16
ตอนที่17 ขู่ให้หลาบจำ (1)
เซียถงค่อยๆคลายมือข้างที่ศีรษะฮูหยินรองเฉิงไว้ออกจากมือที่ว่างเปล่าเพียงโบกสะบัดเล็กน้อยก็ปรากฏคมมีดสั้นออกมาก่อนจะจี้ไปที่คอหอยของอีกฝ่าย
มีดสั้นคมกริบกรีดผ่านิัชั้นสีขาวเนียนประดุจหิมะบางๆและในไม่ช้าเืสีแดงสดก็รินไหลออกมาเล็กน้อย
ฮูหยินรองเฉิงหวาดผวาสุดขีแทบจะหมดสติทรุดตัวอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งทั้งแบบนั้นพอพยายาหันเงยขึ้นมามองก็เห็นเพียง สายตาอันสุดแสนอำมหิตของเซียถง เฉพาะ่เวลานี้เองนางเพิ่งตระหนักได้ว่า เซียถงคนนี้มีเจตนาสังหายนางทิ้งจริงๆและพอคิดแบบนั้นทั่วทั้งร่างกายก็สั่นเทาอย่างหนักโดยไม่รู้ตัว
“ตอนนีเ้ายังคิดว่าข้าไม่กล้าสังเชือดเ้าทิ้งอยู่หรือไม่?”
เซียถงกดสายตามองอีกฝ่ายที่อยู่ต่ำกว่าพลางเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะจ่อคมมีดสั้นในมือไปทางอีกฝ่ายอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มิใช่บริเวณคอหอยแต่เป็ที่ดวงตาของฮูหยินรองเฉิง!
“ถงถง เมตตาแม่ข้าด้วย!”
เซี่ยหลู่เฟิงรีบตรงเข้ามาโดยไวทีแรกหวังแค่จะมาทักทายเยี่ยมเยือนท่านแม่ของเขาที่มิได้พบกันเสียนานแต่ใครจะไปคิด พอตรงเข้ามาภายในเรือนจะพบเห็นภาพฉากที่เซียถงกำลังใช้มีดสั้นคว้าลูกตาแม่ตัวเองออกมา!
สีหน้าการแสดงออกของเซี่ยหลู่เฟิงแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก!
หญิงสาวท่าทางเ็าและเหี้ยมโหดราวกับหลุดออกมาจากขุมนรกปานนี้นั่นใช่...เซียถงที่เขารู้จักจริงๆ รึ?
เซียถงที่ได้ยินใครสักคนเรียกชื่อของตนออกมาก็หันมองไปทางต้นเสียงก่อนจะพบเข้ากับเซี่ยหลู่เฟิง นางเองก็ตกตะลึงใจเช่นกัน
“ถงถง วางมีดลงก่อนเถอะแม้สิ่งที่ท่านแม่ของข้ากระทำนับพันครั้งจะเป็เื่ผิดแต่มันก็ไม่ควรต้องทำกันถึงปานนี้!”
คล้อยหลังตั้งสติขึ้นมาได้เซี่ยหลู่เฟิงก็ร้องโอดครวญขึ้นมา เจือสีหน้าวิตกสุดขีด
“หากเช่นนั้นแล้วท่านแม่ของข้าล่ะ?แม่ข้าสมควรถูกรังแกจนตายเลยหรือไม่? ท่านแม่ของข้าทั้งอ่อนโยนและมีคุณธรรมยอมอดทนอดกลั้นต่อทุกสิ่ง แต่นังนี่ก็ยังสรรหาทุกวิถีทางเพื่อสังหารแม่ข้าให้ตายอำมหิตถึงขนาดที่ว่าแอบใส่พิษเก้าราตรีลงในเครื่องหอมและแขวนไว้ในห้องของแม่ข้า”
เซียถงหันศีรษะกลับมาจ้องไปที่ฮูหยินรองเฉินที่ตัวสั่นเทาด้วยความอาฆาต
ไม่ว่าเซี่ยหลู่เฟิงจะปฏิบัติต่อนางดีเพียงใดแต่สุดท้ายเซียถงก็ต้องออกหน้าเพื่อปกป้องแม่ของตนเช่นกัน
พอเซี่ยหลู่เฟิงได้ยินแบบนั้นสีหน้าการแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีและเหลือบไปมองที่ฮูหยินรองเฉินซึ่งก็คือแม่ของเขา
“ไม่จริง! หลู่เฟิงอย่าไปฟังไอ้เด็กคนนี้มันพล่ามไร้สาระ! รีบลากมันออกไปจากข้า!”
เมื่อเห็นเซี่ยหลู่เฟิงปรากฏตัวเฉกเช่นนี้ก็ได้ทำให้ความกลัวในจิตใจของฮูหยินรองเฉิงลดลงเป็อย่างมากฉวยจังหวะนี้นางรีบร้องขอให้ลูกชายช่วยโดยทันที
“ไปเรียกนายท่านเ้ามา!ไปเรียกนายท่านของเ้ามาจัดการกับสุนัขตัวนี้โดยเร็ว!!”
ฮูหยินรองเฉิงยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นยังเร่งเร้าะโบอกเสี่ยวฉุยซึ่งเป็พ่อบ้านประจำเรือนปแห่งนี้ที่ยืนอยู่ข้างเซี่ยหลู่เฟิงไปอีกครา
คมมีดสั้นเคลื่อนจ่อเข้าใกล้บริเวณดวงตาเล็กน้อยทำเอาฮูหยินรองเฉิงหุบปากไปในทันที
“แกลองเห่าออกมาอีกสักคำดูได้!”
เซียถงกรนเสียงเย็นใส่พร้อมโน้มตัวเข้ากระซิบข้างหูอีกฝ่าย
ขณะที่เสี่ยวฉุยกำลังจะหมุนตัววิ่งออกไปนั้นเองเพื่อรายงานเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแก่นายท่านของเขาแต่กลับถูกเซี่ยหลู่เฟิงคว้าแขนเอาไว้เสียก่อนทั้งยังส่งสายตาดุร้ายเข้าจับจ้องใส่อีก
เสี่ยวฉุยชะงักหยุดลงในทันใดได้แต่หันไปมองฮูหยินรองเฉิง ท่าทางราวกับจะร้องไห้ออกมาแล้วเขาไม่สามารถรุกรานต่อต้านคำสั่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เลย
ลูกชายคนนี้เปรียบเสมือนสิ่งมีค่าสำหรับฮูหยินรองเฉิงทว่ากลับถูกอีตัวเซียถงยั่วยวนปอกลอกตลอดหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ลูกชายคนนี้ของนางใจอ่อน! ซึ่งการกระทำตลอดมาของอีกฝ่ายทำให้ผู้เป็แม่คนนี้ไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง
“ถงถงเ้าปล่อยท่านแม่ของข้าเถอะข้ารู้ว่าท่านแม่ของข้าทำเื่สกปรกเช่นนี้มาก็หลายปีแล้วและข้าเองก็พยายามหลายสิ่งอย่างให้ดีที่สุดเพื่อชดเชยความผิดพลาดของพวกนางครานี้เองก็ได้โปรดปล่อยท่านแม่ของข้าไปเถิด เพื่อข้าคนนี้สักครั้งได้หรือไม่?”
เซี่ยหลู่เฟิง ร้องขอวิงวอนต่อเซียถงด้วยความจริงใจ
เมื่อเห็นเซี่ยหลู่เฟิงหยุดตนเอาไว้เช่นนี้เสี่ยวฉุยเองก็พึงทราบทันทีว่า อีกฝ่ายอยู่ข้างใคร ก็ถึงกับยอมจำนนแล้วเช่นกัน
เซียถงเหลือบสายตามองเซี่ยหลู่เฟิงเล็กน้อยและเก็บมีดสั้นกลับเข้ามาดังเดิม ไม่ลืมที่กดสายตามองฮูหยินรองเฉิงทั้งยังกล่าวทิ้งท้ายว่า
“คราวนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปถือซะว่าเห็นแก่หน้าพี่หลู่เฟิง แต่คราวหน้าคราวหลังหากกล้าทำอะไรกับท่านแม่ข้าอีก เ้าไม่ตายดีแน่”
คล้อยหลังกล่าวจบเซียถงก็คลายมือซ้ายที่กลัดกลุมแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายทั้งยังถีบส่งจนร่างของฮูหยินรองเฉินกระเด็นออกไปล้มทับเก้าอี้ไม้ด้านข้างจนแตกเป็เสี่ยงเล็กเสี่ยงน้อยทันที
แค่แรงถีบของสาวน้อยนางหนึ่งถึงขั้นที่ทำให้เก้าอี้ไม้พังเป็เสี่ยงๆเชียวรึ?
ฮูหยินรองเฉิงพยายามทรงตัวขึ้นมาอย่างทุลักทุเลจับจ้องไปยังเศษซากเก้าอี้ด้วยความหวาดผวาไปชั่วขณะ สักครู่หนึ่งต่อมาจึงรีบวิ่งหน้าตั้งออกไปทันทีด้วยความตื่นตระหนก
เซี่ยหลู่เฟิงจับจ้องไปยังเศษซากเก้าอี้ดังกล้าวเช่นกันสีหน้าทั้งดูงุนงงและส่อแววเหลือเชื่อ
สาวน้อยนางนี้มีพละกำลังที่มหาศาลมากทั้งที่ปราศจากลมปราณ!
เซียถงหยิบซองเครื่องหอมบนโต๊ะเครื่องแป้งเก็บกลับไปและเดินออกจากเรือนโดยตรงส่วนทางด้านเซี่ยหลู้ฟิงยังคงยืนงงฉงนใจอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
เซียถงเดินทางไปยังโถงรับรองหลักประจำจวนเสนาบดีพลางนั่งเล่นบนเก้าอี้ตัวั์อันทรงเกียรติอย่างสงบริมจิบชาร้อนชื่นชมทิวทัศน์ผ่านหน้าต่าง
นางกำลังรอให้เซี่ยอี้เฉินกับฮูหยินรองเฉิงที่โดนกรีดคอหวนกลับมาเอาเื่เพราะสันดานอย่างคนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยผ่านเื่นี้ไปแน่นอน
และหลังจากนั้นไม่นานเซี่ยอี้เฉินก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านางจริงๆ เื้ัยังมีทหารยามอยู่หลายคนและชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวดูเลิศหรูและโดดเด่นกว่าใครดูท่าน่าจะเป็คนมีฐานะสักคนหนึ่งที่เป็แขกของจวนเสนาบดีแห่งนี้
ชายหนุ่มคนนั้นรูปโฉมหล่อเหลาดวงตาเฉียบคมประดุจนกอินทรี ซึ่งจับจ้องไปทางผู้ใดผู้นั้นย่อมต้องหวาดหวั่น
ดูยังไงก็น่าจะเป็แขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมเยือนเซี่ยอี้เฉินในวันนี้
เซี่ยอี้เฉิงตระหนักได้เช่นกันท่าทางการแสดงออกของเซี่ยถงในเวลานี้ช่างหยิ่งผยองสิ้นดีทั้งที่เพิ่งกระทำผิดมายังกล้านั่งดื่มชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ต่อหน้าเขาได้ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เขาโมโหเกรี้ยวโกรธมากขึ้นไปอีก
เซี่ยอี้เฉิงชี้หน้าเร้นเสียงด่าด้วยความโกรธแค้นทันทีว่า
“นังสัตว์เดรัจฉาน!ยังกล้านั่งจิบชาอยู่ตรงนี้อีกรึ!? รีบไปขอโทษฮูหยินรองของเ้าบัดเดี๋ยวนี้!!”
เมื่อไม่นานที่ผ่านมา ฮูหยินเฉิงวิ่งแจ้นมาฟ้องเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่ตัวเซี่ยอี้เฉิงหมดแล้วแต่เพียงเพราะเวลานี้ มีท่านอัครมหาเสนาบดีมาเยี่ยมเยือนถึงในจวนของเขาจึงจำต้องรีบเร่งระงับโทสะลงโดยเร็วที่สุด ตั้งใจว่าคล้อยหลังนำส่งท่านอัครมหาเสนาบดีเสร็จสิ้น ค่อยกลับมาคิดบัญชีทีหลัง
แต่ใครจะไปคิดว่านางจะมานั่งเล่นอยู่ในโถงรับรองหลักเช่นนี้!ทั้งยังกล้านั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้ของเขาอย่างสบายใจเฉิบ!
หยิ่งยโสเกินไปแล้ว!ถึงอยู่ต่อหน้าท่านอัครมหาเสนาบดี เซี่ยอี้เฉิงก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน!!
“โอ๋? มิใช่ข้าที่ต้องขอโทษ”
เซียถงกล่าวจบก็โยนถุงเครื่องหอมในมือลงบนพื้นตรงหน้า
จากนั้นก็จับจ้องเซี่ยอี้เฉิงด้วยสายตาอันแสนตายด้านกรนเสียงเย็นะเืเอ่ยถามว่า
“เ้าสิ่งนี้มันถูกแขวนอยู่ในห้องของท่านแม่ข้าพอทราบมิว่าสุนัขตัวใดมันเอาเข้ามา?”
เมื่อเห็นถงเครื่องหอมดังกล่าวชายหนุ่มในชุดหรูหราก็ก้าวเข้ามาในเรือนรับรองทันที สายตาหดแคบจับจ้องไปที่มัน
ก่อนจะเงยขึ้นสบกับใบหน้าของเซียถงพอได้เห็นรูปลักษณ์หน้าตาของนางตรงหน้า เขาถึงกับขมวดคิ้วทันใดทั้งยังก้าวถอยหลังกลับไปที่เดิมร่องรอยความรังเกียจเผยชัดแจ้งปรากฏอยู่ในดวงตาคู่นั้นของเขา
ช่างเป็หญิงสาวที่อัปลักษณ์สิ้นดี!
เซี่ยอี้เฉินหยิบถุงเครื่องหอมบนพื้นขึ้นมาดมเล็กน้อยและทันใดนั้นเอง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปโดยกะทันหันเหลียวหลังขวับจับจ้องฮูหยินรองเฉิงตาเขม็งขึงขัง
“ท่านพี่!ท่านเข้าใจผิดแล้ว! ถุงเครื่องหอมนี้มิใช่ของข้า!”
ในเวลานี้ทั่วบริเวณลำคอของฮูหยินรองเฉิงถูกพันด้วยผ้าสีขาวเมื่อเห็นเซี่ยอี้เฉินมองมาทางตนด้วยสายตาที่แปรเปลี่ยนไปนางก็รีบโบกผ้าเช็ดหน้าและร้องไห้ขอความเห็นใจในทันที
นางยังกล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า
“นังสารเลวตัวน้อยนี่บุกเข้ามาในเรือนของข้า ไม่เพียงแค่ทำลายข้าวของในห้องจนพังพินาศแต่ยังใช้มีดพยายามจะแทงข้าให้ตาย! โชคยังดีที่หลู่เฟิงมาห้ามไว้ได้ทันส่งผลให้นังสารเลวฆ่าไม่สำเร็จ ดังนั้นก็เลยพยายามใส่ร้ายป้ายสีข้าคนนี้ท่านพี่เองก็ทราบ แม่ของนางป่วยหนักเพียงใดแล้วข้าหรือจะใจจืดใจดำกล้าทำเื่สกปรกใส่นางอีก?”