หยางซูหนิงเกิดใหม่ทั้งทีขอถล่มแคว้นจิ้งให้ราบ

    บทที่4 ความรักของมารดา

    มือเรียวบางเปรอะเต็มไปด้วยคราบเลือดแดงฉาดของอาอี้และอาภรณ์ประณีตล้วนแต่เปื้อนเลือดสกปรก ทำให้เหล่าสาวใช้ต่างพากันมองมาพร้อมกับท่าทีที่หวาดกลัวและสงสัย สายตาเหล่านั้นจับจ้องมาตลอดทางจนถึงยังหน้าเรือนของตน...

    จิตใจที่เย็นชาของซูหนิง เมื่อถูกผู้อื่นมองมาด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ซูหนิงก็หาได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เพราะตลอดชีวิตนี้ของนางมีอยู่เพื่อแก้แค้นเท่านั้น!

    ทันทีที่เท้าบางเตรียมจะก้าวเข้าห้องของตน

    เพล้ง!

    เสียงของจานชามหกตกแตกก็พลันดังขึ้นจากทางด้านหลังของซูหนิง กลิ่นของอาหารที่ลอยเข้าเตะจมูกทำให้ซูหนิงคาดเดาได้ในทันทีว่าข้างหลังของตนคงจะเป็นหยางฮูหยินที่กำลังตกตะลึงกับสภาพของนางที่เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเลือดเป็นแน่ ทันทีที่ซูหนิงหันไปก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ นางคาดเดาไว้ไม่ผิด หยางฮูหยินกำลังมองมาด้วยสายตาที่ตกตะลึงกับตัวที่ยืนแข็งทื่อไม่ขยับ

    ตัวของหยางฮูหยินที่พึ่งกลับมาจากตลาด เมื่อกลับมาถึงจวนก็รีบพุ่งเข้าห้องครัวไปจัดอาหารที่ซื้อมา แต่ทว่าเมื่อมาถึงกลับเห็นบุตรสาวอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยเลือด หัวใจของมารดาเมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ของบุตรสาวก็พลางเป็นห่วงจนสุดหัวใจ ดวงตาเบิกกว้างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

    ซูหนิงเริ่มสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด เจตนาหวังจะเอ่ยปากอธิบาย ในใจทำใจไว้เสียก่อนแล้วว่าหากมารดารับสิ่งที่นางกระทำไม่ได้ก็จะไม่กล่าวโทษนาง

    “ท่านแ—” ซูหนิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากอธิบาย หยางฮูหยินก็รีบรุดพุ่งตัวตรงมาจับเข้าแขนทั้งสองข้างของบุตรสาว หัวพลางชะโงกมองหลังของซูหนิงทั้งด้านซ้ายด้านขวาและรอบกาย

    “เจ้าเป็นอะไรไปหรือลูกข้า ทำไมถึงมีเลือดเต็มตัวเช่นนี้เล่า!? ผู้ใดทำอะไรเจ้า!” คำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดา ทำให้จิตใจที่ไร้ความรู้สึกของซูหนิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่ง

    ความห่วงใยของมารดาชาตินี้ทั้งชาติ นางจะมีโอกาสได้สัมผัสมันจากมารดาแท้ๆอีกครั้งหรือไม่...

    ในใจของซูหนิงรู้ดีว่าสิ่งที่นางกระทำไปมันเกินกว่าเหตุและโจ่งแจ้งไปมาก แต่ทว่ามันกลับมีผลดีทั้งดีและร้าย ผลดีคือเป็นการบอกให้คนทั้งจวนได้รู้ว่า นางไม่ใช่คุณหนูทึ่อ่อนแอผู้นั้นอีกแล้ว ส่วนผลร้ายก็คือหากใต้เท้าหยางป๋อผู้เป็นบิดาของหยางซูหนิงเจ้าของร่างกลับมา เกรงว่าต้องโดนลงโทษเอายกใหญ่ ซูหนิงใช้มือทั้งสองข้างจับลงบนมือที่อุ่นของมารดา ก่อนจะดึงมันออกจากร่างกายของนาง

    “มันสกปรก ท่านอย่ามาจับตัวข้าตอนนี้เลย” ซูหนิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ตัวหันแผ่นหลังใส่หยางฮูหยิน

    “ท่านก็น่าจะเห็นแล้วว่าตัวของข้าไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแต่อาภรณ์เปรอะเลือดสกปรกของคนโฉดมาก็เท่านั้น”

    หยางฮูหยินเงียบไป

    “ข้าไปตัดมือของอาอี้ สาวใช้ข้างกายหยางเล่อมา” ประโยคพูดของซูหนิงที่พูดขึ้นอย่างเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทำเอาหยางฮูหยินอึ้งตะลึงไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกในใจผุดคิดขึ้นมาว่า บุตรสาวตรงหน้าในตอนนี้ใช่หยางซูหนิงผู้อ่อนโยน น่ารักน่าเอ็นดูนั่นแน่หรือ? แต่จู่ๆนางกลับตัดซึ่งความคิดนั้นออกไป ในหัวคิดของนางคิดขึ้นอยู่เพียงประโยคเดียว

    ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน อย่างไรท้ายที่สุด นางก็คือบุตรสาวของข้า...

    หยางฮูหยินหลับตาลงอย่างช้าๆ พร้อมกับรวบรวมสติ นางมองตรงไปยังบุตรสาวที่กำลังหันแผ่นหลังเข้าหาตน หยางฮูหยินพลางเอื้อมมือทั้งสองจับตัวบุตรสาวให้หันกลับมา แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น

    “หนิงเอ๋อร์ เจ้าบอกแม่ซิ สาเหตุที่เจ้าไปตัดแขนของสาวใช้ข้างกายของหยางเล่อเพราะสาเหตุอะไร?”

    ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหยางฮูหยิน ซูหนิงก็รู้สึกแปลกใจไปเล็กน้อย ในใจนางนึกว่าหยางฮูหยินจะตกใจและผิดหวังในตัวนางจนตวาดด่าใส่เสียอีก แต่นางกลับคุมสติและถามตนอย่างอ่อนโยน

    ‘ดูแล้ว ช่างเป็นมารดาที่รักและถนอมบุตรสาวมากที่สุดคนหนึ่ง...’

    ซูหนิงเริ่มเอ่ยปากเล่าถึงสาเหตุทั้งหมดตั้งแต่ต้นอย่างช้าๆ ในขณะที่หยางฮูหยินตั้งใจฟังคำพูดของซูหนิงทุกคำอย่างไม่ตกหล่นเลยสักประโยคเดียว หลังจากที่ซูหนิงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจบลง แต่ในประโยคเหล่านั้นที่นางเล่านั้นก็ไม่ได้บอกถึงเรื่องที่นางถูกผลักจนตกน้ำว่าเป็นฝีมือของอาอี้และคุณหนูใหญ่อย่างหยางเล่อ นางเล่าเพียงว่าอาอี้เป็นคนตัดมือของอาจูเพราะสาเหตุอะไร แต่ตัวของซูหนิงรู้ว่าไม่มีทางเป็นอาจูอย่างแน่นอนนางจึงไปลงโทษอาอี้โดยการใช้ชีวิตแลกชีวิต ดังนั้นสาวใช้ของนางเสียมือไปเท่าไหร่ คนที่กระทำก็ต้องสูญเสียไปเท่านั้น! เพราะนางกลัวว่าถ้าหากนางบอกว่าคนที่ผลักนางตกน้ำจนมีสภาพไม่ได้สตินิทราเป็นฝีมือของใคร มารดาที่รักบุตรสาวอย่างหยางฮูหยินต้องโกรธแค้นและจัดการหยางเล่อเป็นแน่

    หากเป็นเช่นนั้นมีแต่จะเพิ่มความร้าวฉานให้ตระกูลหยาง ทางที่ดีให้นางจัดการหยางเล่อทีเดียวเสียให้เรียบร้อยไปเลยดีกว่า

    ชีวิตนี้ของนางไม่ต้องการให้ใครเข้ามาพัวพันกับการแก้นแค้นของนางทั้งนั้น...

    ทันทีที่หยางฮูหยินได้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดถึงแม้จะคิดว่ามันเกินกว่าเหตุไปเสียบ้างแต่นางก็จะขอปกป้องบุตรสาวของตน หยางฮูหยินพลางเอื้อมมือเข้าไปจับลงบนใบหน้าของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยขึ้น

    “ไม่เป็นไรนะ หากพ่อเจ้าคิดจะเอาเรื่องแม่คนนี้จะปกป้องเจ้าเอง...”

    ฝ่ามืออันอบอุ่นของมารดาและคำพูดว่าจะปกป้องทำให้ซูหนิงพลันกระตุกริมฝีปากบางยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน นางไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีคนปกป้องนางเพราะในชาติที่แล้วของนางไม่มีใครคิดที่จะปกป้องนางเลยสักครั้ง...

     

    คล้ายกับเรื่องหยางซูหนิงเกิดใหม่ทั้งทีขอถล่มแคว้นจิ้งให้ราบ ที่คุณอ่าน