โรงพยาบาล
“ฟ้า”เสียงเรียกที่สุภาพดังจากทางด้านหลัง ขณะที่กำลังยืนอยู่หน้าลิฟต์ในโรงพยาบาล
“หมอ”เสียงเรียกในลำคอ รอยยิ้มที่ยิ้มเพียงเล็กน้อย สายตาที่ดูเศร้ามองจ้องไปที่ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่ม
“มาเยี่ยมพ่อเหรอครับ”ยิ้มที่อบอุ่น น้ำเสียงที่สุภาพนั้น ถามเธอกลับมาเมื่อทั้งคู่หันมามองหน้ากัน
“ค่ะฟ้าขอตัวก่อนนะคะ” เธอตอบเขาสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์ที่ประตูเปิดออกไว้รอแล้ว
หมอเอกััได้ว่าหญิงสาวนั้นมีท่าทีแปลกไป ทั้งสีหน้า แววตา รอยยิ้มของเธอเขาไม่ยอมปล่อยให้คนรักที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยนั้นต้องเผชิญความรู้สึกเช่นนี้เพียงลำพัง จึงรีบตามเธอไปห้องพักฟื้นที่พ่อของเธอนอนรักษาตัวอยู่
เมื่อไปถึงเขายืนมองดูห่างๆยังไม่เข้าไปพูดคุยถามไถ่ในทันที เธอกำลังพูดคุยกับผู้เป็พ่อที่รับรู้เื่ราวเพียงแค่การมองเห็นแต่ไม่สามารถสื่อสารกลับมาได้เพราะท่านต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จนหญิงสาวคนรักเดินออกมาจากห้องนั้น
“ฟ้า”เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งจับรั้งที่ข้อมือของเธอขณะที่ตัวเองยืนพิงอยู่ด้านข้างประตูห้อง
“รอกลับพร้อมกันนะผมเลิกงานพอดี” พูดพร้อมกับยิ้มให้เธอ
“เอ่อแต่ฟ้าขับรถมา” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก เพราะไม่กล้าบอกปฏิเสธเขาไปตรงๆ
“ไม่เป็ไรนี่ผมไปรถคันเดียวกับคุณก็ได้” หมอเอก พยายามที่จะหาเหตุผลมาอ้างกับเธอจนเธอก็ไม่อาจปฏิเสธ เหตุผลจริงๆ คือเธอก็ไม่ได้้าปฏิเสธแต่แรกอยู่แล้ว
บนรถ
“วันนี้คุณเป็อะไรหรือเปล่าไม่สบายตรงไหนมั้ย ดูคุณเหนื่อยๆ นะ” เขาจับมือข้างหนึ่งของเธอขณะที่มืออีกข้างหนึ่งจับพวงมาลัยรถเอาไว้ ถามเธอด้วยความห่วงใย
“ไม่นี่ค่ะฟ้าปกติดี อาจจะเพราะเหนื่อยๆ บ้าง” ตอบเสียงแ่เบา ยิ้มที่กลบเกลื่อนสวนทางกับแววตาที่เหนื่อยล้าของเธอ
“งั้นเราเข้าไปรับการ์ดงานแต่งเลยมั้ยจะได้เอาไปแจกเพื่อนๆ ด้วย” หมอเอกถามขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ใจ
“หมอคะฉันขอถามหมอได้หรือเปล่า”
“ถามอะไรครับถามได้ทุกอย่างเลย”
“หมอคิดยังไงกับภาพนั้นภาพที่ผู้ชายคนอื่นจูบฉัน แล้วผู้ชายคนนั้นยังเป็แฟนเก่าของฉันอีกต่างหาก”น้ำเสียงที่นิ่งไปในโทนเดียวกัน ถามพร้อมส่งสายตามองสบจ้องไปที่ใบหน้าของหมอเอก
“ไม่ได้คิดอะไรเพราะผมเชื่อใจคุณ”
“หมอไม่กลัวว่าฟ้าจะโกหกเหรอคะ”
“ไม่ผมเลือกที่จะเชื่อคนที่ผมรัก ทำไมผมต้องกลัว” หมอตอบเธอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมือของเขาจับมือของเธอไว้แน่นไม่ปล่อย รอยยิ้มของเขายังคงส่งมาให้เธอเหมือนเดิม
ปลายฟ้ายิ้มกลับไปเล็กน้อยเธอนั่งเงียบครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ถามขึ้นมาอีกหนึ่งคำถามที่เป็คำถามหลักและใหญ่สำหรับเธอ
“ถ้าคุณแม่ของหมอห้ามเราสองคนไม่ให้แต่งงานกันแล้ว หมอจะทำยังไงคะ”
“ไม่มีทางคุณแม่ไม่มีทางห้ามหรือเปลี่ยนใจแน่นอน” น้ำเสียงที่ดูมั่นใจอย่างมากตอบกลับมาโดยไม่รู้ว่า คำถามนั้นมาจากเื่จริง
“ก็ถามมันเป็แบบนั้นจริงหมอจะทำยังไง” ยังคงถามย้ำกลับไปด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง
“ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงผมก็คงต้องจับมือของคุณให้แน่นกว่าเดิมแล้วพาคุณเดินข้ามเหตุการณ์นั้นไปพร้อมกับผม ตกลงมั้ย”เขาพูดจบหันมายิ้มให้เธอพร้อมถามกลับไป ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มั่นคง
“ค่ะ”เสียงตอบผ่านลำคอ พร้อมรอยยิ้มที่เริ่มจะกว้างขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบของชายหนุ่มที่เธอจะแต่งงานด้วยโดยไม่รู้ว่าเื่จริงจะสามารถเป็อย่างเช่นที่ตอบหรือไม่แต่มันก็ทำให้ใจของเธอฟูขึ้นมาบ้าง
บ้านของหมอเอก
ทำธุระเรียบร้อยปลายฟ้ามาส่งหมอเอกที่บ้านของเขา ก่อนแยกย้ายกันกลับหมอเอกจอดรถที่หน้าประตูรั้วบ้าน เอียงตัวไปฝั่งทางที่แฟนสาวนั่งอยู่ มือของเขาเอื้อมไปจับที่แก้มนุ่มนวลของเธออย่างอ่อนโยน
“ไม่เข้าไปในบ้านก่อนเหรอ”ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ไม่ดีกว่าค่ะดึกแล้ว อยากรีบกลับไปนอนด้วย” เธอตอบปฏิเสธกลับไปน้ำเสียงที่ซ่อนความรู้สึกไว้มากมายแกล้งยิ้มออกมาให้ดูเหมือนไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
บ้านของหมอเอก
“กลับมาแล้วเหรอ”เสียงของหญิงสูงอายุคนหนึ่งถามขึ้นมา เมื่อเขาเดินเข้ามาถึงภายในตัวบ้านและเดินผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อจะขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนของตัวเอง
“แม่ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” หันกลับไปตามเสียง และถามขึ้นมาเขาเดินเข้าไปหาผู้เป็แม่ที่นั่งอยู่บนโซฟานั้น อย่างยิ้มแย้ม
“แม่รอคุยธุระกับลูกอยู่”น้ำเสียงที่ดังหนักแน่นพูดขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจัง
“ธุระอะไรครับทำไมถึงต้องนั่งรอดึกดื่นขนาดนี้”
“นั่งลงก่อนสิ”แม่ของเขาสั่งให้เขานั่งลง เพื่อที่จะคุยธุระที่ผู้เป็แม่ตั้งใจรอ
“ครับ”ตอบรับด้วยเสียงที่เบา ก่อนทิ้งก้นให้นั่งลงบนโซฟาตัวที่อยู่ไม่ไกลจากผู้เป็แม่นั่งอยู่
“งานแต่งของแกแม่บอกยกเลิกไปหมดแล้วนะ” เสียงนิ่งแต่คมเชือดใจคนฟัง
“อะไรนะแม่หมายความว่ายังไง ล้อเล่นใช่มั้ยครับ” น้ำเสียงของเขาทั้งใถามไปราวกับจะหัวเราะแต่หัวเราะไม่ออก
“ไม่ได้ล้อเล่นฉันยกเลิกงานแต่งของแกกับผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วและฉันก็ไปคุยกับแม่ของหล่อนมาแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว” เสียงของผู้เป็แม่เด็ดขาด
“เพราะอะไรแม่ยังไม่ได้ปรึกษาหรือถามความสมัครใจของผม ผมไม่ยกเลิกเพราะผมจะแต่งงานกับฟ้าเหมือนเดิม”
“ฉันไม่ให้แต่งผู้หญิงแบบนั้นมีอะไรเหมาะสมกับแกบ้าง ที่ฉันยอมก่อนหน้านี้ฉันก็พยายามมองข้ามมากพอแล้ว แต่ดูสิหล่อนทำตัวฉาวเป็ขี้ปากฉันคงไม่เอามาทำสะใภ้ล้างหน้าล้างตาฉันหรอก”
“ทำตัวฉาวอะไรครับฟ้าทำอะไร” เสียงของเขาเริ่มหนักขึ้น
“ภาพที่คนเขาเอามาลงโซเชี่ยลไงแกไม่เห็นหรือแกตั้งใจตาบอด”
“มันเป็อุบัติเหตุผมคุยกันแล้ว” น้ำเสียงที่หนักแน่นตอบโต้กลับไปอย่างมั่นใจ
“แม่ไม่สนใจในเมื่อแม่ก็ไม่อยากได้หล่อนมาเป็สะใภ้แต่แรกแล้วและยิ่งพอมามีเื่แบบนี้แม่ยิ่งรับไม่ได้ ตระกูลของเรามีหน้ามีตาจะเอาผู้หญิงปนเปื้อนมาเป็สะใภ้ แม่รับไม่ได้หรอก” น้ำเสียงของผู้เป็แม่หนักแน่นดังชัดขึ้นกว่าเดิม
“แม่แล้วถ้าผมปนเปื้อนบ้าง แม่ก็จะรับผมไม่ได้อีกคนหรือเปล่าครับ” หมอน้ำเสียงดังขึ้นคำพูดและสีหน้าที่หนักแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแต่งงานกับเธอถามผู้เป็แม่กลับไป เขาเดินหนีขึ้นไปบนห้องนอน โดยไม่สนใจฟังเหตุผล หรือคำสั่งใดๆ
“เอก มาคุยกับแม่ให้รู้เื่ก่อน”แม่ยิ่งโมโหมากขึ้น เสียงตะคอกเรียกตามหลัง เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เขารักไม่ฟังคำของแม่อย่างที่เคยเป็ แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะไม่สามารถทำให้ลูกชายหยุดและกลับมาฟัง