ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่37:ข้อตกลง

    มิคาเอลหลังได้รับกริชกลับคืนมามันก็จ้องไปที่ดาวินและเปิดปากขึ้น
    ''เรามาทำข้อตกลงกันหน่อยมั้ยท่านดาวิน แต่ก่อนอื่นข้าอยากถามท่าน ว่าท่านมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ข้าสามารถไว้ใจท่านได้หรือไม่''มิคาเอลกำลังหาช่องทางการทำเงินและขยายอำนาจไปในตัวที่ต้องทำแบบนี้เพราะตอนนี้มันยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัวเอง มิคาเอลต้องรอให้ระดับพลังของตัวเองเลื่อนไปอย่างน้อยระดับ30ต้านแรงดึงดูดซะก่อนถึงจะออกมาควบคุมทั้งหมดอยู่เบื้องหน้า
    ''เจ้าสามารถไว้ใจข้าได้ ถึงข้าจะเป็นคนที่โหดร้ายแต่อย่างน้อยในชีวิตข้าก็รักษาคำพูดเหนือสิ่งอื่นใด''ดาวินพูดออกมาด้วยความมั่นใจ แต่มิคาเอลเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะเมื่อมีเงินและอำนาจมากขึ้นจะทำให้คนเปลี่ยนไป
    ''ถึงท่านจะพูดแบบนั้นแต่ข้าก็ไม่สามารถเชื่อท่านได้ เอาเป็นว่าเรามาทำสัญญาเลือดเป็นไง ทีนี่ข้าจะได้สบายใจ ท่านเองก็ไม่ต้องเป็นกังวล''
    ''ก็ได้ข้าไม่ขัดข้อง แล้วข้อตกลงที่ว่าคืออะไร''ดาวินคาดหวังมากเพราะมิคาเอลสามารถรู้เรื่องกริชได้มันย่อมไม่ธรรมดาเพราะฉะนั้นข้อเสนอที่มิคาเอลจะยื่นให้ย่อมสร้างความตกใจให้มันได้แน่มิคาเอลยังไม่ได้พูดขณะดาวินกำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ มิคาเอลยกริชขึ้นมาก่อนจะวาดอักขระสีทองขึ้น1ตัวเป็นอักขระเพิ่มความเร็ว จากนั้นจึงประทับลงบนกริชดาวินที่เห็นก็ถึงกับตัวสั่นจากนั้นจึงลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้และพูดขึ้น
    ''นี่เจ้าวาดอักอระขั้นสูงสุดได้ งั้นที่ข้าไม่สามารถสัมผัสระดับพลังของเจ้าได้เป็นเพราะเจ้าปกปิดมันเอาไว้หรือไม่ก็มีพลังที่มากกว่าข้าเยอะมาก''มิคาเอลยังคงไม่พูดก่อนจะวาดอักขระเพิ่มพลังทำลายขึ้นมาอีกตัวและประทับลงบนกริชอย่างรวดเร็ว
    ''บ้า บ้าไปแล้วนี่ลงอักขระระดับสูงสุด2ตัวโดยใช้เวลาเพียงนิดเดียวเท่านั้น เจ้าเป็นใครกันแน่''ดาวินเริ่มหวาดวิตกมากขึ้นเรื่อยๆเพราะการลงอักขระระดับสูงสุด2ตัวในทวีปนี้ไม่มีใครทำได้มาก่อนแต่เมื่อดาวินจ้องมองไปที่มิคาเอลอีกครั้งมันก็ล้มลงไปนั่งบนพื้นเพราะมิคาเอลได้วาดอักขระเพิ่มความทนทานของอาวุธขึ้นมาอีกตัวและได้ประทับมันลงไปเรียบร้อย
    ''นี่เจ้า...''ดาวินพูดออกมาได้เพียงแค่นั้นเพราะไม่รู้ว่ามันควรจะพูดอะไรต่อดี จังหวะนั้นเองมิคาเอลก็เงยหน้าขึ้นมาและถามดาวินว่า
    ''ท่านว่าอักขระตัวต่อไปข้าควรจะใส่อะไรลงไปดี''เฮือก! หลังจากดาวินได้ยินมันก็หน้ามืดจนแทบหมดสติพลางคิดในใจว่า'อะไรกันที่เจ้ายังจะลงอักขระได้มากกว่า3ตัวอีกหรือไง อย่ามาล้อเล่นได้มั้ย'มิคาเอลเหมือนจะล่วงรู้ความคิดของดาวินมันจึงพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจ
    ''อันที่จริงตอนนี้ข้าลงอักขระสูงสุดได้แค่7ตัวแค่นั้นแหละเจ้าไม่ต้องตกใจไปหรอก''หลังจากนั้นมิคาเอลได้ลงอักขระแบบเดียวกันกับกริชอีกเล่มที่เหลือและไม่ได้ลงเพิ่มอีกเพราะไม่รู้จะลงอะไรดีไม่นานดาวินที่ฟื้นสติเรียบร้อยแล้วก็ได้พูดขึ้น
    ''ข้อตกลงที่ว่าคือการขายของที่ลงอักขระใช่หรือไม่''
    ''ถูกต้องข้าจะให้ลูกศิษย์ลงอักขระระดับต่างๆให้โดยที่ท่านจะต้องเป็นคนหาของมาและเป็นคนขายโดยเงินที่ได้จะแบ่งคนละครึ่งที่ข้าให้ท่านเยอะเพราะข้ายังไม่อยากใช้ชื่อตัวเอง''ดาวินตอบตกลงทันทีเพราะข้อตกลงแบบนี้มีแต่ได้กับได้ หลังจากนั้นทั้งคู่จึงได้ทำสัญญาเลือดเอาไว้
    ''ทีนี้เรื่องพื้นที่หรือบ้านล่ะ ตอนนี้ข้ายังไม่มีที่อยู่ด้วยซ้ำ''ดาวินเงียบไปซักพักเพราะที่ดีๆตอนนี้ไม่มีเลยก่อนมันจะตัดสินใจหยิบป้ายเหล็กสีม่วงออกมายื่นให้มิคาเอล
    ''ท่านพักบนชั้น4ไปก่อนก็แล้วกันป้ายนี่คือป้ายระดับสูงสุดเมื่อเอาป้ายนี้ออกมาจะไม่มีใครขัดขวางท่านได้''ดาวินตัดสินใจยกชั้นนี้ให้มิคาเอลอยู่ชั่วคราวโดยไม่เกรงกลัวว่ามิคาเอลจะขโมยของในชั้นนี้ไป
    ''ขอบใจมาก แล้วรอบเมืองพอจะมีที่ไหนเหมาะแก่การตั้งสำนักหรือค่ายฝึกบ้างพอดีข้าอยากจะฝึกคน''
    ''ด้านหลังเมืองมีป่าขนาดใหญ่อยู่ ที่นั่นทั้งหมดคือพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ท่านสามารถเข้าไปบุกเบิกได้แต่หลังจากนั้นท่านก็ต้องมีพลังพอที่จะปกป้องพื้นที่เหล่านั้นด้วยและข้าขอเตือนท่านเอาไปก่อนที่นั่นมีสัตว์อสูรมากมายโดยเฉพาะกึ่งกลางป่าหากไม่จำเป็นอย่าได้เข้าไป''มิคาเอลยกมือมาลูกคางก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
    ''ก็ดีข้าจะไปดูซักหน่อยถ้าหากข้าเจอพื้นที่ที่เหมาะสมข้าจะมาตามท่านไปดูและให้ท่านช่วยหาคนไปก่อสร้างที่อยู่ให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน''พูดจบมิคาเอลก็เดินลงมาจากชั้นที่4ทันที คนที่อยู่ชั้นล่างต่างมองมาที่มิคาเอลเป็นตาเดียวกัน มิคาเอลไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้นมันเดินผ่านออกไปนอกโรงประมูลเพื่อมุ่งหน้าไปยังป่าด้านหลังเมืองทันที
    ในขณะเดียวกันสมิธหลังวิ่งออกมานอกโรงประมูลและให้คนที่ติดตามมาแบกลุกของมันกลับไปที่ตระกูลมันพุ่งพรวดเข้าไปหาพ่อของมันขณะที่พ่อของมันกำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนๆ
    ''ท่านพ่อ แย่แล้วครั้งนี้ข้าได้สร้างเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้วจริงๆ''สมิธพูดออกมาขณะหอบหายใจอย่างหนัก
    ''เจ้าช่างไม่รู้เวลาข้ากำลังพูดคุยกับเพื่อนของข้าอยู่ หากเรื่องที่เจ้าจะพูดมันไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆเจ้าเตรียมตัวโดนกักบริเวณได้เลย''เดลตั้น อิกเนส หรือหัวหน้าตระกูลอิกเนสพูดออกมาเสียงดังขณะกำลังรอฟังเรื่องที่สมิธกำลังจะพูด
    ''คือว่าท่านพ่อวันนี้ข้าได้ไปโรงประมูลใบหยก...''สมิธเล่าทุกอย่างออกไปอย่างไม่ปิดบังเพราะถึงจะปิดบังไปเดลตั้นก็ต้องรู้ในภายหลังอยู่ดีแต่เมื่อเดลตั้นฟังจบ ปัง! เดลตั้นฟาดกำปั้นใส่ต้นเสาหินที่อยู่ใกล้ๆจนแตกกระจุยทันที
    ''เจ้าทำให้ทั้งตระกูลโดนบัญชีดำห้ามเข้าไปที่โรงประมูลใบหยก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีจริงๆที่ข้ามีลูกแบบเจ้าวันๆไม่เคยสนใจครอบครัวใช้แต่อำนาจตระกูลข่มคนไปทั่วพอมีเรื่องก็วิ่งมาหาข้าให้ช่วย ไสหัวออกไป''เดลตั้นโกรธมากมันแทบจะฆ่าลูกของมันทิ้งซะไม่รู้และรู้รอด
    ''เจ้าไปบอกให้ผู้อาวุโสในตระกูลนำของมีค่าที่สุดของพวกมันออกมาคนละ1อย่างจากนั้นให้มารวมกันที่ีนี่หากเราไม่ไปขอโทษโรงประมูลใบหยกอำนาจตระกูลเราจะต้องลดลงอย่างแน่นอน''เดลตั้นหันไปสั่งผู้อาวุโสที่อยู่ใกล้ๆหลังจากนั้นจึงหันไปหาเพื่อนของมัน
    ''ขอโทษทีเพื่อนของข้า เกรงว่าวันนี้เราคงไม่ได้สนุกกันแล้ว เอาไว้วันหลังข้าจะชดเชยให้''
    ''ไม่เป็นไรข้าเข้าใจเจ้าเอาไว้เรื่องนี้จบเราค่อยมาสนุกกันไม่ก็ได้''เพื่อนคนแรกพูดจบก็ลุกขึ้น
    ''อ่า...ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ก็ช่างเถอะ แต่จะว่าก็ว่าเถอะเจ้าควรอบรมลูกของเจ้าหน่อยนะอายุก็20กว่ามันยังทำตัวไร้ค่าอยู่แบบนี้ ข้ากลัวว่าอนาคตของตระกูลเจ้ามันจะย่ำแย่เอาได้''เพื่อนอีกคนเองก็พูดขึ้นเดลตั้นได้ยินมันก็ส่ายหัวพร้อมพูดขึ้นบ้าง
    ''ข้ารู้ แต่จะให้ข้าทำยังไงได้ตั้งแต่แม่ของมันตายไปข้าก็ตามใจมันทุกอย่างเพราะกลัวว่ามันจะเหงาจนตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าคิดผิด''หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเพื่อนของเดลตั้นทั้งหมดแยกตัวกลับไปส่วนเดลตั้นนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับกำหมัดแน่น เพราะถ้าหากโรงประมูลใบหยกไม่ยอมยกโทษให้มันจะซวยจริงๆก็คราวนี้แหละ

    คล้ายกับเรื่องราชาไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน