เสียงเครื่องยนต์หรูดับลงหน้าสตูดิโอในย่านลาดพร้าว รถสปอร์ตคันงามสีดำก็เลื่อนมาถึงจุดหมายปลายทางอย่างนุ่มนวล
คิรัญถอดแว่นกันแดดอย่างใจเย็น แสงแดดอ่อนยามเช้าทาบลงบนใบหน้าที่ดูทั้งหวานและหล่อคมคายอย่างลงตัว
ผิวขาวเนียนกระทบแสงกลายเป็ประกายบางเบา ริมฝีปากสีธรรมชาติขยับยิ้มนิด ๆ อย่างไม่ใส่ใจ แต่กลับกระชากสายตาทุกคู่ให้หันมามองราวต้องมนตร์
เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีดำแขนยาว ที่แกะกระดุมโชว์ไหปลาร้าแต่พองาม พอรวมกับกางเกงหนังรัดรูปเงาวาว และรองเท้าบูตสูงส้นหนา…ยิ่งทำให้ภาพรวมของเขาไม่ต่างอะไรกับนายแบบฮอลลีวูดที่เพิ่งลงจากเวทีพรมแดง
“ต๊าย ตายแล้ววววววว” เสียงแหลม ๆ ดังลั่นข้างหลัง จนคิรัญเหลียวไปมอง เห็นรถ BMW สีชมพูตุ่นคันหนึ่งเพิ่งจอดเทียบ
เจ๊ซินดี้ในชุดจัมป์สูทลายเสือพร้อมแว่นกันแดดกรอบใหญ่ เดินสะบัดบั้นท้ายลงจากรถเท้าในรองเท้าส้นสูงกริบเดินฉับเข้ามาหาเขา
“ต๊ายยย นี่ใช่เ้าอัณณ์ของเจ๊จริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย? วันนี้ดูยังกับจะเดินขึ้นรันเวย์ปารีสแฟชั่นวีค”
คิรัญเลื่อนแว่นกันแดดเลนส์ชาไว้ที่ปลายจมูก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ พลางมองเจ๊ซินดี้จากหัวจรดเท้า
“เจ๊เองก็เหมือนคนจะไปถ่าย Vogue มากกว่าไปดูแลดาราตกอับอย่างผมนะครับ”
“ว๊าย ปากเสีย ดาราตกอับบ้านแกสิยะ วันนี้เจ๊จะจัดให้ตากล้องถ่ายแกให้สุด...เพราะเชื่อว่าแกจะ ‘กลับมาดัง’ แบบตบหน้าไอ้พวกที่เคยเหยียบแกได้”
เจ๊ซินดี้หันมาจ้องมองอัณณ์อย่างพิจารณา เอามือทาบอก ยืนพิจารณาเขาั้แ่หัวจรดเท้า
“โอ๊ยยยย เ้าอัณณ์แกคือซุปเปอร์สตาร์จากโลกคู่ขนานหรือไง? นี่มัน...งานดีชะมัด...ถ้าไม่ติดเป็น้องเป็นุ้งนะ ฉันจะขยำแกให้เละ?”
คิรัญเมื่อได้ยินที่เจ๊ซินดี้เอ่ยเขาก็ยกยิ้มบาง ๆ “แหม่...เจ๊ชมแบบนี้ ผมเขินนะครับ”
“เฮ้ออออ แกนี่มันร้ายกว่าที่ฉันคิดจริง ๆ …” เจ๊ซินดี้ถอนหายใจพรืด ขณะกอดอกมองคิรัญแบบไม่กะพริบสายตา
“ฉันเริ่มสงสัยแล้วนะ ว่าแกเป็อัณณ์ตัวจริงรึเปล่า นิสัยแกเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ?”
คิรัญชะงักเล็กน้อยที่เจ๊ซินดี้เซ้นส์แรงซะเหลือเกิน… แววตาของชายหนุ่มนิ่งไปชั่ววูบ ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ
“ผมก็อัณณ์ตัวจริงเสียงจริงไงเจ๊...” เขาตอบกลบเกลื่อน แต่เสียงกลับทุ้มนุ่มขึ้นเล็กน้อย
“...แค่ความรักทำให้ผมเปลี่ยนไป ผมไม่อยากเป็เด็กที่โดนเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว ก็เลยลุกมาปฏิวัติตนเองก็เท่านั้น”
เจ๊ซินดี้นิ่งไปเพียงอึดใจ ก่อนจะเริ่มเดินวนรอบตัวเขาเหมือนดีไซเนอร์ระดับโลกกำลังประเมินซูเปอร์โมเดลก่อนขึ้นโชว์
สายตาของเธอพินิจละเอียด ไล่ั้แ่ไหล่ไปถึงรองเท้า บางจังหวะถึงกับพึมพำกับตัวเอง
“ไหล่ดี เอวได้ ขาเล็กแต่ทรงพลัง หน้าเป๊ะ ทรงผมแซ่บ เฉี่ยวทุกมุม เสื้อที่เจ๊ซื้อแล้วยัดใส่ตู้ให้แก กลายเป็ลุคพรีเมียมได้ยังไงเนี่ย? นี่มันพร์ระดับเทพแล้วแก”
คิรัญยิ้มพลางพูดเสียงนุ่ม “ก็ผมบอกเจ๊ว่ายังไงครับ ว่าผมจะทำให้เจ๊ลืมอัณณ์คนเก่าให้ได้…”
“ย่ะ ฉันลืมอัณณ์คนเก่าั้แ่ฉันเห็นแกเปิดประตูรถลงมานั่นแล้ว”
เจ๊ซินดี้พูดจบก็สะบัดหน้าใส่เด็กหนุ่ม แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้อง
“กล้องพร้อม หน้าพร้อมค่ะ เจ๊ขอภาพนี้ก่อนขึ้นสตู ถ้าไม่ลงโซเชียลตอนนี้ เจ๊คงตายตาหลับไม่ได้”
เสียงเจ๊ซินดี้เอ่ยขึ้นอย่างไว คิรัญอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะขยับตัวนิด ๆ โพสท่าเบา ๆ แบบไม่ได้ตั้งใจ…แต่ดาเมจกลับแรงเกินต้าน
มุมกล้องเอียงเล็กน้อยพอดีกับใบหน้าที่เฉียบคม แววตาที่เคยเคลือบความเศร้า ตอนนี้กลับกลายเป็สายตาของคนที่ “รู้” ว่าตัวเองมีพลังแค่ไหน
“แชะ”
เสียงแฟลชจากกล้องมือถือดังขึ้นเบา ๆ แค่เฟรมแรก…ก็ ชนะทุกฟีดใน Vizzta ทันที
เจ๊ซินดี้กดดูรูปในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขานิ่ง ๆ ราวกับเห็นผี
“ตายห่าละ...นี่มันคนหรือ CGIกันแน่วะ?”
คิรัญยกคิ้ว ยิ้มมุมปากแบบเ้าเล่ห์ แววตากรุ้มกริ่ม
“รูปผมหล่อใช่ไหมครับเจ๊?”
เจ๊ซินดี้ถึงกับทำมือทาบอกแบบโอเวอร์ ก่อนจะหัวเราะพรืดหลุดพร่าคำพูดแบบสุดจะทน
“หล่อบ้านแกสิ รูปของแกมันไม่ได้หล่อ...มันโคตรน่าขย้ำเลยเว้ย”
“คนอะไรแค่เปิดไหล่นิดหน่อย ไหปลาร้าออร่าก็พุ่งมาทุบหน้าฉันจนแทบหายใจไม่ทัน แบบนี้แฟนคลับของแกจะไม่บ้ากันเรอะ?”
เจ๊ซินดี้บ่นไปยิ้มหวานไป ราวกับถูกลอตเตอรี่ได้รางวัลใหญ่ เธอเปิดแอป Vizzta แอปโซเชียลที่ดาราทุกคนใช้
จากนั้นเข้าไปยังแอคเคานต์ของอัณณ์ ธารากรณ์ @Ann.Official ที่เงียบเหงามานานแสนนาน จนแทบไม่มีใครคลิกเข้าไปดู เจ๊ซินดี้กดเลือกรูปหนึ่ง ภาพของคิรัญในชุดเชิ้ตซาตินดำ กางเกงเข้ารูปพอดีตัว แว่นกันแดดเลื่อนอยู่ตรงปลายจมูก เขายืนพิงรถด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยพลังของคนที่ “พร้อมเอาคืน”
เธอเขียนแคปชั่นเรียบ ๆ แต่แรงพอจะจุดชนวนได้ทั้งวงการ
“The comeback always hits harder.”
#AnnReturns
#นี่คนหรือเทพบุตรแฟชั่น
#อัณณ์คนเดิมแต่ไม่เหมือนเดิม
โพสต์ขึ้นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง...ยอดผู้ติดตามพุ่งกลับมาเกินครึ่งล้าน คอมเมนต์ถล่มทลาย ทั้งจากแฟนคลับเก่า นักข่าวบันเทิง
“นี่คืออัณณ์เหรอ?”
“โห ฉันจำไม่ได้เลย”
“เขาดู...มีพลังบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”
“สงสัยวงการจะมีพายุลูกใหม่มาแล้วล่ะ”
แฮชแท็ก #AnnReturns พุ่งติดเทรนด์ภายในครึ่งวัน
คิรัญไม่รู้ตัวเลย ว่าทุกก้าวที่เขาเดินเข้าไปในสตูดิโอนั้น...ได้กลายเป็คลื่นแรกของพายุที่กำลังถาโถมกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและชื่อของ "อัณณ์ ธารากรณ์" กำลังกลับมา ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครกล้าจินตนาการมาก่อน
เมื่อคิรัญเข้ามาในสตูดิโอพร้อมเจ๊ซินดี้ เขามาก่อนเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง ภายในสตูดิโอ ทีมงานเริ่มขยับวุ่นวาย คนแต่งหน้า ช่างกล้อง และคนดูแลสัตว์ต่างเดินขวักไขว่ พอคิรัญเปิดประตูเข้ามา เสียงฮือฮาเบา ๆ ก็ตามมาแทบจะในทันที
“เฮ้ย นั่นอัณณ์ ธารากรณ์ปะวะ?”
“ดูดีขึ้นเยอะเลยนี่นา ผมทรงนี้ โอ๊ย เหมือนคนละคน”
เจ๊ซินดี้ที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก็เชิดหน้าขึ้นทันที พลางตวัดตามองซ้ายขวาอย่างภูมิใจ
“แน่นอนค่ะหนู เจ๊ดูแลน้องมาเองกับมือ ั้แ่หัวจรดรองเท้า” ผู้จัดการหุ่นล่ำหันไปสบตากับคิรัญแล้วกระดิกนิ้วเบา ๆ พร้อมสั่ง
“หมุนตัวให้เขาดูเลยสิลูก ให้พวกเขาเห็นให้ชัด ว่าของจริงเป็ยังไง”
คิรัญถอนหายใจ ยิ้มมุมปากอย่างขำ ๆ แต่ก็ยอมหมุนตัวช้า ๆ ให้ดูตามคำขอ ปลายเท้าขยับเบา ๆ ตามจังหวะ ความมั่นใจแผ่ออร่าออกมาทุกองศาเสื้อซาตินสีดำแนบเนื้อขยับตามการเคลื่อนไหว แสงไฟจากเพดานสะท้อนกับผิวเนียนราวกระเบื้องพอร์ซเลนใต้รอยแยกของกระดุมที่เปิดพอกรุบกริบ
ทันใดนั้น… “กรี๊ดดดดด” เสียงวี้ดว้ายของทีมงานสาว ๆ ดังขึ้นแทบพร้อมกัน
“โอ๊ยยยย ตายค่ะตาย เดี๋ยวฉันขอสมัครเป็แฟนคลับคุณอัณณ์ด้วยคนค่ะ มุมนี้คือฆ่าทุกนางบนฟีด”
“ผู้ชายอะไรฟะ...หน้าเหมือนนางฟ้า แต่มู้ดเหมือนซาตาน”
เสียงแชะจากกล้องมือถือดังระงม ทีมช่างแต่งหน้าบางคนถึงกับวางพัฟแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย
ทันใดนั้น หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผิวแทนแบบมีสุขภาพ ใส่เสื้อยืดดำเรียบกับกางเกงยีนขาดตรงเข่า แว่นตากรอบใสคล้องอยู่ที่คอ เดินแหวกฝูงชนตรงมาทางเขา
“คุณอัณณ์ใช่ไหมคะ?”เสียงเธอนุ่มนวลดูสุภาพ
คิรัญหันไปมอง ยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้าให้ “ครับ ผมมาถึงก่อนเวลา หวังว่าผมจะยังไม่รบกวนการทำงานของพวกคุณนะครับ”
เขาเอ่ยอย่างมีมารยาท เพราะกลัวเสียงวี้ดว้ายเมื่อครู่จะไปรบกวนบรรยากาศการทำงานของทีมงาน
หญิงสาวคนนั้นยิ้มกลับอย่างเป็มิตร “ไม่เลยค่ะ ดีมากเลยที่คุณมาถึงก่อน เพราะเราจะมีการบรีฟงานเบื้องต้นกับคุณก่อนถ่ายจริงนิดหน่อยค่ะ”
ก่อนจะพูดจบ เสียงของเจ๊ซินดี้ก็ดังแทรกเข้ามาทันที
“ถ้าในบรีฟมีเื่ห้ามทำหน้าหล่อเกินไปนะ...เจ๊ต้องขออภัยล่วงหน้าเลย เพราะเด็กเจ๊มันทำไม่ได้”
ทั้งทีมงานะเิเสียงหัวเราะทันที ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์สาวหลุดขำเบา ๆ แล้วพยักหน้าอย่างอ่อนใจปนเอ็นดู
“งั้นเราคงต้องยอมให้คุณอัณณ์แล้วละค่ะ...”
คิรัญหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดูกึ่งปลงกับความมั่นหน้าของเจ๊ซินดี้
“เจ๊ครับ...ผมยังไม่ได้ถ่ายซักซีนเลยนะครับ”
“ไม่ต้องรอหรอกลูก ความหล่อมันฟ้องั้แ่เดินเข้าสตูดิโอแล้วจ้า” เจ๊ซินดี้เชิดหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงภาคภูมิราวกับเปิดตัวทายาทนางงามจักรวาล
หญิงสาวกลั้นหัวเราะก่อนจะพยักหน้าเรียกทีมงาน พร้อมเดินนำทั้งคู่ไปยังห้องรับรองด้านในอย่างรวดเร็ว
“ทางนี้เลยค่ะ เดี๋ยวเราจะบรีฟเซตแรกกันตรงนี้ก่อน ถ่ายกับเสือค่ะ…แต่ไม่ต้องห่วง ทีมเราปลอดภัยแน่นอน”
คิรัญพยักหน้ารับเรียบ ๆ แต่ในใจกลับคิดแค่ว่า… "เสือหรือสัตว์น่ากลัวตัวไหนฉันก็ไม่กลัวทั้งนั้น…"
เขาเชิดหน้าขึ้นก่อนจะเดินตามทุกคนไปที่ห้องรับรองทันที
เชิงอรรถ
^
CGI ย่อมาจาก Computer-Generated Imageryคือเทคโนโลยีที่ใช้ คอมพิวเตอร์สร้างภาพกราฟิก ไม่ว่าจะเป็ภาพนิ่งหรือวิดีโอ
วันนี้ยัยน้องยังไม่ทันถ่ายกับเสือ ทีมงานก็โดน “แฟชั่นฟาดหน้า” กันไปก่อน
เสื้อเชิ้ตซาตินดำเปิดกระดุมแบบพองาม ไหปลาร้าแทบมีแสงออร่าล้อม
กางเกงหนังรัดทรงคือแแ่เหมือนถูกหล่อขึ้นราวกับตัวแม่
เจ๊ซินดี้ก็ไม่แพ้กัน เดินมาเท้าเอวแล้วประกาศกลางสตูว่า
“วันนี้จะไม่มีใครเด่นเกินเด็กฉันเด็ดขาด”คือทีมงานนั่งแต่งหน้ายังไม่เสร็จดี
อก็ลั่นหยิบมือถือขึ้นมาแชะรูปแล้วบ่น “ทำไมฟีลมันเหมือนกำลังจะถ่าย MV แทนถ่ายแฟชั่นวะ”
สรุปคือยังไม่เริ่มถ่าย แต่ความแซ่บของน้องเราก็ทำให้ทุกคนในสตู
เหมือนโดนเสือตบไปเรียบร้อยแล้วจ้าาา ????????