3 วันผ่านไป
ในสามวันนี้กู่เทียนก็ยังช่วย กวงลี่เหมยในการสร้างพื้นที่จิตวิญญาณ ในตอนแรกกู่เทียนไม่เข้าใจทำไมคนระดับ กวงลี่เหมย ถึงไม่มีพื้นที่จิตวิญญาณ และกวงลี่เหมยก็บอกเหตุผลให้กู่เทียนก็คือ เธอบอกว่ากระบวนการในการสร้างพื้นที่จิตวิญญาณนั้นยากมากและมีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้ด้วยในปัจจุบันและคนเหล่านั้นก็ถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจระดับสูง และกวงลี่เหมยไม่เชื่อใจในมหาวิทยาลัยจักรพรรดิสัตว์ร้าย เธอกลัวว่าพวกมันจะใส่อะไรลงไปในตัวเธอไม่ว่าจะเป็นพิษหรือว่าอะไรสักอย่างที่สามารถควบคุมกวงลี่เหมยได้ แต่เหตุผลที่กวงลี่เหมยเชื่อใจกู่เทียน เพราะว่ากู่เทียนและเธอมีสัญญาแห่งความตายร่วมกัน
กู่เทียนยังได้ช่วย กวงลี่เหมย ในการวิวัฒนาการสัตว์ร้ายตัวแรกของเธออีกด้วย นั้นคือปลาทองตาแดงให้มันกลายเป็นมังกรเทพเจ้าด้วย และยังช่วยสร้างพื้นที่วิญญาณให้กับคนที่กวงลี่เหมยไว้ใจได้อีกด้วย
ที่ทดสอบพลังพิเศษในหอการค้านกยูง 7 สี กู่เทียนยืนอยู่ตรงหน้าสัตว์ร้ายทั้งสี่ของเขาที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้วยทรัพยากรที่มากมายมหาศาลและพื้นที่จิตวิญญาณที่เสริมพลังให้พวกมัน ตอนนี้ เซียวไป๋ ขึ้นถึง ระดับแพลทินัมสูงสุด เดธ อยู่ที่ ระดับแพลทินัมระดับสูง และ ซิว ก็อยู่ที่ แพลทินัมระดับกลาง การพัฒนาของพวกมันเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ กริม อัศวินโครงกระดูกต้องสาป หลังจากที่มันพัฒนาไปถึง แพลทินัมระดับสูงสุดแล้ว กู่เทียนก็ตัดสินใจวิวัฒนาการมัน ทำให้ตอนนี้มันก้าวเข้าสู่ระดับ มรกต เป็นที่เรียบร้อย
กู่เทียนยืนกอดอกพิจารณาสัตว์ร้ายทั้งสี่ของเขา ทุกตัวแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือ ความสามารถของพวกมันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล
3 วันก่อนหน้านี้ กู่เทียนมองไปที่หน้าต่างข้อมูลของ เซียวไป๋ ซึ่งตอนนี้มีสกิลมากกว่าหมื่นรายการ นี่มันเยอะจนเกินไป ไม่มีทางที่มันจะใช้สกิลทั้งหมดได้แน่นอนและบางสกิลก็ไม่มีประโยชน์ด้วย กู่เทียนก็เลยลองให้พวกมันรวมสกิลเข้าด้วยกันดูสิ หรือเอาสกิลที่ไม่จำเป็นไปเป็นวัตถุดิบในการอัปเกรดสกิลอื่นๆ
กู่เทียนทดลองให้สัตว์ร้ายของเขาใช้พลังในการรวมสกิล โดยใช้หลักการของ เซียวไป๋ ที่เป็นมังกรเลือดให้รวบรวมพลังของเลือดที่อ่อนแอเป็นหนึ่งเดียวกับเลือดที่แข็งแกร่งกว่า และ เดธ ที่เป็นราชันย์วิญญาณให้รวมพลังของดาบวิญญาณที่อ่อนแอเข้ากับดาบที่แข็งแกร่งกว่า ส่วน ซิว ที่เป็นราชาสไลม์ให้รวมเซลล์ร่างกายเข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือ ความสามารถของพวกมันดีขึ้นและทรงพลังขึ้นกว่าก่อนหน้า กู่เทียนยิ้มออกมา ก่อนที่จะมองไปที่สัตว์ร้ายทั้งหมดของเขา
[ชื่อ: มังกรเลือด]
[ระดับพลัง: แพลทินัม ระดับสูงสุด]
[เผ่า: มังกร]
[ธาตุ: เลือด, ไฟ, ลม, น้ำ, ไม้, ความมืด, สายฟ้า, น้ำแข็ง, เหล็ก, ดิน, วิญญาณ, แสง, พิษ, ความว่างเปล่า]
[ความสามารถพิเศษ: ต้นกำเนิดโลหิต (SSS+) , ความว่างเปล่า (SSS+) , ปีศาจสวรรค์ (SSS+) , เทพโดยกำเนิด (SSS+) , เทพปีศาจจันทรา (SSS+) , อำนาจแห่งบรรพบุรุษมังกร (SSS+) , แสงศักดิ์สิทธิ์ (SSS+) , .............. ลมหายใจแห่งความว่างเปล่า (SS) ]
[ศักยภาพ: เหนือจักรพรรดิ]
[เส้นทางวิวัฒนาการ: 0 เส้นทาง]
[การประเมินเมื่อเทียบกับสัตว์ร้ายระดับแพลทินัม: SSS+]
………….
[ชื่อ: ราชันย์โครงกระดูกมนตรา]
[ระดับพลัง: มรกต ระดับต่ำ]
[เผ่า: อันเดด, จอมเวทต้องสาป]
[ธาตุ: ความมืด, วิญญาณ, ความว่างเปล่า]
[ความสามารถพิเศษ: จักรพรรดิแห่งความตาย (SSS [44/10 ล้าน]) , รวมเป็นหนึ่ง (SSS) , บัญญัติวิญญาณ (SS) , บาปแห่งรัตติกาล (SS) , อาณาเขตต้องสาป (SS) , พันธะจอมราชันย์อันเดด (SS) , ความว่างเปล่าแห่งจุดจบ (SS) , เกราะวิญญาณ (SS) , ราชาแห่งเวทมนตร์ดำ (SS) , จักรพรรดิแห่งดาบ (SS) ]
[ศักยภาพ: ราชา ระดับสูงสุด]
[เส้นทางวิวัฒนาการ: 1 เส้นทาง]
[การประเมินเมื่อเทียบกับสัตว์ร้ายระดับมรกต: SSS+]
………….
[ชื่อ: ราชันย์วิญญาณ]
[ระดับพลัง: แพลทินัม ระดับสูง]
[เผ่า: เผ่าวิญญาณสายเลือดราชันย์]
[ธาตุ: วิญญาณ, ไฟ, ลม, น้ำ, ดิน, สายฟ้า, น้ำแข็ง, แสง, ความมืด, พิษ, โลหะ, มิติ, แรงโน้มถ่วง]
[ความสามารถพิเศษ: ดาบกลืนวิญญาณ (SSS+) , ดาบแห่งแสงนิรันดร์ (SSS+) , ดาบสายฟ้าทลายสวรรค์ (SSS+) , ดาบเพลิงอเวจี (SSS) , ดาบแรงโน้มถ่วง (SSS) , ดาบมังกรเยือกแข็ง (SSS) , เส้นทางแห่งวิญญาณ (SSS) , ดาบเสี้ยวจันทรา (SSS) ……..ราชาแห่งดาบ (S) ]
[ศักยภาพ: ราชา ระดับสูงสุด]
[เส้นทางวิวัฒนาการ: 1 เส้นทาง]
[การประเมินเมื่อเทียบกับสัตว์ร้ายระดับแพลทินัม: SSS+]
………….
[ชื่อ: ราชาสไลม์]
[ระดับพลัง: แพลทินัม ระดับกลาง]
[เผ่า: สไลม์จอมราชันย์]
[ธาตุ: ไฟ, ลม, น้ำ, ความมืด, เหล็ก, ดิน, สายฟ้า, น้ำแข็ง, แสง, วิญญาณ, พิษ, ความว่างเปล่า, แรงโน้มถ่วง]
[ความสามารถพิเศษ: การปรับตัวไร้ขีดจำกัด (SSS+) , พายุหมุนหมื่นอัสนี (SSS+) , โล่ศักดิ์สิทธิ์ (SSS) , คำสาปกลืนสวรรค์ (SSS) , เปลวเพลิงนรกนิรันดร์ (SS) , ทะเลแห่งความตาย (SS) , กำแพงดินเหนียว (SS) ………ความว่างเปล่าหวนกลับ (S) ]
[ศักยภาพ: มรกต ระดับต่ำ]
[เส้นทางวิวัฒนาการ: 3 เส้นทาง]
[การประเมินเมื่อเทียบกับสัตว์ร้ายระดับแพลทินัม: SSS+]
…….
1 ชั่วโมงผ่านไป
…….
วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของ มหาวิทยาลัยจักรพรรดิสัตว์ร้าย บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคัก นักเรียนใหม่จำนวนมากต่างรวมตัวกันอยู่ในลานกว้างของสนามหญ้า ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดเทอม
สิ่งที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปคือ นักเรียนที่นี่สามารถใส่ชุดอะไรก็ได้ตามความต้องการของตัวเอง จะเป็นชุดต่อสู้ ชุดสบายๆ หรือแม้แต่เสื้อเกราะเวทมนตร์ก็ไม่มีใครว่า
บนเวทีหลัก มู่คังหยวน รองผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิ กำลังกล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง
"ในปัจจุบัน สัตว์ร้ายมากมายเริ่มโจมตีมนุษย์อย่างบ้าคลั่ง และจำนวนประชากรมนุษย์ลดลงไปทุกปี อัตราการเกิดต่ำกว่าอัตราการตายหลายเท่าตัว นี่เป็นเรื่องที่พวกเราหลีกเลี่ยงไม่ได้"
มู่คังหยวนกวาดสายตามองไปยังกลุ่มนักเรียนใหม่ ก่อนจะกล่าวต่อ
“ดังนั้น ผมหวังว่าพวกคุณทุกคนที่อยู่ที่นี่ จะกลายเป็นแสงสว่างดวงใหม่ที่ส่องประกายเส้นทางแห่งอนาคตให้กับมนุษยชาติ ขอให้ทุกคนโชคดีในการเริ่มต้นเส้นทางนี้”
สิ้นสุดคำพูดของเขา เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วลานกว้าง ก่อนที่มู่คังหยวนจะประกาศขึ้นอีกครั้ง
“เรียนเชิญ อาจารย์หลานฮวา”
ทันใดนั้น หญิงสาวผมสีฟ้าผู้มีใบหน้าคมคายและรูปร่างเย้ายวนก็เดินขึ้นมาบนเวที ดวงตาของเธอเปล่งประกายดุจน้ำแข็ง เสียงของเธอสงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจ
“เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนใหม่ของเราหย่อนยานหรือขี้เกียจ ทางมหาวิทยาลัยได้จัด บททดสอบของเด็กใหม่ ขึ้นมา”
นักเรียนทั้งหมดพากันหันไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
อาจารย์หลานพูดต่อ “ผลของบททดสอบนี้ จะใช้เป็นเกณฑ์กำหนดทรัพยากรที่พวกคุณจะได้รับในปีนี้ และเนื่องจากอัตราการเสียชีวิตของนักเรียนปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นสูงมาก คณะบริหารและอาจารย์ใหญ่จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการคัดกรอง ดังนั้น นักเรียนที่ผ่านระดับ ทอง มาแล้วแต่ยังไม่มีสัตว์ร้าย ให้ไปสามารถเข้าไปในอาณาจักรลับต้นไม้อมตะ ได้เพื่อเลือกสัตว์ร้ายในการช่วยชีวิตก็ได้”
เสียงของเธอดังชัดเจนทั่วลานกว้าง ขณะที่ฝูงนักเรียนต่างพึมพำกันเบา ๆ บางคนเริ่มมีสีหน้าหนักใจ แต่บางคนกลับเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
ท่ามกลางฝูงชน กู่เทียน ยืนอยู่เงียบ ๆ ด้วยใบหน้านิ่งสงบ แต่ภายในใจของเขากลับสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น ทันใดนั้นเอง ประตูมิติขนาดใหญ่ ก็เปิดออกกลางลานกว้าง ประกายแสงสีทองสว่างไสว ก่อนที่เสียงของอาจารย์หลานจะดังขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ นักเรียนทุกคนสามารถเข้าไปได้ การทดสอบของพวกคุณมีเงื่อนไขเหมือนกันทั้งหมด คือการเคลียร์มันให้ไวที่สุด และจำไว้ให้ดี หากมีใครก็ตามไม่สามารถผ่านอาณาจักรลับนี้ได้ จะถูกไล่ออกทันที!”
ทันทีที่เธอพูดจบ นักเรียนบางคนเริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนก ในขณะที่บางคนกลับแสยะยิ้มด้วยความท้าทาย
“ไปได้!”
เสียงของอาจารย์หลานดังขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเริ่มต้น กู่เทียนมองไปที่ประตูมิติแล้วพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ดวงตาของเขาเป็นประกาย
"เสียเวลาซะจริง"