ดาวฟู้ดด้า2
บนยานสำรวจขนาดเล็กหากแต่ทันสมัยและครบถ้วนด้วยเครื่องมือนักสำรวจทั้งห้าช่วยกันขนข้าวของอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมาจบครบแล้วก่อนจะเริ่มออกเดินทางออกจากดาวฟู้ดด้าทันทีเพราะตอนนี้มีเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงพักผ่อนรอให้พวกเขาไปส่งอยู่
“ไงน้องชายเป็ไงบ้างไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”เสียงของเทียนอี้ดังขึ้นทำให้ในห้องพักที่เพเนียสกำลังนอนพักแต่ยังไม่ได้หลับคลายความเงียบเหงาลงเทียนอี้อาสาเข้ามาพูดคุยกับเ้าเด็กนักเรียนนี้เองและตามมาพร้อมสเตเฟียหญิงสาวหนึ่งเดียวของกลุ่มที่พอจะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายได้บ้าง
“ผมไม่เป็ไรครับ”เพเนียสเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มกลับไปให้
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะกินยาสักหน่อยเถอะ ดูจากอาการแล้วอีกไม่นานนายคงเป็ไข้และเ็ปร่างกายเป็แน่แล้วก็พี่ขอฉีดยาฆ่าเชื้อฉุกเฉินให้เราด้วยเลยนะ”สเตเฟียไม่เห็นด้วยก่อนจะคะยั้นคะยอให้กินยาลงไปก่อน ซึ่งเพเนียสก็เป็เด็กว่าง่ายเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยาสองเม็ดคนละชนิดกันก็ถูกเขากลืนลงท้องไปพร้อมน้ำอีกแก้วทันทีหลังนั้นที่เขากินยาไปแล้วสเตเฟียหยิบซองหมุดออกมา ตัวหมุดฉีดยาสีเงินขนาดเล็กกว่านิ้วก้อนที่มียาอยู่ด้านในถูกแทงเข้าไปในใต้ิัของเพเนียสความเจ็บเพียงมดกัด
“ว่าง่ายๆแบบนี้สิถึงจะเป็เด็กดีหน่อย” สเตเฟียว่าขึ้นยิ้มๆก่อนจะยื่นมือไปลูบผมสีขาวที่มีฝุ่นดินติดจนขมุกขมัวไปบ้างของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“นอนพักเถอะ”และเธอก็ค่อยๆพยุงเขานอนลงอีกครั้งพร้อมห่มผ้าห่มอย่างดีที่กักเก็บความอบอุ่นให้อีกด้วย่นี้ที่ไหนๆก็หนาวทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ที่ดาวดวงนี้แต่ดีหน่อยที่นี่ถ้าเทียบกับดาวดวงอื่นไม่ค่อยจะหนาวเท่าไหร่ไม่เช่นนั้นเธอไม่อยากจะคิดเลยว่าคนตรงหน้าอาจจะหนาวและแข็งตายไปแล้วก็ได้ และยังดีที่เสื้อผ้าของเพเนียสยังอยู่ครบมันเลยกันหนาวได้ดีทีเดียว
“พี่พูดแบบนี้อย่างกับพวกที่ชอบเลี้ยงเด็กๆอย่างนั้นแหละ”เทียนอี้พูดขึ้นที่เห็นท่าทางของรุ่นพี่สาวพูดดีกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็พิเศษทีกลับเขาล่ะบ่นตลอด
“นี่ เ้าบ้าเอ็นดูแบบพี่น้องย่ะ” สเตเฟียได้ยินเช่นนั้นเป็ต้องเดินเข้าไปทำร้ายร่างกายรุ่นน้องร่วมทีมทันที
“โอ้ยๆๆผมเจ็บนะ อ๊ะ จริงด้วย เรายังไม่ถามเขาเลยว่าเขามาจากดาวไหน”เทียนอี้หาทางเบี่ยงประเด็นให้รุ่นพี่สาวหันเหไปจากเขาทันที
“นั่นสินะเราจะได้ไปส่งเขาถูกด้วย” สเตเฟียได้ยินเช่นนั้นก็ได้สติ รีบหันไปให้ความสนใจกับเด็กหนุ่มแทนทันที
“ว่าแต่เธอล่ะว่าจากดาวไหนกันเหรอ เราจะได้ไปส่งถูก” เธอถามขึ้นด้วยเสียที่อ่อนลงมามากจนเทียนอี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังต้องยิงฟันอ้าปากทำตาโตให้เธออย่างล้อเลียนและเป็การสร้างบรรยากาศให้คนบนเตียงคลายความเครียดลงด้วย
“ผมมาจากดาวระดับบีที่ชื่อว่ากอซครับแต่บ้านเกิดอยู่ดาวดีชื่อว่าทอลู” เพเนียสตอบ
“ให้พี่เดาคงจะไปเรียนที่ดาวบีสินะ” สเตเฟียถามกลับ
“ใช่ครับ”
“เฮ่อๆใครๆก็เดาได้หรอก ว่าคนจากดาวดีจะต้องเดินทางไปเรียนที่ดาวระดับอื่นน่ะ”เทียนอี้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนดูจะภูมิใจที่เดาเื่ออก
“เอ่อ ครับแฮ่ๆๆ” เพเนียสได้แต่ขำแห้งๆออกมา ใครๆก็ต้องรู้ว่าเป็เช่นนั้นอยู่แล้วใครกันที่กำหนดว่าดาวระดับดีไม่ให้มีโรงเรียนระดับมัธยมปลายกันนะทั้งๆที่ก็มีคนอาศัยอยู่แท้ๆ ทำไมต้องให้ถ่อเดินทางไปเรียนที่ดาวอื่นด้วยต้องเสียทั้งเงินต้องจากบ้านจากครอบครัวไปอีก
“เอ่อพี่ไม่ได้ดูถูกดาวของนายนะ” เทียนอี้รีบออกตัวเพราะดูเหมือนเขาจะว่าอะไรผิดไปเขาไม่เข้าใจความรู้สึกคนที่มาจากดาวระดับดีหรอกแต่ก็ได้ยินมาบ้างว่ามันเป็เื่ที่เซนซิทีฟมากกับการเอ่ยเื่ดวงดาวและเอามาเปรียบเทียบกันโดยเฉพาะกับดาวระดับดีด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวังแต่ว่าก็ว่าเถอะเื่แบบนี้ไม่ว่าจะผ่านมากี่พันปีแล้วเื่นี้ก็ยังถือว่าเป็ปัญหาอยู่ตลอดไม่หายไปไหน
“ไม่เป็ไรหรอกครับผมชินแล้ว” เพเนียสว่าขึ้น แต่ท้ายประโยคก็ได้แต่พึมพำกับตนเองอย่างน้อยใจบ้านเมืองเขาก็ว่ามันพัฒนาไปไกลแล้วนะแต่ทำไมยังต้องแบ่งแยกและจัดสรรสิ่งต่างๆไม่เท่ากันอีกไหนจะการบูลลี่ต่างๆที่คิดว่าเป็เื่ปกติอีก
“พูดแบบนี้เหมือนคนปลงตกเลยแฮะ”สเตเฟียอดจะว่าออกมาไม่ได้อย่างเห็นใจ
“เื่เด็กๆน่ะครับไม่มีอะไรให้ใส่ใจเหรอ” เพเนียสว่ายิ้มๆไม่อยากให้อีกสองคนผู้มีพระคุณช่วยเหลือเขาไว้ต้องหนักใจกับเื่ที่ตนพูด
“ก็ได้จ้ะว่าแต่จะให้เราไปส่งที่ไหนล่ะ” สเตเฟียถามอีกครั้ง
“ช่วยไปส่งผมที่ดาวทอลูด้วยนะครับ”ถึงเขาจะหยุดนิ่งเหมือนคิดไปครู่หนึ่งแต่สุดท้ายเขาก็เลือกตอบสิ่งที่คิดมาแต่ตอนต้นอยู่ดี กลับบ้านเลยก็แล้วกัน เพราะอย่างไรข้าวของเขาเกือบทั้งหมดก็ถูกเขาส่งกลับบ้านไปแล้วที่นั่นเหลืองเพียงเสื้อผ้าอีกไม่กี่ชุดเท่านั้น
“เช่นนั้นพี่จะไปบอกหัวหน้าให้นะเราจะไปดาวทอลูกัน” สเตเฟียว่าแล้วรีบเดินออกไปทันทีเพราะเดี๋ยวก็จะเริ่มออกเดินทางกันแล้ว พวกเขาจะได้รู้ว่าต้องบังคับยานไปทางไหน
“นี่น้องชายว่าแต่ไปทำอะไรมากันแน่ถึงได้ถูกพามาทิ้งไว้ที่ดาวร้างแบบนี้”เทียนอี้ได้ทีรีบลากเก้าอี้มานั่งใกล้กับเพเนียสและถามออกมาอย่างสนใจทันทีไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะที่จะพามาทิ้งถึงนี่และก็ไม่ใช่จะมีโชคน้อยๆเลยนะที่จะมีคนมาพบได้แบบนี้และทันเวลาด้วย
“ผมมีเื่กับคนที่โรงเรียนมาน่ะครับสู้ไม่ได้เลยสลบไป หลังจากนั้นก็ไม่รู้อะไรแล้ว ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”เพเนียสเล่าออกมาแบบรวบรัดด้วยท่าทางเหมือนคนเข้าใจอะไรได้แล้วเหมือนไม่ใส่ใจเื่ที่ผ่านมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“อ้อความรุนแรงในโรงเรียนว่างั้นเถอะ” เทียนอี้พยักหน้าหงึกหงักเหมือนเข้าใจ
“ก็น่าจะประมาณนั้นมั้งครับ”
“แล้วแบบนี้จะแก้แค้นคืนหรือเอาผิดไหม” เทียนอี้เลื่อนหน้าเข้ามาให้เด็กหนุ่มและถามออกมาเสียงเบาเหมือนไม่อยากให้ใครได้ยินคำถามที่ชักพาให้เด็กทำตัวไม่ดี
“ฮ่าๆๆพี่คิดว่าผมจะยังสู้ได้อีกหรอ”
“ก็นะถ้าให้พี่เดาคนๆนั้นจะต้องมียานส่วนตัวหรือไม่ก็ต้องเช่ายานบินเพื่อพานายมาที่นี่โดยเฉพาะเลยหละแล้วแบบนั้นคนนั้นก็ไม่น่าจะใช่คนธรรมดา และไม่น่าจะจัดการอะไรได้ง่ายๆ”เทียนอี้วิเคราะห์ตามที่ดูจากรูปการ
“ก็น่าจะเป็ไปตามที่ว่านั่นแหละครับ”เขาพยักหน้าเห็นด้วย คนพวกนั้นก็เป็คุณหนูคุณชายกันทั้งนั้นเขาซวยเองแหละที่เรียนไม่เก่งทำให้ต้องสอบได้คะแนนเท่านั้น ต้องอยู่ห้องกับพวกนั้นที่ดีแต่ใช้อำนาจคนที่บ้านถ้าเขาโง่กว่านี้ก็คงได้อยู่ห้องท้ายๆก็น่าจะมีคนแย่พอกันซึ่งก็จะเข้าใจกันได้และถ้าหากเขาสอบได้เรียนห้องดีๆก็ได้อยู่ร่วมห้องกับคนที่สนใจแต่เรียนแต่ก็นั่นแหละก็แค่คำว่าถ้า
“พี่ว่านะถึงนายจะทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ แต่เก็บหลักฐานไว้ก่อนก็ดีนะอย่างเช่นตรวจร่างกายเพื่อเป็หลักฐานว่าถูกทำร้าย” เทียนอี้เสนอความคิดเขาเป็คนที่ไม่ยอมใครมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วเพียงแต่ว่าครอบครัวเขาก็พอมีอิทธิพลอยู่บ้างเลยไม่ต้องกลัวใครแต่เขาก็ไม่เคยกลั่นแกล้งหรือทำร้ายใครนะ มีแต่แกล้งเล่นกับเพื่อนกันเองไปมาในกลุ่มแค่นั้น
“เอ่อเช่นนั้นเอาตามที่พี่ว่าก็ได้ครับ” เพเนียสไม่มีความคิดเห็นได้แต่พยักหน้าเห็นตามด้วยถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะได้ใช้ข้อมูลนี้จัดการคนพวกนั้นหรือเปล่าก็เถอะเพราะว่าแค่หลักฐานาแจากร่างกายของเขา มันก็ไม่อาจะบ่งชี้ได้เสียหน่อยว่าใครเป็คนทำ(เพเนียสดูถูกการทำงานของเ้าหน้าที่เกินไปแล้ว)
-เชื้อโรคประจำถิ่น ในแต่ละดวงดาวจะมีเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ที่แตกต่างกัน(ส่วนที่คล้ายหรือเหมือนก็มีเช่นกัน)โดยปกติมันจะไม่ก่อโรคในผู้คนในถิ่นนั้นๆแต่หากคนต่างถิ่นที่พึ่งจะเดินทางเข้ามาใหม่ อาจจะมีอาการป่วยขึ้นได้ซึ่งอาการที่เกิดจากเชื้อโรคประจำถิ่นก็มีั้แ่ จาม ไอ ไข้หวัด ท้องร่วงอาการแพ้ต่างๆ หายใจลำบาก เป็ต้น
-การเตรียมตัวเมื่อต้องเดินทางไปยังดวงดาวที่ไม่เคยไปมาก่อนปกติจะต้องกินยาป้องกันเชื้อโรคประจำถิ่นก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย4ชั่วโมง หากว่าไม่ได้กินมาก่อนแบบเพเนียสจะต้องมีการฉีดยาฆ่าเชื้อประจำถิ่นฉุกเฉินทันทีเมื่อทำได้และยานี้จะมีผลต่อร่างกายแค่ 5 วันหากหลังจากนั้นถ้าได้เดินทางไปดาวอื่นอีก(ที่ไม่เคยไป)ก็ต้องกินยาต่อไป ซึ่งหากใน 5วันเดินทางไปหลายดวงดาว(ที่ไม่เคยไปมาก่อน)ก็กินยาแค่ครั้งเดียวได้
-เดินทางทั่วทุกดวงดาวเพื่อรู้จักเชื้อโรคประจำถิ่น เป็ชื่อไฟล์บินกึ่งๆนำเที่ยวที่จะพาลูกทัวร์เดินทางไปยังดวงดาวต่างๆเพื่อให้ร่างกายได้ชินหรือรู้จักกับเชื้อโรคของดาวนั้นๆซึ่งร่างกายจะปรับตัวกับเชื้อโรคถิ่นนั้นและจดจำได้ก็จะใช้เวลาอย่างน้อย 36ชั่วโมง(จะใช้เวลานี้ทำอะไรก็ได้กิน เดินเล่น นอนในห้องที่เปิดโล่ง เที่ยว)ดังนั้นแล้วการทัวร์ครั้งหนึ่งก็อาจจะใช้เวลาหลายวัน แล้วแต่ว่าจะไปทัวร์กี่ดวงดาวซึ่งส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่ดาวระดับต้นๆ ไปทัวร์ทีหนึ่งอย่างน้อยก็ห้า-หกดวงดาวได้ แต่ว่าจะกี่วันนั้นต้องนับเวลาการเดินทางต่างหากด้วย