“...อธิบายให้ข้าฟัง”
ไป่ฟานเซียนเลิกคิ้ว เรื่องนี้นางจะทำเป็นไม่สนใจก็ได้
แต่เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับ“หมอเทวดาอู๋เจี่ย” คนที่นางมีธุระด้วย เขาเป็นคนเดียวที่ได้ยินว่าเคยมีอาการแบบฮุ่ยเอ๋อแต่กลับสามารถหายดีจนเริ่มฝึกตนได้ และยังเป็นสาเหตุแรกที่ทำให้นางเดินทางมาจนถึงที่นี่
หัวหน้าหมู่บ้านหันไปมองจอมพลจางอย่างขอความเห็น
“ผมจะเป็นคนเล่าเอง”
จางเซียนหยวนพยักหน้าพวกเขาย้ายที่ไปนั่งบนโซฟา หลังจากนั้นไม่นานคุณผู้ช่วยที่อยู่ด้านนอกก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ
ไป่ฟานเซียนแปลกใจเล็กน้อยที่เครื่องดื่มของนางคือชาชั้นดีของหมู่บ้านที่นางชอบ แปลว่าพวกเขาค่อนข้างจะรู้เรื่องของนางดีเหมือนกัน
“เรื่องมันเกิดจากเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นหมอเทวดาได้เดินทางมาจนถึงจุดคอขวดของระดับจอมยุทธ์ เขาจึงตัดสินใจที่จะปิดด่านเพื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตของปรมาจารย์”
จอมพลจางเรียบเรียงคำพูด เขากำลังนึกย้อนความทางจำไปเมื่อหลายปีก่อนอยู่ อย่าเห็นว่าเขายังดูเหมือนชายวัยกลางคน อายุอานามเขาที่จริงก็ไม่น้อยแล้วเหมือนกัน
เพราะเขาสามารถคบหาเป็นสหายกับชายชราชุดเทาที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านนี้ได้
“ตอนที่เขามาอยูที่หมู่บ้านใต้เมฆานี้เขาได้ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านมากมายทั้งยังทำให้หมู่บ้านนี้คึกคักอีกต่างหาก ชาวบ้านที่นี่จึงทั้งรักและเคารพเขามากๆ”
จางเซียนหยวนจิบน้ำไปอึกหนึ่งแล้วเล่าต่อ
“เขาเข้าไปปิดด่านฝึกตนในถ้ำแห่งหนึ่งด้านหลังหมู่บ้านนี้ เวลาก็ไหลผ่านไปเรื่อยๆ จากเดือนเป็นปีจนหลายปีผ่านไปกระทั่งปัจจุบันเขาก็ยังไม่ออกมา”
“หลานของผมเป็นห่วงมากๆเพราะเขาเข้าไปนานเกินกว่าที่บอกไว้เสียอีก” หัวหน้าหมู่บ้านชราก้มหัวด้วยความเศร้าขณะพูด
“...หลานของเจ้า?”
“หลานของเขาเป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดาครับ”
จางเซียนหยวนอธิบายให้ฟัง “ตามที่มีข่าวกระจายออกไปว่าหมอเทวดาจะออกจากการฝึกตนตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน นั่นคือกำหนดการดั้งเดิมของเขาครับ”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้าอย่างเข้าใจปกติการปิดด่านฝึกตนสักครั้งมันอาจจะใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน หรืออาจจะลากยาวไปเป็นปีแต่กับหมอเทวดาคนนี้ถึงจะผ่านไปหลายปีแล้วกลับไม่มีวี่แวว
“ด้วยความเป็นห่วงเมื่อวันก่อนพวกเราจึงถือวิสาสะเข้าไปเปิดถ้ำแห่งนั้น...” หัวหน้าหมู่บ้านเล่าต่อเขาลุกขึ้นไปหยิบกล่องบนโต๊ะกลับมาให้ไป่ฟานเซียนดู
ที่อยู่ด้านในกล่องคือรูปภาพหลายใบ
มันคือภาพที่ถ่ายสภาพในถ้ำไว้หลากหลายมุม มันคือถ้ำธรรมดาๆที่ค่อนข้างจะสะอาดและสวยงาม แต่สิ่งที่เรียกความสนใจจากนางได้ในทันทีกลับเป็นบางสิ่งที่อยู่ลึกสุดของถ้ำ มันเป็นโพรงเล็กๆที่เชื่อมต่อกับผนังถ้ำอาจจะเรียกว่าห้องลับหรืออะไรแบบนั้นก็ได้
ที่นั่นมีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกับลูกบอลขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ลักษณะของมันคล้ายกับกลุ่มแสงสีขาวจางๆที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ พวกมันจับตัวกันจนเป็นทรงกลมแต่รอบๆของมันนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่น่าจะเกิดจากฝีมือมนุษย์คล้ายกับโดมห้อมล้อมไว้อยู่
ไป่ฟานเซียนมองคราแรกก็รู้สึกแปลกใจ
เพราะสิ่งที่นางเห็นมันก็คือ“เขตแดน” นั่นเอง
ก็คล้ายคลึงกับเขตแดนระดับห้าที่นางกางไว้รอบบ้านพักหลังนั้น มันทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีอะไรเข้าไปรบกวนสิ่งที่อยู่ด้านในทั้งยังทนทานต่อการโจมตีจากภายนอกอีกต่างหาก
เพียงแต่มันมีขนาดเล็กกว่าเท่านั้นเอง
“...เจ้าสิ่งนี้คล้ายคลึงกับสิ่งที่ท่านกางเอาไว้รอบที่พักของท่าน”จางเซียนหยวนพูดขณะที่หันมามองไป่ฟานเซียน
“...อืม พวกนี้คือศาสตร์กลไกโบราณ”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับ
“บางทีมันก็คือสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าค่ายกลนั่นแหละ”
จางเซียนหยวนเบิกตากว้างอย่างตกใจศาสตร์ค่ายกลในยุคสมัยนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก นอกจากนี้มันยังไม่ได้ทรงพลังและเห็นผลได้ชัดเจนจำนวนผู้ที่ศึกษาก็ลดน้อยลงไปทุกวันๆจนปัจจุบันเหลือเพียงตระกูลเก่าแก่บางตระกูลที่ยังรักษาความรู้พวกนั้นไว้อยู่
เขาคาดไม่ถึงว่า“เขตแดน” ที่ทรงพลังซึ่งเขาเคยเห็นของไป่ฟานเซียนนั้นจะมีรากฐานเดียวกัน
“พาข้าไปดูหน่อย...ระหว่างนี้ก็ค่อยๆคุยก็แล้วกัน”
ทั้งสามคนเดินนำลงมาจากอาคารหลังใหญ่นั้นซึ่งมารู้ทีหลังว่ามันคือบ้านของผู้ใหญ่บ้าน คุณผู้ช่วยกับคนของจางเซียนหยวนหลายคนก็ตามไปด้วยเช่นกัน
แต่ว่าระหว่างทางไป่ฟานเซียนกลับพบกับคนที่นางคุ้นเคยเสียก่อน
“เด็กๆอยากจะมารับพี่หญิงน่ะค่ะ”เซี่ยซูเหยายิ้มแห้งขณะที่เด็กน้อยที่นางจูงมาทั้งสองคนสะบัดมือนางแล้ววิ่งไปหาไป่ฟานเซียนทันทีที่พบหน้า
นอกจากเซี่ยซูเหยาแล้วก็มีเจิ้งเหรินอี้ เหม่ยอิง และพ่อบ้านชราอย่างหวงจื่อหานที่ตามมาดูแลระหว่างทางไม่ห่าง
พวกเขาที่เห็นชายวัยกลางคนในชุดเต็มยศก็ผงะเล็กน้อยก่อนจะทำความเคารพจางเซียนหยวน
เพราะทั้งระดับวรยุทธ์อายุ หรือแม้แต่ตำแหน่งในกองทัพชายคนนี้ก็คู่ควรกับการเคารพทั้งนั้น
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเขาคือ“พ่อบุญธรรม” ของนายหญิง ดังนั้นสำหรับผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนแล้วพวกเขาจึงต้องปฏิบัติตัวด้วยอย่างสุภาพ
โดยเฉพาะเซี่ยซูเหยาที่มีท่าทีประหม่าเล็กน้อยเมื่อพบกับคนที่มีศักดิ์เป็นบิดาของพี่หญิง
ส่วนนายใหญ่ทั้งสองตระกูลนั้นกำลังรับมือกับปัญหามากมายที่เกิดขึ้นจากข่าว“ลูกสาวของท่านจอมพล” อะไรพวกนั้นอยู่ จึงไม่ได้มาด้วยกัน
“...เช่นนั้นพวกเจ้าก็มาด้วย”
ไป่ฟานเซียนหันไปถามจางเซียนหยวนด้วยหางตาซึ่งท่าจอมพลก็รีบพยักหน้ารับถี่ๆอย่างไม่ขัดข้อง ท่าทางของเขาทำให้ลูกน้องของเขาและผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนประหลาดใจเล็กน้อย
หรือความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้จะมีอะไรสลับกันหรือเปล่า?
ภูเขาด้านหลังของหมู่บ้านอยู่ไม่ได้ไกลมากนักระหว่างทางเด็กน้อยสามคนล้วนตื่นเต้นกับวิวทิวทัศน์และบรรยากาศที่ไม่เคยเห็น
ถ้ำที่พวกเขากล่าวถึงตั้งอยู่ลึกเข้าไปอีกด้านนอกของถ้ำตอนนี้มีคนของทางการบางส่วนรวมถึงชาวหมู่บ้านใต้เมฆาที่รู้เรื่องพวกนี้วนเวียนอยู่ไม่ขาด
“ท่านจอมพล!”
คนของกองทัพที่เห็นว่าผู้ที่เดินมาใหม่คือใครรีบทำความเคารพด้วยท่าทางแข็งขันพวกเขาประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินตีคู่มากับท่านจอมพล ทั้งท่านจอมพลยังดูนอบน้อมกับนางอยู่หน่อยๆด้วย
หรือว่านั่นจะเป็นลูกสาวบุญธรรมของท่าน?
แน่นอนว่าข่าวเรื่องนี้ก็แพร่กระจายไปในกองทัพราวกับไฟลามทุ่งเช่นกันทั้งระดับสูงและคนรู้จักมากมายของจางเซียนหยวนโทรศัพท์หาเขาจนสายแทบไหม้เพราะเรื่องนี้มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ
“เอ่อ...คนพวกนี้?”
ทหารหนุ่มที่เห็นว่าด้านหลังยังมีกลุ่มคนที่เดินตามมาเป็นพรวนจึงถามอย่างไม่แน่ใจเพราะสิ่งที่อยู่ในถ้ำไม่ใช่สิ่งที่คนนอกควรเห็นเท่าใดนัก
“ไม่เป็นไรพวกเขาเป็นคนของลูกสาวผมเอง” จางเซียนหยวนโบกมือทีหนึ่งพวกเขาก็กลับไปประจำหน้าที่
ในถ้ำส่วนแรกเป็นเหมือนสิ่งที่ไป่ฟานเซียนเห็นจากรูปภาพเมื่อครู่แต่เมื่อเดินผ่านเส้นทางลับเข้าไป ไป่ฟานเซียนก็เลิกติ้วบาง
“ที่ทางเข้ามีค่ายกลวางไว้อยู่?”
ไป่ฟานเซียนพึมพำ จางเซียนหยวนที่ได้ยินจึงรีบสั่งให้คนเข้ามาตรวจสอบบริเวณทางเข้าที่ไป่ฟานเซียนบอกในถ้ำตอนนี้ไม่มีใคร
“แต่ระดับมันไม่สูงนัก...”
ไป่ฟานเซียนพูดต่ออย่างไม่ใส่ใจนางยังคงก้าวเดินเข้าไปจนถึงจุดที่ลึกสุดของถ้ำและมีสิ่งที่เหมือนกับเจ้าลูกบอลแสงนั้นถูกผนึกไว้ด้วยเขตแดนตั้งอยู่ ตอนนี้ผู้ที่อยู่ในห้องนี้นอกจากจอมพลจางและหัวหน้าหมู่บ้านชราแล้วก็มีเพียงคนของนางเท่านั้น
เหล่าผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนประหลาดใจกับสภาพในห้องโดยเฉพาะเด็กๆที่อยากจะเข้าไปดูลูกบอลแสงนั้นใกล้ๆแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรโดยพลการ
ไป่ฟานเซียนกวาดสัมผัสสวรรค์ของนางออกไปจนทั่วห้อง คราวนี้นางควบคุมให้ระยะมันแคบลง จอมพลจางเซียนหยวนที่ยืนอยู่เฉยๆตัวสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุเขารู้สึกว่าตนเองกำลังเปลือยเปล่าและไม่มีอะไรจะหลบรอดไปจากสายตาของนางได้ขึ้นมาแวบหนึ่ง
ประสาทสัมผัสของเขาค่อนข้างจะแหลมคม แต่ถึงขนาดตัวเขาเองก็ยังรู้สึกแค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้น
ท่านไป่ฟานเซียนแข็งแกร่งแน่นอน!
จางเซียนหยวนขนลุก สัญชาตญานของเขาร้องเตือนว่าตัวเขาไม่สามารถจะสู้นางได้เลย
สมกับที่เป็นบรรพจารย์!
“...สิ่งนี้คือเขตแดนระดับสี่” ไป่ฟานเซียนพูดขึ้นมาหลังจากที่สำรวจไปรอบหนึ่ง
“...ระดับสี่?”จางเซียนหยวนที่ไม่ค่อยจะเข้าใจศาสตร์แขนงนี้นักถามกลับด้วยท่าทางงุนงง
หญิงสาวหันกลับมาแล้วอธิบายให้ฟัง
“อย่างน้อยต้องเป็นตัวตนระดับปรมาจารย์ลงมือจึงจะสามารถฉีกเขตแดนนี้ให้เกิดช่องโหว่ได้...” คำอธิบายของนางกระจ่างชัดก็คล้ายกับเขตแดนของนางที่บ้านซึ่งเป็นระดับห้า ที่จำเป็นจะต้องเป็นตัวตนระดับบรรพจารย์ จึงจะพอมีทางทำให้มันสะเทือนได้
แต่นางมั่นใจว่าถ้าเป็นเขตแดนที่นางกางต่อให้อยู่ระดับเดียวกัน มันก็ไม่ถูกบรรพจารย์ทั่วไปทำลายง่ายๆแน่นอน
เช่นเดียวกับเจ้าเขตแดนระดับสี่ตรงหน้านี้ถ้าเป็นนางกางเองอย่าหวังว่าจะมีปรมาจารย์คนใดฝ่ามันเข้าไปได้เลย
จางเซียนหยวนที่ได้ยินสิ่งที่ไป่ฟานเซียนพูดก็พยายามประมวลผลในหัว
“เป็นอย่างที่ผมทดลองก่อนหน้านี้เลย...”
ท่านจอมพลอธิบายให้ฟัง ตอนที่พบเจ้าสิ่งนี้พวกเขาก้ทำการทดลองหลายๆอย่าง แต่ไม่มีสิ่งใดที่สามารถที่จะผ่านเขตแดนนั้นได้
มีเพียงการลงมือจากตัวตนระดับปรมาจารย์อย่างเขาเองเท่านั้นที่สามารถทำให้มันเกิดเป็นรูได้ชั่วครู่หนึ่ง
แต่หลังจากนั้นไม่นานมันก็ฟื้นฟูตัวเองจนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“...ให้ข้าลองหน่อยไหม?” เจิ้งเหรินอี้ที่ติดตามมาด้วยเงียบๆกำลังสนใจเจ้าเขตแดนนี้เหมือนกัน
“รบกวนด้วยปรมาจารย์เจิ้ง...”
จอมพลจางขบคิดแล้วพยักหน้ารับ สำหรับตัวตนระดับปรมาจารย์ที่จะมาทดลองทำลายเขตแดนนี้แค่ในห้องนี้ก็มีถึงสี่คน ก็ลองให้พวกเขาลองดูแล้วกัน
ไม่สิมีคนหนึ่งที่เหนือกว่านั้น
เมื่อเห็นว่าแม้แต่ไป่ฟานเซ๊ยนยังพยักหน้าเจิ้งเหรินอี้ก็ให้หลานสาวของตนถอยไปหน่อย และในเสี้ยววินาทีต่อมา ดาบในมือของเขาก็ถูกชักออกจากฝักแรงกดดันระดับปรมาจารย์ระเบิดออกมา และด้วยการเคลื่อนไหวเดียวของเขาก็ปรากฏคลื่นดาบสีทองตัดผ่าอากาศเข้าใส่เจ้าเขตแดนนั่น!
ฉัวะ!
เสียงบางสิ่งถูกตัดดังขึ้นชัดเจน เขตแดนที่ล้อมรอบหลุ่มก้อนแสงนั้นอยู่ถูกคมดาบของเจิ้งเหรินอี้ผ่าจนแหวกเป็นแนวยาว ผู้คนในห้องพลันรู้สึกถึงแรงดึงดูดเบาๆจากรอยฉีกนั้น
แต่ก่อนที่ชายชราจะเก็บดาบแล้วยิ้มอย่างพอใจ เขตแดนส่วนที่ขาดนั้นก็สั่นไหวเบาๆแล้วกลับมารวมตัวกันเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน!
“เฮ้ย!”
ชายชราอยากจะเข้าไปดูใกล้ๆแต่ก็ถูกไป่ฟานเซียนขวางไว้ก่อน
“อย่างที่คิด...มันสามารถฟื้นตัวได้” ท่านจอมพลเองก็พยักหน้าให้แถมครั้งนี้การฟื้นตัวของมันยังเร็วกว่าที่เขาเคยทดลองเสียอีก
“...เจ้าคิดว่าหมอเทวดาหลุดเข้าไปในนั้นสินะ?”ไป่ฟานเซียนถาม
“ครับ...ตามการคาดเดาของผมหมอเทวดาน่าจะพบกับห้องลับและเขตแดนนี้โดยบังเอิญ พอเขาบรรลุระดับปรมาจารย์จึงสามารถแหวกเขตแดนนี้เข้าไปข้างในได้”
“ผมยังไม่ได้ทำการทดลองกับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตแต่ที่จุดกึ่งกลางของแสงนั้นเป็นเหมือนมิติที่แยกตัวเป็นเอกเทศอะไรที่เข้าใกล้มันจะถูกดูดเข้าไปทั้งหมด”
ท่านจอมพลพูดเสียงเครียด แต่เหล่าผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนกลับกำลังประหลาดใจกับท่าทีและน้ำเสียงของท่านจอมพลที่กำลังพูดกับไป่ฟานเซียนมากกว่า
“ดังนั้นที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้าคือ?”ไป่ฟานเซียนหันมาถาม
“...ผมไม่ได้หน้าด้านขนาดจะขอร้องให้ท่านเข้าไปในนั้นหรอกครับ” จางเซียนหยวนรีบส่ายหน้าเผื่อว่าไป่ฟานเซียนจะเข้าใจผิด
“แม้แต่ตัวผมเองยังสามารถทำให้เขตแดนนี้เป็นรูได้แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ดูเหมือนว่าถ้ามีอะไรผ่านเข้าไปมันก็จะยิ่งฟื้นตัวเร็วขึ้นไปอีก”
“ผมแค่อยากรบกวนพลังระดับบรรพจารย์ ของท่านให้ช่วยเปิดประตูให้พวกเราส่งหน่วยสำรวจเข้าไปด้านในก็พอ”
ไป่ฟานเซียนเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านจอมพลคนนี้จึงดีใจมากหลังจากที่รู้ว่านางเป็นตัวตนที่เหนือกว่าปรมาจารย์
เพราะแค่นางเป็น“บรรพจารย์” มันก็ยิ่งกว่าเพียงพอที่จะเปิดเขตแดนนี้สักระยะเวลาหนึ่ง และพวกเขาก็จะสามารถส่งคนไปช่วยหมอเทวดาได้
ระดับพลังของนางจึงเป็นกุญแจของเรื่องนี้
“...เช่นนั้นก็ได้ เจ้าอยากให้ข้าช่วยเมื่อไร?” ไป่ฟานเซียนตัดสินใจยอมช่วยอย่างน้อยท่านจอมพลตรงหน้าก็ยอมมอบ “ตัวตน” ให้นางโดยที่ไม่จำเป็นต้องร้องขอทั้งยังเป็นตัวตนที่ค่อนข้างจะยิ่งใหญ่และสะดวกในหลายๆเรื่องเสียด้วย
แค่นางตอบแทนแค่นี้จะเป็นอะไรไป?
“ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่นผมอยากจะคำนวณระยะเวลาคร่าวๆที่ท่านจะสามารถเปิดช่องว่างบนเขตแดนนั้นได้...”จางเซียนหยวนพูพดอย่างยินดี สิ่งที่เขาอธิบายต่อมาก็สมเหตุสมผลถ้าสามารถกะเวลาคร่าวๆได้ก็จะสามารถรู้ได้ว่าจะสามารถส่งคนหรืออุปกรณ์เข้าไปได้คร่าวๆเท่าใดต่อรอบ
“...งั้นก็มาลองกัน”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้า
นางเดินไปหยุดหน้าเขตแดนนั้นมือขวาของนางสะบัดเบาๆคราหนึ่ง พลังปราณของนางก็พุ่งเข้าใส่เขตแดนที่ขวางอยู่
นอกจากนี้นางยังไม่นิ่งนอนใจ นางสั่งให้คนของนางถอยไปให้ห่างกว่าเดิม จากการสัมผัสเมื่อครู่แรงดึงดูดของลูกบอลแสงนั่นไม่ได้สูงมากนักถ้าไม่เข้าไปใกล้ขนาดจะสัมผัสมันก็ยังปลอดภัยอยู่
จางเซียนหยวนตั้งใจมองช่วงเวลานี้เขายกมือขึ้นกดจับเวลาจากโทรศัพท์ แต่วินาทีต่อมาเขาก็ชะงักค้าง
เขตแดนที่ต่อให้เขาใช้สุดกำลังก็ทำได้เพียงเป็นรูมันกำลัง...หายไป!
โดมแสงสีขาวนั้นสลายลงเหมือนกับเศษละอองยามที่สัมผัสกับพลังปราณของไป่ฟานเซียน! นอกจากนี้ยังไม่มีทีท่าว่าพวกมันจะฟื้นตัวแม้จะผ่านมาหลายวินาทีแล้วก็ตาม
ครืน...
แต่ก่อนที่เขาจะหายตกใจ เจ้าสิ่งที่เป็นเหมือนกับก้อนแสงตรงกลางนั้นก็ส่งเสียงครืนครานออกมาอย่างผิดปกติ ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้าโดยที่ไม่มีใครตั้งตัว แรงดึงดูดมหาศาลปรากฏขึ้นในพริบตากลืนกินทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นไปจนหมด!
ไม่เว้นแม้แต่ไป่ฟานเซียน สิ่งที่นางทำได้เร็วที่สุดในเวลานั้นคือเคลื่อนตัวไปอยู่ข้างๆคนของนางที่กำลังตกใจพลังปราณของนางระเบิดออกมาเพื่อปกป้องพวกเขาเอาไว้
แต่มันไม่สามารถช่วยอะไรได้แสงสีขาวนั้นไม่ได้วุ่นวายหรือทำอันตรายพวกนางสักนิดมันแค่เป็นเหมือนตัวกลางที่จะส่งนางเข้าไปในมิตินั่นเท่านั้นเอง!
ทันทีที่ไม่มีใครอยู่ในห้องเขตแดนที่ถูกไป่ฟานเซียนทำลายไปเมื่อครู่ก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมาจากพื้น มันปรากฏเป็นโดมแสงสีขาวขึ้นมาคลุมกลุ่มแสงด้านในจนมิด
เหลือไว้เพียงเสียงฝีเท้ามากมายด้านนอกที่รีบวิ่งเข้ามาดูหลังจากที่สัมผัสกับแรงสั่นสะเทือนกะทันหันด้วยความวุ่นวาย...