Cattastrophic

    Chapter 16 นักวิทยาศาสตร์กับเรื่องธรรมดา

    Chapter 16

    นักวิทยาศาสตร์กับเรื่องธรรมดา

     

    โนบิลลงจากห้องพักแล้วก็ตรงไปที่ลานเก็บซากทันที ครั้งนี้เขาเลือกซื้อซากจักรกลมาห้าตัว รวมเป็นเงินสามร้อยซิลเวอร์

    หลังเสร็จจธุระ โนบิลก็กลับมาที่ห้อง และพบว่าโนร่ายังนอนกลิ้งเล่นอยู่บนเตียงของเขา

    เธอกำลังชี้นิ้วเหมือนกับจิ้มอะไรบางอย่างบนอากาศ โนบิลอนุมานเอาว่าอีกฝ่ายคงกำลังเปิดดูข้อมูลและเลื่อนหน้าต่างซึ่งมองเห็นได้ผ่านสายตาของเธอเท่านั้น

    โนบิลขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่ชอบให้คนอื่นมานอนบนเตียง เขาครุ่นคิดว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎการอยู่ร่วมกันเลยดีหรือไม่ แต่ก็นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

    ถ้าเริ่มเลี้ยงแมวเมื่อไหร่ แมวก็อาจนอนไม่เลือกที่แบบนี้เหมือนกัน

    ถึงตอนนั้นจะให้ลงมือขับไล่ก็กะไรอยู่ เขาควรพยายามปรับตัวเสียแต่เนิ่น ๆ

    เริ่มโดยการถือว่าโนร่าเป็นแมวตัวหนึ่ง

    จากหูและหางที่แกว่งไกวไปมาอย่างสบายอารมณ์ของอีกฝ่ายก็ทำให้จินตนาการได้ไม่ยาก

    อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ช่วยอะไรเลย โนบิลยังเห็นโนร่าเป็นซินเทซิสที่คอสเพลย์เป็นสาวแมวเหมือนเดิม แต่เขาจะถือว่านี่เป็นการซ้อมล่วงหน้า

    การที่โนร่าไม่ขึ้นมานอนบนคีย์บอร์ดก็ถือว่าค่อนข้างดีแล้ว

    โนร่าเหลือบมาเห็นโนบิลก็ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

    “เตรียมการเสร็จแล้ว ถ้ามีซากจักรกลก็เอาไปวางในห้องได้เลย ตรงที่พื้นเป็นสีเงินน่ะ”

    โนบิลเลิกคิ้วขึ้นน้อยเพราะเพิ่งจะผ่านไปเพียงชั่วโมงเศษ เขาเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อเข้าไปในห้องปฏิบัติการและพบว่าภายในห้องมีแท่งโลหะกองหนึ่งวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ส่วนบนพื้นก็มีแผ่นวงกลมสีเงินจำนวนห้าวงเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดาน

    โนบิลนำซากจักรกลตัวแรกวางลงบนวงกลมสีเงินบนพื้น ทันใดนั้นแผ่นวงกลมก็เกิดการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนรูปไป มันไหลขึ้นไปตามพื้นผิวของซากจักรกลคล้ายกับของเหลวที่ถูกดูดซับ แล้วขึ้นไปรวมตัวกันอีกครั้งที่ส่วนบนสุดของซาก ก่อนจะเริ่มกระบวนการแยกส่วนประกอบ

    โนบิลวางซากจักรกลที่เหลืออีกสี่ตัวลงบนแผ่นวงกลมจนครบ จากนั้นจึงเก็บแท่งโลหะที่วางเรียงกันอยู่เข้าช่องเก็บของ แล้วเดินออกจากห้อง

    “ใช้เวลาน้อยกว่าที่คิดนะ”

    “พอดีฉันนึกวิธีดี ๆ ในการเพิ่มจำนวนนาไนท์ได้น่ะ ประสิทธิภาพในการแยกส่วนประกอบเลยสูงขึ้นกว่าที่ประมาณการณ์ แต่ก็ต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย คงไม่ว่านะ”

    “หาวิธีใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการเอากลับไปขายก็ดีแล้ว”

            โนบิลกล่าวในขณะนั่งลงด้านข้างโต๊ะเตี้ย เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดอีกครั้ง

    “อันที่จริงถ้ามีวิธีผลิตนาไนท์ด้วยวัตถุดิบที่น้อยกว่าเดิมได้ ฉันก็อยากได้สักจำนวนหนึ่งเหมือนกัน”

    “ได้สิ ต้องการนาไนท์สำหรับทำอะไรล่ะ?”

    “นาไนท์สำหรับระงับการทำงานของระบบหรือระงับการทำงานของนาไนท์ด้วยกัน”

    นั่นคือนาไนท์สำหรับต่อต้านหุ่นจักรกลโดยเฉพาะ โนร่าจึงเบิกตาขึ้นเล็กน้อย

    เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด โนบิลจึงอธิบาย

    “ถ้าเราต้องไปลงดันเจี้ยนเพื่อหาวัตถุดิบ เป้าหมายหลักก็จะเป็นมอนสเตอร์จักรกล พวกจักรกลระดับสูงมักมีระบบป้องกันแน่นหนาหรือไม่ก็มีนาไนท์สำหรับซ่อมแซมตัวเอง ฉันต้องการสิ่งที่ช่วยในการต่อสู้”

    “อ้อ ไม่มีปัญหา ต้องการเยอะแค่ไหน?”

    “อย่างละสักหนึ่งร้อยมิลลิลิตร ต้องใช้วัตถุดิบเยอะมั้ย?”

    “สบายมาก สำหรับนาไนท์ที่ทำงานเฉพาะทางใช้ซิลิก้าไม่เยอะหรอก”

    “งั้นฝากด้วย”

            เมื่อคุยกันเสร็จ โนบิลก็นำฮาร์ดแวร์ที่ซื้อเมื่อวันก่อนออกมาวาง ประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผลโพซิทรอนิค, หน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบสามมิติ, และหน่วยความจำแบบไม่สูญข้อมูล ทั้งหมดล้วนมีรูปร่างเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทรงแบน ห้อยด้วยสายเคเบิลที่มีพอร์ทสำหรับเชื่อมต่ออยู่ตรงปลาย

    พอนำอุปกรณ์ทั้งหมดออกมาวางลงบนโต๊ะ โนบิลก็เพิ่งจะสังเกตเห็นปัญหาข้อหนึ่ง

    ฮาร์ดแวร์สามชิ้นนี้คือส่วนประกอบจำเป็นในการสร้างส่วนสมองของอิมเมี๊ยวทัลแคท ทว่าแต่ละชิ้นล้วนมีขนาดเกือบครึ่งฝ่ามือ แม้โนบิลจะเลือกรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดมาแล้วก็ตาม ถ้านำมาประกอบกันก็จะมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้น แน่นอนว่าเป็นขนาดที่ใหญ่เกินไปถ้าจะบรรจุลงในส่วนหัวของแมว

    โนร่านั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเตี้ย เธอพอจะรู้ว่าโนบิลนำฮาร์ดแวร์พวกนี้ออกมาทำไม

    “ขนาดโดยรวมยังใช้พื้นที่เยอะไปหน่อย”

    โนบิลกล่าว

    โนร่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเสนอ

    “มีสามทางเลือก วิธีแรกคือใช้วิทยาการย่อพื้นที่เพื่อบรรจุฮาร์ดแวร์ลงไปในส่วนที่ต้องการ เรื่องนี้ฉันช่วยได้ แต่เธอไม่อยากใช้วิทยาการของซินเทซิสเพราะต้องการผลิตเป็นจำนวนมากด้วยวิทยาการที่มนุษย์มี ข้อนี้จึงอาจไม่เหมาะ วิธีที่สองคือสั่งทำหน่วยประมวลผลโพซิทรอนิคแบบที่มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำในตัว จะทำให้ได้ฮาร์ดแวร์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในขนาดที่ต้องการ แค่อาจต้องลดทอนสเป็คลงบ้าง วิธีที่สามคือติดตั้งหน่วยประมวลผลไว้ในส่วนลำตัวแทนที่จะเป็นส่วนหัว เป็นวิธีแก้ที่ง่ายที่สุด แต่จะเป็นการเพิ่มข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ส่วนขับเคลื่อน”

    “ในระยะยาวคงใช้วิธีที่สอง แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้อง ‘พิสูจน์ทฤษฎี’ก่อน สำหรับตัวต้นแบบคงใช้วิทยาการย่อพื้นที่เพื่อบรรจุหน่วยประมวลผลไว้ชั่วคราว ตอนนี้การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาให้ได้เป็นสิ่งสำคัญกว่า”

    โนบิลกล่าวขณะนำอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมาจากช่องเก็บของ มันมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสีดำ แต่ขอบมุมมีลักษณะมน ไม่มีเหลี่ยมคม เมื่อเปิดส่วนบนออกจะเผยให้เห็นช่องเสียบพอร์ทสำหรับเชื่อมต่อ โนบิลนำสายของฮาร์ดแวร์แต่ละชิ้นมาเสียบเข้ากับช่องเหล่านี้ ก่อนจะวางตัวฮาร์ดแวร์ลงไปในช่อง ซึ่งสามารถรองรับทุกชิ้นได้อย่างพอดิบพอดี

    นี่เป็นด็อคเกอร์สำหรับเชื่อมต่อหน่วยประมวลผล ให้ทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันและพร้อมสำหรับการติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อใช้งาน

    “ให้ฉันเตรียม ‘สภาพแวดล้อม’ ให้เลยมั้ย?”

    โนร่าเอ่ยถาม

    การเตรียมสภาพแวดล้อมในที่นี้หมายถึงการติดตั้งและเซ็ทค่าระบบหรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งานโปรแกรม เพราะโปรแกรมบางชนิด เช่นต้นแบบปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถทำงานด้วยตัวเองได้

    โนบิลครุ่นคิด ก่อนจะถาม

    “ตามความเข้าใจของฉัน ปัญญาประดิษฐ์ของซินเทซิสแบ่งออกเป็นสามเทียร์ มีเพียงเทียร์หนึ่งที่สามารถเกิดจิตสำนึกและพัฒนาตัวตนได้ ถูกรึเปล่า?”

    “ไม่เสมอไป แต่โดยปกติก็เป็นแบบนั้น”

    โนร่าตอบยิ้ม ๆ ท่าทางนั้นทำให้โนบิลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

    “ถ้าฉันอยากใช้สภาพแวดล้อมสำหรับปัญญาประดิษฐ์เทียร์หนึ่งจะได้รึเปล่า? แน่นอนว่าอยากให้ปรับแต่งขีดความสามารถให้เหมาะสมด้วย”

    เพราะสภาพแวดล้อมของซินเทซิสมีขีดความสามารถในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สูงมาก หากไม่ระวังก็จะเกิดการพัฒนาเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีความคิดซับซ้อน หรือมีสติปัญญาเกินระดับของสัตว์เลี้ยงได้ การปรับแต่งเพื่อจำกัดขีดความสามารถในการพัฒนาจึงเป็นสิ่งจำเป็น

    โนร่าเอียงศีรษะครุ่นคิด ไม่นานเธอก็ให้คำตอบ

    “เรื่องนี้ฉันสามารถทำได้ แต่เธอต้องรับความเสี่ยงเอาเอง”

    “หมายความว่าไง?”

    “โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์เทียร์หนึ่งเป็นวิทยาการที่อยู่นอกเหนือสนธิสัญญาความร่วมมือ อันที่จริงมันอยู่ในกลุ่มวิทยาการต้องห้ามที่ไม่ให้มีการเผยแพร่เลยล่ะ ถ้าถูกตรวจสอบแล้วล่วงรู้เข้า เธอจะมีความผิดตามกฎหมาย ถ้ายอมรับเรื่องนั้นได้ ฉันก็ไม่มีปัญหา”

    ได้ยินเช่นนั้น โนบิลก็ต้องขมวดคิ้ว

    “เดี๋ยวก่อน อันที่จริงอะไรที่อยู่นอกเหนือสนธิสัญญาความร่วมมือก็ผิดกฎหมายหมดไม่ใช่รึไง? ทำไมทีแรกถึงพูดเหมือนไม่มีปัญหา?”

    “ฉันไม่มีปัญหาที่จะมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่สำหรับเธอแล้วอาจเป็นอีกเรื่องนึง”

    โนร่าตอบด้วยรอยยิ้ม ทำให้โนบิลต้องกุมขมับ

    ถ้าไม่มีข้อเสนอนี้ เขาก็คงยังไม่ตัดสินใจเรื่องการแชร์ห้อง

    “สรุปว่าฉันติดกับสินะ?”

    “อย่าพูดเหมือนฉันเป็นนักต้มตุ๋นสิ ฉันนึกว่าเธอยอมรับความเสี่ยงได้ตั้งแต่ตอนนั้นซะอีก”

    “โทษเหยื่อด้วย ครบสูตร”

    “ก็บอกว่าไม่ใช่ไง! เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมาย ฉันจะเขียนสภาพแวดล้อมจากอัลกอริทึมด้วยวิทยาการของมนุษย์ให้ได้คุณสมบัติใกล้เคียงสภาพแวดล้อมเทียร์หนึ่งของซินเทซิสมากที่สุด แบบนั้นโอเครึเปล่า? ยังไงก็ตั้งใจจะลดทอนขีดความสามารถในการเรียนรู้อยู่แล้ว”

    โนบิลยังขมวดคิ้ว แต่เขาก็พยักหน้า

    โนร่าทำท่าเหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนนิ้วไปแตะที่หน่วยความจำบนด็อคเกอร์

    “เสร็จแล้ว จะให้ติดตั้งต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เลยรึเปล่า? แน่นอนว่าใช้วิธีการเดียวกันกับเมื่อครู่นี้”

    โนร่ากล่าวพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบด็อคเกอร์มาวางไว้บนตักของตนเองโดยใช้สองมือประคองไว้

    “ก่อนหน้านั้น ฉันมีอะไรอยากให้เธอช่วยดู”

    โนบิลเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ โนร่าจึงลุกขึ้นแล้วเดินตามไป

    บนหน้าจอมีข้อมูลของ AI หลากหลายประเภท แต่ละส่วนของหน้ามีการจัดระเบียบข้อมูลอย่างชัดเจน แบ่งเป็นกรอบหรือแท็บแยกต่างหากสำหรับ AI แต่ละตัว บางส่วนแสดงกราฟเส้นบอกการทำงานแบบเรียลไทม์ เช่น อัตราการเรียนรู้ ความแม่นยำ หรือประสิทธิภาพของโมเดล AI

    “นี่คือปัญญาประดิษฐ์ที่ฉันเคยออกแบบเอาไว้ เป็นโปรเจกต์เก่าที่เคยทำ ถึงจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่ก็น่าจะดีกว่าเริ่มใหม่จากศูนย์ ฉันอยากให้เธอลองประเมินดูหน่อยว่ามีตัวไหนที่พอจะเอามาต่อยอดได้บ้าง”

    “โอ้ว ๆ ”

    โนร่าส่งเสียงอุทานด้วยท่าทางสนอกสนใจ เท่าที่เธอรู้ ปัญญาประดิษฐ์ที่มนุษย์ปัจจุบันสร้างขึ้นยังล้าสมัยและมีศักยภาพต่ำกว่าปัญญาประดิษฐ์เทียร์สามของซินเทซิสอยู่มาก แต่เธอก็ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน ที่สำคัญคือของที่โนบิลเป็นคนออกแบบอาจมีความพิเศษอยู่ก็ได้

            ความจริงโนร่าสามารถแตะสัมผัสที่เคสคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข้อมูลได้โดยตรง แต่ถ้าทำแบบนั้นอาจเป็นการเสียมารยาทต่ออีกฝ่าย เพราะวิธีนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ในเครื่องได้ด้วย เธอจึงใช้เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลจากบนหน้าจอเพื่อประเมิน AI แต่ละตัว

    และโนบิลก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง แม้ค่าทางตัวเลขของ AI แต่ละตัวจะไม่ได้โดดเด่นนัก แต่มันกลับมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปอยู่หลายอย่าง เช่นความสามารถในการแก้ปัญหาแม้จะไม่มีความคิดเชิงตรรกะ, ความสามารถในการสัมผัสประสบการณ์, ความสามารถในการปฏิสัมพันธ์เชิงสังคม ที่สำคัญคือทุกตัวล้วนมีความตระหนักรู้ในตัวตน นี่คือคุณสมบัติที่เทียบเท่ากับปัญญาประดิษฐ์เทียร์สองของซินเทซิสแล้ว แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม

    “ขอดูโค้ดหน่อยนะ”

    โนร่าขออนุญาต โนบิลพยักหน้าตอบ เธอจึงเอื้อมมือไปจับเมาส์เพื่อกดเรียกดูชุดรหัสที่ใช้เขียนปัญญาประดิษฐ์แต่ละตัว ทำให้บนหน้าจอมีหน้าต่างข้อมูลอันใหม่ถูกเปิดขึ้น ภายในนั้นมีรหัสที่ประกอบด้วยตัวอักษรหลากภาษา, ตัวเลข, และสัญลักษณ์ ชุดรหัสปรากฎขึ้นอย่างต่อเนื่องจากซ้ายไปขวา เมื่อสุดหน้าจอก็มีการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

    สำหรับซินเทซิสแล้วนี่เป็นรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ค่อนข้างล้าหลัง แต่ถ้ามองในแง่ของวิทยาการที่มนุษย์มีอยู่ การเขียนชุดรหัสด้วยการผสมหลากหลายภาษาเข้าด้วยกันแบบนี้ก็ถือเป็นเทคนิกขั้นสูงมาก ด้วยเหตุนี้จึงสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีได้

    แต่สิ่งที่โนร่ารู้สึกสนใจจริง ๆ คือเงื่อนไขที่ทำให้ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้เกิดความตระหนักรู้ในตัวตน

    โดยปกติการจะทำให้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เกิดความตระหนักรู้ได้ต้องมีจิตใจประดิษฐ์ (Artificial Mind) เข้ามาเป็นส่วนเสริม ซึ่งการสร้างจิตใจประดิษฐ์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนยิ่งกว่าการสร้างปัญญาประดิษฐ์หลายร้อยเท่า มันไม่ใช่แค่ความสามารถในการรับรู้และเรียกใช้ข้อมูล แต่เป็นความเข้าใจความหมายของข้อมูล เข้าใจถึงบริบทของข้อมูล และตีความข้อมูลในเชิงปรัชญาได้ สำหรับมนุษย์ นี่เป็นเทคโนโลยีที่สาบสูญไปแล้ว แม้แต่เผ่าซินเทซิสก็ยังไม่สามารถพัฒนาจิตใจประดิษฐ์ที่ดีกว่าต้นฉบับเดิมได้สักเท่าไหร่

    ปัญญาประดิษฐ์ที่โนบิลเขียนไม่ได้มีจิตใจประดิษฐ์เป็นส่วนประกอบตั้งแต่เริ่ม ทว่ากลับมีโครงร่างก่อตัวขึ้นจากการ ‘แมชชีนเลิร์นนิ่ง’ แต่โดยปกติแล้วการทำแมชชีนเลิร์นนิ่งเป็นกระบวนการเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่การพัฒนาจิตใจประดิษฐ์ขึ้นมา โนร่าจึงรู้สึกสงสัยว่าโนบิลทำได้อย่างไร

    “ขอดูชุดข้อมูลที่ใช้ทำแมชชีนเลิร์นนิ่งหน่อยได้มั้ย?”

    “อืม.. น่าจะมีบันทึกอยู่ ตรงนี้”

    โนบิลชี้ไปยังโฟลเดอร์หนึ่งที่อยู่ในหน้าเดียวกัน เมื่อโนร่าลองเปิดดูก็พบไฟล์ที่มีชุดข้อมูลจำนวนหลายล้านตัวอักษรอยู่ด้านใน แต่รูปแบบของมันกลับทำให้เธอรู้สึกแปลกใจมากขึ้นกว่าเดิม

            “ข้อมูลนี้.. เธอทำเองหมดเลยเหรอ?”

            “ก็ชุดข้อมูลที่มีให้ใช้ส่วนใหญ่มันไม่ได้เรื่อง”

            โดยปกติแล้ว ชุดข้อมูลที่ใช้ทำแมชชีนเลิร์นนิ่งจะต้องเน้นปริมาณของข้อมูลเพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ได้เรียนรู้ข้อมูลอันหลากหลายและพัฒนาตรรกะในแต่ละรูปแบบขึ้นมา คนส่วนใหญ่จึงใช้วิธีดาวน์โหลดหรือเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลแล้วนำข้อมูลที่ต้องการมาผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาเข้ากระบวนการแมชชีนเลิร์นนิ่งให้ปัญญาประดิษฐ์ทำการเรียนรู้ เพราะเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด ทั้งยังมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง

    แต่ที่โนบิลทำคือ เขาตั้งโจทย์หรือกรณีสมมติในเชิงจริยศาสตร์, ตรรกะศาสตร์, และสุนทรียศาสตร์ขึ้นมาหลายพันถึงหลายหมื่นข้อ จากนั้นจึงทำการถาม-ตอบกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อให้อีกฝ่ายทำความเข้าใจกับหลักคิดในแต่ละรูปแบบไปทีละอย่าง นี่เป็นวิธีการที่ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมาก แต่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำเพราะข้อมูลที่ผ่านกระบวนการแมชชีนเลิร์นนิ่งจะมีจำนวนจำกัด ยังไม่ต้องพูดถึงว่าหากปัญญาประดิษฐ์ที่เขียนขึ้นไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาจิตใจ การกระทำทั้งหมดก็จะสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง

    “เธอรู้ได้ยังไงว่าทำแบบนี้แล้วจะพัฒนาสำนึกของปัญญาประดิษฐ์ได้?”

    โนร่าเอ่ยถามด้วยใบหน้าฉงน

    “ฉันไม่ได้รู้ แต่ฉันเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น”

    คำตอบของโนบิลทำให้โนร่ายิ่งมีสีหน้างุนงง

    “เพราะฉันตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น”

    โนบิลกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่ไม่ได้แสดงถึงความภาคภูมิหรือเย่อหยิ่ง ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องปกติธรรมดาที่ถูกต้องตามหลักเหตุผลอยู่แล้ว

     

    ---------------------------------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องCattastrophic ที่คุณอ่าน