ตอนที่ 6
-แพร-
ฉันยินดีให้ร่างกายของฉันกับเขาอย่างเต็มใจเพราะฉันหลงรักผู้ชายแสนอบอุ่นคนนี้มานาน พึ่งมารู้ว่าหัวใจของเรานั้นตรงกันก็เรียนกันใกล้จะจบอยู่แล้วฉันเผลอแอ่นอกรับปากหนาของเขา ที่กำลังดูดเม้นอยู่บนเรือนร่างของฉันไม่ได้หยุดมือเรียวเล็กของฉันกำผ้าปูที่นอนแน่น เขาค่อยๆ คลี่มือของฉันที่กำผ้าปูที่นอนออกแล้วเขาก็ค่อยๆ สอดนิ้วมือเรียวของเขาผสานกับนิ้วมือเรียวเล็กของฉันแล้วเขาก็บีบกระชับมันทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายลงได้บ้าง
"ลืมตาสิแพร มองหน้าเรา"เสียงกระซิบเบาๆ ทำให้ฉันลืมตาขึ้นมามองหน้าเขาเอาไว้
"ไม่ต้องอาย แพรเป็ของเราและเราก็เป็ของแพร เข้าใจมั้ย" เขาพูดด้วยแววตามั่นคงเป็แววตาแห่งความจริงใจฉันรู้สึกได้ ฉันไม่ได้ตอบเขาฉันแค่พยักหน้าให้เขาเป็คำตอบ แล้วเขาก็เริ่มกิจกรรมรักกับฉันต่อเขามอบบทรักยามเช้าให้กับฉัน ฉันรู้สึกมีความสุข ที่ได้เป็ของเขาโดยที่ฉันไม่ได้ลังเลใจเลย เพราะหัวใจของฉันนั้นมอบให้เขาไปตั้งนานแล้วและเมื่อกิจกรรมรักของเราดำเนินไปจนเสร็จ ฉันมีเรียนตอนสายๆได้เวลาต้องลุกออกจากเตียงนอนแล้ว ฉันอยากจะนอนกอดเขาไปแบบนี้ทั้งวันแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะฉันมีหน้าที่ ที่ต้องไปเรียนเพราะฉะนั้นฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด
"ลุกแล้วเหรอ"
"แพรมีเรียน เกียร์นอนต่อก็ได้นะ"ถึงฉันจะไม่อยากลุกไปเลยก็ตาม
"งั้นเราไปด้วย" เขาดึงมือฉันไว้
"เกียร์นอนต่อเถอะมีเรียนตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ"
"ก็ใช่แต่เราจะไปส่งแพรนั่งรออีกสักพักเดี๋ยวก็ได้เวลาเรียนแล้ว" ดูสิเกียร์เป็แบบนี้เสมอต้นเสมอปลายแล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันจะไม่รักเขาคงเป็ไปไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ
"ก็ได้ระหว่างรออ่านหนังสือไปก็ได้เนอะ" ฉันก็อยากให้เขาไปด้วยระหว่างรอเวลาเรียนก็ทบทวนอ่านหนังสือรอเวลาไปก็ได้
"ครับ ป่ะอาบน้ำกัน" เขาชวนแล้วทำท่าเหมือนจะเข้าห้องน้ำไปกับฉัน
"แล้วเกียร์ไม่ไปอาบห้องเกียร์เหรอ"ฉันสงสัยเลยตั้งคำถามขึ้น แต่...เกียร์คงไม่ได้จะไปอาบด้วยกันหรอกนะ
"เราอยากอาบน้ำกับแพร" คำตอบของเขาทำให้ฉันอึ้ง นี่เกียร์คนเก่าของฉันจริงๆ ใช่มั้ย
"ไม่หื่นแล้วนะ" ฉันรีบพูดดักคอเขาทันที เพราะบทรักเมื่อสักครู่ ฉันยังไม่หายเหนื่อยเลยไม่รู้เขาไปเอาแรงมาจากไหน เวลาที่เขารักฉันเขามักจะใช้เวลานานมากจนฉันถึง์ไปหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ยังไม่ยอมเสร็จสักทีนั่นทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก แต่ฉันก็มีความสุขเวลาที่เขาทำรักกับฉันฉันพึ่งจะรู้ว่าเวลาที่เขาทำรักกัน ความรู้สึกมันเป็แบบนี้นี่เองฉันไม่เบื่อเลยสักนิดถ้าเขาจะทำอีกแต่ฉันรู้สึกเหนื่อยมากทั้งๆที่ฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำเขาเป็คนทำทั้งหมดแต่ตอนนี้ฉันขอพักก่อนนะและหวังว่าเขาจะไม่หื่นแล้วนะ
"ครับ ไม่หื่นแล้วครับ"
"ถ้างั้นก็ได้ค่ะ" ในที่สุดฉันก็ยอมให้เขาเข้าไปอาบน้ำด้วยกันตามที่เขา้าหลังจากที่เราอาบน้ำแต่งตัวแล้วพากันเดินไปมหาวิทยาลัยด้วยกันระหว่านนั้นเขาก็เดินจับมือฉันเอาไว้ฉันมองไปที่มือของเขาที่กำลังจับมือของฉันอยู่ฉันรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่เขาแสดงออกกับฉันแบบนี้แล้วครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้กับฉัน แต่เป็ครั้งแรกที่สถานะของเราถูกเปลี่ยนไปถึงเขาจะไม่เคยบอกว่ารู้สึกอย่างไรกับฉันก็ตาม แต่ฉันรู้ว่าเราสองคนหัวใจตรงกันการกระทำของเขาตอนนี้ ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่นอนตอนนี้เราสองคนเหมือนคู่รักกันอย่างไงอย่างนั้น
"แพรเรามีความสุขจัง"
"แพรก็มีความสุขค่ะ"
"เราดีใจนะ ที่เรามีแพร"เราเดินกันไป คุยกันไป จับมือกันไป ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทยเพราะฉะนั้นก็คงไม่มีใครมาสนใจเรา จะเดินจับมือกันขนาดไหนก็คงไม่มีสายตาของใครมองมา แต่ถ้าอยู่ที่เมืองไทย เราสองคนคงทำแบบนี้ไม่ได้เพราะเราสองคนค่อนข้างเป็ที่รู้จักของคนกลุ่มใหญ่ เพราะบ้านของพวกเราทำธุรกิจมีหน้ามีตาทางสังคมบ้างครั้งเราก็เล่าเื่ครอบครัวของกันและกันให้อีกฝ่ายฟังบ้างแต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกมากนัก
"เกียร์เหนื่อยมากมั้ยที่ต้องดูแลตอนแพรป่วยอยู่บ่อยๆ"
"ไม่นี่ เราบอกแล้วไงว่าเรามีความสุข"
"แพรกลัวว่าเกียร์จะเหนื่อย่นี้เกียร์เรียนหนักแพรรู้"
"ไม่เป็ไร เราเป็ผู้ชายนะเราทนได้เื่แค่นี้เอง ว่าแต่โรคภูมิแพ้ของแพรนี่ถ้าเจอกับอากาศเย็นเท่านั้นหรือถึงจะแสดงอาการ" เวลาฝนตกหิมะตก หรือ่ที่อากาศเปลี่ยนแปลงฉันมักจะจามเป็ประจำก็พึ่งจะมาเป็ตอนมาอยู่ที่นี่นั่นแหละ ตอนอยู่ที่เมืองไทยก็ไม่เป็นะ สงสัยอากาศที่เมืองไทยจะร้อนกว่าที่นี่มากเพราะอาการของฉันจะเป็ตอนอากาศเย็นๆ เท่านั้น
"ใช่"
"แล้วตอนอยู่เมืองไทยล่ะอากาศที่โน่นอุ่นกว่าที่นี่เยอะเลย"
"เมื่อก่อนอยู่ไทยก็ไม่เคยเป็นะพึ่งจะมาเป็ตอนอยู่ที่นี่แหละ" ฉันอธิบายตอนอยู่ที่ไทยก็ปกตินะตอนแรกก็นึกว่าไม่ชิน แต่เวลาผ่านไป มันก็ไม่หายสักทีเลยคิดว่าตัวเองน่าจะแพ้อากาศเย็น
"แสดงว่าถ้าเจอกับอากาศที่อุ่นกว่านี้แพรจะไม่เป็อะไรใช่มั้ย"
"ก็น่าจะใช่นะ"
"เราจะเห็นแก่ตัวเกินไปมั้ยถ้าเราจะรั้งให้แพรอยู่กับเราอีกสองปี" เื่นี้ฉันยังไม่ได้ไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่เก้าเลยไม่รู้ว่าพวกท่านจะเห็นด้วยหรือเปล่า
"เื่นี้แพรยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อเลยน่ะว่าใกล้ๆ ก่อนแล้วจะคุย"
"นี่ก็ใกล้แล้วนะอีกไม่ถึงสองเดือนเอง"
"เถอะน่าาาา ไม่ต้องรีบ"ยังไงถ้าฉันขอคุณพ่อท่านก็น่าจะให้อยู่แล้วแหละแล้วฉันกับเขาก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนไปถึงตึกคณะที่ฉันเรียนอยู่
"ตั้งใจเรียนนะแล้วเราจะรอกลับห้องพร้อมแพร"
"รู้เหรอว่าแพรเลิกเรียนตอนไหน"
"รู้สิวันนี้แพรเรียนเต็มวัน"เขาใส่ใจฉันขนาดนี้เลยเหรอ
"งั้นสี่โมงแพรรอเราหน้ามหาลัยนะ"ฉันพยักหน้าให้เขาเป็คำตอบ ก็ดีเหมือนกันจะได้มีเพื่อนเดินกลับจะได้ไม่เหงาแล้วฉันก็เดินขึ้นอาคารเรียนไป ส่วนเขาก็เดินไปที่ตึกคณะของตัวเองแล้วกิจวัตรประจำวันของเราสองคนก็มีความสุขแบบนี้ในทุกๆ วัน...