“ทำไมกัน ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลย” ทาคิยาฉะ-ฮิเมะพลางเอ่ยถามกับยูกินะไปพร้อมกับฟันใส่ร่างงามของอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้ง
“ในเมื่อคุณอยากจะฆ่าฉัน...ด้วยน้ำมือของตัวเอง...ฉันก็ให้คุณทำแล้วนี่ไง...”
“ไม่!! มันต้องไม่ใช่แบบนี้ เจ้ารีบหยิบดาบขึ้นมา แล้วลุกขึ้นมาตอบโต้ข้าบ้าง มันต้องไม่เป็นแบบนี้” ทาคิยาฉะ-ฮิเมะยังคงฟันใส่ร่างงามของยูกินะอย่างไม่ยั้ง จนทำให้ร่างงามของยูกินะค่อยๆ ทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง
ก่อนที่เข่าทั้งสองข้างจะทรุดลงถึงพื้นนั้น ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้ตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ก่อนที่เธอนั้นจะรีบแทงเข้าที่กลางลำตัวของยูกินะจนมิดด้าม ในขณะเดียวกัน ก็ได้เกิดฟ้าร้องขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับมีแสงกระพริบจากฟ้าผ่าที่ได้ปรากฎขึ้นที่บนท้องฟ้า
“องค์หญิงฮิเมรากิ” ส่วนทางด้านพวกพ้องคนอื่นๆ เมื่อได้มาเห็นเช่นนั้น ทุกคนจึงเริ่มพากันแสดงสีหน้าตกใจออกมาอย่างสุดขีด ดวงตาของแต่ละคนนั้นต่างก็เบิกกว้างออกมาเพียงน้อยนิด หลังจากนั้นสักพัก ทางด้านทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็รีบดึงกระชากคมดาบคาตานะออกมาจากลำตัวของยูกินะอย่างสุดแรง จนกระทั่งมีโลหิตสีแดงสดไหลกระฉูดออกมาจากบาดแผลลึกที่เกิดจากการถูกแทงทะลุเข้าไปที่กลางลำตัวอย่างเนืองนอง
จากนั้น ร่างงามของยูกินะก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงไปนอนหงายอยู่กับพื้น พร้อมกับมีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาด แผลที่อยู่ตามจุดต่างๆ บนเรือนร่างงามของเธออย่างไม่ขาดสาย จนมีคราบเลือดที่ไหลออกมาเจิงนองอยู่บนพื้นในวงกว้าง
ในขณะเดียวกัน ตัวทาคิยาฉะ-ฮิเมะเองนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมยูกินะถึงได้เลือกที่จะไม่ตอบโต้ใดๆ เลย เธอกลับปล่อยให้อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาฟันใส่ร่างของตัวเองอย่างไม่ยั้งจนกระทั่งตัวตาย แล้วแบบนี้ การลงมือสังหารยูกินะเพื่อล้างแค้นในครั้งนี้จะไปมีความหมายอะไร ก็ในเมื่อสิ่งที่ยูกินะได้กระทำไปนั้น มันก็คือการยืมมือของคนอื่นในการฆ่าตัวตายชัดๆ
และทันใดนั้น ช่องว่างแห่งมิติที่มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่มีขนาดยาว และมีลักษณะแนวนอนนั้นก็ได้ถูกเปิดออกมา จากนั้น ก็ได้มีน้ำเสียงเข้มนิดๆ ของชายคนหนึ่งดังออกมาจากช่องว่างแห่งมิติ
“พอได้แล้วหล่ะ ซาสึกิ” และในขณะเดียวกัน ก็ได้มีองเมียวจิแห่งศาสตร์มืดคนหนึ่งที่มีนามว่าคาชิน โคจิ เดินออกมาจากช่องว่างแห่งมิติ พร้อมกับปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าทาคิยาฉะ-ฮิเมะ
“ท่านพี่” แท้จริงแล้ว คาชิน โคจิ องเมียวจิแห่งศาสตร์มืดที่ได้มาอยู่ตรงหน้าทาคิยาฉะ-ฮิเมะนั้นก็คือโยชิคาโดะ พี่ชายแท้ๆ ของเธอนั่นเอง
คาชินรีบเดินเข้าไปหาร่างงามของยูกินะที่กำลังนอนหงายอยู่บนพื้นในท่ามกลางกองเลือด พร้อมกับหายใจอย่างรวยรินด้วยสีหน้าที่นิ่วด้วยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ทางด้านยูกินะก็พลางหลับตาพริ้ม พร้อมกับขมวดคิ้วบางทั้งสองข้างบนใบ หน้างามเข้าหากันเพียงเล็กน้อย จากนั้น คาชินก็ได้ทำการช่วยชีวิตยูกินะเอาไว้ด้วยพลังเวทย์ฟื้นคืนชีพ จนกระทั่งร่างกายของเธอในตอนนี้ก็ได้รับการฟื้นฟูจนหายกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมอีกครั้งภายในชั่วพริบตา
หลังจากนั้นสักพัก ยูกินะก็ได้รู้สึกตัวขึ้นมา เธอรีบชันตัวลุกขึ้นนั่งบนพื้น ก่อนที่ตัวเธอนั้นจะรีบมองสำรวจไปรอบๆ กายของตัวเธอเองที่เพิ่งจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง
“ซาสึกิ ข้ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ข้าอยากจะให้เจ้าได้รู้”
หลังจากที่กล่าวจบ คาชินก็ได้เอ่ยปากเล่าเรื่องสำคัญอะไรบางอย่างให้กับทาคิยาฉะ-ฮิเมะ ผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขาได้ฟัง จากนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับไปยังช่วงหลังจากที่ซาสึกิกับโยชิคาโดะได้หลบหนีจากการไล่ล่าของกลุ่มกองกำลังฝ่ายปราบปรามกบฏที่นำโดยฟูจิวาระ โนะ ฮิเดซาโตะ เข้ามาอาศัยอยู่ที่วัดร้างแห่งหนึ่งบนภูเขาสึคุบะโดยทันที
หลังจากที่ทั้งสองพี่น้อง ผู้เป็นบุตรในสายโลหิตของไทระ โนะ มาซาคาโดะ ซึ่งได้ถูกประหารตัดคอ แล้วนำไปเสียบประจานในที่สาธารณะนั้นได้เข้ามาซ่อนตัวอยู่ในวัดร้างแห่งนั้น ทางด้านโยชิคาโดะก็ได้ใช้เวลาไปกับการสำรวจภูเขา และเริ่มต้นที่จะเป็นนักรบซามูไร ซึ่งในขณะที่เขากำลังสำรวจภายในภูเขาสึคุบะอยู่นั้น อยู่ๆ ก็ได้มีแสงวาบสีขาวเรือนออกมาในวงกว้าง แสงสีขาวนั้นสว่างจ้ามากจนต้องรีบยกแขนขึ้นมาปิดหน้าปิดตาในทันที
หลังจากที่แสงสีขาวนั้นได้จางหายลง โยชิคาโดะก็ได้พบว่า ตัวเขานั้นได้ถูกวาบมายังช่วงยุคสมัยสงครามเซ็นโกคุ และได้พบกับองเมียวจิแห่งศาสตร์มืดวัยชราลึกลับที่มีนามว่า นิคุชิเซน ซึ่งก่อนที่เขานั้นจะสิ้นใจลง เขาก็ได้บอกกับโยชิคาโดะ ว่าเป็นทายาทของมาซาคาโด และได้นำม้วนกระดาษคัมภีร์มนต์ดำพร้อมกับอาวุธไม้เท้าไสยเวทย์คู่ใจให้แก่เขา
หลังจากที่นิคุชิเซนนั้นได้สิ้นใจลง โยชิคาโดะก็ได้ร่ำเรียนและฝึกฝนวิชามนต์ดำจากในม้วนกระดาษคัมภีร์มนต์ดำม้วนนั้น จนกระทั่งตัวเขานั้นก็ได้กลายมาเป็นองเมียวจิแห่งศาสตร์มืดที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการใช้มนต์ดำที่เก่งกาจเป็นอย่างมาก อีกทั้งตัวเขานั้นก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อไปเป็นคาชิน โคจิในเวลาต่อมา
หลังจากนั้นเป็นต้นมา คาชิน โคจิก็ได้ออกเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น พร้อมกับมีการใช้พลังอำนาจแห่งมนต์ดำในการที่จะจัดการกับเหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ ที่ขวางหน้า จนกระทั่งตัวเขานั้นได้รับการกล่าวขานโดยเหล่าไดเมียว และเหล่าขุนศึกที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น รวมไปถึงเหล่าบรรดาพวกชาวบ้านด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม วิถีองเมียวแห่งศาสตร์มืดนั้นย่อมขัดต่อวิถีแห่งพุทธะ จึงทำให้ตัวของคาชินนั้นมักจะถูกแอนตี้โดยเหล่าอิกโก-อิกกิ ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังของเหล่าพระนักรบ และในขณะเดียวกัน ความสามารถในด้านการใช้พลังอำนาจแห่งมนต์ดำของคาชิน โคจินั้นก็ได้ไปสะดุดตาฮิเดโยชิเข้า
ฮิเดโยชิจึงได้เรียกให้คาชิน โคจิมาเข้าพบ เพื่อที่จะเจรจาเสนอให้คาชินนั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังหลักในการที่จะนำกองทัพอสูรโยไคบุกเข้าไปยึดครองในทุกๆ ดินแดนทั่วทั้งทวีปเอเชีย แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา ฮิเดโยชินั้นไม่พอใจมาก จึงได้ส่งกองทัพอสูรโอนิโยไคออกไล่ล่าคาชิน โคจิ
หลังจากที่คาชินนั้นได้ถูกเหล่าอสูรโอนิโยไคไล่ต้อนไปจนมุม สักพัก นางเทวีอสูรฯ อิซานามิก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ตรง หน้าเขา และพาเขาหนีจากการไลล่าของเหล่าอสูรโอนิโยไคที่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยฮิเดโยชิ ไปยังวัดร้างแห่งหนึ่งบนภูเขาสึคุบะที่เขากับซาสึกินั้นเคยหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในนั้น จากนั้น นางเทวีอสูรฯ ก็ได้เอ่ยเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟัง
แท้จริงแล้ว นางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละ คือผู้ที่ใช้พลังปีศาจในการปลอมตัวเป็นขุนนางในตระกูลฟูจิวาระ แล้วเข้าไปแฝงตัวอยู่ในราชวงศ์โดยที่ไม่มีใครดูออก
จากนั้น นางก็ได้ใช้พลังปีศาจในการเข้าครอบงำจิตใจของเหล่าขุนนาง ในตระกูลฟูจิวาระคนอื่นๆ แล้วคอยบงการให้ผู้คนในตระกูลไทระแย่งชิงมรดกที่ดินไปจากมาซาคาโดะอยู่เบื้องหลัง และนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้มาซาคาโดะต้องทำศึกสง ครามเพื่อที่จะแย่งชิงดินแดนต่างๆ กลับคืนมา