[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 93 อัจฉริยะรุ่นเยาว์ฉู่อู๋จี๋ ให้พี่ช่วยตรวจสอบเส้นทางให้เจ้าเสียก่อนดีหรือไม่

    ตอนที่ 93 อัจฉริยะรุ่นเยาว์ฉู่อู๋จี๋ ให้พี่ช่วยตรวจสอบเส้นทางให้เจ้าเสียก่อนดีหรือไม่

            ฉู่อู๋จี๋ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดศาสตราทองคำเรืองรอง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใส เผยให้เห็นท่าทีอันน่าไว้วางใจและซื่อตรง

            เมื่อก้าวขึ้นสู่ยอดเขา สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขาก็คือกู้เซียนเอ๋อร์

            ในแวบแรก ดวงตาของเขาเผยแววชื่นชมในความงามล้ำลึก ทว่าเพียงชั่วพริบตาก็กลับคืนสู่ความนิ่งสงบ

            ด้วยมารยาทอันเพียบพร้อมและจิตใจที่ล้ำลึก เขาจึงมิได้แสดงความประหลาดใจให้เห็นแม้แต่น้อย

            แม้เขาจะคุ้นชินกับการพบเห็นบุคคลผู้เลิศล้ำ ทว่าก็ยังอดสะดุดตาในความงามของนางมิได้

            “คารวะท่านผู้อาวุโสใหญ่”

            เขาประสานมือคำนับผู้อาวุโสใหญ่ด้วยท่าทีอ่อนน้อม

            ในหมู่ผู้คนแห่งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ มีเพียงมิกี่คนที่รู้ความจริงว่า ฉู่อู๋จี๋คือศิษย์หลานของผู้อาวุโสใหญ่

            บิดาของเขาผู้เป็นจักรพรรดิแห่งราชสำนักเซียนต้าฉู่เคยเป็นศิษย์ที่ได้รับการบันทึกชื่อของผู้อาวุโสใหญ่

            ทว่าด้วยสถานะจักรพรรดิ ทำให้เขามิอาจเป็นศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรงได้

            เรื่องนี้จึงมีเพียงคนจำนวนน้อยที่ล่วงรู้

            “ฉู่อู๋จี๋มาแล้วก็ดี”

            ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าเล็กน้อย ท่าทีของเขาที่มีต่อฉู่อู๋จี๋นับว่าดูผ่อนคลายยิ่ง

            สำหรับเหล่าผู้อาวุโสในตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์แล้ว

            ฉู่อู๋จี๋เปี่ยมด้วยความสง่างามและความสามารถอันไร้ที่ติ มิว่าจะเป็นในด้านการวางตัวหรือพรสวรรค์ในการฝึกบำเพ็ญเพียร

            เขามิเหมือนกับกู้ฉางเกอที่เต็มไปด้วยจุดประสงค์อันซับซ้อน

            ในบรรดาศิษย์เอกของตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ในปัจจุบัน ฉู่อู๋จี๋เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับกู้ฉางเกอได้

            เหล่าผู้อาวุโสหลายคนต่างให้ความสำคัญกับเขา มองว่าเขาเหมาะสมจะเป็นผู้รับตำแหน่งสำคัญในอนาคต

            ตรงกันข้ามกับกู้ฉางเกอที่ถูกมองว่าจิตใจมิบริสุทธิ์

            กู้เซียนเอ๋อร์มองสำรวจฉู่อู๋จี๋อยู่ครู่หนึ่ง

            ในฐานะอัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้ที่สามารถทัดเทียมกับกู้ฉางเกอได้ นางย่อมอดมิได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็น

            ราศีแห่งจักรพรรดิแผ่ซ่านจากตัวเขา ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังและความมั่นคง

            พลังบำเพ็ญเพียรของเขาลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง ทำให้นางมิอาจมองเห็นขอบเขตความแข็งแกร่งของเขาได้เลย

            “นี่คงเป็นศิษย์น้องคนเล็กที่ถูกกล่าวถึงกันให้ทั่วในช่วงนี้กระมัง”

            “เมื่อได้พบหน้าก็เห็นได้ชัดว่าข่าวลือนั้นหาได้เกินจริงไม่ ช่างเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยรัศมีแห่งเซียน งดงามโดดเด่นเหนือผู้ใดเสียจริง”

            ฉู่อู๋จี๋เผยยิ้มพร้อมประสานมือเอ่ยอย่างนอบน้อม

            “คารวะศิษย์พี่ฉู่อู๋จี๋”

            กู้เซียนเอ๋อร์พยักหน้าตอบ สีหน้ายังคงสงบเรียบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับยังมิอาจคาดเดาได้ว่าฉู่อู๋จี๋ผู้นี้มีจุดประสงค์แอบแฝงอันใดในการแสดงความเป็นมิตรเช่นนี้

            นางเพิ่งมาเยือนที่นี่ และยังมิได้รับการรับรองจากผู้อาวุโสใหญ่ให้เป็นศิษย์

            สถานะของนางในตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์จึงยังมิอาจเทียบเท่าได้แม้แต่ศิษย์ธรรมดาด้วยซ้ำ

            เช่นนั้นแล้ว เหตุใดฉู่อู๋จี๋จึงได้แสดงท่าทีเช่นนี้ต่อนาง

            หรือว่าจะเป็นเพราะกู้ฉางเกอกัน

            อาจด้วยเพราะศัตรูของศัตรู นั้นนับว่าเป็นพันธมิตร

            “ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะให้ผู้ใดพาเซียนเอ๋อร์ไปลองท่องบนเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ พอดีกับที่เจ้ามาในตอนนี้ จังหวะนับว่าเหมาะเจาะยิ่งนัก”

            ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวอย่างเรียบง่าย

            “เส้นทางสู่มรรคาสวรรค์หรือ”

            “ศิษย์น้องดูเหมือนจะมีความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ ทว่าเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์เป็นเส้นทางที่อันตรายนัก หากฝืนเดินทาง ก็อาจได้รับบาดเจ็บอย่างยากที่จะเยียวยา กระทั่งอาจทำลายจิตแห่งมรรคา และหยุดยั้งการบำเพ็ญเพียรให้คงอยู่ที่เดิมไปตลอดกาล”

            “ศิษย์น้องมั่นใจแล้วหรือ”

            ฉู่อู๋จี๋นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาแฝงแววครุ่นคิดเล็กน้อย ทว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อกู้เซียนเอ๋อร์โดยเฉพาะ เช่นนั้นจึงได้สืบข่าวคราวของนางมาแต่แรก

            ในมือของกู้เซียนเอ๋อร์นั้นถือหลักฐานที่สามารถทำให้ตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยงต้องอับอายจนหมดสิ้นซึ่งเกียรติยศ

            หากหลักฐานนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะออกไป ตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยงก็นับว่าจะกลายเป็นหัวข้อให้เหล่าขุมอำนาจทั้งหลายในแดนสวรรค์เยาะเย้ย และเสื่อมเสียชื่อเสียงจนกลายเป็นเรื่องตลก

            ในอดีตจักรพรรดิผู้เฒ่าแห่งราชสำนักเซียนต้าฉู่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากฝีมือของตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยง ดังนั้นเขาย่อมมิมีความปรารถนาดีใดๆ ต่อตระกูลพวกเขาเหล่านี้

            อีกทั้งเขาย่อมเฝ้ารอโอกาสเช่นนี้ด้วยความยินดี

            อย่างไรก็ตาม ต่อหน้าผู้อาวุโสใหญ่ เขากลับแสดงออกถึงความหวังดีต่อกู้เซียนเอ๋อร์

            ผู้อาวุโสใหญ่ปรายตามองฉู่อู๋จี๋เล็กน้อย ก่อนส่ายหัวในใจโดยมิกล่าวคำใด

            กู้เซียนเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

            “เรื่องนี้ข้ามั่นใจดี มิจำเป็นต้องให้ศิษย์พี่ฉู่อู๋จี๋เป็นกังวล”

            เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่อู๋จี๋ยังคงรักษาท่าทีสบายๆ และดูมิใส่ใจ

            ทว่าลึกลงไปในใจ เขากลับหัวเราะเยาะและอดสงสัยมิได้ว่า ผู้ที่ได้รับการเรียกขานว่าเป็นจักรพรรดินี้ผู้ฟื้นคืนชีพผู้นี้ จะสามารถก้าวไปได้ไกลถึงเพียงใดกัน เหตุใดจึงได้มั่นใจในตนเองเช่นนี้นัก

            “ดี เช่นนั้นศิษย์พี่จะคอยดูอยู่ห่างๆ”

            ฉู่อู๋จี๋เอ่ยขึ้น พร้อมกับพุ่งตัวกลายเป็นสายรุ้งนำทางไปยังเขตของเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์

            กู้เซียนเอ๋อร์มองตามเขา ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามไปอย่างเงียบๆ

            นางรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าฉู่อู๋จี๋ต้องมีจุดมุ่งหมายแอบแฝง นี่คือสัญชาตญาณที่นางเชื่อมั่นมาโดยตลอด และมันมิเคยผิดพลาด

            “นายท่าน!”

            มินานนัก เหล่าผู้ติดตามของฉู่อู๋จี๋พลันปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า พวกเขามองกู้เซียนเอ๋อร์ด้วยสายตาประหลาดใจ

            “ไปยังเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์”

            ฉู่อู๋จี๋กล่าวคำสั่งเรียบง่าย

            ในขณะเดียวกัน เขาก็เหลียวกลับมามองกู้เซียนเอ๋อร์พร้อมถอนหายใจ แววตาเผยความเสียดายปนดูแคลน

            “ศิษย์น้อง ข้ารับรู้เรื่องราวของเจ้ามาอยู่บ้าง กู้ฉางเกอช่างใจคอโหดเหี้ยมยิ่งนัก การกระทำของเขาน่าตกตะลึงและเยือกเย็นเกินกว่าจะบรรยาย ราวกับเป็นดั่งอสูรป่าหรืออมนุษย์ที่กระทำลงมือ มิอาจนับว่าเป็นสิ่งที่พี่ชายคนหนึ่งพึงจะกระทำได้…”

            กู้เซียนเอ๋อร์ซึ่งติดตามมาเบื้องหลังขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น ทว่านางก็มิได้กล่าวตอบอันใด

            แม้รู้ดีว่าถ้อยคำเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่การตำหนิกู้ฉางเกอ ทว่ามิรู้เพราะด้วยสาเหตุใด นางกลับรู้สึกมิสบายใจขึ้นมา

            กู้ฉางเกอกระทำการโหดเหี้ยม ทำร้ายนางอย่างแสนสาหัส ทว่าก็มิอาจนำเขาไปเปรียบเทียบกับผู้ที่มีนิสัยต่ำทรามชอบใส่ความผู้อื่นลับหลังเช่นนี้ได้

            แม้กู้ฉางเกอจะโหดเหี้ยมไร้ปรานี ทว่าเขาก็ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา

            ที่สำคัญนั้น เรื่องระหว่างนางกับกู้ฉางเกอเป็นเรื่องของพวกนางทั้งสอง นางมิต้องการให้ผู้ใดเข้ามาแทรกแซง

            “ศิษย์พี่ฉู่อู๋จี๋ ท่านนำทางไปเถิด ข้ามิคิดเลยว่าผู้เป็นศิษย์เอกอย่างท่านจะเอาแต่พูดถึงผู้อื่นลับหลังเช่นนี้ได้”

            กู้เซียนเอ๋อร์กล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ

            นัยของคำพูดนั้นชัดเจนว่า หากท่านมีความกล้าจริงก็ควรไปพูดต่อหน้าคนผู้นั้น ถ้อยคำที่กล่าวต่อหน้าข้าเช่นนี้จะไปมีประโยชน์อันใด

            นางมองออกว่าฉู่อู๋จี๋ผู้ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นศิษย์เอกผู้นี้ เพียงมุ่งหวังพยายามดึงตัวนางเข้ากลุ่มของเขา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับกู้ฉางเกอเท่านั้น

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของฉู่อู๋จี๋ก็แปรเปลี่ยนเป็นเผยให้เห็นถึงความมิพอใจเล็กน้อย ก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบนิ่งในเวลามินาน

            เขาเป็นผู้ที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างแนบเนียน

            ทว่าถึงกระนั้น คำพูดของกู้เซียนเอ๋อร์ก็ยังทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองในใจ

            นางถึงกับกล้าเย้ยหยันว่าเขามิกล้าท้าทายกู้ฉางเกอซึ่งหน้า

            หญิงสาวตัวเล็กๆ ผู้มีเพียงพลังในระดับจ้าวศักดิ์สิทธิ์กลับกล้าแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อเขา

            ชัดเจนว่าเป็นเพราะนางมีผู้อาวุโสใหญ่หนุนหลัง จึงกล้าหยิ่งผยองถึงเพียงนี้

            หากมิใช่เพราะเขาเกรงใจผู้อาวุโสใหญ่ ฉู่อู๋จี๋คงจะลงมือสั่งสอนให้นางรู้ซึ้งว่าตัวตนใดที่เรียกว่าศิษย์เอกแห่งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์

            ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาฉงนเสียยิ่งกว่าก็คือ ข่าวคราวเกี่ยวกับความบาดหมางระหว่างกู้เซียนเอ๋อร์และกู้ฉางเกอที่เขาเคยได้รับรู้มา

            ความเกลียดชังเคียดแค้นที่ฝังลึกระหว่างทั้งสองนั้นมิอาจนับว่าจะประสานคืนได้

            แล้วเหตุใดกู้เซียนเอ๋อร์ถึงได้กล่าวในลักษณะที่ดูเหมือนจะเข้าข้างกู้ฉางเกอได้

            …

            มินานนัก ข่าวการที่หญิงสาวในอาภรณ์สีเขียวซึ่งอยู่ข้างกายผู้อาวุโสใหญ่กำลังจะเดินทางไปยังเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ พร้อมความตั้งใจที่จะทำลายสถิติของกู้ฉางเกอ ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์

            ข่าวนี้แน่นอนว่าได้ถูกเผยแพร่ออกไปโดยฉู่อู๋จี๋ และมันได้จุดกระแสความสนใจจนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วทั้งสำนัก

            ถึงขั้นที่เหล่าศิษย์เอกคนอื่นๆ ซึ่งกำลังเก็บตัวฝึกบำเพ็ญเพียรอยู่ ยังต้องออกจากการปิดด่านเพื่อมาชมเหตุการณ์ให้เห็นด้วยตาตนเอง

            หญิงสาวในอาภรณ์เขียวผู้นั้น เต็มไปด้วยความลึกลับ อีกทั้งยังมีข่าวลือว่านางเกี่ยวข้องกับตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยง

            ยิ่งไปกว่านั้น ผู้อาวุโสใหญ่ยังชื่นชมนางอย่างยิ่ง ถึงขั้นมีแผนจะรับนางเป็นศิษย์

            เหตุการณ์นี้มิเพียงแต่ดึงดูดความสนใจจากเหล่าศิษย์ ทว่าแม้แต่ผู้อาวุโสบางคนก็ยังตั้งใจเดินทางมาชมด้วยตนเอง

            สำหรับตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ เส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ถือเป็นเส้นทางที่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายได้

            มันคือสะพานที่สามารถเปลี่ยนศิษย์ผู้มีตัวตนธรรมดาให้กลายเป็นดั่งมังกรผู้ทรงอำนาจ เป็นเวทีสำหรับพิสูจน์ซึ่งพรสวรรค์และความแข็งแกร่ง

            สำหรับเหล่าอัจฉริยะในเส้นทางแห่งมรรคา ความแข็งแกร่งของพรสวรรค์สามารถกำหนดชะตาในอนาคตได้

            ทันใดนั้น ทั่วท้องนภาก็เต็มไปด้วยสายรุ้งแห่งพลังวิญญาณ ทอประกายแสงสีเจิดจ้า อีกทั้งยังพาดผ่านไปด้วยศาสตราวิเศษท่ามกลางอากาศ

            เหล่าศิษย์จากทุกยอดเขาเร่งรุดไปยังเขตแดนของเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ บรรยากาศต่างเต็มไปด้วยความคึกคัก

            ในกลุ่มผู้คนที่มามุงดู ยังมีทั้งบรรดาศิษย์และผู้อาวุโสปรากฏตัวให้ได้พบเห็น

            “สถิติแห่งเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ในรอบหนึ่งแสนปี ถูกทำลายลงโดยศิษย์เอกกู้เมื่อครั้งอดีต และจนถึงตอนนี้ยังมิมีผู้ใดสามารถลบล้างได้”

            “เขาคือผู้ที่มีพรสวรรค์ดั่งเซียนตั้งแต่วัยเยาว์ และในช่วงนี้ยังได้ยินข่าวมาว่าเขาได้ทะลวงถึงระดับจอมราชันแล้ว”

            “ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ในหมู่ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรรุ่นเดียวกัน ยังมิเคยมีผู้ใดที่ทะลวงถึงระดับนี้ได้เลย แม้แต่ฉู่อู๋จี๋ศิษย์เอกอีกคน ก็ยังดูเหมือนจะหยุดชะงักอยู่กับระดับพลังขั้นเดิมมิได้ก้าวหน้าไปไหน”

            “การจะทำลายสถิติของศิษย์เอกกู้ย่อมมิใช่เรื่องง่าย ข้าคิดว่าหญิงสาวในอาภรณ์เขียวผู้นั้นคงจะคิดเพ้อฝันเข้าข้างตนเองจนเกินไป”

            ทั่วทั้งยอดเขาต่างเต็มไปด้วยเสียงถกเถียง ศิษย์มากมายต่างพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกันอย่างตื่นเต้น

            เส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ คือเส้นทางแห่งบันไดหินหยกขาวอันปกคลุมไปด้วยหมอกเซียน แฝงไว้ด้วยบรรยากาศซึ่งเปี่ยมไปด้วยความลี้ลับไร้ที่สิ้นสุด

            แต่ละขั้นของบันไดเปี่ยมไว้ด้วยอักขระแห่งมรรคา กลิ่นอายพลังแห่งมรรคาได้แผ่กระจายไปทั่ว

            เมื่ออัจฉริยะผู้ใดก้าวขึ้นไป ก็จะเผยให้เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ปรากฏออกมาอย่างมิซ้ำกัน

            เส้นทางแห่งนี้ทอดยาวไปสู่สรวงสวรรค์ มิมีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าบันไดแห่งนี้มีทั้งหมดกี่ขั้น

            เส้นทางสู่มรรคาสวรรค์จะปรากฏขึ้นทุกหนึ่งแสนปี เพื่อต้อนรับเหล่าอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศที่มาท้าทายเส้นทางแห่งนี้

            ทุกครั้งที่มันปรากฏขึ้น สถิติของเส้นทางจะถูกเริ่มต้นใหม่ และเปิดโอกาสให้ผู้กล้ามาทำลายสถิติในอดีต

            ในช่วงเวลาหนึ่งแสนปีที่ผ่านมา เหล่าอัจฉริยะในแต่ละยุคย่อมมิยอมล้าหลัง ต่างกระตือรือร้นที่จะฝากรอยเท้าของตนไว้บนเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ เพื่อมุ่งหวังให้โลกสะท้านไหวต่อความแข็งแกร่งและชื่อเสียงอันกึกก้องของพวกเขาไปทั่วหล้า

            ทว่าในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ ในบรรดาศิษย์แห่งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ มีเพียงกู้ฉางเกอเพียงคนเดียวที่เปล่งประกายก้าวล้ำศิษย์ผู้อื่นในรุ่นเดียวกัน

            พรสวรรค์ระดับเซียนนี้มิใช่เพียงสิ่งที่เอ่ยขึ้นลอยๆ เท่านั้น

            ณ บริเวณจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ ฝูงชนของศิษย์และผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรจากทั่วทุกสารทิศได้หลั่งไหลมารวมตัวกัน เพื่อชมเหตุการณ์ในครั้งนี้

            กู้เซียนเอ๋อร์ในอาภรณ์เขียวสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ เสริมให้ร่างของนางดูบอบบางยิ่งขึ้น

            “ศิษย์น้องอย่าได้ฝืนตนเองจนเกินไป ความกดดันบนเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์นั้นยากจะต้านทานนัก”

            ฉู่อู๋จี๋กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่ดูราวกับเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังดี

            กู้เซียนเอ๋อร์เหลือบมองเขาโดยมิแสดงอารมณ์ใดๆ อีกทั้งมิได้กล่าวตอบออกไป

            เพียงมินาน เรื่องราวนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ เห็นได้ชัดว่าฉู่อู๋จี๋เป็นผู้ปล่อยข่าว

            จุดประสงค์ของเขานั้นมิยากจะคาดเดา เขาต้องการเห็นนางล้มเหลวและถูกหัวเราะเยาะ

            กลอุบายเล็กน้อยนี้นางย่อมมองออกได้อย่างชัดเจน

            “ผ่านไปเพียงมิกี่วัน เซียนเอ๋อร์ของเราก็กลับได้รับความสนใจ มีผู้คนติดตามมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ การเดินทางในครั้งนี้จะให้พี่ชายผู้นี้ช่วยตรวจสอบเส้นทางให้เจ้าเสียก่อนดีหรือไม่”

            เสียงหัวเราะแฝงแววหยอกเย้าดังขึ้น ทำลายความสงบที่กู้เซียนเอ๋อร์แสดงออกมาอย่างหมดสิ้น

            นางพลันหันขวับไปยังต้นเสียง ก่อนเผยดวงตาเย็นชาราวกับน้ำแข็งอันเยือกเย็น

            กู้ฉางเกอปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า เขาสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตาไร้ซึ่งร่องรอยแห่งมลทิน

            เขาก้าวเดินเข้ามาอย่างมิเร่งรีบ อีกเบื้องหลังยังติดตามมาด้วยเหล่าศิษย์ผู้ติดตามซึ่งเปี่ยมด้วยพลังอันน่าเกรงขาม

            เหล่าศิษย์ที่อยู่โดยรอบพลันเผยสีหน้าซีดเผือด ก่อนจะพากันหลีกทางให้แก่เขา

            หลังจากสิ้นสุดการฝึกฝนในนครโบราณ เขาก็ได้กลับมายังสำนัก ทว่าเมื่อมาถึงก็ได้ทราบข่าวว่ากู้เซียนเอ๋อร์กำลังจะท่องบนเส้นทางสู่มรรคาสวรรค์ เขาจึงอดมิได้ที่จะรู้สึกสนใจ

            “ฮึๆ ศิษย์น้องผู้นี้ก็คือว่าที่ศิษย์สืบทอดของผู้อาวุโสใหญ่ที่เป็นข่าวใช่หรือไม่ รูปโฉมงดงามเช่นนี้ช่างหาได้ยากนัก ในภายภาคหน้าคงจะงดงามสะกดตาเกินต้านทานมากกว่านี้เป็นแน่”

            เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมาจากอีกทิศทาง

            หญิงสาวผู้เลอโฉมซึ่งมีผ้าขาวบางปกปิดใบหน้าก็ก้าวออกมา

            เบื้องหลังนางยังมีพวงหางจิ้งจอกอันงดงามจับใจ ที่ข้ารับใช้ของนางอุ้มประคองไว้ด้วยความระมัดระวังมิให้ลากกับพื้น

            หญิงสาวผู้นั้นคืออิ่นเหมย ศิษย์เอกผู้ลึกลับแห่งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์

            มิมีผู้ใดล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ลับระหว่างนางกับกู้ฉางเกอ

            หลังจากกู้ฉางเกอกลับจากนครโบราณ นางเองก็กลับมายังสำนักเช่นกัน

            ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา นางได้รับทรัพยากรในการฝึกบำเพ็ญเพียรอย่างเหลือล้น ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเหตุที่กู้ฉางเกอดูเหมือนจะสนใจ หางจิ้งจอกของนางเป็นพิเศษ

            เขาจึงมอบยาถอนพิษให้กับนางมากกว่าปกติ

            เรื่องนี้ทำให้อิ่นเหมยรู้สึกอารมณ์ดีมิน้อย

            “เอ๊ะ! เรื่องนี้ถึงกับทำให้ศิษย์เอกกู้ปรากฏตัวได้เชียวหรือ แม้แต่ศิษย์เอกอิ่นผู้ลึกลับก็ยังมาเยือนที่แห่งนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริง”

            “ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องน่าสนใจให้ชมแล้ว”

            เหล่าศิษย์จากยอดเขาต่างๆ ที่จับจ้องเหตุการณ์นี้ต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ

            พวกเขามิคาดคิดเลยว่าจะมีศิษย์เอกมากมายปรากฏตัวในที่เดียวกัน

            ยิ่งไปกว่านั้น การที่กู้ฉางเกอผู้เป็นดั่งมังกรท่ามกลางหมู่เมฆา ผู้ซึ่งยากนักที่จะได้พบเห็นกลับปรากฏตัวในครั้งนี้ จึงยิ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากอย่างแท้จริง

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999