อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__28_ฉันมีชื่อว่า หลี่หานโฮ่ว

    หลังจากที่กินข้าวเสร็จ เซียวเฉิน ก็หยิบไม้จิ้มฟันขึ้นมาแคะ แล้วเดินออกจากโรงอาหารบริษัท

    “พี่เฉิน เป็นยังไงบ้าง? ผมไม่ได้หลอกพี่ใช่ไหม? สาวสวยในบริษัทของเรานี่เรียกได้ว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ เลย!” ติงลี่ เดินตามติดแล้วพูดขึ้น

    “ก็งั้น ๆ แหละ!” ใบหน้าของ เซียวเฉิน เต็มไปด้วยท่าทางตำหนิ “ฉันคนนี้ มีวิสัยทัศน์ค่อนข้างกว้างไกล ถ้าเคยถูกโอบล้อมด้วยสาวงามมากมาย นายก็น่าจะรู้!”

    เมื่อ ติงลี่ ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ลอบแบะปากอย่างลับ ๆ ไม่รู้ว่าใครที่ไหนกันที่เพิ่งจะน้ำลายไหลจนท่วมจาน ทั้งยังบอกว่าหน้าอกและเอวเหล่านี้ช่างเลิศเลอ ไหนจะบอกว่าก้นของพวกเธอไม่เลวอีก… เรียกได้ว่ามองจนลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า!

    “อะไร? คิดว่าฉันกำลังคุยโม้อยู่งั้นเหรอ? ฉันถามนายหน่อย ประธานซู่ ยอดเยี่ยมหรือไม่?” เซียวเฉิน หันหน้าไปถาม

    “สุดยอดไปเลยครับ!” เมื่อนึกไปถึง ซู่ฉิง ติงลี่ ก็พยักหน้าอย่างเร็ว!

    “แล้วเลขาฉินล่ะ เป็นไง?”

    “ยอดเยี่ยม!” ติงลี่ ก็พยักหน้าอีก แม้ว่าเลขาฉินจะไม่ได้สวยเท่ากับประธานซู่ แต่เมื่อเทียบกับสาวงามทั่วไปแล้วก็ถือว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนร่างนั้น เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของที่สุดเลย!

    “แล้วน้องสาวของประธานซู่ ซู่เสี่ยวเหมิง ละเป็นยังไง?”

    “สวยมากเลยครับ!”

    “แล้ว ถงเหยียน จากแผนกบุคคลละ ?”

    หน้าอกคู่มหึมาและใบหน้ารูปไข่ของ ถงเหยียน ปรากฏขึ้นในจินตนาการของ ติงลี่ เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย “คนนี้สุดยอดมากที่สุด!”

    “เหอะ! คิดว่าฉันจะเป็นคนโง่งั้นเหรอ? เธอไม่ใช่คนที่นายจะคิดถึงตลอดเวลาได้!” เซียวเฉิน ตบไปที่หัวของ ติงลี่ 1 ที จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก

    “ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว เธอเป็นของพี่เฉินคนเดียว!” ติงลี่ รีบพยักหน้ารับ

    เซียวเฉิน กลอกตาขึ้น นี่มันอะไรกันเนี่ย!

    “เอาละ อย่าพูดจาไร้สาระ พี่ชายคนนี้จะมอบภารกิจให้นายสักอย่าง!”

    “พี่เฉิน ภารกิจอะไรงั้นเหรอ?” สีหน้า ติงลี่จริงจัง และเอ่ยถามขึ้น

    เซียวเฉิน มองซ้ายมองขวา จากนั้นก็แตะไปที่บ่าของ ติงลี่ เซียวเฉินกระซิบไปที่ข้างหูของเขา

    “ห๊ะ?”

    เมื่อ ติงลี่ ได้ยินทุกคำพูด ดวงตาของเขาเบิกโพลง นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!

    “ยังจำเรื่องที่ฉันพูดตอนที่อยู่ในห้องมอนิเตอร์ได้ไหม?”

    “ครับ จำได้ เรื่องเกี่ยวกับจุดบอดและก็อัตราการหมุนของกล้อง...”

    “ใช่แล้ว!” เซียวเฉิน พยักหน้า “นายรีบไปที่ร้านค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วซื้ออุปกรณ์พวกนี้มา...”

    “แต่ว่า พี่เฉิน ผมติดตั้งพวกมันไม่เป็นนะ!”

    “หึ นายทำไม่เป็น แล้วหาพนักงานมาติดตั้งไม่ได้หรือไง? จำเอาไว้ เรื่องนี้ให้จัดการตอนกลางคืน และอย่างให้คนอื่นรู้เด็ดขาด!”

    “ครับ” ติงลี่ พยักหน้าตอบรับ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “พี่เฉิน พี่จะทำอะไรกันแน่?”

    เซียวเฉิน ยิ้มมุมปาก “วางกับดักล่อปลา!”

    “วางกับดักล่อปลา?”

    ติงลี่ ยิ่งรู้สึกสงสัยมากกว่าเดิม เขามองซ้ายมองขวา ในบริษัทไม่มีบ่อน้ำสักหน่อย จะไปวางกับดักล่อปลาที่ไหนกัน?

    “อ้อ ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรมาก ทำตามที่ฉันบอกก็พอ!” เซียวเฉิน ตบไปที่บ่าของ ติงลี่ “นายต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี ห้ามทำพลาด!”

    “ครับ ในเมื่อพี่เฉินสั่ง เดี๋ยวผมจะจัดการเอง แค่พี่เฉินไม่ทำร้ายผม ผมก็พอใจแล้ว!” ติงลี่ พูดด้วยท่าทีที่จริงจัง

    เซียวเฉิน ยิ้มขึ้นจากนั้นก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขายื่นให้ ติงลี่ มวนหนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “อ้อ เมื่อซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดมาแล้ว ฉันจะวาดแผนภาพให้นาย รอเมื่อมีโอกาส นายก็จัดการติดตั้งมันเลย!”

    “ครับ!”

    “เมื่อโอกาสมาถึงก็จัดการเลย!”

    “ผมรู้แล้ว เดี๋ยวตอนบ่ายวันนี้ผมจะไปเตรียมการ!”

    เซียวเฉิน พยักหน้าแล้วดึงบัตรออกมา 1 ใบ “ในนี้มีเงินอยู่ 1 แสน รหัสผ่านของมันคือ 123123 เอาบัตรใบนี้ไปซื้ออุปกรณ์ซะ”

    ติงลี่ รับมันมา “วางใจเถอะ พี่เฉิน ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง”

    “ไปเถอะ”

    ติงลี่ เก็บบัตรแล้วหันกายจากไป

    เซียวเฉิน มองตามแผ่นหลังของติงลี่ เขาหรี่ตาลง นี่เป็นเรื่องที่เขาเพิ่งจะคิดออกเมื่อวาน ในเมื่อเครื่องดักฟังถูกตรวจเจอแล้ว อีกฝ่ายจะต้องสังเกตเห็นได้อย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวยังไงต่อไป?

    ดังนั้น เขาจึงต้องเตรียมการล่วงหน้า หากว่าอีกฝ่ายเครื่องไหวอะไร บางทีอาจจะได้เบาะแสอะไรบ้าง!

    ในมุมมองของเขาแล้ว ถ้าคนที่ติดตั้งเครื่องดักฟัง และส่งจดหมายข่มขู่มาไม่ใช่คนคนเดียวกัน อันตรายที่มาจากคนแรกย่อมมีมากกว่าคนหลัง

    นอกจากบริษัทนี้แล้ว ทางฝั่งของบ้านพัก เขายังได้วางแผนจัดการบางอย่างไว้ จะได้ไม่ต้องถูกคนลักลอบเข้าไปข้างในอีก!

    “ถุย! ”เซียวเฉิน ถุยไม่จิ้มฟันออกมา เขาเดินเล่นไปรอบ ๆ บริษัทอีกรอบหนึ่ง แล้วกลับมาที่ห้องทำงาน จากนั้นก็เปิดคอมเล่นเกมอีกครั้ง...

    เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เซียวเฉิน กำลังจะเอาชนะบอสในเกมได้ พลันมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งวิ่งเข้ามา

    “หะ หัวหน้าเซียว แย่แล้ว!”

    “ตะโกนหาอะไร ทำไม แย่แล้วอะไร?” เซียวเฉิน เงยหน้าขึ้น พร้อมกับพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด

    “ไม่ ไม่ใช่ เกิดเรื่องขึ้นแล้วครับ!”

    “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เซียวเฉิน ขมวดคิ้ว แล้วรีบลุกขึ้นยืน “หรือว่า แก๊งอินทรีจะกลับมาล้างแค้นแล้ว?”

    “ไม่ ไม่ใช่ครับ...”

    “ให้ตายเถอะ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เซียวเฉิน ในตอนนี้เต็มไปด้วยโทสะ เขาเกือบจะคว้าที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะมาเขกศีรษะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้น

    “มีคนบุกเข้ามาครับ!”

    “อะไรนะ? มีคนบุกเข้ามา?”

    เซียวเฉิน ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ไม่ถามอะไรอีก รีบทะยานพุ่งออกไปในทันที

    ตอนนี้เขายังคงอยู่ห่างจากปากประตูอีกไกล ก็ได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้น “พวกแกยังจะขวางอีกไหม? หากยังเข้ามาขวางอีก ฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ!”

    “หยุดเขาไว้ อย่าปล่อยให้เขาเข้ามาได้ อีกเดี๋ยวหัวหน้าเซียวก็มาแล้ว!” มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น

    “ฉันอยากจะเจอกับหัวหน้าของพวกแก พวกแกทุกคนก็บอกไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะเปิดรับสมัครคน ตอนนี้ฉันมาแล้ว พวกแกไม่ต้องการฉันแล้วหรือยังไง? พวกแกอย่ามาเล่นตลกแถวนี้? หลีกไปซะ!”

    “พวกเรา หยุดเขาเอาไว้!”

    ปั่กๆๆๆ

    จากนั้นก็เกิดเสียงดังออกมาเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนบินลอยออกมาจากประตูทางเข้า พวกเขาล้มลงไปกองอยู่บนพื้น และร้องด้วยความเจ็บปวด

    “เฮ้ ถ้าพวกแกอยากจะหยุดฉันให้ได้? ก็เข้ามา ฉันจะได้จัดการพวกแกซะเลย!”

    ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พุ่งจากข้างนอกเข้ามา กำปั้นของเขามีขนาดใหญ่เท่ากับชาม ใบหน้าเต็มไปด้วยความดุร้าย เขาพุ่งทะยานเข้าใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

    กล้ามเนื้อของอีกฝ่ายอัดแน่นอยู่ภายในเสื้อกล้ามสีดำตัวจิ๋ว เหมือนกับว่ามันจะขาดออกได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มคนนั้นแสดงความแข็งแกร่งของตนเองออกมาให้ทุกคนดู!

    แม้แต่ดวงตาของ เซียวเฉิน ก็หดเล็กลง จากนั้นเงยหน้าขึ้น ให้ตายเถอะ เจ้าหนุ่มนี้มาจากที่ไหนกัน? ร่างกายของเขาใหญ่อย่างกับหมีเลย!

    “หยุดเขาเอาไว้ อย่าให้เขาบุกเข้าไปได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราโดนไล่ออกแน่!”

    มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งลุกขึ้นมาแล้วกัดฟันตะโกนออกไป

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ กัดฟันทนความเจ็บปวดพยายามฝืนลุกยืนขึ้นและพุ่งเข้าไปขวางทางชายหนุ่มคนนี้เอาไว้

    “ยังคิดจะขวางทางฉันอยู่งั้นเหรอ...ได้ ฉันจะจัดการพวกแกเอง!”

    ชายหนุ่มเต็มไปด้วยโทสะ เขาคว้าคอเสื้อของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งขึ้นมา และเตรียมที่จะโยนเขาออกไป

    “หยุด!”

    เซียวเฉิน เปิดปากและก้าวมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว

    “หัวหน้าเซียว!”

    เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหลายมองเห็น เซียวเฉิน พวกเขาพลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นหันไปเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ

    “อืม” เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มที่สูงมากกว่า 2 เมตร “ปล่อยเขาไปซะ ถ้ามีเรื่องอะไร ก็ให้มาพูดกับฉันนี่!”

    “นายเป็นหัวหน้าของพวกเขาเหรอ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงกังวาน

    “ถูกต้อง ฉันเป็นหัวหน้าของพวกเขา และก็เป็นหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยด้วย!”

    ชายหนุ่มมองเซียวเฉิน อย่างตกตะลึง เขาวางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลงบนพื้น จากนั้นพยักหน้าแล้วพูดขึ้น “ดี ฉันอยากจะคุยกับนายอยู่พอดี!”

    “นายจะคุยเรื่องอะไร?”

    “ฉันอยากจะสมัครเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย!”

    เมื่อ เซียวเฉิน ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็หัวเราะขึ้น สมัครเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยการบุกเข้ามานะเหรอ?

    “นายหัวเราะอะไร? หรือว่านายกำลังเยาะเย้ยฉันงั้นเหรอ?”

    “ไม่ใช่ ว่าแต่นายชื่ออะไร?” เซียวเฉิน ถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

    “ฉันมีชื่อว่า หลี่หานโฮ่ว แม่และคนแถวบ้านเรียกฉันว่า ต้าหาน” ชายหนุ่มเกาหัวพร้อมพูดขึ้น

    “....”

    เมื่อได้ยินชื่อนี้ ไม่เพียงแต่ เซียวเฉิน เท่านั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่นๆยังรู้สึกประหลาดใจ หลี่หานโฮ่ว งั้นเหรอ? ต้าหาน งั้นเหรอ? ดูไปแล้วเจ้าหนุ่มคนนี้ก็ดูทึ่มจริงๆ

    “ต้าหานเอ๊ย ใครบอกนายว่าพวกเราแผนกรักษาความปลอดภัยจะรับสมัครคน?”

    “คุณหมอฮัวบอกฉันเอง เธอบอกว่าให้ฉันลองมาสมัครดู...” หลี่หานโฮ่ว ฉีกยิ้มกว้าง “แม่ของฉันพูดว่า ถ้าใครเรียกฉันว่า ต้าหาน คน ๆ นั้นก็คือเพื่อน ดังนั้นฉันจะให้นายเป็นเพื่อนฉัน!”

    เซียวเฉิน ยิ้ม “ได้ พวกเรามาเป็นเพื่อนกัน แล้วนายทำอะไรได้บ้างละ?”

    “ฉันล่าสัตว์ได้”

    เซียวเฉิน ไม่รู้จะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี “ต้าหาน ที่นี่บริษัท เราไม่ได้ต้องการนายพราน”

    “งั้นฉันจะคอยเฝ้าประตูเอาไว้ ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครบุกเข้ามาภายในบริษัทนี้ได้”

    “แล้วถ้ามีคนคิดอยากจะบุกเข้ามาละ?”

    “งั้นฉันจะล้มเขาซะ!” หลี่หานโฮ่ว ชูกำปั้นขึ้น “ใครคิดจะเข้ามา ฉันจะต่อยมันให้ร่วงเอง!”

    “ฮ่าๆๆๆ เหมือนกับพวกเขาที่เพิ่งจะขวางนายเอาไว้ ไม่ปล่อยให้นายเข้ามา ใช่ไหม?”

    หลี่หานโฮ่ว งงงวย เขาหยุดคิดแล้วพยักหน้า “ใช่แล้ว ฉันจะต้องไปเจอกับหัวหน้า ฉันอยากจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย”

    เดิมทียังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยังคงโกรธอยู่บ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าแล้วมองไป เหมือนว่าในหัวสมองของ หลี่หานโฮ่ว จะมีแต่กล้ามเนื้อ ไม่อาจจะคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับเขาได้เลย!

    “ทำไมนายถึงอยากจะมาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันละ?”

    “เพราะว่าคุณหมอฮัวบอกไว้ว่าที่นี่มีเงินเดือนสูง...”

    “งั้นเหรอ” เซียวเฉิน พยักหน้าอย่างอดไม่ได้ “พวกเรารับสมัครเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจริง แต่ไม่ใช่วันนี้ เป็นวันอื่น!”

    “หัวหน้า นายเพิ่งจะพูดเองว่าพวกเราเป็นเพื่อนกัน นายจะทิ้งฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ?” หลี่หานโฮ่ว เริ่มรู้สึกร้อนรน

    เซียวเฉิน อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น ใครบอกว่าเด็กคนนี้ไม่มีสมองกัน เมื่อกี้เพิ่งจะพูดเข้าข้างตัวเองอยู่เลย

    “ฉันช่วยนายได้ แต่นายเพิ่งจะใช้กำลังบุกเข้ามาที่บริษัทและทำร้ายพวกเขา นายมีอะไรจะแก้ตัวไหม?”

    หลี่หานโฮ่ว หันไปมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลาย จากนั้นก็ลงไปกุมหัวบนพื้น “งั้นปล่อยให้พวกเขาตีฉันคืน แค่ไม่ตีไปที่หน้าก็พอ ไม่อย่างนั้นแม่ของฉันเห็นแล้ว เธอจะโกรธเอาได้”

    เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลายเห็นการเคลื่อนไหวของเขา ก็หัวเราะขึ้น เจ้าหนุ่มคนนี้โง่จริงๆ แต่ก็ยังน่ารักอีกด้วย!

    “งั้นหากว่านายล้มฉันได้ ฉันจะรับนายเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นายว่าไง?” หลี่หานโฮ่วถึงกับตาโต หัวใจเต้นแรง

    “นายพูดจริงงั้นเหรอ? อย่ามาหลอกกันนะ?”

    “จริงสิ ฉันไม่หลอกนายหรอก!” เซียวเฉิน พยักหน้า จากนั้นก็ชี้ไปที่เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย “พวกเขาเป็นพยานได้!”

    “ตกลง!” หลี่หานโฮ่ว กำหมัดขึ้นอย่างตื่นเต้น แต่สักพักเขาก็แสดงหน้าตาขมขื่นออกมาแล้วพูดว่า “แต่ถ้าฉันทำนายบาดเจ็บสาหัส แล้วจะทำยังไงละ? ฉันไม่มีเงินจ่ายให้นายหรอกนะ”

    เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น “ถ้าฉันบาดเจ็บ นายไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินอะไรทั้งนั้น!”

    “งั้นก็เยี่ยมไปเลย ลองชิมกำปั้นของฉันดูหน่อยเป็นไง!” หลี่หานโฮ่ว พูดจบ ก็แผดเสียงคำราม ระเบิดพลังทั่วทั้งร่างออกมา เขาปล่อยหมัดเข้าใส่ เซียวเฉิน

    เซียวเฉิน มองเห็นหมัดกำลังใกล้เข้ามา เขาไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด เขากลับซัดหมัดออกไปกระแทกเข้ากับหมัดของอีกฝ่ายอย่างแรง!

    ปัง!

    กำปั้นของทั้ง 2 คน หมัดหนึ่งใหญ่อีกหนึ่งเล็กปะทะเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเสียงดังสนั่น

    เซียวเฉิน พลันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่กำปั้น เขาถอยหลังออกไป กำปั้นของเขาเกิดอาการเหน็บชา เกิดความรู้สึกตะลึง เจ้าหนุ่มคนนี้พละกำลังมากเหลือเกินจริงๆ!

    หลี่หานโฮ่ว ก็ก้าวถอยหลังไปเช่นกัน เดิมทีใบหน้าของเขาดูซื่อ ๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แต่ตอนนี้กลับเป็นประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขาคำรามออกมาราวกับสัตว์ป่า ซัดออกไปอีกหนึ่งหมัด

    ครั้งนี้ เซียวเฉิน ไม่อยากจะท้าชนกับ หลี่หานโฮ่ว อีก เขาเลือกที่จะหลบหมัดของอีกฝ่าย จากนั้นตวัดเตะขาขวารวดเร็วปานสายฟ้าออกไปใส่ที่ข้อศอกของอีกฝ่าย

    ปัง!

    สิ่งที่เหนือความคาดหมายของ เซียวเฉิน ก็คือปฏิกิริยาตอบสนองของ หลี่หานโฮ่ว ไม่ได้เชื่องช้าเลยแม้แต่น้อย ความเร็วของกำปั้นขวาไม่ลดลง แต่มือซ้ายของเขาตบไปที่ขาขวาของ เซียวเฉิน ในเวลาเดียวกันก็คว้าจับไปที่ข้อเท้าของเขา