ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 146 : ข้าไม่ได้อู้งานนะ...

    แขนที่ถูกตัดของกุ่ยหราน ช่วงบาดแผลที่เป็นรอยตัด มันราวกับมีชีวิต มีรยางค์คล้ายหนอนขดจำนวนมากดิ้นไปดิ้นมาก จากนั้นมันก็พุ่งตัวเป็นเส้นไปเชื่อมกับรอยแผลที่ถูกตัด


    ชายชุดดำมองจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสนใจ ราวกับว่าการฆ่ากุ่ยหรานเป็นการมาทำงานวิจัยอย่างใดอย่างหนึ่งของตัวเขา


    ตูม ตูม ตู้ม


    เสียงร่างลิงยักษ์ทุบพื้นระเบิดไปทั่ว ชายชุดดำลึกลับเอาดาบของตัวเองตวัดตัดเฉือนเนื้อของกุ่ยหรานไปทั่ว โดยที่กุ่ยหรานไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองเลย ในระหว่างนี้ปากของกุ่ยหรานอ้ากว้าง มีดอกไม้สีเลือดคล้ายงอกออกมาจากใบหน้าของเขา ดอกไม้โปรยละอองสีแดง มันมีกลิ่นที่พิเศษ และทำให้คนคลั่งได้


    สายตากุ่ยหรานมองชายลึกลับอย่างเจ้าเล่ห์ ในใจเขาคิด หากชายชุดดำลึกลับอยากสู้ยืดเยื้อก็เอาเลย เขาก็มีวิธีของตัวเอง ยิ่งสู้กันนานเท่าไหร่ กลิ่นเกสรดอกไม้ของเขาก็จะค่อยๆ มีอำนาจครอบงำและหลอนจิตใจของฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นมากขึ้น


    "สนุกแค่นี้คงพอและ ข้าเรียนรู้แล้วว่าอมนุษย์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ส่วนแผนการชั้นต่ำของเจ้านั้น มันสามัญเกินไป ข้าสามารถสู้กับเจ้าโดยไม่ต้องหายใจได้เป็นชั่วโมง มันคงน่าตลกมากหากข้าแกล้งสู้ยืดเยื้อกับเจ้า และแสดงออกว่าผลสุดท้ายข้าไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากเกสรดอกไม้ปีศาจนั่น แต่ข้าไม่มีเวลาเล่นมากขนาดนั้น เพราะข้ามีสิ่งต้องทำ..."


    ชายชุดดำลึกลับพูดจบทั่วร่างเขาก็ปรากฏอัสนี พร้อมพุ่งตัวเป็นเส้นสีขาว เนื่องจากทั่วร่างของเขามีสายหมอกปกคลุม


    กลางร่างลิงยักษ์ เกิดเป็นเส้นตัดที่ได้สันฐาน


    กุ่ยหรานอยากแผดเสียงว่าข้าคืออมนุษย์ ข้าคือผู้ที่ไม่มีวันตาย


    เขาอยากพูดแบบนี้ แต่ในห้วงจิตของเขา เขาสัมผัสความเจ็บปวดอันทรมาน ร่างกายของเขากรีดร้องจากการความเสียหายจากดวงวิญญาณ


    บูม บ๊าง เปาะ เปี๊ยะ เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง


    "ข้าจะต้องไม่ตาย... ข้าคือผู้เป็นอมตะ"


    ชายชุดดำลึกลับเดินเข้าหาร่างกุ่ยหราน เส้นตัดที่กลางกาย แผลขนาดใหญ่ เขาเห็นผลึกอัญมณีสีม่วง ชายลึกลับเดินไปหยิบมันออกจากร่างกุ่ยหราน


    "นี่รึแก่นแท้ของอมนุษย์..."


    ชายลึกลับค่อยๆ เดินจากไป และหายไปในสายหมอก ในระหว่างนี้เขาได้แต่คิด กุ่ยหรานมันช่างเป็นอมนุษย์ตัวโง่ แม้อมนุษย์จะไม่มีวันตาย แต่มันสามารถถูกฆ่าได้


    เขาเปิดเผยพลัง 'อัสนี' ซึ่งเป็นหนึ่งในพลังวิเศษที่สามารถสังหารร่างอมตะได้ แต่กุ่ยหรานก็ยังเลือกสู้อย่างบ้าคลั่ง มันช่างเป็นคนโง่จริงๆ นี่ยังไม่ร่วมดาบคู่ของเขาที่แฝงไว้ด้วยจิตนักรบแต่กุ่ยหรานกับมองมันไม่ออกและปล่อยให้เขาควบแน่นจิตนักรบและฟันออกไป ถ้าไม่เป็นอมนุษย์ที่โง่จริงๆ คงไม่ประมาทแบบนี้


    ชายชุดดำลึกลับ หยิบที่คล้องหูสีทองรูปปีกนกมาสวมที่หู


    "เคอซวนข้าจัดการเหยื่อเรียบร้อยแล้ว"


    ...


    เคอซวนแสยะยิ้ม ร่างของตัวเขาตอนนี้เดินก้าวเร็วราวกับโบยบิน แต่กลับไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเคอซวน นั่นเพราะมองจากภายนอกอำนาจพลังวิเศษของเคอซวน การเล่นแสง เคอซวนนั้นราวกับเป็นความว่างเปล่า


    แต่ปัญหาของเคอซวนตอนนี้ เขาไม่ได้เดินทางไปช่วยเด็กชายหญิงที่ถูกคุมขังในคฤหาสน์แห่งกุ่ยหราน เขาไปไหนกัน?


    นอกจากนั้นในมือของกุ่ยหรานยังถือบางสิ่งบางอย่าง มันมีลักษณะคล้ายเป็นลูกดิ่ง เพียงแต่ลูกดิ่งนี้กลับสามารถลอยตัวและชี้บอกทิศทางให้เคอซวนได้ ลูกดิ่งนี้เป็นสีทอง แต่มันกลับมีร่องรอยการกัดเซาะอันประหลาด ทำให้มันดูเก่า แต่จุดสังเกตุ ปลายลูกดิ่งมีหยดเลือดประหลาดเกาะอยู่ หยดเลือดนี้มีกลิ่นอายอันเน่าเหม็นของอมนุษย์


    ...


    ที่คุมขัง ณ คฤหาสน์ของกุ่ยหราน


    "ทำไมข้ารู้สึกง่วงจัง" ชายกักขฬะคนหนึ่งที่เป็นเวรยามพูดขึ้น ก่อนจะหันไปมองสหายที่อยู่ข้างๆ และพบว่าสหายของตัวเขาได้หลับคากำแพงไปแล้ว "ไอ้เวรทำไมเอ็งถึงกล้าหลับในขณะเป็นเวรยามแบบนี้ เอ็งอยากตายนักเหรอ..." ชายกักขฬะผู้เป็นยามพูดได้เพียงแค่นี้ ก่อนตัวเขาก็ไม่อาจจะฝืนลืมตาได้อีก


    ไม่น่าเชื่อทำไมหนังตาของตัวเขาถึงได้หนักอึ้งถึงขนาดนี้ได้


    ชายกักขฬะในที่สุดดวงตาของเขาก็ปิดลง เสียลมหายใจอันเบาสบายดังออกมาจากปากของเขา เขาดูเหมือนไม่เคยนอนหลับได้สนิทและมีความสุขแบบนี้มาก่อน


    ไม่ไกลกันกระดาษขนาดเล็กรูปมนุษย์หลายสิบเดินกันมาเป็นขบวนยาว มีมนุษย์กระดาษหลายตัวถืออัญมณีที่ดูมีสีสันคล้ายไพลินชูขึ้นเหนือศีรษะหลายสิบตัว


    พวกมันราวกับเป็นเด็กๆ และมีชีวิตจริงๆ บางตัวก็มีลักษณะเล่นซน บางตัวก็จำต้องดึงสหายที่พยายามเดินแตกแถวและคิดจะไม่ทำงานกลับเข้าขบวน มองจากภายนอกมันดูแปลกๆ ดี


    พวกมันบางส่วนมาถึงร่างชายกักขฬะ เมื่อมาถึงมนุษย์กระดาษร่างเล็กรีบปีนร่างของชายกักขฬะที่หลับใหลทันที ก่อนไปค้นและหยิบกุญแจ ส่งต่อเป็นทอดๆ ให้เพื่อนมนุษย์กระดาษและไปไขประตู


    เมื่อประตูเปิดออก อัญมณีที่ดูคล้ายไพลินเปล่งแสงสว่างบางส่วน ร่างชายสูงวัยปรากฏ เขาคือเคอซวน


    "ข้าไม่ได้อู้งานนะ..." เคอซวนพูดกับตัวเองและหัวเราะ


    รอบตัวเคอซวนที่เกิดจากการเล่นแสงมนุษย์กระดาษเล็กจิ๋วทำท่าคล้ายเด็กๆ โห่ร้องหาพ่อของตัวเอง


    ...


    มุมหนึ่งของคุกมืด ดวงตาเด็กชายหญิงคล้ายเป็นประกาย อยู่ๆ พวกเขาก็เห็นมนุษย์กระดาษที่เล็กจิ๋วเดินได้เป็นขบวนยาว


    "นี่มันอะไร" เด็กชายคนหนึ่งที่หัวใจยังใสสะอาดพูดขึ้นอย่างแปลกใจ


    มนุษย์กระดาษตัวหนึ่งรีบวิ่งมา สองมือของมันยกสูง มันแบกอัญมณีไพลินประหลาดของเคอซวนมาด้วย


    กลิ้งๆๆ มันสะดุดล้มทำอัญมณีประหลาดสีไพลินหล่นกลิ้งไปมา ก่อนที่ตัวมันจะรีบวิ่งไปเก็บ มันโค้งตัวขอโทษเพื่อนมนุษย์กระดาษด้วยกันตัวอื่นๆ เด็กๆ ที่อยู่ในคุกเห็น ต่างทำสายตาประหลาดใจมองจ้องมัน


    ก่อนในไม่ช้าจะมีมนุษย์กระดาษที่แบกอัญมณีสีไพลินมาอีกหลายตัว พวกมันไปยืนอยู่หน้ากรงขัง


    ก่อนอัญมณีจะเปล่งแสงอ่อนๆ พร้อมเสียงชายสูงวัยดังออกมา


    "ไม่ต้องกังวลเหล่าเด็กน้อยทั้งหลาย เค่อซวนผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ หัตถ์ซ้ายของราชาแห่งเทพ 'ซือเชิน' ผู้เปี่ยมเมตตาได้มาช่วยพวกเจ้าแล้ว"


    ใบหน้าของภาพมายาอันตระการของเคอซวนตอนนี้ดูใจดียิ่งกว่านักบุญเสียอีก ราวกับเป็นเทพมาโปรดจริงๆ หากเซี่ยซีหานอยู่ตรงนี้คงต้องตกตะลึง นอกจากนั้นยังต้องถามว่าเอ็งไปเป็นหัตถ์ซ้ายของราชาแห่งเทพตั้งแต่เมื่อไหร่ และในโลกใบนี้มีราชาแห่งเทพที่ชื่อซือเชินด้วยเหรอ


    "หาาา" เด็กๆ หลายคนอ้าปากกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งร่างกายมีแสงสว่างปรากฏตัว เท้าเปล่าของเขาไม่แตะพื้น ทำให้เขาดูสง่างามและยิ่งใหญ่มากในสายตาของเด็กๆ หญิงสาวหลายคนคลานเข่าและรีบมาเกาะกรงขังอย่างไม่รู้ตัว


    หลายคนพึมพำว่าเทพเจ้า เทพเจ้า เทพเจ้า ออกมาอย่างไม่ขาดปาก


    ...


    ในเวลาเดียวกัน เซี่ยซีหานที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการต่อสู้


    !อัก เซี่ยซีหานเจ็บแปล๊บที่หัวใจ นี่คือการโจมตีทางจิต


    แต่ภายนอกเซี่ยซีหานพยายามนิ่งสงบ


    เขาหันไปทางที่มีเสียงของรถลาก และเขาก็ได้เห็นรถม้าประหลาด มันไม่มีม้าในการลากจูงตัวรถ แต่มันถูกลากจูงด้วยโครงกระดูกของสัตว์ขนาดใหญ่ เซี่ยซีหานรู้ได้ทันทีนี่คือการปรากฏตัวของผู้วิเศษที่แท้จริง


    "เจ้าสามารถรอดจากธนูวิญญาณของพ่อข้าได้" จากผู้วิเศษแท้จริงใบหน้าหล่อเหลาแต่ซูบผอมพูดขึ้น โดยที่ตัวเขายืนอยู่บนรถม้า ด้านหลังเขามีตัวตนลึกลับสวมชุดคลุมนั่งอยู่สองคน แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านนักรบและผู้วิเศษ เซี่ยซีหานได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวรอดออกมาจากชุดคลุกด้านหลัง เสียงนั้นฟังดูรัญจวนใจแปลกๆ ราวกับเธอถูกทำเรื่องลับๆ ที่น่ารัญจวนอยู่ นอกจากนั้นเขาคล้ายได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของบุรุษ


    "เจ้าน่าเป็นตัวอย่างการทดลองที่ดีของข้า ข้ากำลังเบื่อๆ พอดี ในคฤหาสน์ของกุ่ยหรานไม่มีอะไรทำให้ข้าสนุกได้อีกแล้ว" ชายใบหน้าหล่อเหลาแต่ซูบผอมพูดขึ้น ผิวของเขาซีดมาก แววตาก็ดูไร้ประกาย พร้อมสองมือของเขาอ้า วงเวทย์ปรากฏ


    ในฐานะที่เซี่ยซีหานพอมีประสบการณ์ต่อสู้มาบ้างแล้ว ดังนั้นเขาย่อมรู้ว่า กฎในการจัดการกับผู้วิเศษคืออะไร


    !อย่าปล่อยให้ผู้วิเศษมีเวลาเตรียมตัว


    ร่างเซี่ยซีหานพุ่งเร็วพร้อมดวงตาปรากฏวงเวทย์ ดาบไม้ในมือของเขาตั้งตรงพุ่งเข้าหาชายผู้คาดว่าเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงในทันที


    เซี่ยซีหานต้องการสังหารเขาให้เร็วที่สุด โดยไม่สนว่าในมือของเขามีไพ่อะไรซ่อนอยู่


    แต่ในระหว่างที่เซี่ยซีหานจะถึงตัวชายผู้เป็นผู้วิเศษแท้จริงคนนั้น สัญชาตญาณแห่งนักรบของเขาก็ร้องเตือน ภาพบางอย่างปรากฏในห้วงสำนึก และนั่นก็ทำให้เซี่ยซีหานต้องกัดฟันและบ่นในใจ


    'เป็นอย่างที่ตาแก่เคอซวนพูดจริงๆ พวกผู้วิเศษมักเจ้าเล่ห์และจัดการยาก' แม้การปรากฏตัวของผู้วิเศษลึกลับคนนี้จะดูเหมือนปรากฏตัวอย่างลวกๆ และดูโง่ๆ แต่นั่นกลับไม่ใช่ความจริง


    ทันทีที่เซี่ยซีหานหยุดก้าวเท้าพุ่งตัวไปด้านหน้าและพยายามจะถอยหลังกระโดดกลับ เงามืดที่อยู่ใต้รถม้าก็พุ่งหาเขาทันที ชายสองคนที่มีความรวดเร็วไม่ต่างกับ 'ติงฉี' หัวหน้ากองกำลังหมาล่าเนื้อที่ใช้เวทย์เสริมแกร่งและความเร็วปรากฏตัว

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน