King of world ราชันแห่งพิภพ

    เดิมพัน



    ด้านหลังร้านสังเวียนเป็นตายมีรูปลักษณ์คล้ายสนามกีฬาขนาดใหญ่ ที่ศูนย์กลางมีพื้นแปดเหลี่ยมยกสูงมีพื้นที่กว้างเกือบครึ่งสนามฟุตบอล บนพื้นปูด้วยกระเบื้องหินแข็งแรง มีร่องรอยด่างคล้ำคล้ายคราบเลือดกระจายเป็นหย่อมๆ ที่แต่ละมุมของสนามปักไว้ด้วยเสาเหล็กหนักอึ้ง แต่ละเสาเชื่อมต่อกันด้วยตาข่ายเหล็ก แม้แต่ด้านบนก็ถูกปิดด้วยตาข่ายเหล็กเช่นกัน ใครที่เห็นสามารถรับรู้ได้เลยว่าเมื่อเข้าไปแล้วคงไม่ได้ออกมาง่ายๆแน่ ที่ด้านข้างของสังเวียนกรงเหล็กคือแท่นหินยกสูงพอที่จะมองเห็นได้รอบๆ และ สิ่งที่ล้อมรอบสังเวียนคืออัฒจันทร์สูงที่จุคนได้นับพัน
    วาสหันมองรอบๆด้วยความสนใจ คราแรกที่เข้ามาเขาไม่สามารสังเกตเห็นบริเวณนี้ได้เลยเพราะสิ่งปลูกสร้างที่แออัดบดบังสายตาเขาไว้
    จากเท่าที่กวาดตาดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดบางอย่างเข้าซะแล้ว ชื่อสังเวียนเป็นตายไม่ใช่ชื่อของบาร์เหล้านั่น แต่เป็นชื่อของสังเวียนนี้ บาร์เหล้าที่ด้านหน้านั่นคงเป็นแค่ธุรกิจเสริมสำหรับกริมม์เท่านั้น
    ขณะนี้วาสกำลังนั่งรออยู่ด้านข้างสังเวียนกรงเหล็กและมีชายฉกรรจ์นับ 10 จับจ้องเขาอยู่อย่างไม่วางตา เพียงไม่นานหลังกริมม์ประกาศเรื่องการท้าประลองสังเวียนของวาส ก็มีฝูงชนจำนวนมากแห่กันเข้ามาชม แต่ละคนที่เข้ามาต่างมีสีหน้าดุร้ายจ้องมองไปที่ร่างในชุดคลุมอย่างกระหายเลือด
    เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องมา อัฒจันทร์รอบสังเวียนกรงเหล็กถูกจับจองจนเต็มทุกที่
    กริมม์ที่เฝ้ามองอยู่ยิ้มแก้มปริ แค่ค่าเข้าชมเขาก็กวาดเงินมานับล้านดิลแล้ว โจรป่าในคราบบาร์เทนเดอร์จัดชุดของตนให้เข้าที่เตรียมขึ้นไปข้างบนแท่นข้างสังเวียน
    เป็นไปไม่ได้ที่คนนับพันจะยอมเสียเงินเกือบ 1,000 ดิล เข้ามาที่นี่เพื่อดูแค่ฉากสังหารเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ชักนำให้พวกเขาเข้ามากคือการพนัน!
    “สวัสดีสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังเวียนเป็นตาย วันนี้ผม กริมม์ เจ้าของสังเวียนเป็นตายแห่งนี้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่าน ทุกท่านคงทราบแล้ว่าวันนี้เรามีผู้กล้าได้ต้องการเป็นสมาชิกระดับ 1 มาท้าทายสังเวียนเป็นตายของเรา และตอนนี้ถึงเวลายลโฉมของเขาแล้ว ขอเชิญผู้กล้าของเราขึ้นมาบนแท่นได้เลยครับ”ในมือของกริมม์คืออุปกรณ์ที่มีรูปร่างคล้ายเปลือกหอยที่ช่วยขยายเสียงได้เหมือนไมค์ สิ้นคำพูดของกริมม์ชายฉกรรจ์ที่ด้านหลังวาสก็ผลักเขาเบาๆ แต่ร่างสูงไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว
    ชายหนุ่มปรายตาไปมองด้านหลังแวบหนึ่งทำเอาชายฉกรรจ์ขนลุกซู่แปลกๆ จากนั้นเขาก็ออกเดินไปยืนบนแท่นด้วยตัวเอง
    ทันทีที่วาสเดินขึ้นบันไดมายืนบนแท่นสูงก็เกิดเสียงโห่ร้องจากรอบๆ หลายคนตะโกนด้วยท่าทางอันป่าเถื่อนสาปแช่งว่าวาสจะไม่ตายดี
    ชายหนุ่มสวมหน้ากากคิ้วกระตุกเล็กๆแต่ก็ข่มระงับอารมณ์ตัวเองไว้
    “ในที่สุดผู้กล้าของเราก็มาอยู่ที่นี้แล้ว ต่อไปขอเชิญเหล่าศัตรูตัวร้ายของเขาขึ้นสังเวียนได้!”
    ประตูเหล็กด้านหนึ่งของสังเวียนถูกเปิดออกจากด้านนอก พร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้าไปในสังเวียนกรงเหล็ก แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกับไป บางคนร่างสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อปูดราวกับยักษ์ บางคนร่างผอมเพรียมดูคล่องแคล่ว บางคนมีร่างกายเหมือนคนธรรมดาทั่วๆไปแต่ก็แทนที่ด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอก รวมๆแล้วมีทั้งหมด 50 คน แต่ถึงรูปร่างทางกายภาพจะต่างกันแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือสายตามุ่งร้ายที่จ้องไปหาวาส
    “นั่นนักรบภูผานี่”
    “ส่วนนั่นก็นักล่าลมกรด”
    “แม้แต่เซียนพนันร้อยเล่ห์ก็มา”...ฝูงชนพากันแตกตื่นเมื่อเห็นคนกลุ่มนี้เข้าไปในสังเวียนกรงเหล็ก วาสเลิกคิ้ว เขาไม่คิดว่าคนกลุ่มนี้จะมีชื่อเสียงพอตัวเหมือนกัน ถ้าคิดไม่ผิดบางคนถึงกับมีฉายาด้วย
    ‘คัดมาอย่างดีเลยสินะ’จากที่ได้ยินมา สังเวียนเป็นตายแห่งนี้จะมีผู้รอดชีวิตได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แสดงว่าตัววาสอาจจะไม่ใช่ตัวแสดงหลัก ต่อให้เขาถูกฆ่าตายไปในกรงเหล็ก คนที่เหลือก็ต้องเข้าห้ำหั่นกันเองอยู่ดี
    แต่ที่วาสสงสัยคือคอร์แค่ 50,000 ไม่น่าทำให้คนกลุ่มนี้ยอมเข้ามาเสี่ยงชีวิตได้ เป็นไปได้ว่าอาจถูกกริมม์หลอกล่อด้วยผลประโยชน์อื่นอีก
    “อ่า...นานแล้วที่ไม่มีคนที่กล้าหาญเช่นนี้ เราต้องมาลุ้นกันว่าผู้กล้าของเราจะรอดไปจากสังเวียนเป็นตายของเราได้หรือไม่ ฮ่าๆๆๆ สำหรับศัตรูตัวร้ายของเขา หากใครฆ่าผู้กล้าของเราได้ก็จะได้คอร์ถึง 50,000ดิล แต่หลังจากนั้นก็ต้องรอดออกมาจากสังเวียนเป็นตายให้ได้ด้วย ถึงคุณจะฆ่าผู้กล้าของเราได้แต่ตายภายในสังเวียนเราก็คงให้รางวัลคุณไม่ได้หรอกนะ ฮะๆๆ และถ้าสามารถรอดออกมาจากสังเวียนเป็นตายได้ก็จะได้อีก 100,000ดิล!! แต่ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องสำคัญกันเถอะ นั้นคือการเดิมพันแห่งชีวิตที่พวกเรารัก!”สิ้นเสียงผีพนันหลายคนก็เป่าปากเสียงดัง ชูถุงคอร์ในมือไปมาอย่างบ้าคลั่ง
    “การเดิมพันชีวิตครั้งนี้แบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ อันดับแรกคือการพนันว่าผู้กล้าของเราจะรอดชีวิตจากสังเวียนนี้หรือไม่หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเขาจะสามารถพิชิตสังเวียนนี้และกลายมาเป็นสมาชิกระดับ 1 ของสังเวียนเป็นตายของเราได้หรือเปล่า อะแฮ่ม!....ต้องขอพูดไว้ก่อนว่าเนื่องจากอัตราการรอดชีวิตของเขาต่ำมากทำให้ทางสังเวียนเป็นตายไม่อาจเปิดแทงเป็นหรือตายตามปกติได้ การเดิมพันรอบแรกนี้คือการเดิมพันว่าเขาจะรอดชีวิตจากสังเวียนนี้ หากใครลงคอร์เดิมพันในรอบนี้แล้วผู้กล้าของเรารอดชีวิตออกมาจากสังเวียนท่านจะได้รับคอร์ตอบแทนถึง 10 เท่าที่ลงเดิมพันไว้! ไหนใครจะลงการเดิมพันรอบนี้ยกมือขึ้นเลย!”บรรยากาศบนอัฒจันทร์เงียบลงหลายส่วน จากนั้นจึงมีคนไม่กี่สิบคนที่ยกมือคน คนเหล่านี้คือพวกชอบเดิมพันข้างมือรองและหวังโชคดีในปาฏิหาริย์ รวยขึ้นมาในครั้งเดียว
    พนักงานสาวสวยของสังเวียนกรงเหล็กเดินไปหาบุคคลเหล่านั้นเพื่อรับคอร์ไปและยื่นบัตรเดิมพันให้
    “อ้า! น่าเสียดายจริงๆ แต่ผมก็คาดไว้อยู่แล้ว เอาละในเมื่อไม่มีงั้นผมจะ...”
    “เดี๋ยวก่อน!”จู่ๆวาสก็เอ่ยขัดขึ้นและเพราะเขาอยู่ใกล้กริมม์ทำให้เสียงของเขาเข้าไปในอุปกรณ์ขยายเสียงด้วย
    “ไม่ทราบว่าผู้กล้าของเรามีอะไรจะพูดรึเปล่า”กริมม์พูดเสียงเย็น เขาคิดว่าวาสเกิดกลัวขึ้นมาและอยากถอนตัวจากการประลอง ซึ่งเขาไม่มีทางยอมแน่นอน
    “ฉันขอลงคอร์เดิมพันรอบนี้ได้ด้วยหรือเปล่า?”
    “.....”ทุกสิ่งเงียบเสียงลงก่อนจะมีบางคนหลุดหัวเราะออกมา
    พรืด!
    “ฮ่าๆๆๆ ไอ้หมอนี่มันใจกล้าดีวะ!”
    “มันคิดว่ามันแน่มาจากไหนวะถึงกล้ามาเดิมพันข้างตัวเองแบบนี้”
    “อย่ามั่นใจให้มากนักนะโว้ย! พวกฉันแค่มาดูแกถูกเชือดเหมือนหมูอยู่บนสังเวียนนี้เท่านั้นละโว้ย!”...วาสไม่สนใจเสียงพูดคุยรอบๆ แต่กำลังรอคำตอบของกริมม์อยู่
    กริมม์ที่คาดไม่ถึงว่าวาสจะพูดเช่นนี้ก็อึ้งไปพพักใหญ่ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
    “ฮ่าๆๆๆ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว นี่ถึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สังเวียนเป็นตายของเราเลยที่ผู้ท้าชิงสังเวียนของเราเดิมพันข้างตัวเองอย่างนี้ ไม่ทราบคุณผู้กล้าจะลงเดิมพันเท่าไหร่ละ?”
    “นายกำหนดขีดจำกัดการลงเดิมพันครั้งนี้ไหม?”
    “ไม่มีแน่นอน คุณสามารถทุ่มได้สุดตัวสำหรับการเดิมพันครั้งนี้”กริมม์พูดน้ำเสียงสบายๆ เขามีความมั่นใจเต็มอกว่าวาสต้องตายแน่นอน และถ้าวาสตายทรัพย์สินทั้งหมดของวาสก็จะถูกยึดโดยกริมม์ ดังนั้นไม่ว่าวาสจะลงเดิมพันหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน
    “ถ้างั้นฉันขอเดิมพันว่าฉันจะรอด 10 ล้านดิล”วาสเอาถุงคอร์ขนาดใหญ่ออกมาจากถุงมิติและขว้างไปหน้ากริมม์
    ดวงตาของทุกคนที่เฝ้ามองเบิกกว้างด้วยความตะลึง ทั้งชีวิตบางคนในที่นี้ไม่เคยสัมผัสคอร์ถึงล้านดิลสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคอร์สิบล้านดิลเลย!
    “อะ...ไอ้หนุ่มนั่นร่ำรวยถึงขนาดนี้เชียว?”
    “ถ้ามันร่ำรวยถึงขนาดนั้นแล้วทำไมถึงเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่กัน”
    “หรือว่ามันคิดจะชนะสังเวียนนี้จริงๆ”
    ฝูงชนแตกตื่นกันอีกระลอกหลังเห็นคอร์ 10 ล้านดิล หลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่าจะลงเดิมพันในรอบแรกดีหรือไม่
    กริมม์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆปั้นหน้ายิ้มหันกลับไปพูดกับลูกค้าของเขาว่า
    “เอาละ!ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วทางสังเวียนเป็นตายก็ขอปิดประมูลในรอบแรกและเริ่มเดิมพันในรอบที่สองเลย รอบที่สองคือการเดิมพันว่าใครจะเป็นคนสุดท้ายที่จะรอดไปจากสังเวียนเป็นตายนี้ คนแรก นักรบภูผา ....”กริมม์ร่ายยาวถึงอัตราต่อรองของนักสู้บนสังเวียนทีละคน เหล่าลูกค้าของเราแม้จะหงุดหงิดที่กริมม์รีบปิดการเดิมพันรอบแรกแต่ก็ละอารมณ์หันมาสนใจราคาเดิมพันในรอบนี้
    ผ่านไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าที่การเดิมพันรอบที่สองจะเสร็จสิ้น วาสที่ยืนรออยู่นานก็เริ่มเบื่อ
    “ในเมื่อเดิมพันกันเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ขอปิดการเดิมพันในรอบที่สอง ไม่อนุญาตให้ใครเดิมพันได้อีก และช่วงเวลาต่อไปนี้ก็คือช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านที่ทุกคนรอคอย! ขอเชิญผู้กล้าของเราขึ้นไปบนสังเวียนเป็นตายได้!!!”
    เฮฮฮฮฮฮฮ!
    เสียงร้องตะโกนกึกก้องจนแทบได้ยินไปทั่วเมืองอัมมอร์ ชายฉกรรจ์ที่เคยผลักวาสลังเลไม่รู้จะนำวาสไปอย่างไร ความรู้สึกหวาดกลัวจากสายตาที่มองมาของวาสยังฝังอยู่ในใจเขา
    แต่วาสไม่รอให้ใครเชิญ เขาเดินลงบันไดไปจากแท่นสูงด้วยตัวเองและตรงไปสู่ประตูของสังเวียนกรงเหล็ก
    “หยุดก่อน!”ก่อนที่วาสจะเข้าไปในประตูสังเวียนกรงเหล็ก ชายที่รับหน้าที่เฝ้าประตูก็ยกมือห้ามวาสและกล่าวว่า
    “ถอดชุดคลุมออกและส่งถุงมิติมา เราไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์เข้าไปต่อสู้ข้างใน”วาสขมวดคิ้ว ของในถุงมิติและแหวนมิติของเขามีค่ามากมายมหาศาลไม่ใช่สิ่งที่จะให้ใครได้ง่ายๆ อีกอย่างเขาคิดว่าหากกริมม์รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในเขาคงจะไม่ได้ของคืน
    สกิลมิติเชื่อมต่อ!
    วังวนสีฟ้าขนาดเล็กเท่าฝ่ามือปรากฏอยู่ใต้ผืนผ้าคลุมของเขาโดยไม่มีใครเห็น วาสถอดทั้งของมีค่าทุกชิ้นยัดเก็บเข้าไปข้างใน เหลือไว้เพียงถุงมิติที่ใส่ของจุกจิกไว้ใบเดียวเท่านั้น
    ชายหนุ่มถอดชุมคลุมออกและยื่นให้ชายเฝ้าประตู ตามไปด้วยถุงมิติที่เหลือใบเดียว
    “ฉันจะไม่ถอดหน้ากาก”วาสพูดเสียงเรียบ
    ชายเฝ้าประตูขมวดคิ้วชะโงกหน้าไปมองกริมม์ขอความคิดเห็น ซึ่งกริมม์ก็พยักหน้าให้
    “เข้าไปได้!....ขอให้สนุกละ”ท้ายประโยคชายเฝ้าประตูพูดเสียงน่ากลัวหวังขู่ขวัญเขา แต่วาสไม่สนใจเดินเข้าไปง่ายๆทำให้เขาหน้าเสียไม่น้อย
    “ในเมื่อนักสู้ของเราอยู่ในสังเวียนกันครบแล้ว ฉันก็ขอเริ่มการต่อสู้เดิมพันชีวิต ณ บัดนี้!”
    “ฆ่ามันนนนน!”สิ้นคำพูดกริมม์ ศัตรูของวาสต่างก็พากันวิ่งตะบึงมาหาเขา ลากเสียงขู่คำรามอย่างดุร้าย ดวงตาฉายแววต้องการฆ่าชัดเจน การที่วาสกล้าเดิมพันข้างตัวเองถึง 10 ล้านดิลแสดงว่ามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองพอสมควร ฉะนั้นจึงต้องกำจัดเขาก่อนเป็นคนแรกแล้วค่อยไปจัดการคนอื่นต่อ ยิ่งรวมถึงค่าหัวของวาสด้วยทำให้วาสตกเป็นเป้าหมายแรกที่ทุกคนหมายปอง
    วาสสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอดและหลับตาลง
    ‘นานแล้วที่ไม่ได้ฆ่าใคร’จากเดิมความคิดของวาสเงียบสงบต่อมาก็เริ่มคุกกรุ่นไปด้วยอารมณ์พลุกพล่าน ดวงตาสีดำไร้อารมณ์จนไม่ต่างจากซากศพลืมตาขึ้นช้าๆ มือกำแน่นเหลือเพียงนิ้วชี้ที่ตั้งเหยียดตรง ทันทีที่ชายคนหนึ่งเข้ามาในระยะวาสก็ใช้นิ้วชี้ประหนึ่งมีดแทงเข้าที่ลำคอของเขาอย่างโหดเหี้ยม!