ตอนที่ 29 เล่ม 1 อัพเกรดอาวุธ
เจ้าอ้วนน้อยใช้หินวิญญาณในการอัพเกรดและประดับเพชรลงบนลูกตุ้มโซ่หม้อยาของฉงเหม่ย แสงสีรุ้งสะท้อนออกมาจากเพชร ทำให้อาวุธนั้นดูสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ฉงเหม่ย: (หัวเราะเบาๆ) "ตอนนี้ลูกตุ้มโซ่หม้อยาของข้าดูสวยงามและทรงพลังมาก ขอบใจนะเจ้าอ้วนน้อย"
เจ้าอ้วนน้อย: "ไม่เป็นไรเลย ต่อไปเป็นกระบองลูกตุ้มใหญ่ของข้าเอง ข้าจะอัพเกรดให้มันเป็นกระบองลูกตุ้มใหญ่ประดับเพชรพลอย!"
เจ้าอ้วนน้อยใช้หินวิญญาณในการอัพเกรดกระบองลูกตุ้มใหญ่ของเขา เขาประดับเพชรพลอยลงบนกระบอง ทำให้มันดูแข็งแกร่งและทรงพลังมากยิ่งขึ้น
เจ้าอ้วนน้อย: (ยิ้มอย่างภูมิใจ) "กระบองของข้าตอนนี้ไม่ใช่แค่ทรงพลัง แต่ยังดูงดงามด้วย"
เหลียนฮัว: "ข้าอยากให้อ้วนน้อยช่วยอัพเกรดกระบี่ยักษ์ของข้าให้เป็นกระบี่ยักษ์เบเฮมอธเหล็กไหล"
เจ้าอ้วนน้อยใช้หินวิญญาณและแร่เหล็กไหลในการหล่อหลอมกระบี่ยักษ์ของเหลียนฮัว กระบี่ยักษ์เปลี่ยนรูปร่างและเปล่งแสงสว่าง กลายเป็นกระบี่ยักษ์เบเฮมอธเหล็กไหลที่มีพลังอันมหาศาล
เหลียนฮัว: (ยิ้มเล็กน้อย) "กระบี่ยักษ์ของข้าตอนนี้ดูทรงพลังมาก ขอบใจนะเจ้าอ้วนน้อย"
เจ้าอ้วนน้อย: "สุดท้ายเป็นกระบี่กิเลนอัสนีของเหว่ยเหลียง ข้าจะอัพเกรดให้มันเป็นกระบี่กิเลนอัสนีสวรรค์เลือดบริสุทธิ์!"
เจ้าอ้วนน้อยใช้หินวิญญาณในการอัพเกรดและเพิ่มพลังให้กับกระบี่กิเลนอัสนีของเหว่ยเหลียง แสงสว่างสีแดงเรืองรองออกมาจากกระบี่ กระบี่กิเลนอัสนีสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ดูทรงพลังและน่ากลัว
เหว่ยเหลียง: (พยักหน้า) "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในกระบี่ของข้า ขอบใจมากเจ้าอ้วนน้อย"
หลังจากอัพเกรดอาวุธของพวกเขาเสร็จสิ้น เหว่ยเหลียงและสหายต่างรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นและความมั่นใจที่มากยิ่งขึ้น อาวุธที่ได้รับการอัพเกรดแสดงแสงเรืองรองที่ทรงพลังและงดงาม แสงสะท้อนจากเหล็กไหลเงินยวง เพชรพลอย และโลหิตมังกรทองคำสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และพลังอำนาจ
เมื่อพวกเขาออกมาจากห้องโถงอาวุธ บรรยากาศภายนอกยังคงเต็มไปด้วยความเงียบสงบของนิกายเลิศภพใต้ แต่ในใจของพวกเขาต่างรู้ว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด สายลมเย็นที่พัดผ่านนำพาความรู้สึกของการเตรียมพร้อมและความตึงเครียดที่ใกล้เข้ามา
เหว่ยเหลียงถือกระบี่กิเลนอัสนีสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ไว้ในมือ เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนผ่านด้ามจับ แสงสีแดงเรืองรองจากกระบี่ส่องประกายที่ทรงพลัง ความมั่นใจในความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นทุกขณะ
เจ้าอ้วนน้อยยืนอยู่ข้างๆ ถือกระบองลูกตุ้มใหญ่ประดับเพชรพลอยที่ส่องแสงสีรุ้งออกมาในทุกมุม เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคงของกระบอง มันเป็นอาวุธที่เต็มไปด้วยพลังและความสง่างาม
ฉงเหม่ยถือลูกตุ้มโซ่หม้อยาประดับเพชรที่สวยงามและทรงพลัง แสงสีรุ้งสะท้อนจากเพชรทำให้ลูกตุ้มโซ่หม้อยาดูสง่างามและน่าเกรงขาม เธอรู้สึกถึงความมั่นใจและความพร้อมในการต่อสู้
อี้ตงมู่ถือกระบี่เหล็กไหลเงินยวงห้าดาบที่เปล่งแสงสว่าง แสงสีเงินส่องประกายเจิดจรัสในแสงแดด ความสามารถในการควบคุมกระบี่บินของเขาทรงพลังยิ่งขึ้น ทำให้เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู
เหลียนฮัวถือกระบี่ยักษ์เบเฮมอธเหล็กไหลที่หนักแน่นและแข็งแกร่ง แสงสว่างจากกระบี่ทำให้เธอรู้สึกถึงพลังที่มหาศาลและความมั่นใจในการต่อสู้
พวกเขาเดินไปยังลานฝึกซ้อมของนิกายเลิศภพใต้ ลานฝึกซ้อมนี้เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามของศิษย์ทุกคน แสงแดดที่ส่องลงมาทำให้ลานฝึกซ้อมเต็มไปด้วยแสงสว่างและความอบอุ่น แต่ในใจของพวกเขารู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งต่อไป
เหว่ยเหลียงและสหายเริ่มฝึกฝนกับอาวุธใหม่ของพวกเขา การเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งและแม่นยำมากขึ้น พวกเขาทดลองการโจมตีและการป้องกันในรูปแบบต่างๆ ความทุ่มเทและความมุ่งมั่นในการฝึกฝนทำให้พวกเขามีพลังและความสามารถที่มากยิ่งขึ้น
พวกเขารู้ว่าศัตรูที่กำลังจะมาถึงจะไม่ใช่ศัตรูธรรมดา การเปิดประตูมิติและปีศาจที่หลั่งไหลออกมาเป็นสัญญาณของความอันตรายที่ยิ่งใหญ่ การฝึกฝนและการเตรียมพร้อมในทุกๆ วันทำให้พวกเขามีความมั่นใจและความพร้อมในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย
ลานฝึกซ้อมเต็มไปด้วยเสียงการโจมตีและการป้องกัน ความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการฝึกฝนของเหว่ยเหลียงและสหายทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังและความหวัง พวกเขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งต่อไปจะเป็นการทดสอบความสามารถและความกล้าหาญของพวกเขา แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่มาถึง
ห้องโถงใหญ่ของนิกายเลิศภพใต้เป็นสถานที่ที่โอ่อ่าและเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ภายในห้องมีเสาหินอ่อนสูงตระหง่านที่แกะสลักด้วยลวดลายมังกรและพยัคฆ์ พื้นห้องปูด้วยหินอ่อนสีขาวเรียบเนียนที่สะท้อนแสงสว่างจากโคมไฟที่แขวนอยู่บนเพดานสูง หน้าห้องโถงมีแท่นบูชาที่ตั้งอยู่บนฐานหินสูง และบนแท่นนั้นมีรูปปั้นของเทพเจ้าผู้ปกปักษ์นิกาย
อาจารย์ใหญ่สวมเสื้อคลุมสีขาวที่ปักด้วยลวดลายทองคำซึ่งสะท้อนแสงไฟวาววับ เขายืนอยู่บนแท่นสูงสุดในห้องโถงใหญ่ ขณะที่เหว่ยเหลียงและสหายยืนเรียงรายกันอยู่ด้านล่าง พวกเขาทุกคนแต่งกายในชุดฝึกฝนที่ดูคล่องตัวและพร้อมสำหรับการต่อสู้
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและความตึงเครียด ทุกคนรู้สึกถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ อาจารย์ใหญ่เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับนิกายปีศาจและการเปิดประตูมิติที่เกิดขึ้น
อาจารย์ใหญ่ยกมือขึ้นเรียกความสนใจของทุกคน แสงไฟจากโคมส่องประกายลงบนใบหน้าของเขา ทำให้เห็นถึงความเคร่งขรึมและความมุ่งมั่นในดวงตา
เขาเล่าถึงดินแดนต้องห้ามที่ถูกปิดผนึกมานาน ดินแดนนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นสถานที่ที่มีพลังปราณและความลับมากมายซ่อนอยู่ ภายในดินแดนนี้มีทั้งอันตรายและโอกาสในการค้นพบพลังใหม่ๆ ที่สามารถใช้ในการต่อสู้กับศัตรูในอนาคต
อาจารย์ใหญ่บรรยายถึงการค้นพบโบราณสถานและวิชาพลังปราณที่ทรงพลังซึ่งถูกซ่อนอยู่ในดินแดนต้องห้าม เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของภารกิจนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการสำรวจเพื่อค้นพบความลับและพลังใหม่ แต่ยังเป็นการทดสอบความกล้าหาญและความสามารถของเหว่ยเหลียงและสหาย
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและความตึงเครียด ทุกคนรู้สึกถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ อาจารย์ใหญ่เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับนิกายปีศาจและการเปิดประตูมิติที่เกิดขึ้น
อาจารย์ใหญ่: "ศิษย์ทั้งหลาย ข้าขอขอบใจที่พวกเจ้าทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกกล่าว ดินแดนต้องห้ามที่ถูกปิดผนึกมานานนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย แต่ขณะเดียวกันก็ซ่อนความลับและพลังที่สำคัญสำหรับการต่อสู้กับปีศาจในอนาคต"
เหว่ยเหลียงและสหายต่างฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาของพวกเขาแสดงถึงความตื่นเต้นและความมุ่งมั่น
อาจารย์ใหญ่: "ดินแดนต้องห้ามนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่อันตราย แต่ยังเป็นที่ที่มีพลังปราณและวิชาที่สูญหายไปนาน พวกเจ้าจะต้องไปสำรวจและค้นหาความลับเหล่านั้น วิชาพลังปราณที่ทรงพลังอาจเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับศัตรูของเรา"
อี้ตงมู่: (มองไปยังเหว่ยเหลียง) "พวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับภารกิจนี้ ข้ารู้สึกได้ว่ามันจะไม่ง่ายเลย"
เหลียนฮัว: (พยักหน้า) "ข้าพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกคนในการค้นหาความลับและพลังที่ซ่อนอยู่ในดินแดนต้องห้ามนี้"
เจ้าอ้วนน้อย: (ยิ้มกว้าง) "ข้าตื่นเต้นที่จะได้เผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ข้าจะใช้พลังของข้าในการปกป้องพวกเรา"
ฉงเหม่ย: (ยิ้มเล็กน้อย) "พวกเราจะต้องร่วมมือกันและใช้ความสามารถทั้งหมดในการเผชิญหน้ากับอันตราย"
อาจารย์ใหญ่: (มองดูศิษย์ทุกคนด้วยสายตาที่มั่นใจ) "ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีความสามารถและความกล้าหาญ ข้าฝากความหวังไว้ที่พวกเจ้า จำไว้ว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสำรวจ แต่เป็นการทดสอบความกล้าหาญและความสามารถของพวกเจ้า ข้าขอให้พวกเจ้าโชคดีและปลอดภัย"