บทที่18 กว่าจะมาเป็เกลือ
่หลายวันมานี้ลู่ชิงวิ่งวุ่นกับกิจการที่นางวางแผนทำหลากหลายอย่าง ตอนนี้นางได้ทำการซื้อที่ดินบริเวณลานเกลือไว้เรียบร้อยแล้ว นางได้จ้างชาวบ้านล้อมรั้วทำแนวเขตที่ดินเอาไว้ พร้อมทั้งขอให้ท่านลุงสร้างเพิงพักขนาดเล็กและขุดเตาดินขนาดใหญ่ไว้สำหรับต้มเกลือ
ลู่ชิงพบซากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็โพรงจึงจ้างชาวบ้านมาขุดเนื้อไม้ด้านในออกไป ทำให้มีลักษณะเหมือนรางน้ำสำหรับเลี้ยงสัตว์แต่เจาะรูไว้ใต้ท้องรางไม้เสียบท่อไม้ไผ่ลำเล็กเอาไว้ในรู ตัวรางไม้นางขอให้ท่านลุงทำขาตั้งยกให้สูงขึ้นเพื่อสามารถนำถังไม้ไปรองรับน้ำเกลือได้ เพราะด้วยงานผลิตเกลือที่ลานดินยังไม่สามารถเปิดเผยแก่ใครได้คนในครอบครัวลู่จึงเป็แรงงานหลักในครั้งนี้ นางเริ่มทำเกลือโดยการนำเศษเถาวัลย์มาพันเป็ลักษณะวงกลมวางก้นรางไม้ครอบรูที่ได้เจาะเอาไว้จากนั้นนำเแกลบมาเททับภายในรางจนทั่วไม่ต้องหนามากเพราะแกลบจะช่วยกรองเศษสิ่งสกปรกให้น้ำในรางได้ จากนั้นจึงนำดินในลานเกลือให้ไปให้เต็มรางไม้ ขึ้นไปยืนเหยียบอัดให้แน่น ในขั้นตอนนี้น้องเล็กลู่จิวสนุกสนานเป็อย่างมากะโเต้นไปมาบนรางไม่หยุด ยิ่งอัดดินให้แน่นเราก็จะได้น้ำเกลือที่มีความเค็มมากขึ้นด้วย เมื่อเหยียบแน่นพอแล้วเทน้ำใส่ลงไปในรางไม้ทิ้งมันเอาไว้1คืน รุ่งขึ้นเช้านำถังเปล่ามารองใต้รางเกลือตรงบริเวณที่เราได้เจาะรูและเสียบท่อไม้ไผ่เอาไว้ เปิดรูออกระบายน้ำออกมา เพราะเมื่อวานนางปิดไว้ด้วยดินเหนียว จะมีน้ำเกลือไหลหยดลงมาในขั้นตอนนี้นางใช้ผ้าขาวบางวางบนถังเพื่อกรองเอาเศษสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนในน้ำออกอีกรอบ จากนั้นนำน้ำเกลือที่ได้เทลงไปต้มในกระทะใบใหญ่ต้มจนเดือด ผ่านไป1ชั่วยาม (2ชั่วโมง) เราจะเริ่มเห็นเม็ดเกลือผุดขึ้นมาจากนั้นลดไฟอ่อนลงต้มต่อจนจะเห็นเม็ดเกลือจำนวนมากขึ้น ใช้กระชอนตักออกวางผึ่งแดดให้แห้ง เพียงเท่านี้เราก็ได้เกลือเม็ดออกมาใช้แล้ว
นอกจากงานผลิตเกลือในลานดินลู่ชิงก็ยังเริ่มขั้นตอนผลิตเกลือทะเลในนาเกลืออีกด้วยโดยมีสองท่านปู่เป็ผู้ช่วยหลักพวกท่านทั้งสองแลดูตื่นเต้นเป็อย่างมากที่จะได้เห็นเกลือที่ทำมาจากน้ำทะเลเพราะเกลือที่ใช้กันทั่วไปคือเกลือที่ทำมาจากบ่อเกลือูเา ก่อนหน้านั้นนางได้ซื้อที่ดินติดชายทะเลไว้1ผืนเพื่อทำเป็นาเกลือตัวอย่างให้องค์รัชทายาทดู ลู่ชิงจ้างงานพวกชาวบ้านส่วนใหญ่หรือจะเรียกว่าแทบทั้งหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ ให้มาช่วยปรับพื้นที่ดินเป็แปลงนา ในแต่ละแปลงมีเนื้อที่ประมาณ1หมู่ทุกแปลงถูกยกขอบสูงขึ้นเหมือนคันนาข้าวและมีร่องระบายน้ำตลอดทุกแปลง
ในส่วนของแต่ละแปลงนานางให้ชาวบ้านปรับพื้นที่ให้มีลักษณะสูงต่ำตามลำดับคือแปลงที่อยู่ใกล้ทะเลจะอยู่สูงและแปลงถัดมาจะอยู่ต่ำกว่าไล่ระดับเรียงกันไปจนแปลงนาอันสุดท้ายจะอยู่ต่ำที่สุด โชคดีที่พื้นดินในแปลงนาของนางมีลักษณะสูงไปต่ำตามที่นางอยากได้พอดี จึงไม่ต้องขุดปรับพื้นที่มากนักพวกชาวบ้านต่างพากันเตือนนางว่าที่ดินแถบที่นางซื้อไว้ไม่สามารถทำนาข้าวได้ นางรับฟังและกล่าวว่านางจะทำนาแบบอื่นและได้แอบพูดติดตลกให้ชาวฟังด้วยว่านางจะลองปั้นน้ำเป็ตัวให้ทุกคนดู พวกชาวบ้านต่างพากันงุนงงสงสัย บ้างก็ว่าครอบครัวลู่ทำตัวแปลกพิสดารเกินคนทั่วไปจะเข้าถึงและรับรู้ได้
ลู่ชิงได้ให้ชาวบ้านขุดคลองน้ำเชื่อมต่อกับชายทะเลนางสร้างประตูน้ำและทำกังหันน้ำสำหรับไว้ใช้ผันน้ำทะเลเข้านาเกลือแต่ละแปลงเอาไว้ด้วย หลังจากชาวบ้านเตรียมแปลงนาในแต่ละแปลงให้นาง โดยการกำจัดสิ่งสกปรก ปรับพื้นดินในแปลงนาให้เรียบเสมอกัน
ในการทำนาเกลือตามที่นางได้ไปเที่ยวชมศูนย์การเรียนรู้การทำนาเกลือของสมุทรสาครในโลกเก่าจะแบ่งออกเป็6ส่วน นางจึงเริ่มให้ท่านลุงผันน้ำทะเลจากคลองน้ำเข้าสู่แปลงนาส่วนที่1หรือเรียกมันว่าวังขังน้ำ ซึ่งเป็แปลงนาขนาดใหญ่นางทำไว้เพื่อเก็บกักน้ำทะเลและขังน้ำทะเลเอาไว้แล้วปล่อยไว้ให้สิ่งเจือปนที่มาจากน้ำเช่นโคลนตมตกตะกอนลงมาก่อน หลังจากน้ำทะเลตกตะกอน ก็จะผันน้ำเข้าแปลงนาส่วนที่2ที่เรียกว่านาประเทียบ ทิ้งไว้2คืน ก่อนจะผันน้ำต่อไปยังแปลงนาส่วนที่3หรือเรียกว่านาตากที่นางเตรียมเอาไว้ทั้งหมด10แปลง ซึ่งในส่วนที่เป็นาตากเราต้องกลิ้งบดอัด แปลงนาให้เรียบแน่นเพื่อไม่ให้น้ำซึมลงผิวดิน นางได้สั่งทำลูกกลิ้งไม้ขนาดใหญ่พอที่จะใช้แรงคนดันหรือลากได้ นำมากลิ้งทับดินนาตากจำนวน10แปลงโดยแรงงานหลักที่มาทำ นางก็จ้างชาวบ้านทุกคนเหมือนเดิม เรียกว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยขุดร่องน้ำทำแปลงนากันทั้งหมด ใจจริงแล้วลู่ชิงตั้งใจแอบแฝงให้พวกเขาทุกคนได้เรียนรู้วิธีเตรียมแปลงนาเกลือไปั้แ่เริ่มต้นเลย จะมัวรอให้ทำเสร็จแล้วมาสอนคงช้าไม่ทันการเพราะอีกไม่นานจะเข้าสู่ฤดูหนาวนางจึงให้พวกเขาได้ลงมือทำเองั้แ่แรกจะได้จดจำได้ และเมื่อพวกเขาได้พบเห็นผลผลิตเกลือในรอบแรกที่ส่วนหนึ่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาเอง พวกเขาคงจะรู้สึกภูมิใจเป็อย่างมากแน่
เมื่อผันน้ำจากนาประเทียบมายังนาตากแปลงที่1ตากแดดทิ้งไว้2คืนจึงผันน้ำไปนาตากแปลงนาตากที่2ตากทิ้งไว้อีก2คืนผันน้ำต่อไปนาตากแปลงที่3ทำแบบนี้จนครบ10แปลงนาตากเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพื่อให้น้ำมีความเข้มข้นของเกลือมากขึ้นหรือหากเทียบในโลกเก่านางจะหมายถึงได้ความเข้มข้นเกลือที่ระดับ20ดีกรี จากนั้นผันเข้าสู่แปลงนาส่วนที่4เรียกว่านารองเชื้อเก็บพักไว้ ต่อจากนั้นผันน้ำไปยังแปลงนาส่วนที่5เรียกว่านาเชื้อ นาเชื้อนั้นคือนาที่น้ำเกลือในนาพร้อมที่จะตกผลึกเป็เม็ดแล้ว และสุดท้ายผันน้ำไปตากแดดต่อยังส่วนที่6ที่เรียกว่าปลง ในนาปลงเราจะเห็นดอกเกลือลอยอยู่บนผิวน้ำพอเกลือกระทบสายลมก็จมลงเป็เม็ดตากทิ้งไว้เพียง5แดดก็สามารถใช้คฑาที่ใช้กวาดข้าวมาโกยเม็ดเกลือในน้ำทำให้เป็กองคล้ายูเาลูกเล็ก ทำไว้หลายจุดให้ทั่วแปลงนา ท้ายที่สุดคือปล่อยน้ำในแปลงนาปลงออกให้หมดเพื่อให้ผืนนาและเกลือแห้ง จึงจะเก็บเข้ายุ้งฉางหรือก็คือโรงเรือนเก็บเกลือต่อไปนั่นเอง
ในส่วนของนาเชื้อนางได้ล้อมรั้วบดบังสายตาชาวบ้านเอาไว้ก่อน นางจะรอจนกว่าองค์รัชทายาทเดินทางมาถึง ตอนนั้นนางจะเปิดให้ชาวบ้านได้ดูไปพร้อมกันด้วย
ถึง่นี้แม้ว่าลู่ชิงจะวิ่งวุ่นกับการทำนาเกลือ แต่อาชีพแรกคือการขายซาลาเปานั้น นางก็ยังไม่ได้เลิกขายเลิกทำแต่อย่างใด จะเงินน้อยเงินมากก็คือเงิน นางถือคติแบบนี้มาตลอดั้แ่โลกเก่าที่นางอยู่ เช้านี้นางออกมาขายซาลาเปากับ3หนุ่มน้อยของบ้านตระกูลลู่ วันนี้น้องเล็กร้องตามจะขอมากับพวกนางด้วย นางได้สัญญากับท่านป้าจะดูแลให้ดี พี่ใหญ่และพี่รองก็ออกปากช่วยขออนุญาตอีกแรง
“พี่สาวข้าอยากช่วยะโเรียกลูกค้าด้วยขอรับ”
น้องเล็กเดินมาหางเพื่อขออนุญาต
“ได้สิ ลองเรียกดูซิ พี่สาวจะยืนเป็กำลังใจอยู่ข้างเ้า”
“ขอรับ” จากนั้นน้องเล็กลู่จิวก็ะโร้องเรียกบรรดาเหล่าผู้คนที่เดินผ่านเข้าตัวตลาดเพื่อมาจับจ่ายซื้อของทันที
“ซาลาเปาขอรับ ซาลาเปาร้อนๆ เชิญทางนี้ขอรับ พี่สาวท่านนี้สนใจซาลาเปาร้อนๆ ไหมขอรับ เนื้อนุ่มหอมหวาน กัดเข้าไปจะเจอไส้หลากหลายชนิดรับรองว่าท่านจะติดใจไม่มีวันลืมขอรับ”
“เ้าเรียกข้าว่าพี่สาวหรือเด็กน้อย?"
"อุ๊ยตายจริง! เ้าช่างเป็เด็กรู้ความยิ่ง เฉลียวฉลาดทั้งยังน่ารักน่าเอ็นดู เ้าขายอย่างไรนะ มามะ ข้าจะช่วยอุดหนุนเ้าเอง”
เสียงของฮูหยินท่านหนึ่งดูจากหน้าแล้วน่าจะแก่กว่าท่านป้าอยู่หลายปีตอบกลับมา ลู่ชิงคิดอยู่ในใจน้องเล็กเ้าช่างมีไหวพริบฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก อนาคตว่าที่เถ้าแก่น้อยพี่สาวเห็นแววเ้ามาแต่ไกล
ฮูหยินท่านนั้นเหมาซื้อไปมากกว่าครึ่งของซาลาเปาที่นางทำมา เ้าหนูพ่อค้าน้อยก็ออกวาดลวดลายเรียกลูกค้าไม่หยุด จนนางเองยังสงสัยว่าไปเอาคำพูดคำจาพวกนี้มาจากที่ใดกัน
“เสี่ยวจิวไปนั่งพักเหนื่อยกินซาลาเปารองท้องก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่สาวจะเรียกลูกค้าต่อเอง” ลู่ชิงเอ่ยบอกกับน้องเล็กลู่จิว
ลู่จิวกำลังกลับไปนั่งด้านหลังร้าน เขาเหลือบไปเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ตัวเล็กผอมบางกว่าเขามาก นางอยู่ในเสื้อผ้าเก่าขาดมอมแมมแอบหลบมุมยืนส่งสายตามองมาทางเขา แต่เมื่อมองดูอย่างตั้งใจแล้วตาสายตาของเด็กหญิงกลับเพ่งมองเพียงแค่เ้าซาลาเปาลูกขาวอวบในมือของเขาเท่านั้น ตลอดเวลาไม่ว่าเขาจะลองยกมันขึ้น โยกไปทางซ้ายหรือโยกไปทางขวา นางก็จะมองตามซาลาเปาอยู่อย่างนั้น ระหว่างที่พวกพี่ชายพี่สาวกำลังยุ่งอยู่เพราะตอนนี้หน้าแผงร้านมีคนมายืนรอซื้อกันหลายคน เขาจึงเดินเข้าไปหาเด็กหญิงแล้วยืนซาลาเปาในมือส่งไปให้ตรงหน้านาง
“เ้าอยากกินหรือ? ถ้าอย่างนั้นข้ายกมันให้เ้า พี่สาวข้าทำเองกับมือเลยนะ มันอร่อยมากเลยล่ะเ้ากินดูสิ”
“ให้ข้าจริงๆ นะ” เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกดีใจจนลิงโลดนางแอบมองร้านซาลาเปาตรงหน้ามานานแล้วระหว่างที่รอพี่ชายของนางรับจ้างแบกขนสิ่งขอในตลาดไปส่งขึ้นเกวียน
เด็กหญิงตัวน้อยแบ่งซาลาเปาที่ได้รับออกมาครึ่งนางเก็บมันใส่ไว้ในอกเสื้อ และกินอีกส่วนที่เหลือแทนอย่างเอร็ดอร่อย
ลู่จิวสงสัยว่าทำไมนางไม่กินมันให้หมดเขาดูออกว่านางหิวมากจึงเอ่ยถามนาง
“ทำไมเ้าไม่กินให้หมดล่ะ ทำไมต้องแบ่งไว้ด้วย?”
เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยปากตอบออกมาว่า
“ข้าจะเก็บไว้ให้พี่ชาย พี่ชายยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เมื่อวาน”
“ข้ามีอีก2ลูก ข้ายกให้เ้าอีกก็ได้”
ลู่จิวคว้าซาลาเปาในอกเสื้อออกมาอีก2ลูกยื่นให้นาง
“ขอบคุณ” เด็กหญิงยิ้มแย้มดีใจเป็อย่างมาก
แต่ไม่ทันไรกลับมีเสียงดังเอะอะโวยวายของผู้คนดังอยู่ไม่ห่างจากแผงหน้าร้านซาลาเปา
ลู่จิวและเด็กหญิงตัวน้อยต่างพากันหันไปมองดูทันได้นั้นเด็กหญิงมีอาการใจนทำซาลาเปาหลุดมือและนางก็รีบวิ่งออกไปต่อหน้าลู่จิวพร้ะโกนว่า
“พี่ใหญ่….!”