[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม

    บทที่ 49 เลือดออกเยอะมาก (รีไรต์)

    บทที่ 49 เลือดออกเยอะมาก (รีไรต์)

             

            “พ่อ ทำไมพ่อถึงลาออกจากกองทัพล่ะ?”

             

            โกวเซิงช่างพูดจาไม่เลือกที่เลือกเวลาเอาเสียเลย

             

            เพียงแค่ประโยคเดียว ก็ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนรู้สึกอึดอัด

             

            ลู่ชิงเหยี่ยเหลือบมองไปทางเมิ่งว่านถัง เมิ่งว่านถังถือชามข้าวแล้วมองกลับไป ทั้งสองคนสบตากัน ใครหน้าบางกว่าก็จะรู้สึกอึดอัดกว่า

             

            เมิ่งว่านถังขมวดคิ้วจ้องเขา “มองฉันทำไม? ไม่กินข้าวแล้วหรือไง?”

             

            “พ่อครับ พ่อยังไม่ได้...” โกวเซิงอยากรู้อยากเห็น จึงถามต่ออย่างไม่ลดละ

             

            เมิ่งว่านถังจ้องลูกชายด้วยสายตาดุดัน “แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังปิดปากลูกไม่ได้เลยนะ”

             

            โกวเซิงรีบก้มหน้ากินข้าวทันที

             

            บ้านอื่นจน ๆ ผัดกับข้าวในหม้อไม่มีน้ำมันเลยสักหยด

             

            ครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ได้ร่ำรวย

             

            แต่เมิ่งว่านถังกลับใช้เงินอย่างใจกว้าง

             

            เมื่อเธอมีเงิน เธอซื้อข้าวสารและแป้ง ซื้อน้ำมันและเนื้อ หลังจากซื้อของเหล่านี้แล้ว เงินที่เหลือเธอก็เอาไปซื้อสมุนไพร สมุนไพรที่เธอซื้อก็ไม่ได้แพงอะไร

             

            เงินกว่าร้อยหยวนใช้จนหมดเกลี้ยง

             

            ถ้าตอนแยกบ้านเธอไม่ได้เงินมาสามร้อยหยวน ตอนนี้กระเป๋าของเธอคงจะว่างเปล่ายิ่งกว่าขอทานเสียอีก

             

            อย่างไรเสียเงินก็เป็นแค่ของนอกกาย หมดแล้วก็หาใหม่ได้

             

            แต่ถ้าร่างกายทรุดโทรม ต่อให้กินอาหารดี ๆ และมีประโยชน์มากแค่ไหน ภายหลังก็ไม่อาจชดเชยได้

             

            โกวต้านและโกวเซิงเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน ก็ดูเหมือนเด็กที่อายุน้อยกว่าหนึ่งขวบ ยืนเทียบกันแล้วเตี้ยกว่าครึ่งศีรษะ ผอมจนเหมือนหนังหุ้มกระดูก

             

            ถ้าตอนนี้ไม่บำรุงร่างกายดี ๆ คงไม่สูงขึ้นกว่านี้แล้ว

             

            เมิ่งว่านถังกินเสร็จแล้ว จึงป้อนข้าวให้เสี่ยวพ่างต่อ

             

            เสี่ยวพ่างกินข้าวช้ามาก เคี้ยวอย่างเชื่องช้า เมื่อมองดูแล้วย่อมทำให้คนอื่นรู้สึกร้อนใจ

             

            กว่าเสี่ยวพ่างจะกินข้าวเสร็จ อีกสามคนนั้นก็ยังคงกินอยู่

             

            เด็ก ๆ หิวง่าย ที่บ้านก็ไม่มีอะไรให้กิน เมิ่งว่านถังคิดว่าจะทำขนมอะไรให้เด็ก ๆ กิน แต่ตอนนี้ข้าวของขาดแคลน อยากได้อะไรก็ไม่มี

             

            ช่างเถอะ ปลูกพืชผักเองดีกว่า

             

            ท้องฟ้ามืดครึ้ม

             

            ดูท่าจะฝนตก เธอจึงไม่ไปทำงาน เก็บข้าวฟ่างอะไรพวกนี้มาปลูกก่อน คนในยุคนี้ปลูกพืช ไม่ค่อยมีปุ๋ย จะได้ผลผลิตมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฟ้าดินว่าจะให้กินหรือไม่

             

            ก่อนหน้านี้ตอนที่เมิ่งว่านถังไปรักษาชาวบ้าน เธอเคยเห็นชาวบ้านแช่เมล็ดพันธุ์ คัดเมล็ดพันธุ์ของชาวบ้าน

             

            พาซื้อเมล็ดพันธุ์มา ก็นำไปตากแดด

             

            น่าเสียดายที่ฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจ นอกจากฝนตกแล้วยังเกิดน้ำท่วมใหญ่

             

            เมื่อคืนเธอตั้งใจใช้น้ำเกลือที่ทำจากเกลือเม็ดใหญ่ที่ซื้อมา คัดเมล็ดพันธุ์ บ่ายนี้พอดีเลย เธอจะได้ปลูกพืชให้เต็มพื้นที่สองหมู่

             

            เมิ่งว่านถังเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าเก่าตัวหนึ่ง สวมรองเท้าผ้าใบขาด ๆ ถือเมล็ดพันธุ์ไปปลูกที่ด้านหลัง

             

            โกวต้านกับโกวเซิงกินเสร็จแล้ว เก็บโต๊ะเรียบร้อยก็มาช่วยด้วย

             

            ส่วนเสี่ยวพ่างนั่งอยู่ที่หัวคันนา มือถือลูกแอปริคอตสองสามลูกแล้วแทะกิน

             

            “แม่ หลังบ้านเรามันปลูกมันเทศไม่ใช่เหรอ?”

             

            โกวเซิงยังจำรสชาติหวาน ๆ ของมันเทศได้ เมื่อตอนเด็ก ๆ เวลาที่หิว เขากับพี่ชายก็ชอบเอามันเทศไปฝังในเตา ผ่านไปสักพักก็กินได้แล้ว

             

            เมิ่งว่านถังไม่รู้ว่ามันเทศมีความหมายกับโกวเซิงมากแค่ไหน

             

            “ตอนนี้ปลูกมันเทศไม่ทันแล้ว ได้แต่ปลูกข้าวฟ่างเท่านั้น พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว แม่จะทำของอร่อย ๆ ให้พวกลูกกิน”

             

            เมิ่งว่านถังทำงานได้ค่อนข้างเร็ว

             

            นี่ต้องขอบคุณลู่ชิงเหยี่ยด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะลู่ชิงเหยี่ยเอารถแทรกเตอร์มาไถดิน เธอก็คงปลูกข้าวฟ่างไม่ได้เร็วขนาดนี้

             

            พอทำงานเสร็จ เมิ่งว่านถังก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัว

             

            เธอนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ แล้วเรียกโกวเซิงมา “ลู่ซุ่ยเหอมานวดหลังให้แม่หน่อย”

             

            “แม่ ให้พ่อมานวดให้เถอะ ผมจะออกไปเล่นแล้ว”

             

            พูดจบโกวเซิงก็ลากพี่ชายและน้องชายวิ่งออกไป

             

            “เจ้าเด็กคนนี้...”

             

            เมิ่งว่านถังหมดคำจะพูด


            เธอพลิกตัวอย่างยากลำบาก หมุนตัวอยู่กับที่หนึ่งรอบ เอาหัวหนุนขอบเตียง ค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นไป วางคอไว้ตรงขอบเตียง แล้วยกแขนขึ้น

             

            “อืม~”

             

            ยืดเส้นยืดสายแบบนี้แล้วสบายตัวดีจริง ๆ

             

            เมิ่งว่านถังหันหน้าไป พบว่าใบหน้าของลู่ชิงเหยี่ยแดงก่ำ จึงถามอย่างสงสัย “คุณเป็นอะไร? เป็นไข้อีกแล้วเหรอ?”

             

            เธอกำลังจะลุกขึ้นมาดู ลู่ชิงเหยี่ยก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ไม่ได้เป็นไข้”

             

            “แล้วทำไมคุณถึงหน้าแดงขนาดนั้น?” เมิ่งว่านถังถามด้วยสีหน้าสงสัย

             

            ลู่ชิงเหยี่ยอธิบาย “ร้อน”

             

            “ฉันจะไปหาพัดมาให้คุณเอง คุณก็ค่อย ๆ พัดนะ” เมิ่งว่านถังพูดพลางจะลุกขึ้นนั่ง

             

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็เย็นแล้ว” ลู่ชิงเหยี่ยหลับตาลง ไม่มองเมิ่งว่านถัง

             

            ท่าทางสง่างามและเย็นชาของเขาดูราวกับพระสงฆ์ผู้บรรลุธรรม ไม่ว่าปีศาจเจ้าเสน่ห์ที่น่าหลงใหลตรงหน้าจะยั่วเย้าเพียงใด เขาก็ไม่หวั่นไหว

             

            เมิ่งว่านถังก็ขี้เกียจขยับตัว ยืดเส้นยืดสายเสร็จก็ขยับตัวลงไปนอน หลับไปโดยไม่ใช้หมอนหนุน

             

            “แม่! แม่!”

             

            ในความฝันครึ่งหลับครึ่งตื่น เมิ่งว่านถังตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นมา

             

            เธอมองโกวเซิงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาอย่างงุนงง ยังไม่ทันได้ถามอะไรก็เข้าไปปลอบเจ้าตัวน้อยก่อน “ใจเย็น ๆ มีอะไรค่อย ๆ พูด”

             

            โกวเซิงหอบหายใจพลางพูดว่า “แม่ของหนิวต้านให้ผมกลับมาเรียกแม่”

             

            “ลูกรู้ไหมว่าเกิดเรื่องอะไร?”

             

            เมิ่งว่านถังคิดว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น แต่พอได้ยินว่าเป็นเหมียวอิ๋นฮวาที่ตามหาก็รู้สึกโล่งใจทันที

             

            เมื่อครู่เธอคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับโกวต้านหรือเสี่ยวพ่างเสียอีก

             

            “แม่ของหนิวต้านมีเลือดออกข้างล่างเยอะมากแถมยังดูน่ากลัวด้วย เขาไม่ให้ผมบอกคนอื่น ให้ผมแอบกลับมาเรียกแม่” โกวเซิงยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ “ผมตั้งใจวิ่งกลับมาบอกแม่เลยนะ”

             

            “อะไรนะ?”

             

            พอเมิ่งว่านถังได้ยินแบบนั้น ก็รู้ว่าเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ๆ

             

            เธอเปิดตู้หยิบเข็มเงินที่เพิ่งได้มาวันนี้ หันหลังกลับแล้ววิ่งออกไปข้างนอก

             

            “ป้ารองอยู่ที่ไหน?”

             

            เมิ่งว่านถังถามโกวเซิงพลางวิ่งไปด้วย

             

            โกวเซิงพูดว่า “ป้าอยู่บ้าน”

             

            เมิ่งว่านถังรีบวิ่งตรงไปที่บ้านของเหมียวอิ๋นฮวาทันที พอถึงหน้าประตูก็ไม่ได้เคาะ แต่ผลักประตูเข้าไปในบ้านเลย

             

            โกวต้านพาเสี่ยวพ่างอยู่ในลานบ้าน ข้าง ๆ ยังมีเด็กคนหนึ่งผิวดำคล้ำแต่ดูกระฉับกระเฉง

             

            เมิ่งว่านถังเพียงแค่มองปราดเดียวก็จำได้ว่านั่นคือลูกชายของเหมียวอิ๋นฮวาที่ชื่อว่าหนิวต้าน

             

            เธอบอกกับโกวเซิงว่า “ลูกออกไปเล่นข้างนอกกับพี่ชายและคนอื่น ๆ นะ ห้ามเข้ามาข้างในเด็ดขาด”

             

            “น้องสะใภ้ เธออยู่ห้องไหน?” เมิ่งว่านถังตะโกนถามเมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน

             

            “ห้องทิศตะวันออก”

             

            ยังพูดไม่ทันขาดคำ เหมียวอิ๋นฮวาก็โผล่หน้าออกมา โบกมือเรียกเมิ่งว่านถัง

             

            เมิ่งว่านถังเห็นเหมียวอิ๋นฮวา สังเกตว่าใบหน้าของเธอดูมีเลือดฝาด เธอจึงขมวดคิ้ว เดินเข้าไปในห้อง

             

            ในห้องมีหญิงสาวอายุไม่มากนอนอยู่ ดูท่าทางน่าจะอายุประมาณ 18-19 ปี หน้าตาสะสวย แต่แววตาเหม่อลอยไร้ประกาย ใบหน้าซีดขาด กางเกงสีน้ำเงินเข้มชุ่มโชกไปด้วยเลือด

             

            “นี่คือน้องสาวของฉันเอง” เหมียวอิ๋นฮวาพูดพลางน้ำตาไหลพราก “ว่านถัง เธอยังไม่ได้แต่งงาน...”

             

            “อย่าเพิ่งร้องไห้ ไปต้มน้ำร้อนมาหม้อหนึ่งก่อน”

             

            เมิ่งว่านถังเดาได้ในใจว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนอื่นรู้ว่าสาวพรหมจรรย์ตั้งครรภ์ คงถูกประจานให้เดินประกาศความผิดไปทั่วถนนแน่

             

            เมิ่งว่านถังจับชีพจรให้เด็กสาวคนนั้น

             

            ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงปล่อยมือ “ฉันไม่รู้ว่าเธอไปเอายามาจากไหน ยานี่มันทำร้ายร่างกายโดยตรง ฉันจะห้ามเลือดให้เธอก่อน แล้วจะเขียนใบสั่งยาต้มสองชุดให้เธอบำรุงร่างกาย ไม่อย่างนั้นต่อไปอยากมีลูกก็จะยาก”

             

            หญิงสาวคนนั้นไม่พูดอะไร ยังคงจ้องมองเพดานด้วยสีหน้าเหม่อลอย

             

            เมิ่งว่านถังเคยเจอคนแบบนี้มามากแล้ว

             

            เธอใช้การฝังเข็มเพื่อห้ามเลือดให้หญิงสาวคนนั้น

             

            “พี่สะใภ้ ไปซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อไอโอดีนมาหน่อยนะ” เมิ่งว่านถังพูดจบก็เห็นสีหน้าของเหมียวอิ๋นฮวาก็เปลี่ยนไป เธอจึงถามอย่างสงสัย “เป็นอะไรไป? ไม่มีเงินซื้อยาเหรอ หรือว่า...”


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786