วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเฟิ่งจินและเฟิ่งหลงนายน้อยฝาแฝดแห่งไร่ตระกูลหวัง เฟิ่งเทียนกับคนงานในไร่ทั้งหมดต่างมีความยินดีที่จะจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดให้ ส่วนเจ้าของวันเกิดตัวจริงต่างก็ตื่นเต้นดีใจที่พี่ใหญ่บอกว่าเย็นนี้จะมีอาหารอร่อยๆ และขนมอร่อยๆ ให้กับพวกเขา
เฟิ่งเทียนและเหล่าคนงานต่างช่วยกันตระเตรียมอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น ในส่วนของมื้อกลางวันนั้นเฟิ่งเทียนได้ไปแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้านว่าเขาจะทำโรงทานแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวก็เกิดความยินดีมีของกินฟรีใครๆ ก็ชื่นชอบ
แม่ครัวและคนงานในไร่ต่างช่วยกันทำเส้นหมี่ไข่สีเหลืองทองจำนวนมาก หม้อน้ำซุปขนาดใหญ่ และหม้อเนื้อตุ๋นที่หั่นเป็นชิ้นขนาดใหญ่แยกออกมาอยู่เต็มหม้อ อีกทั้งซาลาเปาหมูสับอีก 300 ลูก เมื่ออาหารกลางวันพร้อม เฟิ่งเทียนให้คนงานช่วยกันขนอาหารขึ้นเกวียนแล้วลำเลียงไปที่ลานกิจกรรมของหมู่บ้านป่าหมอก อีกหนึ่งส่วนแบ่งให้ผู้คุ้มกันที่รับผิดชอบดูแลไร่ ส่วนเฟิ่งเทียนกับน้อง ๆ ก็นั่งเกวียนเล็กของเจ้าเทาตามมาสมทบ
“อ้าว! มากันแล้วหรือ มา มา มานั่งที่โต๊ะกันก่อน” ผู้เฒ่าหลิวหัวหน้าหมู่บ้านเดินออกมารับเฟิ่งเทียนกับน้อง ๆ บรรดาชาวบ้านที่มารอกินอาหารต่างก็ยิ้มแย้มมีความสุข
“คาระวะขอรับหัวหน้าหมู่บ้าน”
“อืม…..สวัสดีทุกคน คุณชายน้อยข้าขออวยพรให้เจ้าทั้งสองคนมีความสุขความเจริญมากๆ แล้วข้าก็ขอเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่ขอขอบใจพวกเจ้าทุกคนที่มีน้ำใจกับชาวบ้านทุกคนด้วย”
“ขอบคุณขอรับ/ขอบคุณขอรับ” เด็กน้อยทั้งสองต่างเขินอายที่ได้รับคำอวยพรและชาวบ้านทั้งหลายที่จ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองคน
“มิเป็นไรขอรับ วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของน้องชายข้า ท่านพ่อบุญธรรมจึงอยากสร้างกุศลเพื่อเป็นศิริมงคล และอยากให้ชาวบ้านทุกคนมีความสุขด้วยขอรับ อาหารพร้อมแล้วข้าขอเชิญทุกท่านต่อแถวเข้ามารับอาหารได้เลยขอรับ”
“ได้เลย ๆ เอาหล่ะลูกบ้านทั้งหลาย ให้พวกเจ้ามาเข้าแถวรับอาหาร โดยให้เด็ก ๆ กับคนแก่ออกมารับก่อน จากนั้นเป็นผู้หญิง ลำดับสุดท้ายให้เป็นผู้ชาย พวกเจ้าไม่ต้องกลัวว่าอาหารจะหมดวันนี้คุณชายน้อยทั้งสองเลี้ยงบะหมี่เนื้อตุ๋น กับซาลาเปาหมูสับให้กับพวกเราทุกคน”
“เฮ้!”
บรรดาชาวบ้านต่างเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าหมู่บ้าน ทุกคนเดินเข้ามารับอาหารลำดับ ทุกคนต่างมีความยินดีเสียงพูดคุยของชาวบ้านที่ชี้ชวนกันดูเนื้อตุ๋นชิ้นโตในชาม กับซาลาเปาหมูสับไส้ทะลัก ชาวบ้านต่างก้มหน้ากินกันอย่างเอร็ดอร่อย รวมถึงเจ้าของงานวันเกิดนี้ด้วยที่ไปนั่งร่วมกินกับเด็กๆ วัยเดียวกัน มีจางหู่จางซื่อคอยดูแลและนั่งกินอยู่ข้างๆ
เมื่อเด็กๆ ที่กินกันอิ่มก็พากันไปวิ่งเล่นในลานกว้าง เฟิ่งหลง เฟิ่งจินต่างก็มีความสุขสนุกสนาน เสียงหัวเราะเจี๊ยวจ๊าวของเด็กน้อยสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี
อาหารแสนอร่อยได้หมดลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านทั้งหลายต่างเดินเข้ามาขอบคุณและกล่าวอวยพรให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน เด็กแฝดทั้งสองต่างมีความสุขที่ได้กินอาหารอร่อยและได้เล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ทั้งหมดเก็บของขึ้นเกวียนเพื่อเดินทางกลับไร่ ในระหว่างทางน้องๆ ทั้งสองคนต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เฟิ่งเทียนเห็นน้องๆ มีความสุขเขาก็ดีใจ เพราะน้อง ๆ ของเขาลำบากแต่เด็ก เพื่อนเล่นก็ไม่เคยมีเพราะเฟิ่งเทียนคนเก่าเป็นห่วงที่น้องยังเด็กกลัวจะถูกใครมารังแก อีกทั้งบ้านของพวกเขาก็ติดชายป่าและตั้งห่างไกลจากหมู่บ้าน จะให้น้อง ๆ เดินเข้าหมู่บ้านไปเล่นกับเพื่อนก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน
“น้องรอง น้องเล็ก วันนี้พวกเจ้ามีความสุขหรือไม่”
“ข้ามีความสุขมากเลยขอรับพี่ใหญ่” เฟิ่งหลง
“ข้าก็มีความสุขมากเลยขอรับได้เล่นกับเพื่อนๆ หลายคนสนุกดีขอรับ” เฟิ่งจิน
“อืม…ดีแล้ว หากพวกเจ้าอยากมาเล่นที่ลานหมู่บ้านกับเพื่อน ๆ อีก ก็บอกพี่ใหญ่ได้ พี่ใหญ่จะให้จางหู่กับจางซื่อไปเป็นเพื่อนกับพวกเจ้าด้วย แล้วพี่ใหญ่จะบอกให้เจ้าเทาพาไปส่งให้”
เฟิ่งเทียนบอกกับน้อง ๆ ว่าจะให้เจ้าเทาพาไปส่งนั้น ก็เป็นเพราะเขาไม่ต้องบังคับเจ้าเทาให้ลากเกวียนเลยสักครั้ง เฟิ่งเทียนสังเกตและรับรู้ว่าเจ้าเทาฉลาดรู้ความมากขึ้น มันเข้าใจในสิ่งที่มนุษย์พูดเพราะความวิเศษของน้ำทิพย์วารีสวรรค์ กับบรรดาสัตว์เลี้ยงของเขาที่ไปพูดคุยกับเจ้าเทามา แค่เขาบอกมันเจ้าเทาก็พร้อมที่จะทำตาม แม้แต่เสี่ยวหนิวเสี่ยวหน่ายก็รู้ความเช่นกัน
“ขอรับพี่ใหญ่ / ขอรับพี่ใหญ่”
“พรืด!!”
"เอาหล่ะถึงบ้านเราแล้ว พวกเจ้าไปล้างหน้าล้างมือให้สะอาดแล้วค่อยไปพักผ่อน วันนี้พี่ใหญ่อนุญาตให้ทุกคนหยุดเรียนตำราตอนบ่ายได้ เพราะวันนี้ตอนเย็นเราจะมีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับพวกเจ้าทั้งสองคนอีกครั้ง หากพวกน้อง ๆ หิวให้ไปขอผลไม้กินหรือของว่างที่โรงอาหารได้แต่อย่ากินจนอิ่มหล่ะ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะอดกินขนมเค้กแสนอร่อยแน่นอน
“ขนมเค้กหรือขอรับ? หน้าตามันเป็นอย่างไรขอรับพี่ใหญ่ ข้าไม่เคยได้ยินเลยขอรับ” เฟิ่งหลง
“แค่ได้ยินชื่อ ข้าคิดว่ามันต้องอร่อยมากๆ แน่นอนขอรับ” เฟิ่งจิน
“ฮ่า ๆ เตรียมท้องไว้กินของอร่อยได้เลย หากน้อง ๆ อยากช่วยพี่ใหญ่ทำมื้อเย็นก็ได้ วันนี้พี่ใหญ่ต้องการคนช่วยเก็บผักอยู่พอดี”
“ข้าช่วยขอรับ ข้าจะชวนพวกเสี่ยวเฮยไปด้วยขอรับ"”
“ข้าก็จะชวนพี่จางหู พี่จางซื่อ ด้วยขอรับ”
“ได้สิ เย็นนี้เราจะทำหม้อไฟกัน พี่ใหญ่บอกให้พี่อี้ชิงเก็บผักบางส่วนไว้ให้แล้ว ยามเว่ยน้อง ๆ ไปหาพี่อี้ชิงที่ไร่ทิศตะวันตกแล้วช่วยพี่ใหญ่เก็บผักบุ้ง ผักกาดขาว คึ้นช่าย แครอท หัวผักกาด และข้าวโพดอ่อน แล้วให้พี่อี้ชิงยกตะกร้าผักกลับมาไม่ต้องยกมาเองเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับพี่ใหญ่^^” เด็ก ๆ รับคำ จากนั้นจึงแยกย้ายไปล้างมือล้างหน้าแล้วจึงแวะไปเล่นกับครอบครัวของเสี่ยวเฉิงและเสี่ยวเฮยที่นอนอาบแดดอยู่ที่ลานหน้าบ้าน
เฟิ่งเทียนเดินไปที่โรงอาหารเพื่อลงมือทำขนมเค้ก วัตถุดิบที่ได้มาจากเรือสินค้าของเดวิดก็เพื่อเตรียมทำขนมเค้กวันเกิดให้กับน้อง ๆ ทั้งสองนั่นเอง วันนี้เขาจะทำเค้กนมสด ส่วนนมสดก็ได้มาจากแม่วัวเสี่ยวหนิว เพราะก่อนที่เขาจะซื้อมันมาเสี่ยวหนิวเคยตกลูกมาก่อน ดังนั้นน้อง ๆ ของเขาจึงได้ดื่มนมวัวต้มสุกทุกเช้าและก่อนนอน เมื่อวัตถุดิบพร้อมเฟิ่งเทียนจึงลงมือทำเค้กและได้ความช่วยเหลือจากเหล่าผู้คุ้มกันที่มาใช้กำลังแขนช่วยตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู เพราะเค้กที่ทำเขาจะทำก้อนใหญ่ให้เพียงพอกับคนงานทุกคนในไร่ได้ลองกินกัน เมื่อส่วนผสมพร้อมเฟิ่งเทียนทำการอบขนมเค้กในกระทะใบใหญ่เติมผลไม้อบแห้งลงไปด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติ กลิ่นหอมของเค้กที่ถูกอบส่งกลิ่นหอมตลบไปทั่วไร่ เด็กแฝดทั้งสองไม่รอช้าวิ่งตามกลิ่นหอมพร้อมกับสมุนสัตว์เลี้ยงทั้งหลายพากันวิ่งมาถึงโรงอาหาร
“หอมมากเลยขอรับพี่ใหญ่”
“แค่ข้าได้กลิ่นน้ำลายข้าก็ไหลแล้วขอรับ”
“ฮ่า ๆ หอมใช่ไหมหล่ะ แต่ตอนนี้ยังกินไม่ได้เพราะพี่ใหญ่ยังทำไม่เสร็จ น้อง ๆ ต้องอดใจรอตอนเย็นได้กินแน่นอน หากพวกเจ้าหิวพี่ใหญ่มีน้ำมะพร้าวกับขนมอบให้กินรองท้องก่อน จางหู่กับจางซื่อก็มากินด้วยนะหากกินเสร็จอย่าลืมไปช่วยพี่อี้ชิงเก็บผักตามสัญญาหล่ะ”
“ขอรับพี่ใหญ่ / ขอรับพี่ใหญ่”
“ขอรับนายท่าน / ขอรับนายท่าน”
เด็ก ๆ ทั้งสี่นั่งกินของว่างที่เฟิ่งเทียนเตรียมไว้ จากนั้นจึงพากันวิ่งไปยังไร่ทิศตะวันตก เฟิ่งเทียนจึงหันมาสนใจเค้กที่อบในเตาต่อ เมื่อขนมเค้กสุกได้ที่แล้วก็ได้เวลาประกอบตกแต่งโดยใช้ไข่ขาวผสมน้ำตาลและน้ำมะนาวเล็กน้อยที่เหล่าผู้คุ้มกันช่วยกันตีจนขึ้นฟูมาทารอบแป้งที่อบไว้ ขั้นตอนสุดท้ายตกแต่งด้วยลูกเฉาเหม่ยลูกโตสีแดงสดที่เฟิ่งเทียนเร่งปลูกในโรงเรือนของบ้าน เมื่อมันสุกเฟิ่งเทียนจึงตัดเก็บรักษาไว้ในระบบ อีกส่วนก็แบ่งให้น้อง ๆ ทาน เด็ก ๆ ชอบเฉาเหม่ยมาก แต่เฟิ่งเทียนปลูกได้ไม่กี่ต้น ต้องรอเมล็ดพันธุ์จากต้นแม่ที่เขากันไว้ก่อน เมื่อผลแก่จัดเขาจะคัดแยกเมล็ดของมันออกมาส่วนเนื้อที่แก่จัดนั้นเขาจะนำมาทำเป็นแยมเฉาเหม่ยให้น้องๆ ได้ลิ้มลอง
เมื่อทำขนมเค้กสำเร็จเฟิ่งเทียนใช้ตะกร้าสานขนาดใหญ่ครอบไว้และใช้ผ้าขาวบางคลุมปิดอีกที จากนั้นเขาจึงเดินไปดูเหล่าคนงานชายที่ช่วยกันแล่เนื้อวัวอสูรเพลิงที่เสี่ยวเฮยมอบให้ออกเป็นชิ้นบางๆ ผู้คุ้มกันอีกส่วนก็เตรียมวัวอีกครึ่งตัวเพื่อเตรียมทำเป็นวัวหันให้กับเหล่าเจ้านายสัตว์เลี้ยงนักล่าทั้งหลาย เฟิ่งเทียนจึงไปช่วยปรุงวัวหันจากนั้นจึงให้คนงานชายสองคนช่วยกันย่างเนื้อด้วยไฟอ่อน เฟิ่งเทียนจึงหันมาช่วยแม่ครัวทำน้ำจิ้มสามรสสุดแซ่บและน้ำจิ้มหวานสำหรับเด็ก สักพักอี้ชิงและเด็ก ๆ ต่างช่วยกันขนผักเข้ามา แม่ครัวซูเหม่ยกับอี้หนิงผู้เป็นลูกสาวจึงแยกตัวออกมาช่วยอี้ชิงผู้เป็นลูกชายล้างผักที่เก็บมาจากไร่
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมก็เข้าสู่ยามเหม่า (18.00น.) บนโต๊ะยาวในโรงอาหารทั้งสองฝั่งมีเตาอั้งโล่และหม้อต้มที่เฟิ่งเทียนได้สั่งช่างในเมืองให้ทำไว้ หม้อต้มและเตาวางตั้งห่างออกไปเป็นระยะโดยให้หม้อต้ม 1 ชุดต่อคนงาน 4 คน แม่ครัวแจกอุปกรณ์การกินวางไว้ให้ครบตามจำนวนคน เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เฟิ่งเทียนผู้เป็นประธานของงานจึงได้กล่าวเปิดพิธี
“ทุกทุกท่าน วันนี้เป็นวันฉลองครบรอบวันเกิดของน้องชายทั้งสองของข้าและรวมกับฉลองวันเกิดล่วงหน้าของข้าในอีก 10 วันข้างหน้านี้ด้วยเช่นกัน”
“ส่วนน้องรอง น้องเล็ก สุขสันต์วันเกิด พี่ใหญ่ขอให้เจ้าทั้งสองเป็นเด็กดี ขยัน และมีความสุขในทุก ๆ วัน หากมีปัญหาขอให้จำไว้ว่าพี่ใหญ่พร้อมปกป้องพวกเจ้าเสมอ”
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่ / ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่”
“เอาหล่ะทุกคนลงมือทานได้ วันนี้กินกันให้เต็มที่ไม่อิ่มไม่เลิก!”
“เฮ้! ขอบคุณขอรับนายท่าน สุขสันต์วันเกิดขอรับนายน้อยทั้งสอง”
ทุกคนลงมือทานหม้อไฟอย่างมีความสุข เฟิ่งเทียนก็บริการต้มผักและเนื้อให้กับน้อง ๆ ทั้งสอง ฉางไห่ ฉางเหอที่นั่งถัดไปก็ช่วยดูแลจางหู่กับจางซื่อที่ยังเป็นเด็กน้อยไม่สามารถที่จะคีบผักและเนื้อออกจากหม้อต้มร้อนๆได้ เสียงพูดคุยสนุกสนานพร้อมกับกินอาหารไปด้วยของเหล่าคนงานก็สร้างสีสันของมื้อเย็นแสนพิเศษนี้ได้เช่นกัน ส่วนสัตว์เลี้ยงทั้งหลายต่างก็อิ่มหนำกับเนื้อวัวหันแสนอร่อย เจ้าเทากับเสี่ยวหนิวเสี่ยวหน่ายรวมทั้งแม่ไก่และลูกเจี๊ยบทั้งหลายก็ได้กินบุฟเฟต์ผักปราณกองโตที่เฟิ่งเทียนแวะเอาไปให้ เรียกได้ว่าทุกชีวิตในไร่แห่งนี้ต่างอิ่มอร่อยในมื้อเย็นแสนพิเศษนี้
เมื่อเด็ก ๆ เริ่มจะอิ่ม เฟิ่งเทียนจึงให้หยุดกินเพราะเดี๋ยวขนมเค้กจะเป็นหม้ายเอาได้ เฟิ่งเทียนจึงนำขนมเค้กขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยผลเฉาเหม่ยสีแดงสด และปักเทียนไขเล่มเล็กอีก 2 เล่ม เดินเข้ามาที่โต๊ะ น้อง ๆ ทั้งสองคนต่างตาโตตื่นเต้นที่เห็นขนมแสนสวยน่ากินที่พี่ใหญ่ถือมา
“Happy Birthday to you Happy Birthday to you Happy Birthday Happy Birthday Happy Birthday to you”
“น้องรอง น้องเล็ก สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขและเป็นเด็กดีของพี่ใหญ่ตลอดไป พวกเจ้าเป่าเทียนให้ดับเร็วอย่ามัวแต่ร้องไห้สิ”
“ฮึก! แง๊!! ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่ ฟู่ว!!!! ”
“เอาหล่ะ มาเช็ดน้ำตากันก่อนแล้วมาลองกินเค้กกันเดี๋ยวพี่ใหญ่ตัดเค้กให้ ส่วนจางหู่ จางซื่อ และคนงานทุกคนก็มารับเค้กคนละชิ้นด้วยหล่ะข้าทำไว้เผื่อทุกคนด้วย และข้าก็ขอขอบใจเหล่าผู้คุ้มกันมากที่สละกำลังแขนเพื่อเค้กก้อนนี้ ^^”
“อร่อยมากเลยขอรับพี่ใหญ่ x2”
น้อง ๆ ทั้งสองดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้ลองทานเค้กนุ่มลิ้นรสชาติหวานแสนอร่อยที่พี่ใหญ่ทำให้ ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะไม่เข้าใจว่าเมื่อสักครู่พี่ใหญ่ร้องเพลงอะไร แต่คำอวยพรที่พี่ใหญ่มอบให้พร้อมกับขนมเค้กก้อนโต ก็ทำให้พวกเขาทั้งสองคนตื้นตันใจในความรักของพี่ใหญ่ที่มอบให้กับพวกตน พวกเขาตั้งมั่นในใจว่าจะเป็นเด็กดีไม่ให้พี่ใหญ่ต้องทุกข์ใจแน่นอน และเมื่อพวกเขาเติบใหญ่พวกเขาจะคอยปกป้องพี่ใหญ่เอง!
*************************