ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    พบวู่เฟยซีอีกครั้ง

    เมื่อได้ยินคำกล่าวของเย่เทียนหวังผิงก็แสดงสีหน้าเย็นชา เขาไม่รู้ว่าเย่เทียนไปเอาความมั่นใจจากใหนถึงได้มากล่าวหาเขาโดยที่ไม่มีหลักฐาน“แล้วหลักฐานละ” หวังผิงกล่าว“หลักฐานงั้นเหรอ หลักฐานก็อยู่ข้างๆเจ้านั่นไง” หญิงชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะยื่นมอออกไปร่างของหวังเฟยที่กำลังสั่นกลัวก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือของหญิงชรา หญิงชราปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมา จิตวิญญาณของหญิงชราคือผีเสื้อราตรี ผีเสื้อเรืองแสงบินเข้าไปในหัวของหวังเฟยอย่างต่อเนื่องทำให้สติของหวังเฟยเริ่มไม่มั่นคงก่อนที่ดวงตาจะหม่นแสง“ปล่อยมือจากหลานข้าเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!” หวังผิงคำรามออกมา“ใสหัวไป” หญิงชราคำรามร่างของหวังผิงก็กระเด็นเข้าไปชนเข้ากับกำแพงตำหนักอย่างรุนแรง“จงบอกมาว่าพวกเจ้าส่งคนไปสังหารฟางเฉินจริงหรือไม่” หญิงชรากล่าว“ใช่” หวังเฟยที่ดวงตาเหม่อลอยกล่าวขึ้น“แล้วเจ้าได้เล่าเรื่องในทะเลสาบจู่หลงให้ใครฟังบ้าง” หญิงชรากล่าว“มีเพียงท่านปู่เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้” หวังเฟยกล่าว“แล้วพวกเจ้ามีเป้าหมายอะไร” หญิงชรากล่าว“ท่านปู่ต้องการรางวัลที่ฟางเฉินได้จากทะเลสาบจู่หลงส่วนข้าต้องการนำเย่เซียนมาเป็นภรรยา” หวังเฟยกล่าวทันทีที่หวังเฟยกล่าวออกมาเย่เทียนที่มีใบหน้าเห็นใจทั้งสองก็กลายเป็นเย็นชาจิตสังหารที่รุนแรงปะทุออกมา“ตาย!!!!!!!!” เย่เทียนไม่รอช้าระเบิดพลังใส่ร่างของหวังเฟยจนแหลกละเอียดทันที“เย่เทียนเจ้ากล้า!!!!!!!!!” หวังผิงคำรามออกมาและชกหมัดออกไปหมายจะโจมตีเย่เทียน แต่เยาเทียนที่กำลังโกรธก็หันหน้ามาและนำกระบี่ออกมาพร้อมกับฟาดฟันออกไปร่างของหวังผิงถูกคมกระบี่หั่นออกเป็นชิ้นๆทันทีเห็นได้ชัดว่าพลังของเย่เทียนเหนือหว่าหวังผิงอย่างมาก“พวกโง่เขลาที่คิดจะแตะต้องลูกสาวข้ามันต้องตาย” เย่เทียนกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาปกติเย่เทียนเป็นพวกที่ใจเย็นและสงบ แต่ว่าเมื่อเป็นเรื่องของเย่เซียน เย่เทียนจะกลายเป็นอีกคนและใครที่กล้าแตะต้องเย่เซียนละก็ต่อให้อีกฝ่ายเป็นใครเย่เทียนก็ไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย“เท่านี้ก็กำจัดตัวปัญหาของสำนักไปอีก 1” หญิงชรากล่าวพร้อมกับเดินออกไปเมื่อออกไปพวกเขาก็พบว่ามีผู้อาวุโสสูงสุด 4 คนยืนรออยู่ด้านนอกแล้ว เย่เทียนกลับมาเยือกเย็นอีกครั้งก่อนจะมองผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง 4 ด้วยสายตาเย็นชา“เรื่องในคราวนี้ขอให้เป็นเครื่องเตือนใจพวกเจ้า หวังผิงที่ความโลภบังตากล้าทำผิดกฎของสำนักและยังคิดจะทำให้สำนักเสื่อมถอยลงไปอีกดังนั้นโทษของเขาจึงคือความตาย” เย่เทียนกล่าว“พวกเจ้าจะจำให้ขึ้นใจ” ผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง 4 กล่าวพร้อมกันถึงแม้ผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง 4 จะยังไม่รู้ว่าหวังผิงไปก่อเรื่องอะไรไว้แต่อย่างน้อย ๆพวกเขาก็รู้ดีว่าหลายปีมานี้หวังผิงมีความทะเยอทะยานมากแค่ใหนอีกด้านชายชราได้ออกค้นหาตัวฟางเฉินในส่วนนอกและส่วนกลางแต่ก็ยังหาไม่พบดังนั้นชายชราจึงได้แต่แดสงสีหน้าสิ้นหวังและกลับมายังสำนักจู่หลง ทั้งพวกเย่เทียนและผู้พิทักษ์ทั้งสองได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าฟางเฉินนั้นตายแล้วเวลาผ่านไป 1 ปีฟางเฉินกำลังแช่อยู่ในบ่อโลหิตซึ่งมันมาจากโลหิตของอสูรระดับ 4 ฟางเฉินโคจรกายามังกรอย่างต่อเนื่องและเริ่มดูดซับโลหิตอสูรมาขัดเกลาร่างกาย“กายามังกรระดับ 1 ระดับ 2 ยังมันยังไม่พออย่างน้อยต้องอยู่ระดับ 3” ฟางเฉินคำรามออกมา“โฮก!!!!!!!” เสียงคำรามของฟางเฉินนั้นเหมือนกับมังกรไม่มีผิดออน่าที่ทรงพลังและดุดันดุจดั่งมังกรระเบิดออกมา“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็มาถึงระดับ 3 ของกายามังกรแล้วข้ายังมาถึงระดับนักรบอีกด้วย” ฟางเฉินคำรามออกมาด้วยความยินดี1 ปีมานี้ฝ่ามือหยกและย่างก้าวกระเรียนของฟางเฉินมาถึงระดับสูงหมดแล้วและฟางเฉินยังได้เรียนรู้ทักษะใหม่จากความโลภอีกด้วย“หมัดเพลิงผลาญ” ฟางเฉินชกหมัดซึ่งเต็มไปด้วยเพลิงที่ทรงพลังใส่ก้อนหินขนาดใหญ่จนก้อนหินแตกระเอียด“อืม ในที่สุดข้าก็ฝึกถึงส่วนต้นแล้ว ส่วนทักษะหมื่นด้ายสังหารก็มาถึงระดับกลางแล้วด้วย” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าพึงพอใจ“นั่นสินะ 1 ปีมานี้เราก็ได้สังหารอสูรระดับ 3- 4 ไปมากแล้วด้วยเราควรจะกลับไปสำนักได้แล้วละ” ความโลภกล่าว“จริงด้วยพวกเย่เซียนคงจะห่วงแย่แล้ว” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินก็รับเดินทางกลับสำนักจู่หลงทันที พวกเย่เซียนคิดว่าฟางเฉินนั้นตกตายไปแล้วเพราะแม้แต่ชายชราที่เป็นตัวตนที่แข็งแกรงยังหาไม่เจอ แต่ว่าชายชราไม่คิดว่าถ้ำที่ฟางเฉินอยู่นั้นเป็นอานาเขตของส่วนลึกซึ่งเป็นสถานที่ชายชราคิดว่าฟางเฉินไม่มีทางเข้าไปแน่ ๆเวลาผ่านไป 7 วันฟางเฉินก็กลับมาที่สำนักจู่หลงอีกครั้งพร้อมกับตรงปยังหอภารกิจทันที ผู้อาวุโสของหอภารกิจไม่ได้รับรู้เรื่องราวและตัวตนที่แท้จริงของฟางเฉินก็ยังต้องแปลกใจกับจำนวนอสูรที่ฟางเฉินสังหารไป“บ่าน่าเจ้านั่นเป็นใครกันทำไมเจ้านั่นถึงสามารถสังหารอสูรระดับ 3-4 ได้มากมายขนาดนี้” ศิษย์สายในคนนหึ่งกล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ“ระดับนักรบขั้นต้น บักซบระดับนักรบขั้นต้นมีพลังถึงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสที่นับจำนวนอสูรได้เกือบร้อยตัวกันแทบจะกระอักเลือดออกมา“อสูรระดับ 3 จะได้รับ 5 แต้ม และระดับ 4 จะได้รับ 10 แต้ม และรวมทั้งหมดแล้ว เจ้าได้รับแต้มสำนัก 750 แต้ม” ผู้อาวุโสตรวจสอบอย่างระเอียดและส่งแต้มสำนักให้กับฟางเฉินทันที“750 แต้ม!!!!! บัดซบข้าล่าอสูรมา 3 เดือนแล้วยังได้แค่ 50 แต้มเท่านั้น” ศิษย์หลักคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าไม่ยอมรับ“เดี๋ยวก่อนนะเจ้านั่นหน้าคุ้นๆนะไม่ใช่ว่าเจ้านั่นเป็นศิษย์สายนอกที่ศิษย์พี่เย่เซียนเลือกหรอกเหรอ” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าว“อ้อ ใช่แล้ว ข้าจำได้เจ้านั่นชื่อว่าฟางเฉิน แต่ว่า 1 ปีมานี้ข้าไม่เห็นเจ้านั่นเลยสักครั้งก็คิดว่าตายไปแล้วที่แท้ก็ออกไปล่าอสูรนี่เองแถมยังทะลวงระดับได้อีกด้วย” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าว“ต่อไปก็ไปยื่นเรื่องกลายเป็นศิษย์สายในสินะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับไปยังตำหนักคุมกฎทันที ฟางเฉินได้ยื่นเรื่องขอเป็นศิษย์สายในและได้รับป้ายและชุดใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น“ที่พักของศิษย์สายในอยู่ตรงนั้นสินะ หืม ผู้หญิงคนนั้นมันถามจำไม่ผิดนางคือ.....” ฟางเฉินที่เดินไปยังที่พักใหม่แต่ในตอนนั้นเองที่ฟางเฉินเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่อยู่“เอ๋!!! เจ้าคือคนที่ช่วยข้าในป่าพงไพรไม่ใช่เหรอ ไม่จริงน่าเจ้ากลายเป็นศิษย์สายในแล้วเหรอ” วาเฟยซีเมื่อเห็นฟางเฉิดหยุดมองนางก็จำฟางเฉินได้ทันที

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน