วิธีที่ขี้โกง
ฟางเฉินกำหมัดแน่น ด้วยพลังของตัวเองในตอนนี้ไม่มีทางเป็นคู่มือของธิดาอสูรได้เลยและยิ่งไม่ต้องพูดถึงจี๋หลิน นี่เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดเพราะต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะพวกฟางเฉินก็ต้องตายอยู่ดี“เราจะทำยังไงดี” ถังเจี่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังในมือปรากฏแผ่นยันต์แผ่นหนึ่ง“รอ มีเพียงแค่ให้ทั้งคู่ต่อสู้กันจนกว่าจะอ่อนแอทั้งคู่มีเพียงตอนนั้นเราถึงจะสามารถลอบโจมตีทั้งคู่ได้” เฟยเหยากล่าว“คิดว่าพวกข้าจะยอมงั้นเหรอ” ในตอนนั้นเองเหล่าสมุนไพรเซียนก็ปรากฎตัวจำนวนมากถึงแม้พวกนี้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่ด้วยจำนวนของมันก็ทำให้พวกฟางเฉินต้องปวดหัว“พวกเราสังหารเจ้าพวกมนุษย์ให้หมด” จี๋หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ฆ่า!!!!!!!!!!!!” สมุนไพรเซียนทั้งหมดต่างโถมเข้ามาโจมตีพวกฟางเฉินทันที“บัดซบเจ้าพวกนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ” ฟางเฉินสบถออกมา ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็นึกถึงสิ่งหนึ่งได้ ฟางเฉินหลบตาลงและปลดปล่อยจิตวิญญาณเนตรบรรพชนออกมาเนตรบรรพชนจ้องมองไปยังเหล่าสมุนไพรทันที ดวงตาสีทองที่ราวกับว่าสามารถมองทะลุทึกสรรพสิ่งและสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ด้วยการจ้องมอง เหล่าสมุนไพรเซียนที่จิตใจไม่แข็งแกร่งพอเริ่มถูกพลังอำนาจของเนตรบรรพชนเข้าควบคุมร่างของฟางเฉินสั่นสะท้านและมีรโลหิตใหลออกมาจากมุมปาก เพราะตอนนี้ฟางเฉินกำลังฝืนควบคุมสมุนไพรเซียนทั้ง 20 ตนอยู่“จงมาหาข้า!!!!!” ฟางเฉินคำรามออกมาสมุนไพรเซียนทั้งหมด 20 ตนที่ถูกควบคุมต่างก็ถูกฟางเฉินเก็บไว้ในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว“อะไรกัน!!!!” เฟยเหยาตื่นตระหนกกับสิ่งที่ฟางเฉินทำ“แบบนี้มันมีที่ใหน” ถังเจี่ยเองก็อ้าปากค้างฟางเฉินใช้วิธีการที่ขี้โกงในการเก็บสมุนไพรเซียนทั้ง 20 ต้นในพริบตา แต่ถึงอย่างงั้นการฝืนควบคุมสมุนไพรเซียนทั้ง 20 ตนนั้นก็เสี่ยงอย่างมากแต่มันก็ช่วยให้ฟางเฉินลดจำนวนของศัตรูแถมยังได้สมุนไพรเซียนมาไว้ในมืออีกด้วย“เป็นไปไม่ได้” เสวี่ยซินที่กำลังต่อสู้อยู่เห็นพลังอำนาจของฟางเฉินนางก็ตื่นตระหนก ตลอดมานางคิดว่าจิตวิญญาณดวงตาของตระกูลฟางนั้นอ่อนแอและไม่มีทางเทียบกับจิตวิญญาณของพวกนางได้ถึงแม้จิตวิญญาณของฟางหวงบิดาของฟางเฉินจะพิเศษกว่าคนอื่นแต่ก็ไม่อาจจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้นำตระกูลเสวี่ยได้จนวันนี้นางพึ่งจะพบว่าจิตวิญญาณดวงตาของตระกูลฟางนั้นแข็งแกร่งอย่างมากและยิ่งเป็นจิตวิญญาณของฟางเฉินที่เป็นถึงระดับเทวะยิ่งเป็นพลังอำนาจที่พิเศษเข้าไปอีก“ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ชายคนนี้อันตราย” เสวี่ยซินกล่าว“ยอดเยี่ยมมากฟางเฉินเจ้าสมุนไพรพวกนี้จะต้องกลั่นยารสชาติที่อร่อยมาก ๆได้แน่” ความโลภนึงถึงสมุนไพรเซียนเหล่านั้นแล้วน้ำลายสอทันที“เอาไว้รอดไปให้ได้ก่อนเถอะ” ฟางเฉินกล่าว“ฮ่า ฮ่า เจ้าจะกลัวไปทำไม เจ้ามีข้าอยู่ยังไงเจ้าก็รอดอยู่แล้ว” ความโลภกล่าว“ก็ขอให้เป็นแบบนั้น” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนำเม็ดขาเข้าปากพลังปราณที่เสียไปเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว“เจ้าช่วยได้มากเลย ถ้าจำนวนของพวกศัตรูลดลงเรื่อย ๆพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว” เฟยเหยาผลักฝ่ามือออกไปมิติด้านหน้าก็ฉีกออกและดูดกลืนสมุนไพรเซียนเข้าไปในช่องว่างมิติทันที“เสียของมาก นี่นังหนูถ้าเจ้าจะส่งเจ้าพวกนี้ไปในช่องว่างมิติไม่สู้ส่งเจ้าพวกนี้มาในท้องของข้าดีกว่าเหรอ” ความโลภคำรามออกมาด้วยความโกรธ“นี่มันใช่เวลาที่จะมาห่วงเรื่องนั้นใหม ตอนนี้เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก ๆอยู่นะ” เฟยเหยาคำรามกลับเห็นได้ชัดว่านางเริ่มหมดความอดทนต่อความโลภแล้ว“ฟางเฉินรีบเก็บเจ้าพวกสมุนไพรเซียนเอาไว้เยอะๆเดี๋ยวนี้” ความโลภหันมาสั่งฟางเฉินภาพในตอนนี้เป็นภาพที่แปลกมาก ๆในขณะที่มนุษย์กำลังต่อสู้กับสมุนไพรเซียนอยู่ วานรตัวหนึ่งกลับเอาแต่ยืนสั่งมนุษย์อยู่ไม่หยุดปาก ภาพนั้นค่อนข้างขัดแย้งกับสถานการณ์ในตอนนี่เป็นอย่างมากเสวี่ยซินเมื่อเห็นว่าตอนนี้นางตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ นางจึงไม่คิดจะอยู่เฉยๆและรอความตาย เสวี่ยซินนำเม็ดยาสีฟ้าใสออกมาและกลืนมันเข้าไปทันที“เม็ดยาระเบิดพลังเหมันต์” เฟยเหยากล่าวพร้อมกับหรี่ตาในตอนนั้นเองพลังของเสวี่ยซินก็พุ่งสูงขึ้น หลินเหล่ยและต้นหลิวเหมันต์ถูกคลื่นพลังเยือกแข็งแช่แข็งในพริบตา เสวี่ยซินลิกมือหอกน้ำแข็งแทงไปยังร่างของต้นหลิวเหมันต์“จัดการเจ้าก่อนแล้วกัน” เสวี่ยซินกล่าวและผนึกร่างของต้นหลิวเหมันต์เข้าไปในแหวนมิติของตนเองทันที“พลังของนางสูงขึ้นจนเทียบเท่ากับธิดาอสูรแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“นั่นคือเม็ดยาระเบิดพลังเหมันต์ซึ่งมันเป็นเม็ดยาล้ำค่าที่ช่วยให้ผู้ใช่พลังปราณน้ำแข็งแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาอันสั้น” เฟยเหยาอธิบาย“แย่แล้วยัยนั่นหมายหัวเจ้าอยู่” ความโลภตื่นตระหนกแล้วกล่าวขึ้น“ข้าเองก็คิดว่าวันนี้จะต้องมาถึง” ฟางเฉินกล่าว“เดี๋ยวข้าจะจัดการกับนางเองพวกเจ้าถ่วงเวลาสมุนไพรเซียนเอาไว้” เฟยเหยากล่าว“ไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของข้ากับนางไม่ว่ายังไงข้าและนางก็ต้องต่อสู้ตัดสินกันอยู่ดี” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนำเม็ดยาสีแดงโลหิตออกมา“น้องชายเจ้าจะบ้าเหรอเม็ดยานั่นมันทำให้คนเสียสติเลยได้นะ” ถังเจี่ยคำรามออกมาเพราะเม็ดยาที่ฟางเฉินนำออกมาคือเม็ดยาโลหิตคลั่งของพวกลัทธิเทพอสูร เม็ดยานี้เองก็เพิ่มพลังให้กับผู้ใช้หลายเท่าตัวเช่นกันแต่ข้อเสียคือถ้าจิตใจไม่แข็งแกร่งพอก็จะสูญเสียสติและบ้าคลั่งทันที“ข้าคิดว่าข้าน่าจะควบคุมมันได้ แต่ถ้าเมือ่ไหร่ที่ข้าควบคุมมันไม่ได้ก็ฝากเจ้าด้วยแล้วกัน” ฟางเฉินหันไปทางความโลภ“เอาเถอะนี่ก็ถือเป็นบททดสอบที่เจ้าต้องเผชิญอย่างหนึ่งเช่นกัน” ความโลภกล่าว“นี่เจ้าเอาจริงงั้นเหรอ” หวู่เถียนอี้กล่าว“แน่นอน” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับกลืนเม็ดยาลงไปทันทีพริบตาพลังโลหิตในร่างของฟางเฉินก็เดือดพล่าน ออร่าพลังของฟางเฉินกลายเป็นรุนแรงและทรงพลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ฟางเฉินกำลังกัดฟันเพื่อกดไอฆ่าฟันที่กำลังควบคุมสติของตัวเองอยู่ ฟางเฉินพยายามนึกถึงสิ่งที่สำคัญและยึดเหนี่ยมจิตใจของตัวอยู่“เฉินเอ๋อ เจ้าสามารถใช้ความแค้นเพื่อกดดันให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่เจ้าอย่าได้ถูกความแค้นเหล่านั้นกลืนกินเด็ดขาด” ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็นึกถึงคำกล่าวของราชาเซียนเต้าจีขึ้นมา“เสวี่ยซิน!!!!!!!!!!” ฟางเฉินระเบิดพลังออกมาอาภรณ์อาชูร่าปรากฎและฟางเฉินก็พุ่งเข้าหาเสวี่ยซินทันทีกลุ่มก้อนเพลิงทมิฬและกลุ่มก้อนน้ำแข็งเข้าปะทะและห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง