บทที่ 95: ความครึกครื้น (The Playfully)
ในช่วงหลังจากที่ได้ขึ้นสืบทอดกิจการทั้งหมดภายในบริษัท ริคุโจวก็ได้แต่งงานมีลูก 4 คนกับฮานาคาเสะ นาโอมิ บุตรสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าครอบครัวฮานาคาเสะที่เป็นถึงเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันเธอเป็นถึงตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นหนึ่งในรัฐสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินาโอมิและลูกๆ ทั้ง 4 คนนั้นอาศัยอยู่ร่วมกับซามาโนะสุเกะ เรย์มิ ที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ และเป็นน้องสาวคนเล็กของริคุโจวกับคาซามะที่เปิดกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับแบบโอมากาเสะ-ไคเซกิที่บ้านทาวน์เฮ้าส์ในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และที่สำคัญ นายพลเซ็นเคียวกับนายหญิงนิชิโกะที่เป็นพ่อแม่ของยูกินะกับสึบากินั้นก็ได้รู้จักกับริคุโจวกับคาซามะ ในฐานะที่เป็นลูกค้ารายใหญ่คนสำคัญของพวกเขาทั้งสองด้วย“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะพี่ สบายดีไหม”อายาเสะเอ่ยถามริคุโจวกับคาซามะด้วยความสนิทสนม ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดนั้นต่างก็เป็นญาติกัน ทางด้านริคุโจวกับคาซามาะต่างก็พยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ“จริงสิ ยูโตะ แล้วคานาเมะจังหล่ะเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม เห็นได้ยินมาว่าคานาเมะจังเปิดร้านกาแฟที่บ้านนายด้วยนี่ ฉันเองก็กะว่าอยากจะมาช่วยอุดหนุนร้านของคานาเมะจังหน่อยหน่ะ แต่ช่วงนี้งานยุ่งมาก ก็เลยไม่ได้มาสักที”“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกพี่ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ คานาเมะก็ยินดีต้อนรับพวกพี่เสมอ โดยเฉพาะพี่คาซามะเนี่ย คานาเมะจะต้องดีใจมากแน่ๆ เลย”ยูโตะพูดคุยกับริคุโจวกับคาซามะด้วยความสนิทสนม“ก็แหงอยู่แล้ว ตอนสมัยอนุบาลพวกเราก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน ในตอนนั้น ยามที่คานาเมะจังถูกเพื่อนแกล้งจนร้องไห้ ก็มีคาซามะนี่แหละที่เข้ามาปลอบใจอยู่เคียงข้าง”ในระหว่างนั้น พวกเขาทั้งหมดนั้นพลางหวนนึกถึงเรื่องราวในสมัยที่พวกเขายังเป็นเด็ก“จริงสิ ยูโตะ ฉันได้ข่าวมาว่านายเคยช่วยชีวิตลูกสาวของท่านนายพลเซ็นเคียวกับคุณนายหญิงนิชิโกะที่ชื่อว่าสึบากินั่นด้วยเหรอ เห็นพวกท่านทั้งสองเคยพูดให้ฉันฟังอยู่”“ก็ตอนนั้นผมเห็นเด็กสาวคนนั้นประสบอุบัติเหตุหน่ะ ผมก็แค่พาเด็กคนนั้นไปส่งโรงพยาบาลก็เท่านั้นเอง”ทางด้านยูโตะก็พูดกับพวกเขาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ปกติ ซึ่งในขณะที่ตัวเขาเองนั้นก็พยายามปิดบังเรื่องพลังเวทย์ในตัวเขาไว้เป็นความลับ“จริงสิ ฉันได้ยินมาว่านายพาเด็กสาวคนนั้นเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านด้วย และยังพาเพื่อนๆ ทั้งสามของเด็กนั่นมาอยู่ด้วยกันอีก เดี๋ยวนี้นายเริ่มเป็นพวกคาสโนว่าแล้วเหรอ”“และยิ่งเด็กคนนั้นก็เป็นลูกสาวของท่านนายพลใหญ่กับคุณนายหญิงซะด้วย แหม...ใจกล้าไม่เบาเลยนี่ ยูโตะ”ทั้งริคุโจวกับคาซามะต่างก็พูดแซวยูโตะกันยกใหญ่“ชักจะไปกันใหญ่แล้วพี่ คือจริงๆ แล้วเนี่ย ที่ห้องชั้นใต้ดินในบ้านหน่ะไม่ค่อยได้ใช้กันแล้ว คานาเมะจึงเปิดห้องนั้นเป็นห้องเช่ารายเดือน และเผอิญว่าเด็กคนนั้นก็ถูกจ้องทำร้ายอีก ผมกลัวว่าเด็กคนนั้นจะไม่ปลอดภัย ผมก็เลยเสนอให้พ่อแม่และพี่สาวของเด็กคนนั้นพาเขามาเช่าอยู่ที่ห้องนั้น และเพื่อนทั้งสามของเขาก็ย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยเพราะจะปกป้องเพื่อน”ยูโตะรีบกล่าวอธิบายความจริงกับพวกเขาทั้งสอง“ช่างเป็นเพื่อนที่รักกันจริงๆ เลยนะ ถึงกับย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกันแบบนั้น”ทันใดนั้น อายาเสะก็ได้กล่าวแทรกออกมา“แต่เท่าที่ฉันลองคิดดูหล่ะนะ ฉันว่า...การที่เด็กสาวคนนั้นถูกจ้องทำร้ายแบบนั้น...น่าจะมีสาเหตุที่สำคัญอยู่อย่างหนึ่งก็คือ...ความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์”ทางด้านคาซามะก็เริ่มกล่าวในเชิงคาดคะเนออกมา“ผมก็คิดแบบนั้นนะ พี่คาซามะ ทั้งท่านนายพลเซ็นเคียวกับคุณนายหญิงนิชิโกะต่างก็มีความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์กับหลายฝ่ายมาก”ทางด้านโชกุยะก็เริ่มคล้อยไปตามคำพูดของคาซามะ“จริงสิ ยูโตะ ถ้านายไม่รังเกียจ นายก็พาเด็กสาวพวกนั้นมาอยู่ที่บ้านคฤหาสน์ของพวกเราเถอะนะ ที่บ้านคฤหาสน์ของพวกเรามีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนามาก เด็กสาวพวกนั้นจะต้องปลอดภัยแน่ๆ”ทางด้านอายาเสะก็รีบกล่าวเสนอความเห็นกับยูโตะ“ขอขอบคุณพี่อายาเสะมากๆ เลยนะครับที่อุตส่าห์ยื่นมือเข้าช่วย แต่บ้านคฤหาสน์ของพวกพี่ๆ หน่ะอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนของพวกเธอตั้งมากเลยนะ”ยูโตะกล่าวขอบคุณอายาเสะสำหรับการช่วยเหลือ“จริงสิ ยูโตะ แล้วพี่สาวของเด็กคนนั้น...ตอนนี้เขาไม่ได้มาอยู่ด้วยกันกับน้องสาวของเขาแล้วเหรอ เห็นท่านนายพลเซ็นเคียวกับคุณนายหญิงนิชิโกะเคยพูดให้ฟัง ว่าปกติพี่สาวของเด็กคนนั้นมักจะขับรถรับส่งน้องสาวของเขาถึงที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำทุกวันเลย”ทางด้านริคุโจวก็รีบเอ่ยถามยูโตะออกมาด้วยความสงสัย“คือพี่สาวของเด็กคนนั้น เหมือนเขาจะเป็นโรคร้ายบางอย่าง เขาก็เลยดร็อปวิชาเรียนในมหาวิทยาลัยไปก่อน เพื่อที่จะเดินทางไปผ่าตัดที่เมืองนอกหน่ะ”ยูโตรีบเอ่ยตอบเพื่อไขข้อกระจ่างให้กับริคุโจว โดยที่พยายามปิดบังความลับเรื่องที่ยูกินะเดินทางย้อนเวลาไปยังยุคเซ็นโกคุเอาไว้ แม้ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตามก็ไม่มีใครเขาจะเชื่อเรื่องแบบนั้นอยู่ดี อีกทั้งเรื่องดังกล่าวนั้นยังเป็นเรื่องที่ผู้คนอาจจะถูกมองว่าเป็นพวกเสียสติเมื่อได้พูดถึงมันออกมา“จริงสิ พี่ริคุโจว แล้วพี่นาโอมิหล่ะเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”ยูโตะรีบเอ่ยถามกับริคุโจวเป็นการเปลี่ยนเรื่องทันที“คือช่วงนี้หล่อนเขางานยุ่งมาก อีกทั้งยังต้องอยู่ดูแลลูกๆ ทั้งสี่คนที่เมืองนิวยอร์กอีก ก็เลยแทบจะไม่ค่อยได้กลับประเทศเลย แต่หล่อนก็สบายดีนะ”“งานของพี่นาโอมิก็เป็นงานเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศด้วย อีกทั้งยังต้องดูแลลูกๆ ถึงสี่คนอีก คงจะหนักน่าดูเลยสินะคะ”อายาเสะกล่าวถึงนาโอมิด้วยความรู้สึกสงสารนิดๆ“ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรมากหรอก เพราะยังมีเรย์มิคอยช่วยเลี้ยงและดูแลลูกๆ ทั้งสี่คนอยู่ที่บ้านหน่ะ คือที่บ้านของเรย์มิที่อยู่ในเมืองนิวยอร์กหน่ะ...เขาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแบบโอมากาเสะ-ไคเซกิ ด้วยความที่เป็นเจ้าของร้าน บวกกับการที่ร้านนั้นเปิดอยู่ในบ้านพักพอดี จึงทำให้เรย์มินั้นมีเวลาช่วยเลี้ยงดูลูกๆ อยู่ที่บ้าน ก็เลยช่วยแบ่งเบาภาระให้นาโอมิได้ตั้งมาก”เหล่าบรรดาพี่น้องในตระกูลซามาโนะสุเกะต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เพราะพวกเขานั้นต่างก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาตั้งนาน“อ้าว ริคุโจว คาซามะ”“ยาเอมะจัง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีไหม”ริคุโจวเริ่มเอ่ยถามเพื่อนสมัยเรียนเป็นคนแรก“ยังสวยอยู่เหมือนเดิมเลยนะ ยาเอมะจัง”คาซามะเอ่ยปากชมเพื่อนสมัยเรียนที่อยู่ตรงหน้า“แหม ปากหวานจังเลยนะ คาซามะ”“ว่าแต่ ท่านผู้อำนวยการรู้จักกับญาติลูกพี่ของผมด้วยเหรอครับ”ยูโตะเริ่มเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ทางด้านยาเอมะก็พยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ ก่อนที่เธอนั้นจะเอ่ยตอบไปว่า“พวกเขาเป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลายของฉันหน่ะ”“เอ๋ ญาติลูกพี่ทั้งสองคนเนี่ยหน่ะเหรอครับ”ยูโตะรีบเอ่ยถามออกมาด้วยความรู้สึกตะลึง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ริคุโจวกับคาซามะ ผู้เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องของเขานั้นจะเป็นเพื่อนในสมัยมัธยมปลายของยาเอมะที่เป็นเจ้านายของตน