้ถูกแชร์และคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว:
“อาจารย์เหอเมื่อสองสามวันก่อนคุณได้โพสต์โปรโมทหนังสือเล่มใหม่ออกสู่ตลาด ฉันคิดว่าคุณโกหกฉันน่าเสียดายที่ฉันซื้อมาเพียงเล่มเดียวเท่านั้น”
“เวรเอ๊ย กล้าหลอกเรา ดูถูกความนิยมของอาจารย์เหอนิทานก่อนนอนอะไรนั่น ไร้ยางอายสิ้นดี ! ”
“โครตแย่ ยังจะขายบนออนไลน์อีก ต้องแบนเขา ! ”
เหล่าแฟนคลับของเวยป๋อระดับ VIP ในสมาคมนักเขียนประเทศจีน ของเหอปิซูเหล่านั้นโดยส่วนใหญ่ต่างก็โตมากับการอ่านผลงานด้านวรรณกรรมของพวกเขาถือว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้เลยทีเดียว สนับสนุนโดยไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดีอย่างชัดเจน
แต่บนเว็บไซต์ยังมีเพื่อนชาวเน็ตอีกไม่น้อยที่มีสติปัญญา
“หลอกลวงบ้าบออะไร ? พวกนายเคยอ่านเรื่องหนูน้อยหมวกแดงบ้างไหมล่ะ? เคยอ่านเรื่องเจ้าชายกบบ้างไหม ? ”
“คนกลุ่มเดียวรู้จักแต่หนูแฮมเตอร์อะไรเทือกนั้นหนูแฮมเตอร์เทียบลูกเป็ดขี้เหร่ได้ไหมล่ะ ? ”
“ใช่ อีกอย่างก็เห็น ๆ อยู่ว่าทางเซียเยว่ทำการโปรโมทมากมายเหอปิซู คุณต่างหากที่เป็นสินค้าตามกระแส ! ”
ไม่นาน บนโลกออนไลน์ก็เริ่มแบ่งพรรคแบ่งพวกอย่างชัดเจนกลุ่มหนึ่งก็ยืนข้างเหอปิซู อีกด้านก็ยืนข้างหลิวจือเซีย
ทั้งสองฝ่าย ฝั่งของเหอปิซู เป็นแฟนพันธุ์แท้ของสมาคมนักเขียนประเทศจีนฝั่งของหลิวจือเซีย ก็คือนักอ่านที่ชื่นชอบหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ จริงๆ
ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันบนโลกอินเตอร์เน็ต แค่ระยะเวลาเพียงสั้นๆก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับการค้นหาสูงสุดของของเวยป๋อและการพาดหัวข่าวบนวีแชท
……………….……
หลิวจือเซียไม่รู้ว่าเขากลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับการค้นหาสูงสุดบนเวยป๋อเพราะเมื่อวานเขาหลับสนิทในบ้านหลังใหม่ และเยว่เยว่ก็ชอบที่นี่มาก
ตื่นเช้าวันนี้หลิวจือเซียได้ขอลาหยุดอีกหนึ่งวันกับหลางเวิ่นซิงหลังจากส่งเยว่เยว่ที่โรงเรียนอนุบาลแล้ว ก็วิ่งกลับมายังชุมชนซานสุ่ย
จะว่าไปแล้ว หลางเวิ่นซิงก็ช่างแสนดีกับหลิวจือเซียไม่น้อยอีกฝ่ายได้ทิ้งรถ Audi Q3 ตัวท๊อป นำเข้าสีแดง มูลค่ากว่า 489,000หยวนให้เขาไว้ในโรงจอดรถ
รถได้ทำการจดทะเบียนไว้เรียบร้อย เพิ่งจะขับได้แค่ 1,000กว่ากิโลเมตร เห็นได้ชัดว่าตั้งใจซื้อใหม่ให้หลิวจือเซีย นอกจากนี้เบาะหลังได้รับการติดตั้งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอีกด้วย
หลิวจือเซียต้องย้ายบ้านวันนี้แม้จะบอกว่ายังมีระยะเวลาการเช่าอีกหนึ่งเดือน แต่เขาก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้วเพราะมีห้องที่ใหญ่กว่า ใครเล่าจะอยากอยู่ห้องที่เล็กเท่ารูหนู ?
ความจริงแล้วก็ไม่มีของอะไรจะย้ายมากมายหลิวจือเซียถือแค่กระเป๋าของตัวเองเข้าไปอยู่ นอกจากจะต้องซื้อพวกผ้าห่มที่สะอาด ๆสองสามผืนและถ้วย ชาม ช้อน แล้วก็พวกเครื่องปรุงต่าง ๆ แล้ว ที่เหลือหลัก ๆก็คือของใช้ของเยว่เยว่
อย่างน้อยก็พวกของเล่นหนึ่งกล่องเล็ก ตุ๊กตา 30 ตัวเสื้อผ้าของเยว่เยว่สองกล่องใหญ่…
โชคดีที่รถ Audi Q3 มีพื้นที่ว่างมากพอ กด ๆ ยัด ๆลงไปหน่อยก็สามารถขนไปได้ในครั้งเดียว
“ติ๊ด ติ๊ด ! ”
หลังจากกลับมาถึงห้องแล้วเก็บของที่จำเป็นต้องใช้ไปเรียบร้อยแล้ว เวลานี้เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล พี่สะใภ้ มีธุระอะไรหรือ ? ” เมื่อมองบนหน้าจอโทรศัพท์หลิวจือซัยก็กดรับสาย
“น้องสาม ตอนนี้สะดวกไหม ? ”เสียงของหวางเสี่ยวถงดังขึ้นจากปลายสาย “ในมือมีโน๊ตบุ๊คไหมนายเข้าไปดูในเวยป๋อสิ”
“ทำไมอีกล่ะ ? ”
ในสองวันนี้หลิวจือเซียไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ตเลยเขาจึงไม่รู้ว่า ‘สงครามระหว่างเหอปิซูกับเซียเยว่’กลายเป็นประเด็นร้อนบนเวยป๋อและวีแชท
“นายรีบเข้าไปดูเถอะน่า ถ้าพูดมันไม่ชัดเจน”
หวางเสี่ยวถงร้อนใจมาก ถึงแม้ว่าการด่าบนโลกออนไลน์นี้จะไม่ได้สร้างผลกระทบต่อยอดขาย‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ กลับเพิ่มยอดขายให้สำนักพิมพ์อีกด้วย
แต่ถึงอย่างไรถ้าเรื่องนี้สร้างผลกระทบต่อหลิวจือเซียไม่ค่อยดีนัก
หลังจากวางสายของหวังเสี่ยวถงหลิวจือเซียก็หยิบโน๊ตบุ๊คของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็ล็อกอินเข้าเวยป๋อ
ทันทีที่เข้าเวยป๋อสิ่งที่สะดุดตาเป็นอันดับแรกคือคำค้นหาของเวยป๋อ ‘สงครามของเหอปิซูและเซียเยว่’
‘นี่มันอะไรกันเนี่ย?’
หลิวจือเซี่ยตกตะลึง จากนั้นก็คลิกเข้าไปโดยตรง
เมื่อคลิกคำค้นหายอดนิยมแล้วข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหอปิซู ‘นิทานของแฮมเตอร์’ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’โดยนักเขียนหน้าใหม่เซี่ยเยว่... เป็นต้นได้พากันเด้งขึ้นมารัว ๆปรากฎอยู่ตรงหน้าของหลิวจือเซีย