ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 302 บทลงโทษ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

เพียงไม่นานก็ผ่านไป2วันตอนนี้ออสอยู่ที่ศาลเยาวชนของเมืองS 

 

มีผู้คนมากมายมารอเวลาพิจารณาคดีแน่นอนว่าส่วนใหญ่คือญาติของคนที่โดนยิง

 

“แน่ใจนะว่าไม่อยากให้ผมช่วยหาคนงานให้”ออสถามนายศิวกร

 

ถึงแม้ว่าคนของอิกดราซิลที่โดนดึงเข้ามาจะไม่ค่อยมีชนชั้นแรงงานแต่ว่าก็มีคนที่ทำงานอยู่ในบริษัทจัดหางาน รวมถึงอิกดราซิลเองก็มีบริษัทจัดหางานที่เป็นเจ้าของเองอยู่บ้างเพราะงั้นถ้าจะหาคนมาให้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก

 

“ไม่ต้องหรอกน่า ฉันจัดการได้ ทำไร่มาตั้งหลายสิบปีแค่นี้ไม่ทำให้ฉันพังหรอก สนใจเรื่องตรงหน้านี่ก่อนดีกว่า”นายศิวกรตอบกลับ

 

“ว่าแต่พวกเธอวางแผนอะไรเอาไว้กันแน่”นางสายหมอกถามทั้งสองคน

 

“ไม่ต้องรู้หรอกเดี๋ยวเรียบร้อยแล้วฉันเล่าให้ฟัง”นายศิวกรตอบกลับ 

 

ก่อนหน้านี้ออสได้คุยกับนายศิวกรแล้วว่าเขาวางแผนอะไรเอาไว้

 

สุดท้ายก็จะให้นายศิวกรตัดสินใจเองว่าจะเอาไงกับเด็กนั่น

 

เพราะงั้นจริงๆแล้วตัวนายศิวกรเองก็ไม่รู้ว่ามันจะจบยังไงเหมือนกันเพราะต้องดูก่อนว่าแผนของออสมันจะออกมาแบบไหน ส่วนนางสายหมอกเขาจงใจไม่เล่าเองเนื่องจากเธอใช้อารมณ์มากเกินไป

 

“ไปกันเถอะ”ออสพูดก่อนจะจูงมือของฟ้าและนำทุกคนเข้าห้องพิจารณาคดีไป

 

…

ห้องพิจารณาคดีศาลเยาวชนเมืองS

 

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดปกคลุมไปทั่ว ด้านขวา เด็กชายวัย14ปีนั่งอยู่ข้างทนาย เขาแต่งตัวดี แววตาท่าทางไม่สะทกสะท้าน

 

ครอบครัวของเหยื่อที่บาดเจ็บต่างมองไปที่เด็กชายด้วยความเจ็บแค้น ส่วนครอบครัวเหยื่อที่เสียชีวิตบ้างก็ร้องไห้ บ้างก็จับมือเพื่อให้กำลังใจกัน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้มีคนตาย2คน คนหนึ่งตายในที่เกิดเหตุ เป็นหญิงสาววัยทำงานธรรมดา อีกคนเป็นคุณหมอประสบการณ์สูงและเป็นที่ชื่นชมของเพื่อนร่วมงาน สาหัสอีก2คนคือลมและอีกคนคือเจ้าของร้านค้าร้านหนึ่งที่ไปเปิดในเทศกาล และสุดท้ายบาดเจ็บชายวัย30 1คนโดนยิงที่ขา

 

ไม่สาหัสอาจจะฟังดูดี แต่จริงๆเขาอาจจะต้องเดินกระเผลกทั้งชีวิตที่เหลือ

 

ไม่นานผู้พิพากษาก็เดินเข้ามาแล้วขึ้นไปนั่งบนบังลังก์

 

“เอาหละเริ่มเถอะ”ผู้พิพากษาพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ หลังกวาดตามองพบว่าคนที่เกี่ยวข้องมากันครบแล้ว

 

เขาได้รับข้อมูลมาทั้งหมดแล้ว คดีนี้อาจจะสะเทือนใจ แต่มันไม่มีอะไรซับซ้อนทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว อัยการยื่นฟ้อง เด็กก็สารภาพหมด พ่อเป็นตำรวจ ทนายที่ดูแลก็พอมีชื่ออยู่บ้าง คงรู้อยู่แล้วว้าตัวเองไม่โดนโทษหนักอะไรแน่นอน

 

ไม่จำเป็นต้องเรียกพยาน ไม่ต้องประชุมเครียดเรื่องผลการตัดสิน ไม่ต้องนัดมาใหม่ ตัดสินมันวันนี้ได้เลย ตอนนี้ยังไม่ทันเริ่มเขาก็มีคำตัดสินในหัวแล้วด้วยซ้ำ 

 

ผู้พิพากษามองคนที่เข้ามารับฟังคดีแล้วก็ถอนหายใจออกมา ไม่มีใครอยากรับคดีนี้ เขาโดนขอร้องมาให้ทำและก็เตรียมตัวที่จะโดนญาติๆของเหยื่อด่าแล้ว

 

“ศาลที่เคารพ…”อัยการเริ่มกล่าวเปิด เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นไล่ไปเรื่อยจนพูดว่าเด็กผิดอะไรควรโดนลงโทษอะไร

 

“ยอมรับทุกข้อกล่าวหาครับ”ทนายของเด็กที่ก่อเรื่องลุกขึ้นมาพูดสั้นๆแล้วนั่งลง

 

“รู้ใช่มั้ยว่าเธอทำคนตาย”ผู้พิพากษาถาม

 

“รู้ครับ ผมเสียใจ ผมทำไปด้วยอารมณ์โกรธเพราะถูกชายคนนั้นถีบ ถ้าผมไม่โดนใช้กำลังก่อนก็คงไม่ทำอะไรแบบนั้น”เด็กหนุ่มวัย14พูดสีหน้าแววตาไม่ได้มีความสลดเลยแม่แต่น้อย

 

ผู้กำกับพ่อของต้าพยักหน้าอย่างพอใจ แววตาดูสะใจเล็กน้อยเขายังโกรธเรื่องในวันนี้นายศิวกรบุกเข้าไปกระทืบลูกเขาอยู่

 

“ไอ้..”นายศฺิวกรกับนางสายสายหมอกได้ยินก็กัดฟันแน่นอยากจะด่าออกไปแม้แต่ตอนนี้มันก็ยังหาเรื่องโยนความผิดให้ลม

 

“มันโกหก”เสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นญาติของคุณหมอที่เสียชีวิตตะคอกขึ้นมาแล้วอีกหลายเสียงก็ตามมา

“ดูหน้ามันสิมันเสียใจที่ไหนวะ”

“เอามันติดคุก”

“ประหารชีวิตเลย”

 

“เฮ้ออ อยูในความสงบ”ผู้พิพากษาถอนหายใจเพราะยังไงเขาก็ตัดสินอะไรแบบนั้นไม่ได้ถึงจะอยากก็ตามแต่สุดท้ายเขาก็ต้องอ่านคำตัดสินออกไป

 

เข้าใช้ค้อนเคาะให้ทุกคนเงียบแล้วก็อ่านผลการตัดสิน

 

“ตามกฏหมาย….ศาลสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหาเข้ารับการอบรมในสถานพินิจเป็นเวลา1ปี”

 

เสียงโห่ร้องออกมาทันที

 

“ไม่ยุติธรรม”

“บ้าอะไรวะน้องสาวฉันตายแต่มันไปอบรมแค่ปีเดียว ไปจริงๆอาจจะไม่ถึงปีด้วยซ้ำ”

“ตายไปซะตัดสินแบบนี้ได้ไงวะ”

“พี่ชายฉันต้องเดินกระเผลกไปทั้งชีวิตนะโว้ย”

 

ต้าหันไปมองญาติของเหยื่อแล้วก็ยิ้มอย่างสะใจถึงแม้จะเซ็งๆเล็กน้อยที่โดนส่งไปสถานพินิจ ตอนแรกเขาคิดว่าจะไม่โดนอะไรเลยเสียอีก พึ่งมารู้จากพ่อแล้วก็ทนายทีหลังว่าถึงแม้เขาจะอายุ14 ไม่ติดคุกก็จริงแต่ศาลก็ยังสามารถส่งเขาไปอบรมได้อยู่

 

“เอาเถอะสั่งมา1ปี แต่จริงจะเท่าไหร่เชียวอย่างมากก็3เดือน”ต้าพูดออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยก่อนจะโดนคุมตัวออกไป

 

ผู้พิพากษารีบออกจากห้องพิจารณาคดีไป เขารู้ว่าบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบไม่ช่วยอะไรแล้วตอนนี้

 

สุดท้ายแล้วที่ว่ากฏหมายมันยุติธรรมก็ไม่ใช่เรื่องจริงเขาที่เป็นผู้พิพากษาคดีเยาวชนรู้เรื่องนี้ดีที่สุดขนาดฆ่าคนตายไป2คนเขายังสั่งมันติดคุกไม่ได้เลย

 

“จบสักที”ผู้กำกับโจอี้พยักหน้าอย่างพอใจทุกอย่างจบด้วยดีสำหรับเขา เรื่องปืนหลังจากที่เขาสลับเอาปืนเถื่อนที่เคยยึดได้แต่ยังไม่ลงทะเบียนส่งไปเป็นของกลางก็ไม่มีใครพูดถึงอีกพูดถึงที่มาอีกเพราะต่อให้สืบยังไงก็ไม่เจอ

 

ส่วนลูกชายเขาก็เตี้ยมเอาไว้แล้วว่าให้บอกไปมั่วๆว่าสั่งซื้อมาในเน็ตที่ตอนนี้ปิดเว็บหนีไปแล้วเท่านี้ก็จบไม่มีใครทำอะไรเขาได้อีก

 

พอเห็นว่าลูกชายโดนเอาตัวออกไปแล้วเขาก็เดินตามไป

 

ส่วนนายศิวกรกับญาติผู้เสียหายคนอื่นๆก็ยังคุยกันอยู่เรื่องฟ้องร้องเรียกค่าเสียงหายทางแพ่งต่อไป

 

“อีฟเอาเลย”ออสส่งสัญญาณให้สาวผมทองที่นั่งอยู่ข้างหลัง

 

“จัดการเองได้นะ”จูนถาม

 

ออสพยักหน้าตอบก่อนจะดึงตัวนายศิวกรแยกออกไป

 

..

ด้านนอกห้องพิจารณาคดี

เด็กชายวัย14ปีกำลังโดนคุมตัว

 

“เดี๋ยวผมขอคุยกับลูกชายผมครู่นึง”ผู้กำกับโจอี้เดินมาพูดกับเจ้าหน้าที่ ที่จะส่งตัวลูกชายเขาไปเข้าสถานพินิจ

 

เจ้าหน้าที่2คนมองหน้ากันแล้วก็พยักหน้าก่อนจะพา2พ่อลูกเข้าไปในห้องๆหนึ่ง

 

“แกไม่ต้องห่วงแค่2-3เดือนเท่านั้นแหละ ฉันพอมีเส้นสายอยู่เดี๋ยวจะคุยให้เขาปล่อยเร็วขึ้น ระหว่างอยู่ในนั้นอย่าก่อเรื่องไม่งั้นมันจะยาก เข้าใจนะ”ผู้เป็นพ่อสั่งลูกชาย

 

“ไม่ต้องห่วงน่าพ่อ ดีไม่ดีผมอาจจะได้เพื่อนใหม่ก็ได้”ไอ้ต้ายิ้มไม่กังวลเลยสักนิด

 

“งั้นก็ตามนั้นจัดการตัวเองดีๆแล้วกัน”ผู้กำกับโจอี้บอกก่อนจะเดินออกไปบอกผู้คุมว่าเรียบร้อย

 

“เดี๋ยวขอเราคุยกับเขาด้วย”ระหว่างที่ผู้คุมจะพาตัวต้าไปนั้นเองก็มีเสียงขัดขึ้นอีก

 

“ไอ้ปอน ไอ้เมือง ไอ้นพ”ต้าเห็นเพื่อนมาหาก็ยิ้ม

 

“ไม่ได้..ไปได้แล้ว”เจ้าหน้าที่สั่ง เขายอมให้พ่อลูกลากันเล็กน้อยก็จริงแต่นั่นส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อของเด็กนี่เป็นผู้กำกับ 

 

แต่กับเพื่อนมันไม่จำเป็น

 

“ให้พวกเขาคุยกันสัก5-10นาทีจะเป็นอะไร”

 

“ไม่ ไปได้แล้ว”เจ้าหน้าที่ปฏิเสธก่อนจะหันไปมองแต่พอหันไปก็ต้องชะงัก

 

คนที่ยืนอยู่คือสารวัตรสุนทรนั่นเอง เขาถูกส่งมาเพื่อให้แน่ใจว่าทั้ง3คนได้คุยกับต้า

 

สารวัตรสุนทร

 

“คุณ…ตำรวจคนที่ทำคดีนี้นี่”

 

“ใช่…เด็กมันจะไม่ได้เจอกันอีกนานให้มันลากันเถอะ”เขาตอบ

 

ถ้าจบไม่สวยอาจจะไม่ได้เจออีกเลยก็ได้ สารวัตรคิดในใจแล้วเหลือบไปมองริกกี้ที่ยืนดูอยู่

 

“ก็ได้”

 

“เร็วๆด้วย”เจ้าหน้าที่บอกก่อนจะผลักเด็ก4คนให้กลับเขาไปห้องเดิม

 

“เฮ้ย ไหนมึงบอกรอดชัวไงโดนส่งไปอบรมเฉยเลยหวะ”ปอนเปิดประเด็นก่อน

 

“เออกูก็พึ่งรู้ว่ามันมีแบบนี้ด้วย”ต้าตอบกลับ

 

“พ่อกูบอกว่าสั่งมา1ปี แต่จริงๆอย่างมากก็2-3เดือนถ้ากูไม่ก่อเรื่อง”ต้าเล่าสิ่งที่พ่อบอกให้เพื่อนๆฟัง

 

“แล้วไงต่อวะ กูว่าจะกลับไปลองเรียนแบบตั้งใจดู เรื่องครั้งนี้มันหนักหวะ ก่อเรื่องอีกจะแย่เอา”ไอ้เมืองเพื่อนอีกคนพูด

 

“เรียนก็ดี แต่กูจะเอาคืนก่อน”ต้าพูดด้วยน้ำเสียงแค้นจัดทำทั้งสาม3หน้าเสีย

 

“เอาคืนไรวะมึงก็ยิงไอ้นั่นเกือบตายแล้วโดนส่งไปโดนบ่นนี่ไง จบเหอะ”ปอนลองโม้นน้าวแต่ก็โดนเพื่อนอีกสองคนสะกิดยิกๆเนื่องจากถูกสั่งมาว่าให้เปิดปากไอ้ต้าให้มากที่สุดว่ามันจะทำยังไงหลังออกมา

 

“จบเหี้ยอะไร พ่อมันกระทืบกูถึงในห้องพ่อกูเลย"ต้าพูดด้วยความแค้น 

 

" แม่งลูกมันกูยิงไปแล้วทำอะไรดีวะเอาให้แม่งกระเลือดตายไปเลย รู้ละ…พวกมึงบอกว่าลูกสาวแม่งสวยนี่ มึงไปหามาเลยว่ามันอยู่โรงเรียนอะไร กูออกมาจะจับแม่งข่มขืนแล้วถ่ายส่งไปให้พ่อแม่งดู”ต้าพูดด้วยความคึกคะนอง

 

“พออกมาตอนนั้นมึง15แล้วนะไม่กลัวคุกยาวรึไงวะ”ปอนถาม

 

“ห่า ประเทศเราเคยส่งเด็ก15เข้าคุกจริงๆที่ไหน ก็สถานพินิจเหมือนเดิมแหละวะแค่นานขึ้นหน่อย เอาจริงๆกูไม่เข้าใจผู้ใหญ่ที่ออกกฏหมายหวะแม่งคิดว่าส่งพวกเราไปอบรมแล้วจะออกมาเป็นหุ่นยนต์ทำตามกฏหมายโง่ๆของมันหรอวะฮ่าๆ”ต้าพูดอย่างอวดดี

 

“อีกอย่างเด็กเอากัน บางทีถ้าพ่อแม่ไม่อยากให้ลูกเสียหายเขาอาจจะให้กูรับผิดชอบ นอกจากจะเป็นลูกผู้กำกับกูอาจจะกลายเป็นลูกเขยเศรษฐีชาวไร่ด้วยก็ได้นะเว้ย”พอถึงตรงนี้มันก็ฉีกยิ้มชั่วร้ายออกมา 

 

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้มันก็ไม่ได้สำนึกเลยแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะคิดถึงคนอื่นที่โดนลูกหลงจนถึงตายเลยด้วยซ้ำ

 

ต้ายังคงพูดเรื่องเลวๆออกมาไม่หยุดโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีคนฟังอยู่เนื่องจากไอ้สามตัวที่มาคุยด้วยโดยบังคับให้ติดเครื่องดักฟังเอาไว้ด้วยนั่นเอง