สองขาเดินไปตามฟุตบาทอย่างเชื่องช้าเพราะมัวแต่คิดเื่เมื่อคืนกับเื่เมื่อเช้า
ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อนขณะที่ไทม์กำลังจะแต่งตัวเพื่อมาเรียนแต่ดันลืมว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนคนเดียว
ร่างกายที่เปลือยท่อนบนค่อยๆหันตัวไปด้านหลังมองคนบนเตียงที่นั่งพิงที่กำลังยิ้มเ้าเล่ห์
“หุ่นดีนะคะเนี่ย”
ชิยหายแล้ว!!!พี่ลูซี่อยู่ด้วยนี่หว่า!!
“พะ-พี่ลูซี่ยังไม่ไปอาบน้ำหรอครับ”
“พี่อาบเสร็จแล้วค่ะมันว่างระหว่างนั้นเลยมานั่งเล่นในห้อง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอช็อตเด็ดแบบนี้”
“ง่ะ”ยิ่งพูดยิ่งเขิน บ้าเอ้ย มาโป๊ต่อหน้าพี่ลูซี่เฉยเลย
ยังไม่จบแค่นั่นขณะที่ไทม์กำลังหยิบเสื้อผ้าเพื่อที่จะเอาไปใส่ในห้องน้ำขณะนั้นเองผ้าเ้ากรรมก็ดันมาเกิดหลุดซะดื้อๆด้วยความใผมพยายามจะก้มลงไปหยิบผ้าขนหนูแต่ก็ดันทะเล่อทะล่าทำผ้าที่ถือตกจนทำให้เห็นสภาพที่เปลือยเปล่าเต็มๆ
“เหวอ~ ผะ-ผมไปแต่งตัวก่อนนะครับ”
ด้วยความใตอนนั้นเลยรีบวิ่งออกมายังไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของอีกคนแต่ถ้าให้เดาเธอก็คงจะยิ้มเ้าเล่ห์เหมือนทุกทีนั่นแหละ
เดินมาจนใกล้จะถึงตึกที่นัดกับพวกติมไว้ขณะที่กำลังเดินจู่ๆก็ได้ยินเสียงแตรจากด้านหลัง พอหันมองก็ต้องรียะโหลับทันที
ใครเขาให้มาขี่มอเตอร์ไซค์บนฟุตบาทได้ไงฟระ!!เดี๋ยวถ่ายส่งตำรวจเลย!
แต่ยังไม่ทันจะได้หยิบมือถือจู่ๆก็เจ็บซี๊ดที่มือกับเข่า พอเช็คดูกลับพบว่ามีเืกับรอยถลอกเต็มไปหมด
“ไอ้มอเตอร์ไซค์เวรซี๊ด~” ยิ่งขยับยิ่งเจ็บ ยิ่งขยับยิ่งตึง ให้ตายเถอะ แบบนี้เข้ารับน้องไม่ได้แน่ๆแทบแผลแบบนี้กว่าจะหายก็เป็อาทิตย์ โดนน้ำก็ไม่ได้โดนผ้าเสียดสีก็ไม่ได้โคตรจะทรมานเลย
“เป็อะไรรึเปล่าครับ”หันไปตามเสียงพบกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยื่นมือมาตรงหน้าหน้าตาของเขาดีมากถ้าบอกว่าเป็นายแบบหรือดาราเขาก็เชื่อนะ
“ก็…ถลอกนิดหน่อยน่ะครับ”
“หรอแต่ที่พี่เห็นมันไม่ใช่แค่นิดหน่อยนะ เดี๋ยวพี่พาไปทำแผลก่อนดีกว่าาปล่อยไว้เดี่ยวมันจะติดเชื้อ”
“ไม่เป็ไรครับแค่นี้เอ-อั่ก!”ไม่ทันจะลุกก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บอีกรอบ “เห็นมั้ย แค่จะยืนเรายังเจ็บเลยไปทำแผลเถอะ ยิ่งฝืนยิ่งเจ็บนะ เดี๋ยวเราต้องเข้ารับน้องด้วยนี่”
ประโยคของเขาทำเอาไทม์งงรู้ได้ไงว่าเขาต้องเข้ารับน้อง
“เอาเป็ว่าไปทำแผลก่อนล่ะกันนะ”
สุดท้ายไทม์ก็ไม่มีทางเลือกต้องไปตามที่เขาบอกจะให้ปฏิเสธก็ยังไงอยู่เล่นทำหน้าใจดีแบบนั้นปฏิเสธไม่ลงหรอก
“ก่อนนอนอย่าลืมทายานะคะแล้วก็พยายามอย่าให้โดนน้ำเดี๋ยวจะแผลอักเสบติดเชื้อเอา”
“ขอบคุณครับ”
ทำแผลเสร็จก็เดินออกมาเห็นว่าพี่คนนั้นยังยืนรออยู่ไทม์หันไปขอบคุณพี่เขา “ขอบคุณพามาทำแผลนะครับ”
“ไม่เป็ไรแค่นี้เอง”
“ถ้างั้นเอาไว้วันหลังผมขอเลี้ยงข้าวเป็การตอบแทนนะครับ”
“ตอบทงตอบแทนอะไรกันแค่นี้เอง”
“ไม่ได้ครับพี่อุตส่าห์ช่วยผมทั้งที”
“แต่…”
“นะครับ”ไทม์ยืนยันอย่างหนักแน่น แม่มักจะสอนเสมอว่าเวลาใครช่วยต้องตอบแทนเขาเพราะฉะนั้นเมื่อพี่เขาช่วย เขาก็ต้องตอบแทนกลับ
”เฮ้อ~ ก็ได้ๆพี่ยอมแล้ว แค่ตอบแทนใช่มั้ย” พี่เขายกมือทำท่ายอมแพ้ แต่ไทม์แอบเห็นนะว่าเขายิ้มด้วย“ครับ”
“เอางั้นก็ได้เรานี่ดื้อจริงๆ เลยนะ”
“ผมป่าวดื้อนะครับ”
“ฮ่าๆงั้นหรอ”
เสียงสั่นจากมือถือดึงการสนทนาของพวกเขาให้หยุดคนตรงหน้าหยิบมือถือขึ้นมาเช็ค “เพื่อนพี่ตามแล้ว พี่คงต้องไปก่อนล่ะ”
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”ก้มขอบคุณพี่เขาอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อนสิ”
“ครับ?”
“เรายังไม่ได้ให้คอนแทคพี่เลยนะ”มองโทรศัพท์ที่เขายื่นมาด้วยความสงสัย คอนแทค? คอนแทคอะไร
“ทำหน้างงอีกเมื่อเราบอกเองนี่ว่าจะเลี้ยงข้าวตอบแทนน่ะ ถ้าไม่มีคอนแทคแล้วเราจะนัดเลี้ยงข้าวพี่ยังไง”
“เออจริงด้วยแฮะ”
“นี่ลืมจริงๆสินะ” ได้แต่หัวเราะแห้งใส่ เขานี่แย่จริงๆเอื้อมมือไปรับมือถือของเขาก่อนจะพิมพ์คอนแทคของตัวเองลงไปพอเสร็จก็ส่งคืน
“นี่ครับ”
พี่เขาพิมพ์บางอย่างไม่นานมือถือของไทม์ก็ดังพร้อมกับข้อความจากแชทจากพี่เขา
“นั่นคอนแทคพี่เวลามีปัญหาอะไรก็ทักมาหาพี่ได้นะ”
“จะดีหรอครับผมเกรงใจ”
“เกรงใจอะไรกันล่ะคนกันเอง”
“แต่ว่า…”
“โอ๊ะพี่ต้องไปแล้ว ไว้เจอกันนะ”ไม่รอให้ไทม์ได้พูดจบเขาก็รีบวิ่งออกไปโดยไม่ลืมที่จะหันมาโบกมือลา
เป็รุ่นพี่ที่แปลกคนจริงๆ
เดินมายังตึกที่นัดกับเพื่อนเอาไว้ด้วยสภาพที่ลำบากพอเพื่อนเเห็นก็ปรี่เข้ามาช่วยทันทีพร้อมกับซักถามจนยอมเล่าความจริง
“คิดไงถึงไปบอกเขาแบบนั้นน่ะห๊ะ!”มือหนาของเพื่อนจับหัวของไทม์แล้วโยกไปมาจนมึนหัวสองคนนั้นได้ยินเื่ที่ผมเล่าก็แสดงสีหน้าที่ดูเหนื่อยใจออกมาทันที
“แค่ตอบแทนเองไม่เป็ไรหรอก” พูดพลางเอามือลูบผมที่ยุ่งเหยิง
“แล้วแน่ใจหรอว่าพี่เขาเป็คนดีอ่ะ”
“อือ”
“อะไรที่บ่งบอกว่าเขาเป็คนดี”
“อือ…”อะไรที่บอกว่าเขาเป็คนดีงั้นหรอ “หน้าตามั้ง”
ได้ยินปุ๊บเพื่อนก็ถึงกับถอนหายใจทันทีติมตบหน้าผากตัวเองพร้อมกับสบถออกมา “กูจะบ้า”
“ไทม์แค่หน้าตามันวัดอะไรไม่ได้หรอกนะไม่เคยได้ยินหรอบางครั้งคนที่ดูใจดีอาจจะนิสัยแย่ก็ได้”
พอคิดตามก็จริงอย่างบูมพูด“มึงพึ่งรู้จักกับเขาแค่ชั่วโมงเดียวด้วยจะตอบแทนมันก็ได้แต่ก็ตอบแทนอะไรที่มันเล็กๆน้อยๆ ก็ได้”
“อีกอย่าง่นี้มึงก็พึ่งโดนหาเื่ด้วยที่รักมึงรู้เข้าเดี๋ยวจะงานเข้า”
“พี่ลูซี่ไม่ใช่ที่รักสักหน่อยนะ!!!”
“กูยังไม่ได้พูดชื่อพี่ลูซี่เลยอะไรๆ หรือว่าชอบพี่เขาแล้วล่ะห๊ะ”
“ไอติม!!!!”
ไม่พูดเปล่าใช้มือฟาดลงที่แขนของมันไอ้นี่นี่จะรู้มากเกินไปแล้วนะ!
“แค่หยอกเล่นเองน่าเขินรึไง”
“ไม่ได้เขินสักหน่อย”
“อ้อหรอ”
“มึงนี่”สายตาของมันดูไม่ได้เชื่อในคำตอบของเลยแม้แต่น้อย เอาจริงๆ ก็เขินอยู่แหละโดนแซวขนาดนั้นแถมเป็เื่ของลูซี่ด้วยไม่รู้ทำไมแต่ทุกครั้งที่มันแซวแล้วพูดชื่อลูซี่ขึ้นมาอุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นอัตโนมันทันที
หรือว่าเราชอบพี่เขาแล้วจริงๆนะ
เรียนเสร็จเราก็ตรงดิ่งไปยังตึกสาขาเพื่อเข้ารับน้องวันนี้ติมไม่ได้ไปซ้อมบอลเพราะแข่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเลยมาเข้ารับน้องแทน
“มึงไปบอกพี่เขาไปว่าาเ็”
“ไม่เป็-”
“พี่ครับเพื่อนผมโดนมอไซค์เฉี่ยว”ยังไม่ทันพูดจบติมก็หันไปบอกรุ่นพี่ซะก่อนก่อนที่มันจะดึงแขนแล้วลากผมไปนั่งที่โต๊ะไม้โดยที่ไม่ได้ถามเขาสักคำ
“มึงนั่งรอนี่เลย”
“กูซ้อมได้ไม่เป็ไรสักหน่อย”
อย”
“อย่ามาทำเป็เก่งนั่งเงียบๆ ไปเลย”
พูดจบมันก็หันแล้วเดินหนีไปรวมแถวกับพวกปี1 คนอื่นๆ สุดท้ายก็ต้องมานั่งเฉยๆ ที่ไทม์ดื้อดันจะซ้อมไม่ใช่ว่าอยากจะซ้อมหรอกแต่เพราะไม่อยากเป็ขี้ปากใครว่าทำแอ๊บซ้อมไม่ได้สาขาเรายิ่งมีคนขี้เม้าท์เยอะอยู่
“ไงเจอกันอีกแล้วนะ”
หันไปตามเสียงแต่ต้องใเมื่อเห็นว่าคนที่มาทักคือรุ่นพี่ที่พาไปทำแผลเมื่อเช้า“เอ๊ะ? พี่ เอ๊ะ?”
“ฮ่าๆๆใล่ะสิที่เจอพี่ที่นี่”
“ครับ”ต้องใสิใครจะไปคิดว่าพี่เขาจะอยู่สาขาเดียวกับเรา“พี่อยู่สาขาเดียวกับผมหรอครับเนี่ย ผมไม่ได้สังเกตเลย ขอโทษด้วยนะครับ”
“ขอโทษทำไมล่ะพี่ไม่ได้ใส่ป้ายแล้วก็ไม่ได้บอกด้วยเดาให้ตายก็ไม่รู้หรอก”เขาพูดพร้อมกับจับป้ายชื่อขึ้นมาโชว์ให้ดู พี่ฟาโรห์หรอ แสดงว่าเป็พี่ปี 2 สินะ
“อีกอย่าง่ก่อนหน้านี้พี่ก็ไม่ค่อยได้เข้าด้วย เราจะไม่าเห็นก็ไม่แปลกหรอก”อย่างนี้นี่เอง
“ปีสองรวม!!!”
“โอ๊ะเขาเรียกแล้ว พี่ไปก่อนนะ” มองตามแผ่นหลังใหญ่ที่วิ่งไปรวมกับเพื่อนๆก่อนจะหันกลับมาสนใจกับกิจกรรมรับน้องต่อ
พี่เขาก็เป็คนดีนี่
“เอ้า!!บูม!!!”
เสียงบูมของคนในสาขาดังกระหึ่มจนหูแทบอื้อแถมยังต้องมานั่งดูเฉยๆ ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายทำให้ตอนนี้อาการง่วงเริ่มออก
“ผมขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้มั้ยครับ”หันไปถามรุ่นพี่คนหนึ่งที่เป็แผนกสวัสดิการ
“ได้สิแต่ต้องไปเข้าตึกข้างๆ นะ เพราะห้องน้ำที่นี่เขาซ่อมบำรุงอยู่”
“ขอบคุณครับ”
พูดเสร็จก็รีบลึกออกมาทันทีผมเดินลัดเลาะไปยังตึกข้างๆ เพื่อเข้าห้องน้ำพอจัดการธุระตัวเองเสร็จก็รีบเดินเพื่อจะกลับไปยังตึกสาขาแต่ด้วยความเจ็บจากแผลทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวก
กรุ๊งกริ๊ง
เสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งดังเข้ามาในโสตประสาทพอหันไปก็พบว่ามีจักรยานคันหนึ่งกำลังพุ่งตรงมาทางนี้สัญชาตญาณบอกว่าต้องขยับตัวหลบแต่จู่ๆความเจ็บจากแผลก็แล่นปรี๊ดขึ้นมาทำให้ขาทั้งสองข้างทรุดลงไปกับพื้น
“เจ็บ!”
แต่ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหนก็ต้องหลบถ้าไม่หลบโดนแน่ๆเอื้อมมือไปจับขายันตัวลุกก่อนจะพาตัวเองเดินกระเผลกออกจากตรงนั้นแต่เหมือนจะไม่ทันจักรยานคันนั้นพุ่งเข้าชนจนตัวของไทม์กระเด็นล้มลงกับพื้นพร้อมกับร่างของคุณลุงคนหนึ่งที่กำลังร้องโอดโอยอยู่บนตัวผมอีกที
“คะ-คุณลุงโอเคมั้ยครับ”ถามไปงั้นแต่สภาพตัวเองก็ไม่ได้ต่างกันเลย
“โอย~เจ็บนิดหน่อยหนู”
“ไทม์!!!/ไทม์!!”
เสียงสองเสียงดังจนทำให้ผมต้องเหลือบมองฟาโรห์กับลูซี่รีบวิ่งมาทางเขา แต่เดี๋ยวนะ ลูซี่มาไงล่ะเนี่ย
“โอเคมั้ย”
“ไม่เลยครับ”
“เดี๋ยวพี่พาไปทำแผลนะ”
ลูซี่เอื้อมมือมาจับจักรยานกับคุณลุงแต่ก็เป็จังหวะเดียวกันที่ฟาโรห์ก็เอื้อมมาจะช่วยด้วยทั้งสองชะงักมือก่อนจะปะทะสายตากัน เหมือนจะเห็นประกายแปล็บๆ ออกจากตาทั้งสองคนเลย
“คุณเป็รุ่นพี่ที่อยู่สาขาเดียวกับไทม์ใช่มั้ยฝากบอกประธานสาขาของคุณด้วยว่าน้องาเ็ต้องไปทำแผล”
“ผมคงต้องปฏิเสธไทม์เป็รุ่นน้องของผม ผมจะดูแลเขาเอง”
“คุณอยู่ใน่รับน้องอยู่จะมายุ่งตรงนี้ไงไทม์เป็คนของฉัน ฉันจะดูแลเอง”
“ผมยังยืนยันคำเดิมไทม์เป็รุ่นน้องในสาขาของผม ในเมื่อผมเป็รุ่นพี่ผมก็ต้องดูแลเขาส่วนคุณเป็คนนอกก็ไม่ควรเข้ามายุ่ง”
“ว่าไงนะ”ลูซี่ลุกขึ้นประจันหน้ากับอีกคนด้วยสีหน้าที่พร้อมจะไฟว้
ไทม์ที่หลุดออกจากการทับค่อยๆกระเถิบตัวเองนั่งพิงกับผนัง
“คุณพูดแบบนี้รู้จักฉันดีนักหรอถ้าฉันเป็คนนอกคุณมันก็ไม่ต่างกันหรอกแล้วเท่าที่เห็นคุณพึ่งจะรู้จักน้องเพียงไม่กี่ชั่วโมงนี่คิดหรอว่าฉันจะไว้ใจให้น้องไปกับคุณ”
“ตอนนี้ยังอยู่ใน่รับน้องแล้วตอนนี้ก็กำลังทำกิจกรรมอยู่ ถ้าไม่ให้รุ่นพี่อย่างผมดูแลแล้วจะให้ทำ”
“ก็แค่รุ่นพี่ป่ะ”
“คุณก็แค่รุ่นพี่ที่สนิทเหมือนกันสถานะก็ยังไม่มีด้วยซ้ำมาพูดว่าน้องเป็คนของคุณได้ยังไง”
“อะไรนะ!”ลูซี่ที่ได้ยินก็ปรี๊ดแตกทันทีเธอกระชากคอเสื้อฟาโรห์พร้อมกับมองสีหน้าที่หน้ากลัว
บรรยากาศแบบนี้เหมือนตอนที่มีเื่ที่สนามกีฬาเลย แย่ๆ ถ้าไม่หยุดมีตีกันแน่ๆ ชิบหายแล้วทำไงดีๆ
“เลิกเถียงกันได้แล้วครับ!!!”รุ่นพี่ทั้งสองหันมามองพร้อมกัน “ผมไม่ไปกับใครทั้งนั้น ผมจะให้เพื่อนพาไปหาหมอส่วนพวกพี่ก็ดูแลคุณลุงไปล่ะกัน”
“แต่ไทม์…”
“ไม่มีแต่ครับ”ไทม์ยันมือกับกำแพงแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “เอาเป็ว่าวันนี้แยกย้ายกันนะครับสงบสติอารมณ์ได้เมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันนะครับ”