หลังอาหารเย็น เสี่ยวหงเอ๋อกินขนมไปถึงสามถุงติดๆ กัน โจวเถาเถารีบเตือนลูกชาย
“เ้ากินมากเกินไปแล้ว”
ตอนนั้นเองเด็กตัวน้อยถึงจำได้ว่า ควรจะกินเท่าที่จำเป็ เขาจึงหยุดกินทันทีไม่ว่าจะอยากกินต่อสักแค่ไหน โจวเถาเถาเห็นลูกชายเข้าใจผิด นางจึงยิ้มกล่าวว่า
“กินขนมมากเกินไปจะไม่ดี เ้ากินได้แค่ครั้งคราวเท่านั้น”
เด็กน้อยพยักหน้าในสายตาของเขามารดาพูดสิ่งใดล้วนถูกต้องไปทุกเื่
“แม่จะต้มน้ำ เ้าไปอาบน้ำจะได้เข้านอนกันนะ” โจวเถาเถาลูบหัวลูกชาย “ท่านแม่ตัวข้าไม่สกปรกแล้ว” เด็กน้อยอิดออดเขาไม่อยากอาบน้ำทุกวัน
โจวเถาเถาเข้าใจลูกชาย
“ถ้าอย่างนั้นสามวันเ้าต้องอาบน้ำครั้งหนึ่งนะ”
เขาไม่อยากให้มารดาต้มน้ำทุกวันไม่อยากให้นางเหนื่อยมากนัก แต่ทุกสามวันนี่..เขาก็ยังอดขมวดคิ้วไม่ได้ โจวเถาเถาเห็นแบบนี้นางเลยต้องงัดไม้ตายออกมาใช้
“แม่ชอบหงเอ๋อที่ตัวสะอาด หอมๆ ที่สุดเลย” คราวนี้เ้าซาละเปาน้อยยอมเชื่อฟังแม่ของเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ อีก ตอนนี้ร่างกายของลูกชายดีขึ้นมากแล้วสิ่งสกปรกทั้งหลายก็กำจัดไปได้เกือบหมดแล้ว แต่สำหรับตัวนางเอง โจวเถาเถาไม่กล้าที่จะดื่มน้ำพุมากนัก ถ้าดื่มไปมากๆ แล้วร่างกายเปลี่ยนแปลงมากเกินไปจะไม่ถูกมองว่าเป็สัตว์ประหลาดหรืออย่างไร?
รออีกหน่อยเถอะไขมันจ๋า!!
******
ตะวันเริ่มตกดินแล้ว แต่อากาศยังคงร้อนอบอ้าวอยู่มาก
มีผู้คนที่แต่งตัวเป็พ่อค้าเร่เดินทางไกลมาด้วยเกวียน พ่อค้าเร่เหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะเดินทางไปตามหมู่บ้านตามถนนตรอกซอกซอยเพื่อขายของจิปาถะเล็กๆ น้อยๆ ชาวบ้านในหมู่บ้านกัวเทียนจึงไม่ค่อยถือสาเขามากนัก ถ้าขายของที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นเป็สินค้าแปลกๆ ก็จะได้รับความสนใจจากชาวบ้านไม่น้อยเลยทีเดียว
ในไม่ช้าเขาก็ได้รู้เื่เกี่ยวกับเื่อื้อฉาวถึงการหายไปของบุตรชายตระกูลหวัง เมื่อห้าปีที่แล้ว จากปากของสะใภ้รองหลี่ หลังจากที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าแล้ว สะใภ้รองหลี่ก็ได้ติดลมพูดมากขึ้นเรื่อยๆ จนชวนพ่อค้าเร่คนนั้นดื่มน้ำจากบ่อบาดาลแล้วนั่งคุยไปยาวไปจนเวลาผ่านไปไม่รู้ตัว พ่อค้าเร่ผู้นั้นไปแล้วหากสะใภ้รองหลี่ยังคงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่จวบจนสามีของนาง หลี่เอ้อเดินเข้าลานบ้านมา หลี่เอ้อวางจอบลงแล้วถามว่า
“เ้าคุยอะไรกับเขา?”
สะใภ้รองหลี่ตอบอย่างเขินอาย
“ไม่มีอะไร..ข้าแค่ซื้อหวีไม้จากเขาเท่านั้นเอง”
หลี่เอ้อโบกมืออย่างหงุดหงิด “ไปๆ ..ไปทำกับข้าวได้แล้ว ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”
สะใภ้หลี่รีบกุลีกุจอไปจุดไฟทำอาหารในครัว ตอนนั้นนางอดคิดถึงพ่อค้าเร่คนนั้นไม่ได้ เมื่อเทียบกับสามีที่หยาบกระด้างของนางแล้วพ่อค้าเร่ผู้นั้นดูจะพูดจาดี มีความรู้อีกทั้งยังหาเงินเก่งอีกด้วย แล้วหน้าตาของเขาก็ดู ..เอ๊ะ! หน้าตาของเขา..หน้าตาเขาเป็ยังไงนะ ทำไม? ..นางถึงจำไม่ได้???
*****
พ่อค้าเร่คนนั้นพบที่ลับตาปราศจากผู้คน เขาเอาเกวียนซ่อน หลังจากนั้นก็ดึงหน้ากากมนุษย์ที่ใส่อยู่ออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ผู้พบเห็นไม่อาจจะลืมได้เลย เขาพึมพำว่า “หนานหยาง ซือผิง กัวเทียน "
เขาเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วหยิบจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง “บุตรชายของตระกูลหวังได้แต่งงานกับคนในหมู่บ้านกัวเทียนหลังจากนั้นไม่นานหวังเอ๋อผู้นั้นก็หายตัวไป เื่ราวยังไม่เป็ที่แน่ชัดแต่อย่างใด หลังจากตรวจสอบดีแล้วให้ทำลายหลักฐานห้ามให้รั่วไหลไปอย่างเด็ดขาด”
พ่อค้าเร่ส่ายหัว จุดไฟเผาจดหมายทิ้งเสีย หลังจากนั้นเขาก็หยิบกระบอกไม่ไผ่ออกมา มีเสียงหึ่งๆ อยู่ในกระบอกไม้ไผ่นั้น เขาเอาผ้าตาข่ายมาพันรอบกายอย่างแ่าพึมพำเบาๆ ว่า “นี่ไม่ใช่ความผิดของข้า ถ้าอยากโทษฟ้าดินก็ไปถามเอาที่นรกเถอะ”
ในขณะที่พูดเขาโยนกระบอกไม้ไผ่ลงที่พื้นจนเห็นว่ากระบอกแตกแล้วเขาจึงรีบซ่อนใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว
********
่เย็นวันนั้น หลี่เอ้อกับภรรยาของเขาลากเก้าอี้ไปนั่งกินข้าวเย็นกันใต้ต้นไม้ หลี่เอ้อใช้ตะเกียบคีบแตงกวาเข้าปากเคี้ยวแล้วพูดว่า
“ทำไมวันนี้ยุงเยอะมาก?”
สะใภ้รองหลี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “เ้าคิดไปเองหรือเปล่า? ฤดูใบไม้ร่วงไม่น่าจะมียุงมากนะ”
หลี่เอ้อยื่นมือออกไปตบยุงบนไหล่เขาจนมือเปื้อนเื เขาสบถก่อนจะลุกขึ้นมองหายากันยุง ส่วนสะใภ้รองหลี่ก็ถอนหายใจเอื้อมมือไปไล่ยุงให้สามี
****
ทุกวันนี้องค์ฮ่องเต้ทรงไม่เบิกบานสำราญพระราชหฤทัยเป็ยิ่งนัก เป็เพราะการกลับมาของท่านอ๋องเซี่ยฉ๋ายที่หายตัวไปหลายปีแล้วบัดนี้ได้คืนกลับมายังราชวงศ์ ผู้คนต่างพากันยกย่องว่าท่านอ๋องผู้นี้มีความกล้าหาญเยี่ยงเสือและดุดันเยี่ยงปีศาจ หัวใจก็ยากแท้หยั่งถึงเปรียบประดุจราวกับห้วงเหวที่ลึกล้ำ พวกเขาไม่ได้ล่วงรู้ว่าท่านอ๋องนั้นมีอายุเพียงแค่ ยี่สิบสี่ปีเท่านั้น
เช้านี้ ท่านอ๋องเซี่ยฉ๋ายกับกุนซือ อวิ๋นหลีกำลังนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ที่ร้านขายแป้งทอด อวิ๋นหลีนั้นอายุมากแล้ว เขาเคี้ยวแป้งทอดพร้อมกับพูดว่า
“ข้าแก่แล้วนอนก็ไม่ค่อยหลับ แล้วยังต้องตื่นแต่เช้ามากินอาหารเช้ากับท่านอีก”
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงกันข้ามกำลังกินเต้าฮวยรสเผ็ดอยู่คือท่านอ๋องเซี่ยฉ๋าย เขาส่ายหัว
“ท่านไม่รู้หรอกว่าหลายปีมานี้ชีวิตข้าผ่านอะไรมาบ้าง? ไม่ว่าตำราเล่มไหนก็ใช้ไม่ได้กับชีวิตที่นอกด่านนั่นหรอก” ว่าแล้วเขาก็เช็ดปากแล้วสั่งแป้งทอดเพิ่มกับเถ้าแก่ อวิ๋นหลีคิดถึงความเป็อยู่ของท่านอ๋องในอดีตที่ผ่านมาเขาถึงกับหัวเราะออกมา
ท่านอ๋องยังคงยิ้มกล่าวว่า
“แต่ในตอนนั้นแล้ว พวกเขาก็นับว่าดีกับข้าไม่น้อยเลยทีเดียว” อวิ๋นหลีหยิบแป้งทอดขึ้นมากล่าวว่า
“นายท่าน ถ้ามีเวลาก็คงต้องหาทางกลับไปดูบ้าง?”
เซี่ยฉ๋ายพยักหน้า “ใช่ถ้าข้ามีเวลา”
ดูเหมือนท่านอ๋องจะจำบางอย่างขึ้นมาได้ “ท่านยังจำคนผู้นั้น หวัง…”
อวิ๋นหลีกลอกตา “หวังเสี่ยวเตี๋ย”
เซี่ยฉ๋ายเคาะนิ้วที่โต๊ะ “ใช่แล้ว หวังเสี่ยวเตี๋ย..เดี๋ยวก่อน ทำไมท่านต้องกลอกตาใส่ข้าด้วยล่ะ”
อวิ๋นหลีพูดเหน็บขึ้นมาว่า “แต่งงานได้ไม่นานนัก สามีหายตัวไป นางถูกทิ้งให้เป็ม่าย แต่ดูสิ สามีที่หายไปกลับมากินเต้าฮวยรสเผ็ดอยู่ที่นี่เอง”
พอได้ยินดังนั้น ท่านอ๋องก็กลอกตาบ้างพูดว่า
“เื่นี้ข้ามีเหตุผล ข้าเซี่ยกวนหงไม่ทำให้ใครผิดหวังหรอก”
อวิ๋นหลีกลับสนใจขึ้นมา “นายท่านอยากจะดำเนินการกับแนวหน้าต่ออีกหรือ?”
ท่านอ๋องกลับถอนหายใจ “น้ำลึกเกินกว่าจะลุยได้แล้ว”
มีเสียงนกหวีดดังขึ้นที่นอกร้าน ท่านอ๋องพยักหน้า ชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายคนขับรถม้าเดินเข้ามานั่งข้างคนทั้งคู่ เขาสั่งโจ๊กลูกเดือยก่อนจะพูดเสียงต่ำว่า
“คาระวะท่านอ๋อง..มีข่าวจากสี่พันลี้มาทูลท่านอ๋อง ตอนนี้มีการเคลื่อนไหวในหมู่บ้านกัวเทียน กับซือผิง คนขององค์รัชทายาทเริ่มลงมือกันแล้ว”
มือของท่านอ๋องที่ถือชามสั่น จากนั้นเขาถึงได้วางชามลงบนโต๊ะแล้วพูดเสียงเรียบๆ ว่า “น้ำลึกเกินไปแล้ว น้ำแกงก็ร้อนเกินไป” หลังจากเงียบไปชั่วครู่เขาก็พูดขึ้นว่า
“ส่งคนไปดูเถอะ”
*****
โจวเถาเถาจับมือน้อยๆ ของลูกชายพลางถามว่า “หงเอ๋อ..วันนี้ลูกอยากกินอะไร?
ซาลาเปาน้อยส่ายหน้า “หงเอ๋อไม่อยากกิน…”
“เงินทองหามาได้ก็ต้องใช้ไป..ลูกไม่ต้องช่วยแม่ประหยัดเงินหรอก” เด็กน้อยเงยหน้ามองมารดาหากยังส่ายหัวอยู่
โจวเถาเถาถอนหายใจ “เอาล่ะ ..ถ้าไม่รู้ว่าจะกินอะไรเช่นนั้นแม่จะทำลูกชิ้นทอดให้หงเอ๋อกินก็แล้วกัน”
*******
ผรร: ถ้าใครยังงงกับบทเกี่ยวกับอ๋องสามก็เว้นๆ ไปก่อนนะคะ นักเขียนจะไปคลายปมตอนหลังๆ ค่ะ