ตูม! ตูม! ตูม!
ร่างฉกรรจ์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วท่ามกลางกองทัพปีศาจ เสียงะเิดังสนั่นกึกก้องไปไกลถึงเขตเมืองที่อยู่ห่างออกไปจากแนวปะทะ คลื่นลมกรรโชกแรงจนอัศวินบนกำแพงเมืองแทบจะล้มลง
“นั้นยังเป็มนุษย์แน่หรอ” ทหารราบคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง
...เป็คำถามที่น่าสนใจ สิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าของพวกเขาไม่มควรเกิดขึ้นจากฝีมืุ์จริงนั้นแหละ
ลอร์ดวิลฟอร์ดเคลื่อนตัวไม่หยุดโจมตีด้วยเวทย์ระดับ ต่ำ กลาง สูง สลับกันไปหลายร้อยบท ไม่มีมีเหนื่อยหอบ ไม่มีหยุดพัก รวดเร็วรุนแรงราวกับเป็เทพาก็ไม่ปาน ใช่ตอนนี้เขาราวกับเทพมาร หรือจอมอสูร ก็ไม่ปาน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า… มาอีกสิไอพวกหนอนแมลง”
ลอร์ดวิลฟอร์ดผู้ใจดีตอนนี้ ‘บ้าคลั่ง’ ไปแล้วใช่คำว่าบ้าคลั่งไม่ได้ไกลเกินไปเลยกับสถานการณ์ตอนนี้ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงปีศาจราวกับเห็นพวกมันเป็กระต่ายน้อยก็ไม่ปาน เสียงหวีดของสายลมดังขึ้น แทรกด้วยเสียงะเิและเสียงกรีดร้องของเหล่าปีศาจ ดังมาไม่หยุดหย่อน
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงแล้วเสียงเล่า นาทีแล้วนาทีเล่า เสียงกัมปนาทดังระงมอย่างต่อเนื่อง เสียงโหยหวนของพวกปีศาจดังต่อเนื่องจนเหล่าอัศวินยังรู้สึกสงสารไม่น้อย
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงแล้วั้แ่ลอร์ดวิลฟอร์ดเริ่ม ลงไปละเลงเืด้วยตัวคนเดียว
“น่าจะใกล้เวลาแล้วหละมั้ง” ซิกกล่าวขึ้นก่อนจะลุกขึ้น “เห้ย พวกแกตื่นได้แล้วใกล้เวลาผลัดเวรแล้ว”
เหล่าทหามองเซ่อซ่า อย่างงงงวยไปที่อัศวินระดับสูงผู้เป็นาย
ในตอนนั้นเองลอร์ดวิลฟอร์ก็ะโถอยออกมาไกลกำแพสายลมปรากฎขึ้นรอบกายอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้แข็งแกร่ง ลอร์ดวิลฟอร์ตั้งสมาธิก่อนจะปรากฏวงเวทขนาด 20 เมตร ใต้ฝ่าเท้าของท่านลอร์ดแห่งเมืองเวเลนเซีย ดวงตาที่หลับสนิทั้แ่เริ่มกางกำแพงสายลมค่อยๆเปิดออก ดวงตาเปล่งประกายคมกล้า
“พวกแกดูให้ดีหละ เวทย์ระดับตำนานขั้นสูง ไม่ใช่ของที่หาดูได้ง่ายๆหรอกนะ” ซิกพูดขึ้นพร้อมมองออกไปด้วยท่าทางตื่นเต้น
ลอร์ดวิลฟอร์ดยิ้มขึ้น “ฟังให้ดีหละ เวทย์ออริจินอลของข้า บทบรรเลงมรณะ” สิ้นเสียงกล่าวของลอร์ดวิลฟอร์ด สายลมเสียดแทงหวีดหวิวดังขึ้น
วี~~~ วี~~ วี~~
เสียงหวีดหวิวดังกังวาลขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็บทเพลงแห่งธรรมชาติ
ฮึ ฮือออ ฮือ ฮือ ฮึ ฮือ ฮื่อ ฮืออ
ฮึ ฮือออ ฮือ ฮือ ฮึ ฮือ ฮื่อ ฮืออออ
เสียงบรรเลงของสายลมดังหวิวขึ้นข้างหู ขนทั่วร่างลุกชูชั้นอย่างไม่อาจบังคับ ช่างเป็เสียงที่ไพเราะเหลือเกิน โหยหวนเหลือเกิน สง่างามเหลือเกิน โศกเศร้าเหลือเกิน เว้งว้างเหลือเกิน เงียบเหงาเหลือเกิน และ น่ากลัวเหลือเกิน เสียงกังวาลดังแว่วขึ้นในใบหูแผ่กระจายเสียงไปไกลราวกับบทบรรเลงสุดท้ายของชีวิต เสียงเรียกแห่งความตาย ‘บทบรรเลงมรณะ’
ทุกชีวิตยืนนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ คลื่นลมแผ่กระจายเป็ระลอกจากเทพากลางสมรภูมิ เสียงะเิก้องดังสอดแทรกเสียงเพลง อันโหยหวน
วี~~~ ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
วี~~~ ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
วี~~~ ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
เสียงะเิดังดับทำลายชีวิตเหล่าปีศาจราวกับผักปลาสิ่งที่พอจะอธิบายภาพนี้คือ สง่างาม และ สยดสยอง
เสียงบรรเลงดังขึ้น นานนับนาที ก่อนจะสงบลง บทเพลงนี้เรียกวิญญานเหล่าปีศาจไปร่วมพันชีวิต เวทย์บทนี้คือเวทย์ออริจินัลของลอร์ดวิลฟอร์ดที่ทำให้เขาได้ฉายาว่า ‘เสียงสุดท้าย’ ตลอดหลายชั่วโมงของการต่อสู้ลอร์ดวิลฟอร์ดกระทืบปีศาจตายไปร่วม 2478 ชีวิตเป็ตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อสำหรับผลงานของคนเพียงคนเดียว สิ่งนี้ไม่สมควรเรียกว่าการต่อสู้นี้คือการล่าสังหาร ลอร์ดวิลฟอร์ดที่บัดนี้หน้าซีดลงเล็กน้อยพุ่งทะยานกลับไปอยู่บนกำแพง
“ฝากที่เหลือด้วยนะซิก ฉันไปนอนพักแปปนึง”
“ได้ครับท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์”ซิกยังคงกล่าวออกอย่างกวนบาทาเช่นเคย
าที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้*