บทที่ 20 คลังสมบัติของาาตุ่นปากเป็ด
หลังออกมาจากวิหารเทพแห่งปัญญามีนก็มุ่งตรงมายังหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง ซึ่งในเวลานี้มันได้เปรียบเสมือนเป็บ้านหลังที่สองของตนอีกครั้งเพื่อสอบถามเื่ราวเกี่ยวกับสมบัติประจำเผ่าพันธุ์ฯ
เมื่อมาถึงมีนก็พบว่าบรรดาสัตว์อสูรน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ต่างก็แสดงความเคารพตนในฐานะาาผู้ปกครองหนองน้ำแห่งนี้ก่อนจะเดินตรงไปนั่งบนบัลลังก์สีทองตัวใหญ่ เพื่อให้บรรดาปลาตีนสายบริหารฯ ได้เข้ามารายงานความคืบหน้าในเื่ราวต่างๆ ที่ตนได้มอบหมายไปก่อนหน้านี้ให้ทราบ
หลังจากตรวจสอบรายละเอียดปลีกย่อยและจัดการสิ่งต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่พวกมันจะล่าถอยออกไป มีนได้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างตั้งใจว่า “ในที่นี้...ใครพอจะทราบเื่ราวเกี่ยวกับสมบัติวิเศษประจำเผ่าพันธุ์ของเราบ้างหรือไม่?”
เมื่อปลาตีนน้อยใหญ่ทั้งหลายได้ยินคำถามพวกมันต่างก็เงียบงันไร้วาจาราวกับใบ้กิน พร้อมปรากฏน้ำตาคลอหน่วย อย่างไม่อาจควบคุม...
“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?”มีนถามขึ้นอย่างสงสัย จากปฏิกิริยาที่พวกมันแสดงออก ก่อนจะได้รับคำตอบจากปลาตีนสูงอายุรายหนึ่ง“ปะ...เปล่าขอรับองค์าา พวกเราแค่รู้สึกอัดอั้นตันใจและรู้สึกซาบซึ้งใจ ที่องค์าารับสั่งไต่ถามถึงเื่นี้...”
จากนั้นเป็ปลาตีนเฒ่าผู้มีตำแหน่งเป็มือขวาของหญิงสาว ได้ขยับตัวออกมาด้านหน้าก่อนจะรับอาสาเป็ตัวแทนของทั้งหมดกล่าววาจากับผู้เป็นายเหนือของพวกมัน “ความจริง...พวกเราก็้าที่จะบอกเล่าเื่นี้ต่อองค์าาอยู่แล้วขอรับเพียงแต่...พวกเราเกรงว่า มันอาจจะทำให้องค์าารู้สึกลำบากพระทัย พวกเราจึงตัดสินใจไม่แจ้งเื่นี้ต่อพระองค์ขอรับ”
“เล่ามาเถอะ”มีนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอรับ”บีสรับคำ ก่อนจะเกริ่นเล่าเื่ราวออกมา “เื่มันผ่านมานานมากแล้วขอรับนับย้อนไปถึง่ก่อนที่พวกเราจะอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่หนองน้ำแห่งนี้”
“ก่อนอื่นกระผมขอเท้าความก่อนว่าในอดีตพวกเรา.....” บีสกล่าวอารัมภบทอย่างยืดยาวเป็เวลากว่า 10 นาทีเห็นจะได้...
‘ทำไมเ้าปลาตีนเฒ่าตัวนี้? ถึงได้ชอบเล่าเื่ยืดยาว ราวกับเป็อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์จังนะ?’ มีนได้แต่คิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“สรุปว่าถูกยึด? ฉันเข้าใจถูกไหม?” มีนกล่าวสรุป หลังจากได้ฟังเื่ราวทั้งหมด
“ขอรับมันก็เป็ประมาณนั้นแหละขอรับ องค์าา...” ผู้บัญชาการทหารปลาตีนฯ ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังปลาตีนเฒ่าตอบคำหญิงสาว
“แล้วพวกเราสามารถชิงมันกลับคืนมาได้ไหม?”มีนถามในประเด็นที่สงสัยทันที
จากนั้นบีสจึงไขข้อสงสัยให้อีกฝ่ายได้ทราบอย่างรวบรัด “เอ่อ...อันที่จริง องค์าาของพวกเราในทุกรุ่นก็จะได้รับภารกิจทวงคืนสมบัติประจำเผ่าพันธุ์อยู่แล้วขอรับ เพียงแต่...หลังจากที่เผ่าพันธุ์ของพวกเราถูกลดระดับลงพวกเราก็อ่อนแอลงไปมาก อีกทั้งในเวลานี้ เ้าพวกนั้นก็คงจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็อย่างมากด้วยขอรับ”
“พวกมันมีระดับเท่าไหร่กันนะ?มีใครพอจะรู้บ้างไหม?” มีนกล่าวถามขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้นก่อนจะได้รับคำตอบจากบีสอีกครั้ง “พวกเราไม่ทราบขอรับ แต่ตามบันทึกฯ ได้ระบุเอาไว้ว่าระดับของพวกมันก็คงจะพอ ๆ กับพวกเราตอนนั้น...นั่นก็คือ ระดับ 250 ขอรับ”
เมื่อได้ยินคำตอบจากปลาตีนเฒ่าสายตาของหญิงสาวกวาดมองบรรดาปลาตีนทั้งหลายในห้องไปมาอยู่หลายรอบ แต่ตนกลับไม่สามารถนำปลาตีนที่แสนน่ารักเหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับสัตว์อสูรระดับสูง ซึ่งมีระดับถึง 250 ได้เลยจริง ๆ
‘อืม...มันก็คงยังไม่ถึงเวลาจริง ๆ ล่ะมั้ง?’ มีนได้แต่คิดในใจอย่างจนปัญญาเพราะถึงอย่างไร ในตอนนี้ภารกิจดังกล่าว ตนก็คงไม่สามารถทำให้มันสำเร็จได้อยู่แล้วก่อนจะเปลี่ยนเป็ถามปลาตีนเฒ่าอีกครั้งว่า “แล้วเ้าภารกิจทวงคืนสมบัติฯ อะไรนี่...ฉันจะได้รับมันในตอนไหนหรือคะ?”
เมื่อปลาตีนเฒ่าได้ยินผู้เป็าาเอ่ยปากถามมันกะพริบตาอย่างสงสัยครั้งหนึ่ง ก่อนจะถามอีกฝ่ายกลับ เพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “องค์าา้าทำภารกิจในตอนนี้หรือขอรับ?”
“ภารกิจนี้มีกำหนดเวลาไหม?” มีนถามอีกฝ่าย เพื่อ้าทราบข้อมูลเงื่อนไขของภารกิจที่ว่า
“ไม่มีขอรับองค์าาพร้อมเมื่อไหร่ พระองค์ก็สามารถรับได้เลยขอรับ” บีส ตอบคำถามอีกฝ่ายก่อนจะออกปากเตือนผู้เป็นายเหนือของมันอีกครั้ง “ตะ...แต่ แต่ว่าหากพระองค์ไปตอนนี้...”
มีนชิงตัดบทอีกฝ่ายก่อนจะกล่าวเพื่อให้อีกฝ่ายคลายคลายกังวล “ถ้าอย่างนั้น ฉันรับภารกิจเลยได้ไหม? ฉันแค่้าทราบเงื่อนไขของภารกิจฯเพื่อเป็ข้อมูลเอาไว้เฉย ๆส่วนการจะตามไปชิงสมบัติกลับคืนเมื่อไหร่นั้น...ก็คงต้องรอให้พร้อมกว่านี้เสียก่อนท่านผู้เฒ่าไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ”
หลังจากที่ปลาตีนเฒ่าได้ทราบเจตนาของผู้เป็นายก็มีสีหน้าที่คลายความกังวลไปได้หลายส่วนก่อนจะรับคำอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น “ได้ขอรับ!!”
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับภารกิจ [ตามหาสมบัติประจำเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
ภารกิจ: [ตามหาสมบัติประจำเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์] ภารกิจลับประจำเผ่าพันธุ์: ระดับ SS
“แอกโซโลตล์”สัตว์อสูรอันดับ 1 แห่งท้องทะเล ในอดีต...เป็เผ่าพันธุ์อันเกรียงไกรฯ ผู้นำของสัตว์อสูรน้อยใหญ่ใต้มหาสมุทรอันเวิ้งว้างผู้สมบัติล้ำค่ามากมาย...
แต่ด้วยนิสัยรักสงบเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์จึงถูกบรรดาสัตว์อสูรลำดับชั้นรองลงมา รวมหัวกันไล่ล่าสังหารฯจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนมายังหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางในที่สุด...
แม้แต่สมบัติประจำเผ่าพันธุ์ฯก็ถูกอีกฝ่าย่ชิงไป...
จงตามหาและทวงคืนสมบัติประจำเผ่าพันธุ์จาก“ราชันย์สัตว์อสูรแห่งท้องทะเล”
เงื่อนไข
-าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์
- ตามหาร่องรอยของ “วังจ้าวสมุทร” ณ ดินแดนอันเวิ้งว้างกว้างไกล (0/1)
- กำจัดสัตว์อสูรในวังจ้าวสมุทร จำนวน 500 ตัว (0/500)
- กำจัดราชันย์สัตว์อสูรแห่งท้องทะเล จำนวน 1 ตัว (0/1)
ระยะเวลา
- ไม่จำกัด
รางวัลภารกิจ
-{เกราะอ่อนแอกโซโลตล์}
บทลงโทษ
-สมบัติประจำเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ จะหายสาบสูญตลอดกาล
หลังจากได้เห็นหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งผู้บัญชาการทหารปลาตีนฯ จึงกล่าวออกมาอย่างมีความหวังว่า “หากองค์าาทรงพร้อมจะปฏิบัติภารกิจนี้เมื่อไหร่พระองค์ก็สามารถเรียกระดมพลนักรบในกองทัพของพวกเราได้เลยนะขอรับ ในระหว่างนี้...พวกเราจะตั้งใจฝึกฝนสร้างกองกำลังให้แข็งแกร่ง เพราะพวกเราถือว่า นี่...คือศึกแห่งศักดิ์ศรีของพวกเราด้วยเช่นกัน”
แม้มีนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าพวกมันจะฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่ง จนสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสูงใต้ท้องทะเลได้จริงๆ แต่กระนั้นตนก็ยังตอบรับความหวังดีจากอีกฝ่ายอย่างจริงใจ “ขอบคุณค่ะ แต่ในเวลานี้ฉันขอให้พวกเราตั้งใจฝึกฝนอย่างเข้มข้นกันหน่อยก็แล้วกันนะคะ เมื่อถึงเวลานั้นฉันเชื่อว่าพวกคุณต้องจะได้กอบกู้ศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์กลับคืนมาแน่นอนค่ะ...”
“ขอรับ!! องค์าา” ผู้บัญชาการทหารปลาตีนตอบรับคำของผู้เป็าาอย่างแข็งขัน
…………
หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับไอเทมที่้าเรียบร้อยแล้วมีนจึงเรียกปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัว กลับมาจากลานฝึกซ้อม ก่อนจะออกเดินทางไปยังดันเจี้ยนตุ่นปากเป็ดในเวลาต่อมา
“องค์าาฯกระผมอยากกินหนมขอรับ...” เลโอพูดจาอย่างขัดเขิน แบบไม่ชินปาก
“ใช่ ๆ เ้านาย...เอ๊ย!! องค์าาฯ พวกกระ..กระหม่อมอยากเสวยขนมขอรับ เอ๊ย!! พ่ะย่ะค่ะ” เจมีสสนับสนุนคำกล่าวของเลโออย่างติด ๆ ขัด ๆ
ได้ยินเช่นนั้นมีนจึงหันไปกล่าวกับพวกมันว่า “เอิ่ม...พูดปกติก็ได้นะเด็ก ๆไม่ต้องราชงาาอะไรหรอกจ้ะ”
“ตะ...แต่เ้านายเป็ถึงองค์าาฯ ของพวกเรานะขอรับคับผม” ซาจีสแย้งขึ้นมา
“เอาน่าฉันไม่ถือหรอก” มีนตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แต่ลุงๆ พวกนั้นเค้าถือนะเ้าคะ” เอรีสพยายามชี้แจงเหตุผล
“ใช่ๆ ๆ ขอรับ/เ้าค่ะ” หลายเสียงเห็นด้วย
“ก็ช่างลุงพวกนั้นสิ...เอาเป็ว่าเวลาพวกเราอยู่ด้วยกัน ก็คุยกันตามปกติ คิดเสียว่าพวกเราเป็พี่น้องกัน ตกลงมั้ย?”มีนยื่นข้อเสนอฯ
“เป็พี่น้องไม่ได้สิขอรับเ้านาย...เป็เ้านายของพวกเรานี่ขอรับ” ทอรัสเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมกับกะพริบตากลมโตสีแดงและย่นจมูกน้อยๆ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูออกมา
“ได้สิ...เพราะถึงอย่างไรในตัวพวกเธอก็มีสายเืของฉันไหลเวียนอยู่...” มีนให้เหตุผลก่อนจะนึกอะไรออกบางอย่าง “เอ๊ะ?! หรือพวกเธออยากให้ฉันเป็แม่กันล่ะ?”
ความเงียบเกิดขึ้นท่ามกลางวงสนทนาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เอรีสจะส่งเสียงเป็คำถามขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้น...องค์าาเป็แม่ของพวกเราได้ไหมเ้าคะ?”
มีนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ “จะเอาแบบนั้นเหรอจ๊ะ?”
“เ้าค่ะ ๆขอรับ ๆ” ปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัวต่างขานรับขึ้นพร้อมกันแถมยังส่งสายตาเป็ประกายจ้องมองมาทางมีน พร้อมกับแกว่งหางสั้นป้อมดุ๊กดิ๊กไปมาอย่างน่าเอ็นดูอีกต่างหาก
สุดท้ายมีนจึงยกมือขึ้นทำท่ายอมแพ้พร้อมทั้งย่อตัวลงมา ลูบหัวเ้าปลาตีนน้อยทั้ง 12 อย่างรักใคร่เอ็นดู “ตกลง ๆ จ้ะเป็แม่ก็เป็แม่...”
“ในเมื่อฉันเป็แม่ของพวกเธอแล้วพวกเธอก็อย่าดื้ออย่าซนกับแม่นะ แม่พูดอะไรก็ให้เชื่อฟังคำสั่งด้วยล่ะ ถ้าเป็เด็กดี...แม่จะพาไปกินขนมตกลงไหมจ๊ะ? เด็ก ๆ”
“เย่ ๆ ๆ”ปลาตีนน้อยทั้งหลายส่งเสียงร้องออกมา พร้อมกับะโโลดเต้นอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งวนไปมารอบๆ ตัวของหญิงสาว
จากนั้นมีนจึงหยิบเอาลูกกวาดในคลังสมบัติเคลื่อนที่ออกมายื่นให้ปลาตีนน้อยทั้ง12 ตัว เป็การรับขวัญพวกมันทั้งหมด
“ขอบคุณขอรับ/เ้าค่ะท่านแม่...” ปลาตีนน้อยกล่าวขอบคุณหญิงสาวกันอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะมีน้ำตาคลอหน่วยปรากฏออกมาให้มีนได้เห็น
หลังจากผ่านพ้น่เวลาแห่งความอบอุ่นและความตื้นตันของเหล่าปลาตีนน้อยสัตว์อสูรในพันธสัญญาฯมีนจึงตัดบทด้วยการสั่งการต่อพวกมันอีกครั้ง “ดีมากจ้ะเด็ก ๆ ทีนี้ พวกเธอกลับเข้าไปวิ่งเล่นในคลังฯก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะพาไปลุยดันเจี้ยน...”
“เ้าค่ะ/ขอรับ”ปลาตีนน้อยทั้งหมดต่างรับคำอย่างว่าง่าย
…………
หลังจากสังหารบอสตุ่นผู้เฝ้าปากทางเข้าดันเจี้ยน“คลังสมบัติของาาตุ่นปากเป็ด” มีนจึงยื่นมือของตนไปแตะไว้ที่ปากทางเข้าอย่างช้าๆ ก่อนจะมีแสงสว่างวาบแล่นเข้ามาให้หัว จนทำให้สติการรับรู้ของตัวเองดับมืดอยู่นานหลายวินาที...
รู้สึกตัวอีกครั้งมีนก็พบว่าร่างของตนได้มาปรากฏอยู่ในถ้ำใต้น้ำอันมืดมิดแห่งหนึ่ง จนต้องเรียกเอาบอลเวทมนตร์ธาตุแสงออกมาให้แสงสว่างและนำทางตลอดเวลาที่อยู่ภายในถ้ำอันคดเคี้ยวแห่งนี้
หลังจากเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯเกี่ยวกับการทำงานของทักษะ [หายใจใต้น้ำ]สิ้นสุดลง มีนรู้สึกเหมือนว่า บริเวณต้นคอของตนคล้ายกับมีอวัยวะบางอย่างเหมือนกับเหงือกปลาโผล่ขึ้นมาเพียงเท่านั้นหาได้มีอวัยวะส่วนอื่นอย่างเช่น ครีบหรือหางโผล่ออกมาด้วยแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นอุปสรรคที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในน้ำค่อนข้างยากลำบากอยู่สักหน่อย ก็อาจจะเป็เพราะแรงต้านของน้ำ ซึ่งทำให้การเคลื่อนที่และการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนต่างๆ ไม่คล่องแคล่วคล่องตัวเท่ากับตอนอยู่บนบกอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้มีนคิดว่า ‘คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวอยู่บ้าง’
มีนแหวกว่ายไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวภายในถ้ำอยู่พักใหญ่ก่อนจะมาถึงส่วนปลายฯ ซึ่งมีแสงสว่างรำไรส่องเล็ดลอดมาให้เห็น...
เมื่อมาถึงปลายทางฯมีนค่อย ๆ โผล่ส่วนของศีรษะขึ้นมาจากน้ำ ก่อนจะพบว่าสถานที่แห่งนี้ เป็ถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งผนัง้าของถ้ำเป็ผลึกใสจนสามารถมองเห็นท้องน้ำ้าได้ ด้านนอกของม่านใสกลับมีสัตว์อสูรน้อยใหญ่เผ่าพันธุ์สัตว์ทะเลแหวกว่ายไปมาราวกับสถานที่ที่ตนอยู่แห่งนี้ คือ ถ้ำใต้ทะเลก็ไม่ปาน...
นอกจากภายในถ้ำฯจะมีแสงสว่างที่สาดส่องมาจากเพดานน้ำ้าแล้ว มีนยังพบว่า ตามผนังถ้ำฯ กลับมีแสงสว่างอันเกิดจากผลึกอัญมณีธาตุอยู่ประปรายตามรายทางอีกด้วย
เมื่อหญิงสาวเดินขึ้นมาจากน้ำและได้สังเกตดูรอบๆ ถ้ำ ก็พบว่า เบื้องหน้าบริเวณสุดทางของห้องโถงฯ จะมีทางเดินสายหนึ่งทอดยาวไปข้างหน้าซึ่งปากทางเข้าที่ว่าจะมีสัตว์อสูรประเภทตุ่น ยืนเฝ้าอยู่ด้วยจำนวน 2 ตัว
หลังจากเรียกดูข้อมูลสัตว์อสูรก็พบว่าเ้าตุ่นทั้ง 2 ตัวนี้ พวกมันมีระดับอยู่ที่ 30 เท่านั้น เมื่อมีนเดินเข้าไปใกล้จนอยู่ในระยะที่ตุ่น2 ตัวนี้มองเห็น พวกมันต่างก็ปรี่เข้ามาหาศัตรูผู้บุกรุกในทันที
หญิงสาวปิดฉากสังหารสัตว์อสูรเฝ้าปากทางเข้าทั้ง2 ตัวได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนจะเดินมุ่งตรงเข้าไปตามแสงสลัวซึ่งส่องมาจากผนังถ้ำด้วยความระมัดระวังโดยระหว่างทางจะมีห้องโถงเล็ก ๆ ซึ่งมีพวกนักรบตุ่นอาศัยอยู่จำนวน 5–10 ตัว คั่นอยู่เป็ระยะๆ ประมาณ 10 กว่าจุด ตลอดเส้นทาง...
การบุกฝ่านักรบตุ่นเหล่านี้ไม่ได้ลำบากยากเย็นสำหรับผู้บุกรุกอย่างตนมากนักลำพังเพียงตัวของหญิงสาวก็สามารถสังหารพวกมันลงได้อย่างรวดเร็ว จนในที่สุดมีนก็มาถึงห้องโถงใหญ่ห้องหนึ่งซึ่งเป็ห้องกว้างขนาดประมาณ 2 สนามบาสเกตบอลได้ และด้านในสุดของห้องโถง ยังปรากฏว่ามีหีบสมบัติวางกองอยู่จำนวนหลายสิบใบอีกทั้งรอบ ๆ หีบสมบัติฯ ก็ยังมีอาวุธและเครื่องป้องกันชนิดต่าง ๆ วางกองอย่างระเกะระกะอยู่ด้วย…
แต่ก่อนจะไปถึงกองสมบัตินั้น...มีนกลับพบว่ามีเ้าตุ่นปากเป็ดจำนวน 5 ตัว ยืนเรียงแถวหน้ากระดานขวางอยู่ โดยเ้าตุ่นปากเป็ดทั้ง5 ตัวที่ว่านี้ พวกมันกลับมีชื่อที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีทอง ปรากฏอยู่เหนือศีรษะกันทุกตัว
มันจะเป็อะไรได้อีกเล่า?
หากไม่ใช่...สัตว์อสูรผู้เป็บอสประจำดันเจี้ยนแห่งนี้
“อะ...อะไรกันเนี่ย?เ้าตัวข้างบนก็บอส แล้วตัวข้างล่างก็ยังเป็บอสอีกหรือ แถมมีตั้ง 5 ตัวด้วย” มีนบ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจก่อนจะจับสังเกตอะไรได้บางอย่าง “ดูทรงแล้ว...เ้าพวกนี้ น่าจะเก่งกว่าเ้าตัวที่อยู่้าอีกแฮะ”
มีนเรียกเด็ก ๆทั้ง 12 ออกมา พร้อมกับเตรียมผนึกเวทให้แก่อาวุธและชุดเกราะของตัวเอง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าเข้าหาบอสผู้เฝ้าสมบัติทั้ง 5 ด้วยใจระทึก…
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 40 ‘5 บรรพชนตุ่นปากเป็ด’ หากผู้เล่นถูกสังหารฯ ระดับจะลดลง 3 ระดับค่ะ”
“บรรพชนตุ่นปากเป็ด...เอ๋??มันคืออะไรกันนะ?” มีนทวนคำอย่างสงสัย
มีนสังเกตเ้าตุ่นบรรพชนทั้ง5 ตัว อย่างละเอียดก็พบว่า เ้าตุ่นจำนวน 3 ใน 5 ตัว ซึ่งอยู่ตรงกลางของแถวนั้น น่าจะเป็สัตว์อสูรสายเวทมนตร์เนื่องจากในมือของพวกมันถือคทาเวทมนตร์อยู่ด้วย ส่วนอีก 2 ตัวด้านนอกในมือของพวกมันข้างหนึ่งถือดาบยาวประมาณ 2 ฟุตครึ่ง ส่วนอีกข้างถือโล่ขนาดใหญ่เอาไว้เมื่อดูจากลักษณะของพวกมันแล้ว พวกมันทั้งสองอาจจะมีอาชีพเป็ [นักรบ] หรือไม่ก็ [อัศวิน]อย่างแน่นอน...
“บอสตุ่นฯ มีอาชีพสายนักรบด้วยหรือ?นึกว่าจะมีแต่นักเวทเสียอีก...” มีนเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
เมื่อบรรพชนตุ่นพบเห็นผู้บุกรุกฯเ้าตัวที่อยู่ตรงกลางก็เริ่มผนึกเวทฯ เสริมพลังให้แก่พวกพ้องทั้งสองตัวที่เป็นักรบ
“ห๊ะ!! เ้าตัวนี้มันผนึกเวทได้เสียด้วย...” มีนรู้สึกใไม่น้อยที่ได้เห็นทักษะชั้นสูงจากบอสซึ่งมีระดับเพียง 40 เช่นนี้ จากนั้นจึงหันมาสั่งการพรรคพวกของตนบ้าง “เอรีส ทอรัสเจมีส แคนเซอร์ อยู่ใกล้ ๆ แม่เอาไว้ ส่วนที่เหลือกระจายตัวล้อมพวกมัน และรอคำสั่งโจมตีนะเด็กๆ”
“รับซาบ ๆ ๆ”เสียงตอบกลับจากปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัว
หลังจากสั่งการเสร็จมีนพุ่งตัวเข้าหาบรรพชนตุ่นทั้ง 2 ตัว ซึ่งถือดาบและเดินมุ่งตรงเข้ามา แต่ยังไม่ทันที่จะถึงตัวเ้าตุ่นอัศวินทั้งสองกลับมีวงเวทสีน้ำตาลเข้มจำนวน 2 วง ปรากฏขึ้นในลักษณะเกือบจะซ้อนทับกัน ตรงบริเวณใต้ผ่าเท้าในจุดที่ตนยืนอยู่นั่นเอง
มีนรีบปรับเปลี่ยนทิศทางและพุ่งตัวออกจากรัศมีการทำงานของวงเวทอย่างฉุกละหุกก่อนที่เวทมนตร์ทั้งสองบทจะเริ่มแสดงผล และปลดปล่อยพลังทำลายออกมา...ในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที
บรึ้ม!! ๆ
“ฟู่...รอดอย่างหวุดหวิดเลยแฮะ”มีนเป่าปากออกมาอย่างโล่งอก
ทว่า การโจมตีของเ้าตุ่นสายเวทยังไม่หยุดอยู่แค่นั้นเมื่อมีวงเวทอีกวงหนึ่งปรากฏขึ้นตามมาในจุดที่หญิงสาวผู้บุกรุกยืนอยู่นั่นเอง จนทำให้มีนต้องรีบะโพุ่งตัวหลบออกไปจากวงเวทอีกรอบอย่างช่วยไม่ได้เพียงแต่...
บรึ้ม!
“โอ๊ย!” มีนร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนร่างที่เสียหลักของตน จะล้มคะมำและกลิ้งไปตามแรงปะทะเป็ระยะทางกว่าสองเมตร
แม้มีนจะโดนเวทมนตร์เขี้ยวธรณีของอีกฝ่ายโจมตีไปแบบเฉียดๆ แต่ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น...ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่า “เฉียด” เลยแม้แต่น้อยเพราะพลังชีวิตของหญิงสาวกลับลดไปถึง 1 ใน 5 ของพลังชีวิตทั้งหมด
“หน็อยแน่ พวกแก...”มีนกล่าวกับศัตรูเบื้องหน้าอย่างเคียดแค้น
“เอรีส[ผสานร่าง]”
“ทอรัส [ผสานร่าง]”
“[อำนาจาา]”
“เจมีส [ผสานร่าง]”
“แคนเซอร์ [ผสานร่าง]”
มีนเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์กับปลาตีนน้อยของตัวเองในทันที
ในเวลานี้ทักษะ [ผสานร่าง] ของหญิงสาวอยู่ในขั้นกลางแล้ว ดังนั้นมีนจึงสามารถเรียกใช้ทักษะผสานร่างกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในเผ่าพันธุ์เดียวกันได้ถึง2 ครั้ง นอกจากนี้เมื่อมันถูกใช้งานร่วมกับทักษะ [อำนาจาา] จึงทำให้หญิงสาวผู้เป็าาแห่งเผ่าพันธุ์ฯ สามารถผสานร่างกับเ้าปลาตีนน้อยได้ถึง4 ครั้งด้วยกัน
จากการเพิ่มขึ้นองค่าสถานะพื้นฐานเป็2 เท่า (ไม่รวมอุปกรณ์สวมใส่) ในแต่ละครั้งของการผสานร่าง ส่งผลให้ในเวลานี้ มีนมีค่าสถานะพื้นฐานสูงขึ้นจากเดิมถึง16 เท่า และนั่น...จึงทำให้ค่าพลังชีวิตของตนมีมากกว่า 20,000 หน่วย มีค่าพลังเวทสูงสุดเกือบๆ 4 หมื่นหน่วย อีกทั้งยังมีพลังโจมตี/ป้องกัน มากกว่า 4 พันหน่วยเข้าไปแล้ว ซึ่งผลของทักษะดังกล่าวจะมีระยะเวลาในการคงสภาพได้เป็เวลา 5 นาที และ่เวลาที่ว่านี้ ก็คือ...โอกาสทองของหญิงสาวที่จะได้เอาคืนพวกมันอย่างสาสมแล้ว
ไม่รอช้าให้เสียเวลามีนรีบเดินมุ่งหน้าเข้าหาบรรพชนตุ่นปากเป็ดทั้ง 5 ในทันที
เป้าโจมตีแรกจะเป็ผู้ใด?หากมิใช่ “ตุ่นนักเวท” ทั้ง 3 ตัว
มีนเรียกใช้ทักษะ[พุ่งชน] เปิดฉากโจมตีเข้าใส่พวกมันในทันที ก่อนจะตามด้วยคอมโบทักษะสายนักรบ…
“[คลื่นทำลาย] [พายุดาบ] [กังหันดาบ]”
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ
พลังทำลายของทักษะฯที่มีความรุนแรง 1.5–2 เท่าของพลังโจมตี มีหรือที่บอสตุ่นสายเวท ระดับ 40 จะทนทานรับไหว?พวกมันกลายเป็แสงสีเทาหายและไปทีละตัวอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่บอสตุ่นสายเวททั้ง3 ตายลง มีนจึงร่ายเวท [บอลไฟ] ยิงโจมตีเข้าใส่เ้าตุ่นอัศวินที่อยู่ใกล้กับตัวเองมากที่สุดอย่างต่อเนื่องเมื่อเ้าตุ่นตัวนั้นเดินเข้ามาใกล้ฯ มีนก็เรียกใช้งานทักษะ [พุ่งชน] ที่หมดระยะคูลดาวน์ไปแล้ว พุ่งโจมตีเป้าหมายอีกครั้งก่อนจะตามด้วยทักษะ [คลื่นทำลาย] บดขยี้ร่างของบอสตุ่นตัวนี้อย่างหนักหน่วง
ส่วนเ้าตุ่นอัศวินอีกตัวซึ่งถูกเ้าปลาตีนน้อยที่เหลือโจมตีจากทุกทิศทุกทาง ก็เริ่มเข้าสู่สภาวะคลั่งแล้วเมื่อเห็นเช่นนั้น มีนจึงออกคำสั่งให้พวกมันจับคู่ผสานร่าง และใช้ทักษะ [พุ่งชน] ปลิดปลงสังหารเ้าบอสตัวนี้ จนอีกฝ่ายตกตายตามพวกพ้องของมันไปอย่างติดๆ
หลังบอสตุ่นผู้ทำหน้าที่เฝ้าสมบัติฯทั้ง 5 ตายไป เสียงแจ้งเตือนจากข้อความของระบบฯ ก็เด้งดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง…
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตรา ได้สังหารสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ40 ‘5 บรรพชนตุ่นปากเป็ด’ ได้รับค่าประสบการณ์ 400,000 หน่วย สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯได้รับค่าประสบการณ์ 600,000 หน่วย ได้รับเงิน 50 เหรียญทองค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสียเงิน 45 เหรียญทอง ให้แก่อเล็กซ์ ตามเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายฯ ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับต่ำจำนวน 10 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับกลางจำนวน 5 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {หินเสริมแกร่ง} ระดับสูงจำนวน 1 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {น้ำยาเพิ่มพลังชีวิต} ระดับกลาง จำนวน 10 ขวด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {น้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์} ระดับกลาง จำนวน 10 ขวด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {อัญมณีธาตุดิน} ระดับต่ำจำนวน 10 เม็ด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {อัญมณีธาตุดิน} ระดับกลางจำนวน 5 เม็ด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {แท่งปะการังสีรุ้ง} จำนวน 1 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {ชุดเกราะเหล็กดำ} ระดับ B จำนวน 1 ชุด”
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {คทาเวทมนตร์แห่งปฐี} ระดับ B จำนวน 1 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตราได้รับการเลื่อนระดับ เป็ระดับ 51 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของตัวละครค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาเอรีส ได้รับการเลื่อนระดับ เป็ระดับ 46 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาทอรัส............”
“สัตว์อสูร............”
โดยปกติแล้ว เมื่อผู้เล่นได้มาเจอบอสระดับ40 ที่อยู่ด้วยกันถึง 5 ตัว แถมยังมีความหลากหลายของสายอาชีพแบบนี้ ผู้เล่นจำเป็ต้องมีสมาชิกในทีมระดับ40 ขึ้นไปจำนวน 30–40 คน จึงจะสามารถสังหารบอสกลุ่มดังกล่าวลงได้ แต่สำหรับหญิงสาวผู้มีทักษะเผ่าพันธุ์อันสุดโกงแล้วเมื่อมาเจอสัตว์อสูรระดับบอสที่มีระดับความแข็งแกร่งไม่ห่างจากตัวเองมากนักอีกทั้งยังถูกควบคุมด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่มีความซับซ้อนเช่นนี้ จึงไม่ใช่เื่ยากที่จะสังหารพวกมันลงได้...อย่างรวดเร็วและง่ายดายเช่นนี้
จากนั้นมีนเดินตรงไปที่กองสมบัติฯซึ่งตั้งวางอยู่ตรงมุมห้อง ก่อนจะจัดการเก็บกวาดพวกมันทั้งหมดลงไปในคลังสมบัติเคลื่อนที่ของตนด้วยความรวดเร็วอย่างชนิดที่ว่า ไม่มีผู้เล่นคนใดในเกม...เก็บไอเทมเข้ากระเป๋าของตัวเองได้รวดเร็วเท่าหญิงสาวอีกแล้ว
เสียงรายงานจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีนต้องทำการปิดเสียงแจ้งเตือนเอาไว้เป็การชั่วคราว…
ซึ่งผลประกอบการในครั้งนี้ทำเอาหญิงสาวถึงกับปากอ้าตาค้างอยู่พักใหญ่ เพราะเงินที่ได้รับหลังจากหักยอดหนี้ทั้งหมดแล้วยังเหลือให้ตนนำมาถลุงเล่นเป็จำนวนมากถึง 1,037 เหรียญทอง กับอีก 30,522เหรียญเงินเลยทีเดียว นี่...ยังไม่รวมถึงอาวุธและชุดเกราะ ระดับ D–Bอีกจำนวน 70 กว่าชิ้น น้ำยาฟื้นพลังฯ พร้อมด้วยหินเสริมแกร่งและอัญมณีธาตุอีกจำนวนหนึ่ง...
“หุหุ หวานเจี๊ยบ...”
“งั้น?...เราก็รวยแล้วสิอิอิ”
“แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าคลังสมบัติหน่อย”มีนกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ท่านแม่...หนมๆ ๆ ๆ” เสียงหนึ่งจากกลุ่มปลาตีนน้อยดังขึ้นมาขัดอารมณ์แห่งความสุขของหญิงสาวในฉับพลัน
“ช่าย ๆ ๆ ๆท่านแม่... พวกเราอยากกินหนม...” หลายเสียงสนับสนุนฯ
“ตกลงจ้ะ เด็ก ๆแต่ตอนนี้...เอาลูกกวาดไปกินก่อนนะ ถ้ากลับเมืองแล้ว เดี๋ยวแม่จะจัดชุดใหญ่ให้เลยจ้ะ”มีนกล่าวพร้อมกับเอาลูกกวาดออกมาแจกให้แก่ปลาตีนน้อยทั้งหลาย ด้วยจิตใจอันฟูฟ่อง
แต่ยังไม่จบแค่นั้น...หลังจากที่มีนเก็บกวาดกองไอเทมเสร็จเรียบร้อยกลับมีเสียงแจ้งเตือนจากทักษะอาชีพนักสำรวจฯ ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ติ้ง!!
“ทักษะค้นหาทำงานผู้เล่นมนตรา พบปากทางเข้าดันเจี้ยน [เมืองปะการังสีรุ้ง] ค่ะ”
หลังจากมีนตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้รับมาจนพอใจแล้วมีนจึงเรียกรายละเอียดของทักษะนักสำรวจมาตรวจสอบปากทางเข้าดันเจี้ยนตรงหน้าอีกครั้งและพบว่า บริเวณด้านใต้ของกองสมบัติฯ เป็ปากทางเข้าสู่เมืองใต้ทะเลเมืองหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า“เมืองปะการังสีรุ้ง” โดยมี {แท่งปะการังสีรุ้ง} ที่ได้รับมาจากการสังหารบอสบรรพชนตุ่น เป็ “กุญแจ” ใช้สำหรับเข้าไปยังเมืองที่ว่านี้...
“โอ๊ะโอ ยังมีดันเจี้ยนต่ออีกเหรอเนี่ย...”มีนกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ความอยากรู้อยากเห็นของตนจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ“ไหน ๆ ขอลองเข้าไปดูหน่อยสิว่า ข้างในจะเป็อะไร?”
วาบ!!
…………