Fallen paradise

    #63 : อาณาจักรภูลิอัน/เขตพื้นที่สีแดง

    “รายงานองค์ราชิณีตอนนี้ทัพของเราถูกโอบล้อมทุกทิศทางแล้ว” แม่ทัพโครงกระดูกเข้ามารายงานต่อเคียร่าที่ตอนนี้อยู่ในร่างเล็กซึ่งเธอกำลังนั่งอยู่บนหัวของเอ

    “อืม  กองทัพของเราในตอนนี้คงไม่พอที่จะรับศึกได้งั้นคงต้องเรียกกำลังเสริม” เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้วเคียร่าก็ร่ายเวทย์เปิดประตูมิติเพื่อเรียกกำลังเสริมออกมาเพิ่มในมิติแยกย่อยของเธอ ซึ่งมิติแยกย่อยนี้ได้ปรากฏกองทัพโครงกระดูกหลายล้านล้านตัวและดูเหมือนว่ามันจะสัมผัสได้ถึงผู้ปกครองของพวกมันเคียร่าได้ส่งกระแสความคิดออกไปและเรียกกองทัพภาคลำดับที่หนึ่งออกมาและแล้วโครงกระดูกกว่าสองแสนก็ทยอยเดินขบวนออกมาอย่างมีระเบียบทั้งยังมีโครงกระดูกของยักไททันที่สูงกว่าสิบกิโลเมตรค่อยๆออกมาจากมิติแยกย่อยทั้งยังมีฝูงโครงกระดูกไวเวิร์นหลายพันตัวบินออกมาและยังมีเครื่องจักรกลโครงกระดูกหลายพันและเมื่อกองทัพภาคลำดับที่หนึ่งออกมาพร้อมครบนั้นทำให้รัศมีของคนตายแพร่กระจายออกส่งผลให้อากาศรอบพวกเขานั้นเย็นเฉียบอย่างฉับพลันและรัศมีของคนตายก็ลุกลามกลืนกินสภาพแวดล้อมเพื่อปรับสภาพบริเวณโดยรอบให้กลายเป็นดินแดนของคนตายในแบบอัตโนมัติและสิ่งมีชีวิตในโซนเอล้วนสัมผัสได้ถึงความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนั้นทำให้พวกมันหนีตายไปทุกทิศทาง หลังจากนั้นเคียร่าก็ได้ร่ายเวทย์ล่องหนและสั่งการให้กองทัพโครงกระดูกแยกย้ายกันออกไปเพื่อดักโจมตีจากด้านหลังของแนวปะทะและแล้วเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักพักกองทัพพันธมิตรของเจ้าเมืองเปลวเพลิงก็มาถึงและเมื่อพวกเขามองเห็นกองทัพโครงกระดูกพวกเขาก็ตกใจกับจำนวนทั้งพวกเขายังสังเกตุเห็นว่ากองทัพโครงกระดูกเหมือนกำลังป้องกันบางสิ่งบางอย่างอยู่และด้วยลางสังหรณ์ของพวกเขาราวกับว่าที่ตรงนั้นมีสมบัติอยู่ พวกเขาก็ยิ่งต้องการเข้าไปเอาสมบัติดังกล่าวโดยลืมจุดประสงค์ไปว่าตนเองมาเพื่ออะไร ไม่รอช้าพวกเขาก็เร่งทัพเข้าโจมตีทันที     เมื่อเคียร่าเห็นทัพศัตรูเข้าตีเธอก็ส่งสัญญาณให้ตีโต้ออกไปทันที ทางทิศใต้กองทัพโครงกระดูกเข้าปะทะกับกองกับของเจ้าเมืองเปลวเพลิงที่ทหารส่วนใหญ่เป็นลูกครึ่ง dragonite  จำนวน 15000 นาย   ทางทิศเหนือก็มีการปะทะกับกองทัพมนุษย์น้ำแข็งจำนวน 12000 นาย และทางด้านตะวันออกปะทะกับทัพที่ราชาน้ำแข็งซึ่งมีจำนวน 20000 นาย และทางทิศตะวันตกปะทะเข้ากับกองทัพโกเลมไฟ 5000 นาย เคียร่าหลังจากเห็นศัตรูเข้าสู้รบติดพันแล้วเธอก็ได้ปลดเวทมนต์ล่องหนออก เมื่อเวทย์ล่องหนถูกปลดเปลื้องกองทัพกว่าแสนเจ็ดหมื่นนายก็ปรากฏตัวนั้นทำให้จากที่เคียร่าและเอเป็นฝ่ายถูกปิดล้อมกลายมาเป็นผู้ปิดล้อมซะเองในขณะนั้นเมื่อเจ้าเมืองเปลวไฟและราชาน้ำแข็งสัมผัสได้ถึงความเย็นที่อยู่เบื้องหลังของตัวเองพวกเขาก็ได้หันกลับไปมองทันทีและภาพที่พวกเขาเห็นนั้นก็ทำให้พวกเขาสยดสยองเมื่อกองทัพโครงกระดูกที่มีโครงกระดูกของยักไททันและไวเวิร์นอยู่เบื้องหลังของพวกเขาและด้วยทัพของพวกเขาอยู่ตรงกลางพวกเขารู้ดีว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะรอดออกไปได้และความหวังเดียวของพวกเขานั้นอยู่ตรงผู้อัญเชิญโครงกระดูกซึ่งน่าจะอยู่บริเวณตรงกลางของกองทัพโครงกระดูกเมื่อคิดได้ดังนั้นพวกเขาทั้งสองก็ส่งกระแสความคิดไปหากันและกันและพวกเขาได้รวบรวมมือดีของพวกเขาแล้วตั้งเป็นหน่วยทะลวงฟันเพื่อเข้าไปใกล้ตัวผู้อัญเชิญให้ได้และด้วยการเสียสละของหน่วยทะลวงฟันพวกเขาก็สามารถทะลวงแนวรับของกองทัพโครงกระดูกทั้งสองด้านได้และใกล้ที่จะไปถึงตัวผู้อัญเชิญเข้าทุกทีทันใดนั้นขวานเพลิงโลกัลป์ขนาดใหญ่กว่าตู้เสื้อผ้าก็ฟาดฟันเข้ามาขวางหน้าพวกเขาไว้และเจ้าของขวานเพลิงโลกัลป์ขนาดใหญ่ก็คือหน่วยองครักษ์ executioner guard หน่วยองครักษ์ชั้นยอดที่มีเลเวลมากกว่าสามพันและมีประสบการณ์ในสนามรบกว่าล้านปีได้เข้าฟาดฟันและจบชีวิตของเจ้าเมืองเปลวเพลิงและราชาน้ำแข็งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเสียชีวิตเจ้าเมืองเปลวเพลิงเขามองลอดหว่างขาของ executioner guard เขาได้เห็นเพียงชายหนุ่มคนนึงที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงและนั้นก็เป็นภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นก่อนที่เขาจะหลับไปตลอดกาล
     

    คล้ายกับเรื่องFallen paradise ที่คุณอ่าน