บทที่ 14 สารภาพรักกับซูเสวี่ย
"เพื่อนที่จะร่วมเดินทางไปด้วยตลอด เหมือนวันก่อนๆนั้นไม่มีอีกแล้ว....(เพลงเพื่อน朋友 ร้องโดย 周華健 Wakin Chau หรือ Emil Chau)" ฉิงเทียน จ้าวก่างกับหวงเห่านั้นต่างก็กำลังกอดคอกันเมาร้องเพลงร่วมกันขณะที่กำลังเดินออกมาจากร้าน
"เอ้อ น้องสี่เดี๋ยวฉันจะหาดูให้พรุ่งนี้และจะให้คำตอบทีหลังนะ พี่ขอตัวกลับก่อน!" พี่สามหวงเห่าที่กำลังเมา สะบัดหัวขณะที่พูด
"ฉันก็ขอกลับด้วย!" จ้าวก่างพูด
ฉิงเทียนจึงตอบกลับไป "โอเคครับ งั้นแยกย้ายกันตรงนี้"
หลังจากที่แยกทางกันไป ทั้ง 3 คนต่างก็กลับไปที่บ้านของตัวเอง
ณ คอนโดชีจีหัวหยวน ฉิงเทียนที่กำลังเมาได้เปิดประตู และมองดูบ้านที่แสนเงียบและเย็นของเขา ไม่มีใครที่จะมาโกรธเขานอกจากตัวเขาเอง ในเวลานี้ฉิงเทียนจู่ๆก็คิดถึงซูเสวี่ยขึ้นมา เขานึกถึงรอยยิ้มของเธอ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอที่เขานึกออกและทุกการพูดของเธอที่เขานึกได้ ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนกับกำลังดื่มน้ำผึ้งอยู่ยังไงอย่างงั้น
ฉิงเทียนจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาและหาเบอร์โทรศัพท์ของซูเสวี่ย ฉิงเทียนจึงกดโทรไปที่เบอร์นั้น
ในเวลานี้ ซูเสวี่ยนั้นอยู่ที่เตียงนอนของเธอ และเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ สวมใส่ชุดนอนสีชมพู เผยให้เห็นหน้าครึ่งหนึ่ง รวมกับใบหน้าของเธอที่กำลังเป็สีชมพูระเรื่อเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ หากว่ามีชายคนไหนได้มาเห็นภาพนี้เขา คงได้มีเืกำเดาไหลกันบ้าง
เมื่อเธอเห็นฉิงเทียนโทรเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเธอ ซูเสวี่ยก็ได้ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะนอนลงบนเตียงและกอดตุ๊กตาหมีสีขาวของเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วกดรับโทรศัพท์
เมื่อฉิงเทียนพบว่าซูเสวี่ยรับโทรศัพท์ของเขา เขาก็ได้กลืนน้ำลายลงไป "ซูเสวี่ยครับ ฟังนะครับ วันนี้ผมมีความลับที่จะบอกคุณกับครับ"
ซูเสวี่ยที่ฟังฉิงเทียนยังไม่ทันจบประโยคดี ก็ได้พูดถามกลับไปอย่างกังวล "ฉิงเทียน คุณเป็อะไรรึเปล่าคะ?"
"ผมไม่เป็อะไรครับ ผมแค่ไปดื่มกับพี่ชายของผมทั้ง 2 คนมาครับ แต่สิ่งที่ผมจะพูดออกไปในวันนี้เป็สิ่งที่ออกมาจากใจของผมครับ!" ฉิงเทียนนั้น้าที่จะแสดงความในใจของเขาออกมาให้ซูเสวี่ยได้รู้ ฉิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจเกี่ยวกับความรู้สึกต้อยต่ำของเขาอีกแล้วในตอนนี้
ซูเสวี่ยเมื่อได้ยินว่าฉิงเทียนนั้นไปดื่มเหล้ามาและกำลังพูดถึงตัวเขาเอง เธอจึงได้พูดกลับไปอย่างจริงจัง "ฉิงเทียน คุณ้าที่จะพูดอะไรกันแน่คะ?"
ฉิงเทียน ผู้ที่อยู่อีกด้านของโทรศัพท์นั้น ได้เริ่มรวบรวมความกล้าขึ้นมาและใบหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็สีแดง "ผมไม่อยากที่จะเรียกคุณว่าซูเสวี่ยหรือคุณซูสุดสวยอีกแล้ว ผมอยากจะขอเรียกคุณว่าเสวี่ยเอ๋อได้ไหมครับ?" เมื่อพูดจบ เสียงของฉิงเทียนก็เริ่มเบาลงไปเรื่อยๆ และการเต้นหัวใจของเขานั้นกำลังเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆและรอคำตอบอย่างกระวนกระวาย
และซูเสวี่ยนั้นที่อยู่อีกฟากที่จู่ๆก็เหมือนได้ยินคำสารภาพรักของฉิงเทียน สีหน้าของเธอที่แดงอยู่แล้วก็ได้แดงมากยิ่งขึ้นไปอีก การที่ฉิงเทียนจู่ๆก็มาสารภาพรักกับเธอนั้นได้ทำให้เธอรู้สึกสับสน แต่เมื่อเธอได้นึกถึงตอนที่เธอได้พบกับเขาครั้งแรกนั้น เธอเองก็ชอบเขานิดหน่อยเหมือนกัน บางทีนี่อาจจะเป็สิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบก็ได้ ไม่ว่าจะการที่เธอให้โอกาสเขาได้ทานมื้อค่ำกับเธอในตอนแรก ไหนจะการที่เธอให้ชื่อวีแชทและเบอร์โทรศัพท์กับผู้ชายไปอีก และการที่เธอได้แชทกับเขานั้นทำให้เธอมีความสุขทุกครั้ง
แต่การสารภาพรักอย่างกะทันหันของฉิงเทียนนั้นได้ทำให้ซูเสวี่ยนั้นตั้งตัวไม่ทัน ซูเสวี่ยนั้นรู้สึกดีใจขึ้นมา แต่เธอก็รู้สึกว่าเธอกับฉิงเทียนนั้นเพิ่งได้พบกันแค่ 2 ครั้งและทานข้าวด้วยกันแค่ครั้งเดียว เธอคิดว่าความสัมพันธ์ของเขากับเธอมันจะไปไวเกินไปหน่อยไหม
ซูเสวี่ยจึงได้ตอบอย่างอายๆ "วันนี้คุณเป็อะไรกันแน่คะ? ฉิงเทียนคุณรู้ตัวไหมว่าคุณดื่มเหล้าหนักมากแล้วพูดอะไรไม่รู้เื่นะคะ?"
เมื่อได้ยินซูเสวี่ยนั้นไม่ได้ปฏิเสธเขาก็ได้ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกยินดีขึ้นมา แต่การที่ซูเสวี่ยไม่ยอมตกลงก็ได้ทำให้เขารู้สึกผิดหวังขึ้นมานิดหน่อยเช่นกัน
"ซูเสวี่ย ถึงวันนี้ผมจะดื่มมาก็จริง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่าผมพูดอะไรออกไปนะครับ"
"ผมนั้นอยากจะบอกความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณ ผมนั้นหลงรักคุณั้แ่ตอนที่ผมได้พบกับคุณที่ร้านขายยา และผมเองก็รู้สึกชอบคุณมากเรื่อยๆทุกครั้งที่ผมได้คุยกับคุณ"
"ในใจของผมนั้นคุณเหมือนกับเป็เทพธิดา ั้แ่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ผมก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย ความรู้สึกนี้มันบ่งบอกว่าผมนั้นรัก แล้วคุณช่วยบอกผมได้ไหมว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับผมบ้าง"
หลังจากที่เธอได้ยินที่ฉิงเทียนสารภาพรักกับซูเสวี่ย หัวใจของเธอก็รู้สึกวาบหวานขึ้นมา เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมนะทั้งๆที่มีซูเสวี่ยนั้นเคยมีผู้ชายมากมายมาสารภาพรักกับเธอ ซึ่งพูดได้ดีกว่าที่ฉิงเทียนพูดเสียอีก แต่ฉิงเทียนเป็คนเดียวเท่านั้นที่เธอได้ฟังคำสารภาพรักของเขาแล้วเธอรู้สึกมีความสุขมาก
ซูเสวี่ยจึงได้ตอบแบบเลี่ยงๆอายๆ "จะลองเอาไปคิดดูก็แล้วกัน" จากนั้นเธอก็พูดต่อ "ตาบ้า ฉันจะยอมให้คุณเรียกฉันว่าเสวี่ยเอ๋อก็ได้" หลังจากที่พูดจบเธอก็ได้วางสายไปเพื่อเป็การแอบซ่อนความอายของเธอเอาไว้
ฉันตอบตกลงกับเขาไปแล้ว ซูเสวี่ยคิด ถ้าในเวลานี้มีคนที่รู้จักกับเธอมาพบกับเธอตอนนี้เข้า ก็คงจะสงสัยว่าซูเสวี่ยนั้นเป็คนที่ร่าเริงขนาดนี้เลยเหรอ?
เมื่อได้ยินซูเสวี่ยยอมตอบตกลง ฉิงเทียนก็ะโโลดเต้นด้วยความยินดีและพูดขึ้นมา "เธอตอบตกลงแล้ว" แล้วเขาก็ะโขึ้นไปนอนบนเตียง
ฉิงเทียนที่กำลังเหนื่อยเมื่อนอนลงบนเตียงเขาก็ได้หลับไปในทันทีโดยไม่รู้ตัว
คืนนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็ค่ำคืนที่ดีที่สุดของฉิงเทียน แม้กระทั่งเขาฝันว่าตัวเขานั้นกับฉิงเทียนได้แต่งงานกันแล้ว และมีลูกคนหนึ่ง และใช้ชีวิตที่มีความสุขร่วมกัน
เช้าวันต่อมา ฉิงเทียนก็ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหิวและกระหายน้ำ
เขาส่ายหัวด้วยความปวดหัวเพราะเมื่อคืนเขาดื่มหนักเกินไปหน่อย ฉิงเทียนเดินไปหยิบแก้วน้ำิญญาจากในที่เก็บของ แล้วเทน้ำออกจากขวดก่อนจะดื่มมันเข้าไป ด้วยพลังิญญาที่เป็เอกลักษณ์ของน้ำิญญาได้ทำการชะล้างร่างกายของฉิงเทียน และเขาก็รู้สึกได้ว่าหัวของเขารู้สึกโล่งขึ้นมาและความรู้สึกแย่ๆเมื่อครู่ก็ได้หายไปโดยปริยาย
น้ำิญญาเองก็สามารถแก้อาการเมาค้างได้ดีเหมือนกันแฮะ ฉิงเทียนคิดในใจ
ในเวลานี้จู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ได้ดังขึ้นมา "ติ๊ด" และเมื่อเปิดดูก็พบว่ามีข้อความส่งมาจากซูเสวี่ย
ความว่า: เป็อย่างไรบ้าง? ดื่มน้ำเยอะๆแก้อาการคอแห้งเพราะดื่มเหล้าหลังตื่นนอนด้วยล่ะ
ฉิงเทียนมองไปที่วีแชทของซูเสวี่ย และเมื่อคิดถึงการสารภาพรักของเขาเมื่อคืนนี้ ความเมาทำให้เขากล้าทำลงไปได้! ก่อนที่เขาจะพิมพ์ตอบไปอย่างมีความสุข: "เสวี่ยเอ๋อครับ ผมตื่นแล้วครับ วันนี้คุณทำงานที่ไหนเหรอครับ? อยากให้ผมไปรับคุณไหม"
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนเรียกเธอว่าเสวี่ยเอ๋อ ซูเสวี่ยก็รู้สึกวาบหวานขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นซูเสวี่ยจึงได้ตอบกลับไป: ก็ได้ค่ะ คุณจะมารอฉันที่ตึกของบริษัทเทียนเสี่ยในตอนเย็นก็ได้นะ แค่นี้นะ ฉันต้องทำงานก่อน!
ฉิงเทียนก็ได้ตอบกลับไปอย่างซุกซนว่า: ผมจะไปรับเสวี่ยเอ๋อของผมให้ตรงเวลาแน่นอนครับ
หลังจากที่ส่งข้อความไปหาซูเสวี่ยเสร็จ ฉิงเทียนก็หันหน้าไปที่ท้องฟ้าและะโ "ฉันไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วโว้ย ฉันก็มีแฟนกะเขาแล้ว!"
ฉิงเทียนจึงได้ทำความสะอาดร่างกาย มันเป็ครั้งแรกที่เขาจะได้ยืนยันตัวตนของเขาคืนนี้ ฉิงเทียนคิดว่าวันนี้เขาต้องแต่งหล่อเสียหน่อย
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังหลงตัวเองอยู่นั้น จู่ๆโทรศัพท์ของฉิงเทียนก็ได้ดังขึ้นมากะทันหันและพบว่าเป็หวงเห่าที่โทรเข้ามาหาเขา
"น้อง 4 มีไร่สวนร้างอยู่ที่บริเวณชานเมืองของโม๋ตูล่ะ ตอนนี้ประกาศให้เช่าอยู่นายน่าจะลองไปดูนะ"
"ได้ครับ ส่งตำแหน่งของที่นั่นมาให้ผม แล้วเดี๋ยวผมจะไปพรุ่งนี้ครับ" ฉิงเทียนตอบกลับไป
"ได้ แล้วก็ให้พี่ใหญ่ไปกับนายด้วยล่ะ พี่คงไม่ว่างที่จะไปกับนายด้วย"
"ไม่เป็ไรครับ พี่สามช่วยผมมากพอแล้วครับ เอาไว้เสร็จเื่แล้วเราค่อยไปทานด้วยกันอีกนะครับ"
จากนั้นเขาจึงได้โทรไปหาจ้าวก่างเพื่อขอให้จ้าวก่างช่วยมารับเขาไปดูไร่ผลไม้พรุ่งนี้
เมื่อฉิงเทียนมองไปที่นาฬิกาก็พบว่าเพิ่งจะ 10 นาฬิกา เขาจึงได้นั่งขัดสมาธิเพื่อฝึกวิชาต่อ เมื่อครั้งล่าสุดเขามาสามารถที่จะฝึกวิชา์โลกาขั้นแรกได้สำเร็จแล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้เริ่มฝึกวิชาแปลงร่าง 36 ขุนพล์เสียที แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าในขั้นแรกนั้นเขาจะแปลงเป็อะไรดี?
ในเมื่อเขายังไม่รู้ว่าจะฝึกแปลงเป็อะไร ฉิงเทียนจึงคิดว่าเขาควรที่จะเอาไว้ฝึกคราวหลัง ตอนนี้เขาจึงวิชา์โลกาต่อ
โดยไม่รู้ตัว เวลาก็ได้ผ่านเลยมาจนถึงเวลา 4 โมงเย็นแล้ว ฉิงเทียนถึงได้มุ่งหน้าไปที่ตึกของบริษัทเทียนเสี่ยเพื่อรอพบกับซูเสวี่ย
"ดูเหมือนว่าเราคงจะต้องซื้อรถบ้างเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นมันช่างรู้สึกไม่สะดวกเอาเสียเลยเวลาไปไหนมาไหนทุกครั้ง" ฉิงเทียนคิด